ก่อนที่มหาศึกในราวป่าทิศใต้ยามค่ำคืนจะะเิขึ้น นัทรีบกวดสายตาใช้นิ้วปัดสะบัดเปิดหน้าต่างระบบ Excel เคลียร์แต้มสเตตัสอิสระ 5 แต้มที่เหลือจากการเลเวลอัปครั้งก่อน สาดลงไปที่ ค่าพลังกายภาพ (STR) รวดเดียวทั้งหมด
[ระบบแจ้งเตือน: ค่าพลังกายภาพ (STR) ของคุณเพิ่มขึ้น 5 แต้ม ถอนสูตรมวลหนาแน่นเพิ่มขึ้นอีก 15 หน่วยสุทธิ!]
มัดกล้ามเนื้อภายใต้ชุดคลุมหนังหมาป่าของนัทขยายตัวปูดโปนบีบอัดจนเสื้อผ้าแทบปริ พละกำลังมหาศาลไหลทะลักมาสะสมที่สองแขน นัทก้าวเท้าสับขาเหวี่ยง [ขวานั์เหล็กกล้า] ที่เคยหนักหน่วงมือให้เบาหวิวราวกับกิ่งไม้ เขาตั้งใจใช้ขวานั์เล่มนี้เป็อาวุธหลักในการสับฟัน และจะเลือกใช้หมัดเคลือบเกราะจิตเพียงบางโอกาสเท่านั้น เพราะในหน้าต่างตารางคำนวณระบุเงื่อนไขว่า หากเขา้าปลดล็อกทักษะสายอาวุธคมดาบหรือขวานในอนาคต ร่างกายต้องสะสมความคุ้นชินจากการกวัดแกว่งอาวุธจริงเสียก่อน
"เข้ามาเลยไอ้พวกผิวเขียว!" นัทคำรามกึกก้อง พุ่งทะยานร่างฝ่าความมืดเข้าใส่ออร์คตัวถือขวานศึกทันที
ออร์คขวานศึกง้างศาตราวุธจามลงมาดั่งสายฟ้า แต่นัทที่สปีดขาจัดเต็ม 63 แต้ม สไลด์ฉีกตัวหลบวิถีขวานได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะอัดแรงเหวี่ยงจามขวานั์ในมือสวนกลับเปรี้ยงเข้าใส่สีข้างของมัน เสียง ฉึก!!! ใบขวานเหล็กกล้าเฉือนทะลวงผ่านเนื้อหนาและชั้นไขมันของออร์คจนเืสีเขียวเข้มพุ่งกระฉูด มันร้องโฮกฮกลั่นป่าด้วยความบ้าคลั่ง พยายามเหวี่ยงตัวใช้ศอกั์กระทุ้งกลับ นัทสลับหลบและมองหาจังหวะปล่อยหมัดปราณทลายศิลาชกเปรี้ยงเข้าใส่ข้อต่อแขนมันจนกระดูกหักผิดรูปเดือดพล่าน
ในขณะเดียวกัน ออร์คตัวที่สองที่ถือดาบและสะพายโล่เหล็กกล้าแผ่นหนา พุ่งชาร์จตะลุยเข้าใส่โอม หวังจะบดขยี้จอมเวทฝึกหัดให้แหลกคามือ
"กูไม่ใช่นักเวทแก้วบางๆ หรอกนะเว้ย!" โอมคำรามลั่น ย่ำเท้าลึกยกโล่หินหนาขึ้นมาตั้งการ์ดสกัดกั้น
โอมใช้งาน [สกิลโล่เลเวล 1] ที่เขาเคี่ยวกรำฝึกฝนใช้ป้องกันมาั้แ่ด่านกระดานหมากรุก ทว่าความพิเศษในรอบนี้คือ สรีระของโอมมีมวลมานาหนาแน่นมหาศาลคอยหมุนเวียนไหลเวียน คลื่นพลังงานสีฟ้าซึมซาบเข้าเคลือบหน้าโล่หินจนเกิดเป็ม่านพลังงานหนาเตะตา ทันทีที่ดาบใหญ่ออร์คสับกระแทกลงมา ตู้มมมมม!!! เกิดเสียงะเิกึกก้องสะท้อนกัมปนาท คลื่นกระแทกมนตราหนุนโล่สะท้อนแรงกลับทำให้ออร์คร่างั์ถึงกับผงะหงายหลังเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ โอมไม่ปล่อยโอกาสหลุดลอย รัวศรเพลิงสีฟ้าซ้อนกัน 2 นัดติดต่อกันะเิตู้มเข้ากลางใบหน้าของมันจนหัวออร์คะเิไหม้เกรียม ล้มตึงสิ้นใจตายไปทันที!
