บทที่ 23 ‘ผักดอง’ หมูตุ๋นวุ้นเส้น
วันรุ่งขึ้นหลินซื่อตื่นแต่เช้า และหลังจากให้นมลูกทั้งสองเสร็จ นางก็เริ่มกังวลเกี่ยวกับผักดอง
“ท่านพี่ ท่านไปยกไหผักดองเข้ามาเถอะ ตอนนี้น่าจะกินได้แล้ว”
เซียวหย่งฝูยกไหใบใหญ่เข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่หลินซื่อกลับลังเล
“หากเอามาทำแล้วมันไม่อร่อยล่ะ?”
เซียวหย่งฝูโอบกอดภรรยาไว้ในอ้อมแขนพลางกระซิบเสียงนุ่ม “อาหารที่เ้าทำไม่มีอะไรไม่อร่อย หากมันไม่อร่อยจริง ๆ เราก็แค่ทำขึ้นมาใหม่ก็ได้”
หลินซื่อถอนหายใจ “ท่านไม่รู้อะไร ข้าแค่อยากทำให้มันดี เราจะได้เอาไปขายได้”
เซียวหย่งฝูไหนเลยจะไม่รู้ เพียงเปิดฝากลิ่นหอมก็ลอยมาแตะจมูก
“เพียงแค่กลิ่น น้ำลายข้าก็สอแล้ว ถ้าบอกว่าไม่อร่อย ให้ตายอย่างไรข้าก็ไม่เชื่อเด็ดขาด” เซียวหย่งฝูยื่นตะเกียบสะอาดคู่หนึ่งให้ภรรยา
หลินซื่อไม่มีความมั่นใจที่จะกินคำแรก นางคีบถั่วฝักยาวออกมาชิ้นหนึ่งแล้วป้อนให้สามี
เซียวหย่งฝูเคี้ยวไปพลางน้ำตาไหลไปพลาง “ภรรยา เ้าต้องลองชิมสักคำ มันอร่อยมาก แม้กระทั่งเทพเซียนมาขอ ข้าก็ยังไม่ยอมแลกเลยล่ะ”
หลินซื่อเห็นว่าเซียวหย่งฝูชมเกินจริง ในใจนางกลับไม่เชื่อ มันเป็เพียงผักดองธรรมดาจะทำให้คนร้องไห้ได้อย่างไร!
เ้าก้อนแป้งดีดดิ้นไปมา : ทำให้ข้าร้องไห้สิ ข้าอยากร้องไห้!
หลังจากหลินซื่อกินแตงกวาไปคำหนึ่งแล้ว นางก็น้ำตาคลอ “นี่มัน นี่มันคือผักดองที่ดีที่สุดที่ข้าเคยทำมาเลย”
ผู้เฒ่าเซียวที่เข้ามาหลังจากได้กลิ่นหอมก็พูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง “ทั้งสองคนจะเก็บไว้กินคนเดียวหรือ?”
เซียวหย่งฝูรู้สึกขบขันนัก “ท่านพ่อ ท่านรีบมาชิมสิ นี่คือผักดองที่ภรรยาข้าทำ สุดยอดมากเลย”
ไม่ใช่ว่าผู้เฒ่าเซียวไม่เคยกินผักดองมาก่อน ตอนยังอยู่บ้านเก่าสกุลเซียว หลินซื่อก็เคยทำผักดอง รสชาติดีและอร่อย แต่ก็ไม่ได้อร่อยถึงขั้นต้องชมขนาดนั้น
เขากินใบกะหล่ำปลีที่อยู่ใกล้มือ ดวงตาพลันเบิกกว้างทันที “อื้ม อร่อยมาก”
หลินซื่อถามด้วยสีหน้าเคอะเขิน “ท่านพ่อ เช่นนั้นท่านคิดว่าพวกเราเอาไปขายได้หรือไม่?”
ผู้เฒ่าเซียวหยิบอีกชิ้นเข้าปาก พยักหน้าช้า ๆ “ถ้าพวกเ้าจะเอาผักดองไปขาย ข้าก็จะอยู่ดูแลเด็ก ๆ ให้เอง”
เ้าก้อนแป้งน้ำลายไหลไม่หยุด เนื่องจากหลายคนเอาแต่พูดคำว่า ‘อร่อย’ น้ำตานางแทบไหล เมื่อไหร่นางจะกินได้นะ
‘อร่อย’ คำนี้มันจะอร่อยแค่ไหนกัน?
