ณ ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรเมืองปิงหยวน
ยามค่ำคืน ร่างหนึ่งเดินฝ่าความมืดออกจากหอพัก มุ่งหน้าตรงไปยังห้องพยาบาล
ภายในศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูร การกระทบกระทั่งกันของสัตว์อสูรจนเกิดการาเ็ถือเป็เื่ปกติ และบ่อยครั้งที่ผู้ดูแลก็มักจะโดนลูกหลงไปด้วย ดังนั้นศูนย์เพาะเลี้ยงที่ได้มาตรฐานจึงขาดห้องพยาบาลไปไม่ได้
ห้องพยาบาลที่นี่รักษาครอบคลุมทั้งคนและสัตว์อสูร โดยวิธีการรักษานั้นเรียบง่ายและทรงประสิทธิภาพ... ในยุคสมัยแห่งการฝึกอสูรแบบนี้ แน่นอนว่าต้องพึ่งพาสกิลรักษาของสัตว์อสูรเป็หลัก
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา สืออวี่ก็เห็นคุณหมอกำลังนั่งเคลียร์เอกสารอยู่
“เป็อะไรมาคะ?” เมื่อเห็นคนไข้ เธอจึงเงยหน้าขึ้นถามเสียงเรียบ
“หมอครับ ข้อมือผมเคล็ด สงสัยจะยกของหนักไปหน่อย กลัวว่าจะกระทบงานพรุ่งนี้น่ะครับ...” สืออวี่เดินเข้าไปใกล้ พร้อมยื่นมือที่บวมเป่งและสั่นเทาเล็กน้อยให้ดู
“ไหนหมอดูซิ” หมอสาวหน้านิ่งกวาดตามองแวบเดียว จากยูนิฟอร์มที่ใส่ เธอประเมินได้ทันทีว่าสืออวี่คือเด็กฝึกงานจบใหม่ ซึ่งเป็กลุ่มที่มักจะเจ็บตัวได้ง่ายที่สุด
“เดี๋ยวฉันรักษาเบื้องต้นให้ค่ะ” เธอพึมพำเบาๆ
สิ้นเสียงของเธอ อุณหภูมิรอบตัวก็ลดฮวบ สายลมกรรโชกแรงพัดวูบผ่านร่างจนผ้าม่านและเสื้อกาวน์พลิ้วไสว ทันใดนั้น วงเวทสีขาวอมเขียวขนาดใหญ่ก็ส่องแสงระยิบระยับขึ้นกลางอากาศข้างกายเธอ วงเวทกระเพื่อมไหวราวกับผิวน้ำ ก่อนที่ปุยดอกแดนดิไลออนสีขาวบริสุทธิ์จะลอยละล่องออกมา
เ้าปุยแดนดิไลออนนี้มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของสืออวี่ มันลอยอย่างอิสระโดยไร้ราก และเมื่อถูกเรียกออกมา มันก็ลอยมาเกาะที่หลังมือของเขาอย่างนุ่มนวล
“เดี๋ยวก็หายแล้วค่ะ”
พริบตาเดียว ปุยแดนดิไลออนก็เปล่งแสงสีขาวนวลอาบไล้ไปทั่วหลังมือของสืออวี่ ภายใต้แสงนั้น สืออวี่ััได้ถึงกระแสธารแห่งการเยียวยาที่แล่นผ่านิัซึมลึกเข้าไปถึงกล้ามเนื้อ อาการข้อมือเคล็ดที่เคยปวดตุบๆ ก็มลายหายไปเป็ปลิดทิ้ง ราวกับไม่เคยเ็ปมาก่อน
‘ว้าว!’
สืออวี่ร้องอุทานในใจ มิน่าล่ะรุ่นพี่คนก่อนถึงบอกว่าห้องพยาบาลของศูนย์ฯ คือทีเด็ด มันเจ๋งเป้งจริงๆ ด้วย การมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติไม่ได้มีแต่โทษ ในวงการแพทย์ พวกมันคือผู้ช่วยมือหนึ่งที่มนุษยชาติขาดไม่ได้
เมื่อการรักษาเสร็จสิ้น ปุยแดนดิไลออนก็ลอยกลับออกไป และวินาทีนั้นเอง… ‘สารานุกรมหิน’ ในห้วงความคิดของสืออวี่ก็สั่นไหว พลิกเปิดไปยังหน้าที่ 3 อย่างรวดเร็ว ปรากฏภาพจำลองของ ‘ภูตแดนดิไลออน’ สัตว์อสูรธาตุไม้
—
【สกิล】: สมานแผลความเร็วสูง
【คุณภาพ】: ระดับกลาง
【คำอธิบาย】: ความสามารถฟื้นฟู ธาตุไม้ เร่งกระบวนการสมานาแทั่วไปให้หายเร็วขึ้น
【สถานะ】: ไม่พบเป้าหมายที่สอนได้
—
คัดลอกและบันทึกสำเร็จ!