นัทเห็นดังนั้นจึงะโลอยตัวขึ้นกลางอากาศ เหวี่ยงขวานั์เหล็กกล้าจามดิ่งตรงลงมาใส่หัวออร์คตัวแรกที่าเ็อยู่ ตัดผ่าร่างอัปลักษณ์ของมันแยกออกเป็สองซีก สิ้นชีพจมกองเืสีเขียวหนืดสนิทตามกันไปในที่สุด!
[ระบบแจ้งเตือน: ยินดีด้วย! ผู้ใช้งาน ‘นัท’ และ ‘โอม’ เลเวลอัปเป็ Lv.4!]
สิ้นเสียงระบบ ทั้งสองคนทรุดตัวลงนั่งหอบแฮกแต่แววตาสะใจสุดขีด นัทรีบเดินไปเก็บกู้ศาตราวุธทั้งหมด คราวนี้เขาได้ [ขวานั์เหล็กกล้า] มาถือคู่อีกสองเล่ม และมี [ดาบใหญ่ใบกว้าง] พาดอยู่บนหลังอีกอัน สภาพเหมือนคลังแสงเคลื่อนที่ ส่วน [โล่เหล็กกล้าแผ่นหนา] นัทโยนส่งให้โอมทันที "เอ้าโอม มึงมีดาบอยู่แล้ว เอาโล่เหล็กนี่ไปใช้แทนโล่หินแตกๆ นั่นซะ!"
"ขอบใจมากนัท สภาพมึงตอนนี้เหมือนคนป่าบ้าพลังชะมัด 555" โอมหัวเราะลั่นรับโล่ไปถือ
โคร่ก...... ทันใดนั้น เสียงท้องร้องขนาดั์ของทั้งสองคนก็ดังประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกัน การวิ่งมาราธอนและสู้รบทั้งวันทำให้กระเพาะอาหารประท้วงอย่างหนัก
"เฮ้ยโอม... มึงเคยคิดไหมว่า... เนื้อออร์คเนี่ยมันจะกินได้ไหมวะ?" นัทเหล่สายตามองซากศพออร์คที่นอนตายอยู่
"จะบ้าเหรอมึง! หน้าตาอุบาทว์ขนาดนี้จะกินลงได้ไง!" โอมโวยวาย แต่อาการหิวบีบคั้น โอมตัดสินใจรวบรวมมานากดเรียกใช้สกิล [ศรเพลิงเบื้องต้น] ะเิออร่าสีฟ้าพุ่งวาบออกไปอย่างอลังการงานสร้าง... เพียงเพื่อจุดไฟใส่เศษไม้แห้งตั้งแคมป์ไฟเล็กๆ สำหรับพวกเขาสองคนประทังชีวิต! นัทเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าขำแห้งในความเว่อร์วังของนักเวทสายโล่
นัทสะบัดมือเปิดระบบอ่านแชตกลุ่มมนุษย์โลก 200 คน ปรากฏว่าหน้าจอแทบจะะเิแตกกระจายเพราะข้อความแจ้งเตือนความเป็ห่วงของเพื่อนๆ เด้งรัวเป็พันๆ ข้อความ นัทรีบพิมพ์ตอบกลับทันที: "พวกผมปลอดภัยดีแล้วครับ ฆ่าออร์คตายเรียบ ล่าสุดเลเวลสี่แล้ว ปักหลักตั้งแคมป์อยู่ริมผา ไม่ต้องส่งใครตามออกมานะอันตราย" เพื่อไม่ให้ทุกคนต้องเสี่ยงภัยเดินฝ่าความมืดออกมาตามหา