หลินซื่อพูดอย่างมีความสุข “ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”
“ขอบคุณอะไรกัน ครอบครัวมีความสุขเป็เื่ที่ดีที่สุด” เขามองดูไหที่ไม่ได้ใบใหญ่มากด้วยความไม่แน่ใจ “พวกเ้าจะเอาอันนี้ไปขายหรือ? เช่นนั้นผู้คนคงแย่งกันน่าดู”
หลินซื่อคีบผักและขิงชิ้นใหญ่ขึ้นมาสองสามชิ้น “หลังทานอาหารเย็นเสร็จ ท่านพี่แวะไปในเมืองซื้อไหพวกนี้มาอีกสิ จะได้ให้หยวนหลางและอาจารย์เอาผักดองไปกินด้วย”
“ได้สิ!”
ผู้เฒ่าเซียวลูบเครา “ให้ข้าไปกับหย่งฝูเถอะ ไม่ได้ออกไปไหนมานานแล้ว”
ผู้เฒ่าเซียว่นี้อารมณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ และเขาเต็มใจที่จะออกไปข้างนอก เซียวหย่งฝูก็คุยกับเขาเื่ที่จะเข้าไปในเมือง
หลินซื่อไม่ได้สนใจ ปล่อยให้พวกเขาพ่อลูกคุยกัน ส่วนนางเดินไปต้มน้ำร้อน ก่อนจะหยิบวุ้นเส้นจำนวนหนึ่งใส่ลงไปในหม้อ
หยิบหมูสามชั้นอีกชิ้นที่ซื้อมาเมื่อวานออกมาแล้วหั่นเป็ชิ้นบาง ๆ
จากนั้นก็หั่นผักดองออกเป็ชิ้นเล็ก ๆ
แล้วตั้งน้ำมันให้ร้อนแล้วใส่ขิงซอยลงไป ตามด้วยหมูสามชั้น ผัดจนสุก ใส่ผักดองลงในหม้อแล้วผัดต่อ
สุดท้ายก็เทน้ำลงไปแล้วใส่วุ้นเส้นที่แช่ไว้ลงไปในหม้อ
ขณะที่หลินซื่อกำลังทำอาหาร เซียวหย่งฝูก็พาลูกชายไปที่แปลงผักเพื่อเก็บผักที่เหลือ
“ท่านพ่อ ดูสิมีคนมารวมตัวกันตรงที่ของเราเยอะแยะเลย” เซียวเฉินหลางเห็นกลุ่มคนยืนอยู่ตรงนั้นจากระยะไกล
เซียวหย่งฝูดึงเกวียนโดยไม่พูดอะไรสักคำ ลอบคิดในใจ ‘แย่แล้ว!’
ชาวบ้านคงจะพบผักที่ปลูกในที่ของเขาแล้ว
แน่นอนว่าเมื่อพวกชาวบ้านเห็นเซียวหย่งฝู พวกเขารู้สึกเหมือนเห็นก้อนทอง ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ
“หย่งฝู ผักในแปลงของเ้าทั้งหมดเ้าปลูกมันเองหรือ?”
“ผักของเ้าเติบโตแข็งแรงดีมาก!”
“เ้ามีเคล็ดลับอะไรบอกพวกเราด้วยสิ!”
เซียวหย่งฝูถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มชาวบ้าน ส่งเสียงดังทำให้หัวของเขาแทบจะะเิ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกขอคำแนะนำจากผู้าุโทั้งหลาย เขาค่อนข้างแปลกใจที่ได้รับความสนใจจากทุกคน
ในอดีตตนมักถูกผู้อื่นไม่ชอบหน้าอยู่เสมอ บางคนถึงกับรังเกียจหาว่าเขาเป็ตัวโชคร้าย ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ที่ดินของครอบครัวอื่นเพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อผลผลิต
แต่ตอนนี้คนพวกนี้กำลังมาขอคำแนะนำจากเขา ช่างเป็จุดพลิกผันจริง ๆ
แต่เซียวหย่งฝูก็เข้าใจพวกเขาเช่นกัน ในใจของชาวไร่ชาวนา เื่ผลผลิตถือเป็เื่ใหญ่ที่สุด
แต่ปัญหาคือ นอกจากเขาไถปรับหน้าดิน หว่านเมล็ดและรดน้ำก็ไม่มีวิธีการอื่นแล้ว
“ทุกคนเงียบก่อน ข้าเองก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการทำไร่นัก” ทันทีที่เขาพูดจบ สีหน้าของบางคนก็เปลี่ยนไป จึงรีบเสริมว่า “แม้จะไม่เชี่ยวชาญ แต่ก็สามารถสอบถามแลกเปลี่ยนกับทุกคนได้”
