หลังจากวันนั้น กฤตภาสและพีรวิชญ์ได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ทั้งคู่ไปที่ห้องลับบ่อยขึ้น และพีรวิชญ์เริ่มรู้สึกว่าเขาได้เรียนรู้และเข้าใจความเป็ตัวตนของกฤตภาสมากขึ้นเรื่อยๆ
เช้าวันศุกร์ที่สดใส กฤตภาสเดินเข้าสู่ห้องสตูดิโออย่างร่าเริง เขามีแผนที่อยากจะลองทำสิ่งใหม่ๆ ให้พีรวิชญ์รู้สึกเซอร์ไพรส์
"พี่พีท!" กฤตภาสเรียกพร้อมกับยิ้มกว้าง "วันนี้ผมมีเื่จะบอกพี่!"
พีรวิชญ์ที่กำลังนั่งวาดภาพอยู่ หยุดและมองไปที่น้องชาย "อะไรเหรอ?"
"วันนี้ผมจะพาพี่ไปที่ไหนสักแห่งที่ผมเพิ่งค้นพบมาเมื่อวันก่อน" กฤตภาสพูดด้วยความตื่นเต้น "เป็ที่ที่น่าสนใจมากเลยครับ"
พีรวิชญ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ที่ไหน? นายหมายถึงที่ไหน?"
"เป็ร้านกาแฟเล็กๆ ที่พี่ไม่เคยไปแน่ๆ ครับ" กฤตภาสพูดด้วยความมั่นใจ "อร่อยและบรรยากาศดีมากเลย"
พีรวิชญ์ยิ้ม "โอเค งั้นไปกันเถอะ"
ทั้งสองเดินออกจากห้องสตูดิโอไปที่ร้านกาแฟที่กฤตภาสพูดถึง ร้านนี้มีบรรยากาศสบายๆ และตกแต่งด้วยของเก่าและต้นไม้เขียวขจี เป็สถานที่ที่ดูเหมือนจะหลุดออกมาจากหนังสือภาพ
"ว้าว ร้านนี้ดูดีมากเลยนะครับ" พีรวิชญ์พูดอย่างประทับใจขณะที่พวกเขานั่งลงที่โต๊ะ
"ใช่ครับ ผมชอบบรรยากาศที่นี่มาก" กฤตภาสพูดพร้อมกับยิ้ม "พี่ลองกาแฟที่นี่ดูนะครับ รับรองว่าพี่จะต้องชอบ"
พีรวิชญ์สั่งกาแฟและขนมเค้กตามที่กฤตภาสแนะนำ ขณะที่รออาหาร เขาสังเกตเห็นว่าเงียบๆ แต่มีกลิ่นอายของความสนุกที่มาจากกฤตภาส
"พี่พีทครับ" กฤตภาสเริ่มพูดอย่างระมัดระวัง "ผมมีเื่อยากคุยกับพี่"
"เื่อะไรเหรอ?" พีรวิชญ์ถามขณะดื่มกาแฟ
"ที่จริงแล้ว...พี่พีทรู้ไหมครับ ว่ามีอะไรบางอย่างที่ผมอยากจะบอกพี่" กฤตภาสเริ่มพูดอย่างไม่แน่ใจ
พีรวิชญ์มองหน้าน้องชายที่ดูวิตกกังวล "พูดมาเถอะ"
กฤตภาสสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะพูดออกมา "พี่พีท...ที่จริงแล้ว...ผมไม่ใช่แค่มาใช้เวลากับพี่เพราะว่าอยากสร้างความสนิทสนม แต่เพราะว่าผมรู้สึกมีความรู้สึกพิเศษต่อพี่"
พีรวิชญ์นิ่งเงียบไปชั่วครู่ ความรู้สึกที่กฤตภาสเผยออกมาทำให้เขาต้องใช้เวลาในการปรับตัว เขารู้สึกถึงความจริงจังในคำพูดของกฤตภาส
"นายหมายความว่าอย่างไร?" พีรวิชญ์ถามอย่างตั้งใจ
กฤตภาสมองไปที่พีรวิชญ์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจ "ผม...รู้สึกว่าผมชอบพี่มากกว่าแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง ผมรู้ว่ามันอาจจะทำให้พี่รู้สึกแปลก แต่ความรู้สึกนี้มันจริงใจมาก"
พีรวิชญ์ใและรู้สึกถึงความผิดปกติในความรู้สึกของตัวเอง เขานั่งนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบกลับไป "กฤตภาส...ความรู้สึกนี้มันไม่ใช่เื่ง่ายที่จะจัดการ มันอาจจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป"