พี่กล้าพิมพ์ข้อความสวนกลับแจ้งข่าวดีปนปวดหัวมาในแชต: "ฝั่งข้าก็ปลอดภัยดี ล่อพวกมันมาหน้าม่านน้ำตกแล้วโดนเพื่อนๆ อีกร้อยเก้าสิบห้าคนรุมยำเละเป็โจ๊กว่ะ ตอนนี้ในแคมป์ถ้ำได้อาวุธชุดเกราะออร์คมาแบ่งปันกันเยอะมาก แต่เริ่มมีปัญหาปวดหัว มีคนทะเลาะกันเื่แย่งของดรอปนิดหน่อย แต่ข้าใช้ดาบคาตานะเคลียร์สยบให้เรียบร้อยแล้ว"
นอกจากนี้ กลุ่มสำรวจที่ไปเค้นถามข้อมูลจากชาวพื้นเมืองในตลาดหมู่บ้านเริ่มต้น ยังส่งข้อมูลลับชิ้นสำคัญชวนอึ้งเข้ามาเสริมในแชตกลุ่ม:
[ข้อมูลระบบสากล]: "เหตุผลที่ซากศพของฝูงออร์คพวกนี้ไม่ได้แตกสลายกลายเป็ละอองแสงสีฟ้าเหมือนมอนสเตอร์หมาป่า... เป็เพราะออร์คพวกนี้ไม่ใช่ 'สัตว์อสูรระบบที่พระเ้าสร้างขึ้น' แต่พวกมันคือ 'เผ่าพันธุ์ประชากรดั้งเดิมของโลกที่ 1' ที่เกิดและเติบโตที่นี่มานานแล้ว! พวกมันมีเืเนื้อและร่างกายตามธรรมชาติจริง ทำให้ซากศพและศาตราวุธเกราะเหล็กของพวกมันยังคงอยู่ถาวรไม่หายไป"
นัทและโอมอ่านข้อความเสร็จก็หันมาสบตากัน แววตาแปรเปลี่ยนเป็ความเหี้ยมเกรียมปนเปไปด้วยสัญชาตญาณความหิวขีดสุด
"ในเมื่อมันเป็สิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ... แสดงว่ามันก็คือ 'เนื้อสัตว์' ดีๆ นี่เองนี่หว่า!" นัทแสยะยิ้มดิบ
สองหนุ่มไม่รอช้า ใช้มีดเฉือนแบะเนื้อส่วนขาของอสูรออร์คผิวเขียวออกมาล้างน้ำป่าสะอาด ก่อนจะนำไปเสียบไม้พาดพิงย่างไฟบนกองไฟศรเพลิงสีฟ้า เสียงน้ำมันเนื้อเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมไหม้โชยอวลไปทั่วหน้าผามืด คืนวันที่สี่ของโลกใบใหม่ดำเนินไปพร้อมกับการลิ้มลองรสชาติ "เนื้อย่างออร์คแรร์ไอเทม" ของสองผู้กล้าสายคลั่งแห่งดาวโลก!
ซู่... ซู่...
กลิ่นเนื้อย่างส่วนน่องของอสูรออร์คโชยกลิ่นหอมไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณโขดหินริมหน้าผามืด นัทและโอมที่หิวโซจนไส้แทบขาดพากันเคี้ยวเนื้อสีเข้มหนึบหนับคำโตอย่างเอร็ดอร่อย รสชาติของมันเหนียวหนึบคล้ายเนื้อวัวป่าผสมหมูป่า มีมันแทรกหนาแน่นจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือเนื้อของสิ่งมีชีวิตอัปลักษณ์ที่เพิ่งไล่กวดเอาชีวิตพวกเขามาร่วมหลายสั่วโมง
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังดื่มด่ำกับมื้อค่ำสุดดิบเถื่อนอยู่นั้น เสียงฝ่าพุ่มไม้แห้งหนาหนักก็ดังโครมครามขึ้นจากทางด้านหลัง!
