แคว้นิอานมีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านสามสายคือ หลี่ชิง หลานเฉียงและเซี้ยนซ่าง
แม่น้ำหลี่ชิงมีต้นน้ำจากแคว้นต้าเว่ยทอดตัวจากตอนเหนือยาวนับหมื่นลี้ไหลผ่านไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ของิอานคู่ขนานกับแม่น้ำหลานเฉียงที่สายเล็กกว่า ตอนต้นกระแสน้ำหลี่ชิงไหลเชี่ยวกรากตอนปลายไหลสู่ที่ราบชิงโจว ซึ่งกระแสน้ำลดความแรงลงพัดดินตะกอนมาทับถมทำให้ที่ราบริมแม่น้ำตอนกลางของแคว้นมีความอุดมสมบูรณ์เป็ประโยชน์ต่อการเกษตรแต่ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมอยู่เสมอเพราะทางน้ำอุดตันเดินเรือลำบากยังผลให้ระดับน้ำสูงขึ้นฉับพลัน เกิดอุทกภัยในฤดูใบไม้ร่วงและยังผลให้เกิดภัยแล้งหลังฤดูฝน
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีแม่น้ำเซี้ยนซ่างไหลผ่านท่าเรือซือหลินซึ่งติดกับถูหยางสายน้ำเซี้ยนซ่างยังไหลยาวคดเคี้ยวไปถึงแคว้นโฮว่ติ้งทางใต้
เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของประชาราษฎร์และส่งเสริมระบบคมนาคมให้ดีกว่าเดิมจักรพรรดิองค์ก่อนจึงมีพระราชประสงค์จะสร้างระบบชลประทานขึ้นตามคำเสนอแนะขององค์ชายเสวี่ยจิ้งด้วยการขุดคลองเชื่อมแม่น้ำทั้งสามสาย เพื่อระบายน้ำในขณะน้ำเอ่อล้นเป็การทดน้ำและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งบวกกับใช้เป็เส้นทางลำเลียงข้าวจากภูมิภาคอันอุดมสมบูรณ์แถบตะวันตกเฉียงเหนือของแม่น้ำหลานเฉียงไปเลี้ยงดูราชสำนักที่สำคัญคือใช้ขนส่งกำลังพลเพื่อทำากับชนเผ่าเร่ร่อนทางตอนเหนือ
เสวี่ยอ๋องเสด็จไปคุมงานขุดคลองเชื่อมแม่น้ำสามสายั้แ่สมัยยังดำรงตำแหน่งองค์ชายเพราะเส้นทางน้ำนั้นตื้นเขินและมีูเาขวางกั้นจึงทำการะเิูเาเพื่อขุดคลองต่วนกงเชื่อมแม่น้ำสองสายแรกเข้าด้วยกันที่เมืองจิ่งหรงจนแล้วเสร็จไปก่อนหน้าพระบิดาจะตขณะนี้กำลังดำเนินการเร่งขุดคลองฉางจี๋กว้างห้าสิบลี้มีประตูระบายน้ำสามสิบแห่งโดยใช้แรงงานกว่าหนึ่งแสนคนซึ่งคลองฉางจี๋กับคลองต่วนกงจะเชื่อมต่อกันที่เมืองชิงฉางมีแม่น้ำเซี้ยนซ่างไหลผ่านอนาคตมุ่งหมายใช้เป็เส้นทางเดินเรือจากภาคตะวันตกลงสู่ใต้ เพื่อลำเลียงธัญพืชเคลื่อนย้ายกำลังทหารยามศึกา เชื่อมต่อเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนให้ถึงกัน
การขุดคลองฉางจี๋ข้าราชสำนักได้เกณฑ์แรงงานด้วยการว่าจ้าง ส่วนใหญ่เป็ชาวไร่ชาวนาแรงงานอีกส่วนที่ร่วมด้วยคือนักโทษอาญาแผ่นดินจะหยุดพักบ้างก็่ศึกากับแคว้นหนานลู่และ่ฤดูน้ำหลาก