กฤตภาสรู้สึกถึงความกังวลในคำตอบของพีรวิชญ์ "ผมเข้าใจครับ พี่ไม่ต้องรีบตอบ ผมแค่้าให้พี่รู้ถึงความรู้สึกของผม"
ในขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่ จู่ๆ มีเสียงเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในร้านและพยายามจะสั่งอาหาร พีรวิชญ์หันไปมองเด็กนักเรียนที่ดูเหมือนกำลังเตรียมงานอีเว้นท์ประจำปีของมหาวิทยาลัย
"ดูเหมือนว่ามีอีเว้นท์ใหญ่ที่มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นในวันนี้" พีรวิชญ์กล่าว
"ใช่ครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมคิดว่าเราควรไปที่อีเว้นท์นั้นด้วยกัน" กฤตภาสพูดด้วยรอยยิ้ม "ผมได้ยินมาว่ามีการแสดงและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย"
พีรวิชญ์มองไปที่เด็กนักเรียนที่กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงานและคิดว่าการไปที่อีเว้นท์อาจจะเป็การเปลี่ยนบรรยากาศที่ดี หลังจากที่คิดได้เขาจึงตอบกลับ "งั้นไปที่อีเว้นท์กันเถอะ"
ทั้งสองคนออกจากร้านกาแฟและเดินไปที่สนามกิจกรรมที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัย ขณะเดินทาง กฤตภาสก็พยายามพูดคุยและทำให้บรรยากาศเป็กันเอง
เมื่อถึงที่อีเว้นท์ พีรวิชญ์และกฤตภาสได้พบกับกิจกรรมมากมาย ทั้งการแสดงสด เกมโชว์ และบูธขายของต่างๆ พีรวิชญ์เริ่มรู้สึกว่าเวลานี้เป็่เวลาที่เขาสามารถสนุกได้อย่างเต็มที่
"พี่พีทครับ ไปเล่นเกมด้วยกันไหม?" กฤตภาสถามด้วยความตื่นเต้น
พีรวิชญ์ยิ้มและพยักหน้า "ได้เลย"
ทั้งคู่เดินไปที่บูธเกมและเริ่มสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ กฤตภาสท้าทายพีรวิชญ์ให้แข่งในเกมและสุดท้ายก็พากันหัวเราะและสร้างความสนุกสนานร่วมกัน
หลังจากใช้เวลาทั้งวันในอีเว้นท์ กฤตภาสและพีรวิชญ์กลับมาที่ห้องสตูดิโอในตอนเย็น ทั้งคู่เหนื่อยแต่ก็มีความสุข
"พี่พีทครับ ขอบคุณมากที่มาที่อีเว้นท์กับผม" กฤตภาสพูดด้วยความรู้สึกดีใจ
พีรวิชญ์ยิ้มและพูด "มันสนุกดี ขอบใจที่พามาที่นี่"
"แล้ว...เื่ที่ผมพูดวันนี้..." กฤตภาสเริ่มพูดอย่างระมัดระวัง
พีรวิชญ์มองไปที่กฤตภาสและพูดด้วยความจริงใจ "เรายังมีเวลาในการคิดและทำความเข้าใจเื่นี้มากขึ้น สิ่งที่สำคัญคือการที่เรามี่เวลาที่ดีร่วมกัน"
กฤตภาสพยักหน้า "ใช่ครับ ผมเข้าใจ ขอบคุณที่รับฟังผม"
พีรวิชญ์ยิ้มและรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังเติบโตขึ้น แม้จะมีความรู้สึกที่ซับซ้อนอยู่บ้าง แต่เขาเริ่มรู้สึกว่าเขาพร้อมที่จะเดินทางไปพร้อมกับกฤตภาสในเส้นทางนี้
ตอนนี้ ทั้งสองคนรู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังเปลี่ยนแปลงไป และการเดินทางนี้ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายและความสนุกที่จะรอพวกเขาอยู่