ตอนนี้ใบหน้าของชาวบ้านถึงดูดีขึ้นมาหน่อย
“จ้งหลาง เ้าพาน้องชายทั้งสองคนไปเก็บผักก่อน พ่อจะอยู่คุยตรงนี้”
“ขอรับท่านพ่อ”
เด็กชายสามคนลุกขึ้นจากพื้นแล้วไปขนผักสีเขียวเนื้อกรอบทั้งหมดใส่เกวียน
แตงกวาที่ห้อยย้อยอยู่บนกิ่งหลายวัน ก็ยังดูกรอบน่ากิน
เด็กชายสามคนต้องกลับไปกลับมาถึงสามรอบจึงจะขนผักกลับบ้านได้ทั้งหมด
“ท่านพ่อ ท่านแม่เรียกท่านให้กลับบ้านกินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวท่านต้องเอารถม้าไปคืนให้อาจารย์ใหญ่ด้วย” เซียวจ้งหลางะโตามคำสั่งของมารดา ชาวบ้านที่ไม่อยากให้เขาไปก็ไม่กล้าพูดรั้งเซียวหย่งฝูไว้
เดิมทีเขายังไม่ได้กินข้าวเช้าและยังถูกผู้าุโกลุ่มหนึ่งรั้งคุยอยู่ตั้งนาน หลังจากกลับมา เซียวหย่งฝูก็หิวจนท้องร้อง ดวงตาดำคล้ำ
“กลิ่นหอมจังเลย ข้าได้กลิ่นมาแต่ไกล เ้านี่ทำอะไรก็อร่อยไปหมด!” คนยังไม่ทันก้าวเข้ามาในห้องก็ได้ยินเสียงแล้ว
หลินซื่อไม่ได้ว่าอะไร “เข้ามากินเถอะ ทำเสร็จสักพักแล้ว”
เมื่อเซียวหย่งฝูเข้ามาในห้องก็เห็นว่าผู้เฒ่าเซียวทนหิวไม่ไหวนั่งกินไปก่อนแล้ว มีชามผักอยู่กลางโต๊ะอาหาร ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ตรงหน้าทุกคนมีไข่ดาวคนละสองฟองและข้าวหนึ่งชาม
เขาล้างมือ หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหมูสามชั้นเข้าปาก แล้วพูดด้วยความพึงพอใจ “ในที่สุดพวกเราก็ได้ ‘ฉลองล่วงหน้า’ แล้ว อร่อยมากเลย”
ประเพณีของรัฐฉีในตอนนี้คือ หนึ่งวันทานอาหารสองมื้อ มื้อเช้าต้องเป็ข้าวแห้ง เนื่องจากต้องทำงาน มื้อกลางวันกินนิดหน่อย และงดมื้อเย็น
ดังนั้นอาหารเช้าจึงมีปริมาณมากเป็พิเศษ ซึ่งชาวบ้านเรียกติดตลกว่า ‘ฉลองล่วงหน้า’ ซึ่งแปลงมาจาก ‘ฉลองปีใหม่’
เมื่อพวกเขาอยู่บ้านหลังเก่า แม้ว่าจะทำอาหารหลากหลายจนเหมือนฉลองล่วงหน้า แต่คนในบ้านเซียวหย่งฝูไม่มีใครได้กินสักคน
หลังจากแยกบ้านกัน พวกเขาก็ได้ ‘ฉลองล่วงหน้า’ กันจริง ๆ เสียที
“ท่านแม่ นี่คืออะไร ทำไมมันถึงอร่อยจัง” เซียวเฉินหลางตักผักดองตุ๋นเนื้อเข้าปาก น้ำมันเคลือบปากจนมันแผลบ
หลินซื่อยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นครอบครัวได้กินอาหารอย่างมีความสุข “นี่คือผักดองสูตรเมืองหย่าโจว ถ้าอร่อยเ้าก็กินเยอะหน่อย”
จากนั้นนางก็ใช้ตะเกียบคีบผักดองวางลงในชามให้ทุกคน
เ้าก้อนแป้งมองดูทุกคนกินกันจนเสร็จ นางก็รีบร้อนร้องเรียกหาท่านแม่ เมื่อถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขนของมารดา ก็เริ่มมองหานม
ให้ข้ากินบ้างสิ!
ขณะเช็ดน้ำลายให้หน่วนเป่า “ของข้าห่อให้หมดแล้ว ของหยวนหลางหนึ่งไห ของอาจารย์ใหญ่สามไห กินเสร็จแล้วก็รีบไปเถอะ”