หลังจากทรงมอบหมายให้หยางซวงเหวยซอกซอนสืบค้นไปตามส่วนงานต่างๆของงานทำเขื่อนและเชื่อมแม่น้ำสองสาย ในห้องประทับค้างแรมของเสวี่ยอ๋องขณะทรงดื่มน้ำจัณฑ์หลังเสวยพระกระยาหารมื้อค่ำองครักษ์หนุ่มจึงสนทนาเื่ที่คุยค้างไว้
“ถ้างานราบรื่นอย่างนี้ไปเรื่อยๆก็คงจะเสร็จทันกำหนดพ่ะย่ะค่ะ ติดเสียแต่หนนี้มีการขอค่าแรงเพิ่มขออาหารดีกว่าเดิมแลกกับการไม่ประท้วงหยุดงาน” ขนาดเสวี่ยอ๋องทรงตรวจงานด้วยพระองค์เองทุกเดือนยังมีเหตุยักยอกกินนอกกินในเกิดขึ้นได้
“เท่าที่จ่ายไปก็สมน้ำสมเนื้อแล้วนี่”ผลงานดี ผลตอบแทนยิ่งมาก เว้นแต่นักโทษอาญาแผ่นดินทำงานไถ่โทษทางการเลี้ยงข้าวไม่มีเบี้ยตอบแทนให้
“เหตุวุ่นวายเกิดเพราะหม่าเหอมอบหมายงานให้บุตรเขยเข้ามาดูแลแทน่ที่เขาป่วย”
“ข้ายังใช้คนถูกกับงานใช่หรือไม่”พระองค์ตรัสถามในขณะอุ้งหัตถ์ขวากำมีดสั้นเหลาไม้เนื้ออ่อนท่อนหนึ่งขึ้นรูปเป็ลำเรือ
หยางซวงเหวยรู้ดีว่านายเหนือหัวเกลียดเื่ฉ้อราษฎร์บังหลวงมากเพียงใด
“พรุ่งนี้นำตัวพวกเขามาพบข้าแรงงานต้องกินต้องได้ผลตอบแทนเป็กำลังใจ หากไม่พอใจก็จะประท้วงเสียการใหญ่อีกไม่นานจะเข้าฤดูฝนแล้วต้องพัก่ยาว งานอาจจะเสร็จล่าช้าจากเป้าหมาย จักรพรรดิทรงมีพระประสงค์จะเห็นผลของงานในเร็ววันสิ้นฤดูหนาวอาจจะเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง”
“จะทรงจัดการเื่นี้เช่นไร”
“บุตรสาวหม่าเหอขอร้องให้เ้ามาถามละสิ”
หยางซวงเหวยพยักหน้าคนซื่อตรงอย่างหม่าเหอ มาเสียชื่อในบั้นปลายก็เพราะลูกเขยคนเดียว
“ไว้ชีวิตบุตรเขยหม่าเหอแต่คุมตัวไปใช้แรงร่วมกับพวกนักโทษ กินอยู่ให้ด้อยกว่าคนอื่น ดูซิว่าจะเป็เช่นไรส่วนหม่าเหอ ข้าจะเป็คนไต่สวนเอง”
“พ่ะย่ะค่ะ” รับคำสั่งแล้วหยางซวงเหวยก็ยกเหล้าในถ้วยขึ้นดื่ม เวลาสนทนาเื่งานจบสิ้นลงเท่านี้
“หากองค์ชายอื่นรู้เข้าจะไม่ริษยาองค์ชายเฉินเล่อหรือไร” คนสนิทเอ่ยถามเมื่อเห็นลำเรือไม้เป็รูปเป็ร่างอย่างรวดเร็วเพราะเสวี่ยอ๋องนั้นพระปรีชาเื่แกะสลักงานไม้
“ได้รับความรักจากบิดาอีกทั้งมีมารดาคอยอุ้มชู ยังจะมาริษยาอาเฉินทำไม ข้าก็แค่อาของเขาคนที่จะชี้เป็ชี้อยู่ก็คือบิดาเขาเท่านั้น เห็นเขาก็เหมือนเห็นตัวเองคงไม่ผิดกระมังที่ข้าจะเอ็นดูหลานชายคนนี้”
ไม่ผิดหรอกที่ทรงเอ็นดูองค์ชายน้อยทว่ายามนี้ที่คนในตำหนักเห็นก็คือทรงเอ็นดูน้าสาวขององค์ชายน้อยเฉินเล่อด้วยต่างหาก...หยางซวงเหวยคิดพร้อมกับแอบซ่อนรอยยิ้มไว้คนเดียว
โดยปรกติแล้วถ้าหากเ้าของตำหนักเหมันต์พิศุทธิ์ติดราชกิจ เวยกงกงกับขันทีจากในวังจะเป็ผู้มารับฉวนลี่ถิงกับองค์ชายเฉินเล่อไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิแต่หนนี้แตกต่างไป เพราะมีรับสั่งจะเสด็จมาเยี่ยมพระโอรสเป็การส่วนพระองค์