ครั้งนี้สิ่งที่ได้มาคือสกิลรักษาที่หาได้ยากยิ่ง แถมยังมีมูลค่าและการใช้งานที่ครอบคลุมสุดๆ
ทุกอย่างเป็ไปตามแผน... เ้าภูตแดนดิไลออนตัวนี้ไม่เพียงใช้สกิลใส่เขา แต่ยังััตัวเขาโดยตรง เงื่อนไขครบถ้วนสมบูรณ์!
หมอประจำห้องพยาบาลล้วนเป็ผู้ฝึกอสูร และมักจะทำสัญญากับสัตว์อสูรสายรักษาที่หายาก สืออวี่ได้ยินกิตติศัพท์จากเพื่อนร่วมงานว่ารักษาดีมาก จึงปิ๊งไอเดียยอมเจ็บตัว (นิดหน่อย) เพื่อมาเนียนคัดลอกสกิล แม้จะแอบคิดว่าตัวเองใจร้อนไปหน่อย ทั้งที่ยังเหลือเวลาฝึกงานอีกตั้งสามเดือน แต่โอกาสมาเสิร์ฟถึงที่แล้ว ใครจะไปอดใจไหว
“น่าจะหายดีแล้วนะ?” หมอเรียกสัตว์อสูรกลับคืนแล้วหันมาพูด
“อีกอย่าง นายตื่นตูมเกินไปแล้วนะ เ้าตัวเล็กบอกฉันว่าเป็แค่แผลถลอกกับเคล็ดนิดหน่อยเอง”
ท่าทางเล่นใหญ่เกินเบอร์ของสืออวี่ทำเอาเธอหลงคิดว่าเป็อาการาเ็ร้ายแรง แต่ก็นะ... การที่ร่างกายมีปัญหาแล้วรีบมาหาหมอก็ถือเป็เื่ดี เธอเคยเห็นผู้ฝึกอสูรหลายคนที่ละเลยาแเล็กน้อย จนสุดท้ายลุกลามกลายเป็เื่ใหญ่โต
สืออวี่ได้แต่ยิ้มแห้งพูดไม่ออก ขอโทษทีครับหมอ... ไอ้แผลเล็กน้อยนี่ กว่าผมจะทำใจสร้างมันขึ้นมาได้ ต้องตบตีกับตัวเองตั้งนานนะกว่าจะกล้าทำ
“คราวหน้าผมจะระวังครับ ขอบคุณครับคุณหมอ” สืออวี่ผงกหัวขอบคุณรัวๆ พลางรู้สึกผิดในใจที่มารบกวนเวลาทำงาน พรุ่งนี้ค่อยซื้อขนมที่พวกสัตว์อสูรธาตุไม้ชอบมาไถ่โทษแล้วกัน
จริงๆ แล้วการใช้สกิลรักษาาแ คือมาตรฐานปกติของห้องพยาบาลแห่งนี้ แม้จะเป็แผลมดกัด หมอก็ยินดีใช้สัตว์อสูร เพราะการรักษาแต่ละครั้งถือเป็การเพิ่มความชำนาญในการใช้สกิลให้กับสัตว์อสูรไปในตัว
ต้องเข้าใจว่า เรียนรู้สกิลได้แล้ว ไม่ได้แปลว่าจะเก่งทันที ต้องอาศัยการใช้งานซ้ำๆ ถึงจะเชี่ยวชาญ
ดังนั้นความสามารถของสารานุกรมสกิลที่ใช้การสอนสกิลซ้ำๆ เพื่อเพิ่มค่าความชำนาญได้เนี่ย... มันเปรียบเสมือนบั๊กของระบบที่ช่วยเร่งสปีดการฝึกสัตว์อสูรได้โกงสุดๆ!
............
อาศัยช่องทางจากห้องพยาบาล สืออวี่ก็ได้รับสกิลรักษาอันล้ำค่ามาครอง ตอนนี้เขาอารมณ์ดีจนแทบจะผิวปาก พอกลับถึงหอพัก เขาก็รีบล้างหน้าแปรงฟันแล้วล้มตัวลงนอน พลางวาดฝันถึงวันที่ตัวเองจะได้เป็ผู้ฝึกอสูรเต็มตัว
เส้นทางชีวิตของเขาจะเปิดกว้างขึ้นทันทีที่เป็ผู้ฝึกอสูร โดยเฉพาะถ้าสอบผ่านเป็ผู้ฝึกอสูรมืออาชีพได้ นอกเหนือจากภาระหน้าที่เล็กน้อย สมาคมนักฝึกอสูรยังมีเงินเดือนให้กินเปล่าทุกเดือน นี่มันบันไดสู่การยกระดับชนชั้นชัดๆ!
ผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่ที่เพิ่งทำสัญญากับสัตว์อสูร จะถูกเรียกว่า ผู้ฝึกอสูรฝึกหัด แต่เมื่อความสามารถของทั้งคนและสัตว์อสูรถึงเกณฑ์ ก็จะสามารถเข้าร่วมการสอบคัดเลือกของสมาคมฯ เพื่อเลื่อนขั้นเป็ผู้ฝึกอสูรมืออาชีพอย่างเป็ทางการ
สืออวี่นอนพึมพำกับเพดานห้อง คนที่มีสารานุกรมสกิลอย่างเขา จะใช้เวลาไต่เต้าจากเด็กฝึกหัดไปเป็มืออาชีพนานแค่ไหนกันนะ...
ด้วยสูตรโกงนี้ เขาต้องได้เปรียบเื่การฝึกสัตว์อสูรแบบทิ้งห่างคนอื่นไม่เห็นฝุ่นแน่ๆ อายุ 18 ปี เป็่วัยที่เหมาะที่สุดในการเริ่มต้นพอดี
คิดไปคิดมา สืออวี่ก็เผลอหลับไปพร้อมรอยยิ้ม
...
หลังจากทะลุมิติมา สืออวี่ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ ในการปรับตัวและกำหนดเป้าหมายชีวิต
เช้าวันรุ่งขึ้น เขาตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มงาน และไม่ลืมเจียดเงินซื้อของขวัญไปขอบคุณคุณหมอตามที่ตั้งใจไว้ หลังจากปรับทัศนคติและข่มใจไม่ให้รีบร้อนเกินไป สืออวี่ก็เริ่มกลมกลืนไปกับโลกใบนี้
เผลอแป๊บเดียว... สามเดือนก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก
่ฝึกงานกำลังจะสิ้นสุดลง ในที่สุดสืออวี่ก็จะได้ไปรับสัตว์อสูรตัวแรกของเขาแล้ว!
ใน่สามเดือนที่ผ่านมานี้ อาศัยความสะดวกจากการทำงานในศูนย์ฯ ทำให้สืออวี่บันทึกสกิลเพิ่มมาได้อีก 2 สกิล
สกิลแรกเป็สกิลระดับกลาง ชื่อว่า ‘ตาเหยี่ยว’ ซึ่งได้มาจากเหยี่ยวหลังเขียว (ระดับเผ่าพันธุ์: เหนือสามัญขั้นสูง) ที่บินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยอยู่เหนือศูนย์เพาะเลี้ยง
ตาเหยี่ยวเป็สกิลที่เสริมประสิทธิภาพการมองเห็น ปกติเหยี่ยวก็สายตาดีอยู่แล้ว และเมื่อตื่นรู้สกิลนี้ สายตาของมันก็จะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ไม่เพียงมองเห็นในที่มืด หรือมองทะลุภาพลวงตาได้ แต่ยังทำให้จับจังหวะการเคลื่อนไหวของศัตรูได้แม่นยำขึ้นหลายเท่าตัว
ถึงจะไม่ใช่สกิลโจมตีตูมตาม แต่ประสิทธิภาพสูงมากและใช้งานได้หลากหลาย สัตว์อสูรสายลาดตระเวนแทบทุกตัวจำเป็ต้องมีสกิลนี้ แม้มันจะยังไม่ใช่สกิลในฝันที่สืออวี่อยากได้ที่สุด แต่ของฟรีมีให้เก็บก็ต้องเก็บไว้ก่อน
อีกอย่าง... ถ้าอสูรกินเหล็กของเขาเรียนรู้สกิลนี้ได้ สัญชาตญาณการต่อสู้ระยะประชิดคงโหดขึ้นแบบก้าวะโ
สกิลที่สองก็เป็สกิลระดับสูงเช่นกัน ชื่อว่า ‘หลับใหลสัมบูรณ์’ ได้มาจากสัตว์อสูรระดับเผ่าพันธุ์ เหนือสามัญขั้นสูง ที่ชื่อว่า ปีศาจนิทรา
เ้าปีศาจนิทราเป็สัตว์อสูรที่มีสกิลเผ่าพันธุ์แค่สองอย่าง คือ คลื่นนิทรา และ หลับใหลสัมบูรณ์ ปีศาจนิทราตัวนี้เป็คู่หูของผู้ดูแลสัตว์อสูรคนหนึ่งในศูนย์ฯ ซึ่งมักจะใช้คลื่นนิทรากล่อมพวกสัตว์อสูรวัยเด็กจอมซนให้หลับปุ๋ย ถือเป็สกิลซัพพอร์ตชั้นดี
ส่วนหลับใหลสัมบูรณ์เป็สกิลประเภทบัฟตัวเอง เมื่อใช้แล้วผู้ใช้จะเข้าสู่สภาวะหลับลึก และฟื้นฟูพละกำลังรวมถึงพลังกายด้วยความเร็วสูง มีสัตว์อสูรน้อยมากที่จะเชี่ยวชาญสกิลนี้ แต่ด้วยความขี้เซาของอสูรกินเหล็ก... สืออวี่มั่นใจว่ามันต้องเข้ากันได้ดีแน่ๆ (มั้ง?)