ในห้องรับรองใหญ่จักรพรรดิเสียเจิ้งทอดพระเนตรพระโอรสกำลังเล่นม้าไม้และหมู่ทหารไม้ในกระบะทรายที่ถือติดมือเขาตลอดเวลาก็คือม้าไม้ของพระอนุชา มิใช่ม้าหยกสลักของพระองค์
“อาเ้าเห็นคงจะปลื้มใจมากกระมัง”
ทรงริษยาแม้กระทั่งม้าไม้แกะสลักนี่เชียวรึ...จากน้ำเสียงที่ตรัสมิอาจทำให้ฉวนลี่ถิงรู้สึกเป็อื่นได้จริงๆ
“อาเฉินเล่นทุกตัวนะเพคะเพียงแต่ได้เล่นม้าไม้ตัวนี้ก่อน ตามประสาเด็กก็จะติดเป็ธรรมดาก็เหมือนเด็กติดหมอน ติดผ้าห่อตัว”
“ที่รีบแก้ตัวนี่กลัวข้าจะเคืองเสวี่ยจิ้งหรือไม่พอใจอาเฉิน”
“ไม่ทั้งสองอย่างเพคะเพราะหม่อมฉันไม่คิดว่าฝ่าาจะทรงเสียเวลาถือสากับเื่เล็กน้อยเช่นนี้อาเฉินคือโอรสของพระองค์ อย่างไรเสียเมื่อเข้าไปอยู่ในวัง บุรุษที่จะเป็แบบอย่างให้เขาเรียนรู้ก็คือฝ่าาแต่เพียงผู้เดียวเสวี่ยอ๋องไยจะมีสิทธิ์เช่นนั้นได้อีกเพคะ”
ยาดีขมปากมีคุณในการรักษาโรคคำตักเตือนที่ขัดหูมีคุณต่อการปรับปรุงตัวหวังอย่างยิ่งว่าจะเข้าพระทัยเจตนาที่แฝงในคำพูดของนางบ้าง
คนฟังตีสีพักตร์เรียบเฉยทรงรู้สึกทึ่งอยู่ลึกๆ ความปากกล้าของนางก็เพื่อให้ทรงสัญญาว่าจะดูแลและรักอาเฉินให้มากความงดงามที่มาพร้อมความฉลาด ฉลาดทั้งความคิด ฉลาดทั้งวาจาทำให้ทรงพึงใจในตัวหญิงสาวมากขึ้น
“ตามความเห็นเ้าข้าต้องเอาใจใส่อาเฉินให้มากกว่านี้สินะ”
“นับว่าทรงเมตตาอาเฉินอย่างยิ่งแล้วเพคะ”
“เฉินเล่อ มานี่มา”ทรงกวักพระหัตถ์เรียกโอรสน้อยให้เดินเตาะแตะเข้าไปหาแล้วพยักพักตร์กับข้าหลวงที่ตามเสด็จ กล่องไม้ที่ข้ารับใช้ถือเปิดออกข้างในคือกลองไม้ขนาดเล็ก มีก้านยาว ด้านข้างห้อยด้วยลูกตุ้มไม้สองอัน[1]และตุ๊กตาเสือ[2]สีเขียวหนึ่งตัว
“กลองนั่นของข้า ส่วนตุ๊กตาเสือจากพระมเหสี”พระองค์ตรัสกับ ฉวนลี่ถิงที่มองมาด้วยความสนใจ
[1] ถาวกู่ เครื่องดนตรีอย่างง่ายๆ ชนิดหนึ่งยุคหลังเปลี่ยนคุณสมบัติดั้งเดิมกลายมาเป็ของเล่น เรียกว่ากลองป๋องแป๋ง
[2] ตุ๊กตาเสือน้อย ทำมาจากผ้ายัดนุ่นคือของรับขวัญในวันที่ทารกมีอายุครบ ๑ เดือน(บ้างก็นิยมมอบให้เด็กใน่เทศกาลไหว้ขนมจ้าง)เสือเป็สัญลักษณ์แห่งความเป็สิริมงคล ทรงพลังอำนาจสามารถปกปักรักษาและป้องกันไม่ให้ภูตผีปีศาจสิ่งร้ายใดๆ มากล้ำกรายจึงมีการปักลวดลายของสัตว์ที่มีพิษห้าชนิด คือ ตะขาบ ตุ๊กแก แมงมุม งู และแมงป่องบนตัวตุ๊กตาเ้าเสือน้อยมีหลากสีสัน เป็ตัวแทนถึงพรเื่ต่างๆ สีเหลืองอวยพรให้เด็กสมบูรณ์สีดำให้เด็กเอาการเอางาน สีเขียวหมายถึงชีวิตและความหวังสีแดงหมายถึงความโชคดีร่ำรวย