เหตุผลที่สืออวี่เลือกคัดลอกสกิลนี้มา ก็เพราะความงก... เอ้ย! การวางแผนบริหารทรัพยากรระยะยาวล้วนๆ
หลังจากเป็ผู้ฝึกอสูร การฝึกฝนสัตว์อสูรเป็เื่จำเป็ แต่มันผลาญพลังงานมหาศาล สัตว์อสูรก็เหนื่อยเป็ โดยปกติผู้ฝึกอสูรสามารถเรียกสัตว์อสูรกลับเข้าห้วงมิติเพื่อเร่งการฟื้นฟูได้ แต่วิธีนี้ตัวผู้ฝึกเองก็ต้องเสียพลังงานไปด้วย หรือไม่ก็ต้องพึ่งพวกอาหารเสริมและยาฟื้นฟูราคาแพง
แต่สืออวี่คิดต่าง... ถ้าสัตว์อสูรของเขาเรียนรู้หลับใหลสัมบูรณ์ มันก็จะนอนหลับเพื่อฟื้นฟูพลังได้ด้วยตัวเอง!
ประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งแรงผู้ฝึก ยังไงอสูรกินเหล็กก็ชอบนอนเป็งานอดิเรกอยู่แล้ว และถ้าเกิดาเ็จากการฝึก ก็ไม่ต้องเสียเงินค่ายา เพราะเขาสามารถสอนสกิลสมานแผลความเร็วสูงให้มันรักษาตัวเองได้อีก
คอมโบนี้ประหยัดงบไปได้มากโข... ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ!
แน่นอนว่าที่สืออวี่ทำไปทั้งหมด ไม่ใช่เพราะอยากอู้งาน แต่เป็เพราะชีวิตมันสู้กลับต่างหาก เชื่อว่าเ้าอสูรกินเหล็กที่ยังไม่เคยเห็นหน้าคงเข้าใจ... ว่าพ่อมันจน!
กว่าจะได้ทั้งสองสกิลนี้มา สืออวี่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ไม่แพ้ตอนไปแอบคัดลอกสกิลรักษาเลย แต่ทำไมถึงได้มาแค่สองสกิล?... ทั้งที่ผ่านมาตั้งสามเดือน?
คำตอบก็คือ... หลังจากสารานุกรมสกิลบันทึกครบ 5 สกิลแล้ว มันก็ถึงขีดจำกัด!
เื่นี้ทำเอาสืออวี่เซ็งเป็ด ถึงจะเดาไว้แล้วว่าของแบบนี้ต้องมีลิมิต แต่เริ่มต้นให้แค่ 5 ช่องนี่มันก็น้อยไปหน่อยไหม? ยังดีที่เขาไม่รีบร้อนไปคัดลอกสกิลระดับต่ำมามั่วซั่ว ไม่งั้นขาดทุนย่อยยับแน่
ณ ตอนนี้ ขีดจำกัดของสารานุกรมสกิลคือ 5 ช่อง... ถ้าอยากเพิ่มหน้าใหม่ สืออวี่เดาว่าคงต้องทำเหมือนการพัฒนาพร์อื่นๆ นั่นคือต้องพัฒนาระดับความสามารถด้านการฝึกอสูรของตัวเขาเองให้สูงขึ้นก่อน
วิธีการยกระดับความสามารถของผู้ฝึกอสูรนั้นเข้าใจง่ายมาก นั่นคือการทำสมาธิเพื่อเสริมสร้าง ปรับเปลี่ยน และขยายขอบเขตของห้วงมิติอสูรอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งห้วงมิติแข็งแกร่ง ระดับของสัตว์อสูรที่ทำสัญญาได้ก็จะยิ่งสูงขึ้น และมีอำนาจควบคุมมากขึ้น
ยิ่งสภาพแวดล้อมในมิติดี สัตว์อสูรก็ยิ่งโตไว และยิ่งพื้นที่กว้าง ก็ยิ่งทำสัญญากับสัตว์อสูรได้หลายตัวขึ้น
ผู้ฝึกอสูรสามารถเลือกพัฒนาห้วงมิติได้ตามแนวทางของตนเอง ไม่จำเป็ต้องทำให้สมบูรณ์ทุกด้าน และเมื่อห้วงมิติอัปเกรด พร์ที่ติดตัวมาก็จะได้รับการเสริมพลังตามไปด้วยนั่นเอง