เงาร่างมหึมาสี่ร่างก้าวพรวดออกมาจากความมืด สภาพของพวกมันเต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียมของอัคคีและรอยเขี้ยวฉีกขาดลึกไปทั่วลำตัว... มันคือ [อสูรออร์คอีก 4 ตัว] ที่ปักหลักยื้อยุดหน่วงเหนี่ยวสู้รบกับอสรพิษเกราะเพลิงคริสตัลสองตัวนั้นจนชนะมาได้! พวกมันอุตส่าห์สะบักสะบอมสลัดหลุดตามรอยเืมาเพื่อสมทบกับพวกพ้อง
ทว่า ภาพเบื้องหน้าที่ปะทะเข้าเต็มสองตาสีโลหิตของพวกมัน คือภาพของมนุษย์สองคนในชุดหนังหมาป่ากำลังนั่งล้อมวงกินเนื้อย่างอย่างสำราญใจ โดยข้างๆ กองไฟมีซากศพหัวะเิและร่างที่ถูกสับแยกสองซีกของเพื่อนออร์คอีกสองตัวนอนจมกองเือยู่ แถมไอ้คนผอมแห้งที่ชื่อนัทยังถือขวานั์เหล็กกล้าของเพื่อนมันพาดบ่าเคี้ยวเนื้อตุ้ยๆ อีกต่างหาก!
"โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกาสสสสส์!!!!"
เสียงแผดคำรามด้วยโทสะบ้าคลั่งพุ่งทะยานทะลุขีดสุดจนแก้วหูแทบะเิปานฟ้าถล่ม! ออร์คทั้งสี่ตนตาแดงฉานดั่งกองเพลิง ความโกรธแค้นจากการโดนหยามเกียรติเผ่าพันธุ์บีบคั้นให้พวกมันะเิจิตสังหารดิบเถื่อนคละคลุ้งจนชั้นบรรยากาศรอบข้างหนาวเยือก
"ฉิบหายกิ๊ก... พวกมันรอดจากงูเพลิงมาได้ยังไงวะเนี่ย?!" โอมหน้าถอดสีแทบจะสำลักเนื้อออร์คคำโตติดคอ
วินาทีนั้น นัทและโอมรู้ซึ้งทันทีว่า "สู้ไม่ได้แน่ๆ" ลำพังออร์คสภาพเต็มร้อยสองตัวแรกพวกเขายังต้องงัดคอมโบรากเืรบจนพลังหมดหลอด แต่นี่พวกมันยกพวกมาทีเดียว 4 ตัวในสภาพคลั่งเต็มอัตราศึก แถมร่างกายของนัทและโอมในตอนนี้เพิ่งจะผ่านมหากาพย์วิ่งมาราธอนหนีตายมาทั้งวันและเพิ่งฟาดฟันศึกหนักมาสดๆ ร้อนๆ ความล้าของกล้ามเนื้อเริ่มตีกลับจนก้าวขาแทบไม่ออก
"โอม! โกยอ้าวเลาะไปตามไหล่ผาเร็วเข้า!!" นัทะโก้องพลางกระชากแขนโอมสับขาโกยแน่บวิ่งเลาะหนีไปตามแนวขอบหน้าผาสูงชันทันที
"ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!"
อสูรผิวเขียวคลั่งทั้งสี่ตนกวดฝีเท้าไล่ล่าบดขยี้ตามมาอย่างไม่ลดละ เมื่อเห็นว่าระยะห่างเริ่มไกลออกไป พวกมันก็ประสานเสียงคำรามลั่น ง้างแขนขวากำยำล่ำสันะเิพลังซัดเหวี่ยงขวานศึกและดาบใหญ่บินถากอากาศพุ่งแฉลบหวีดหวิวหมายจะเอาชีวิตจู่โจมจากทางด้านหลัง!
ฉึก! โครม! ฟิ้ว!
อาวุธั์บินร่อนเฉียดหัวนัทไปปะทะหินผาจนะเิแตกกระจาย เส้นทางริมไหล่ผาบีบบังคับให้พวกเขาทั้งสองคนจนมุมลึกขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเบื้องหน้ากลายเป็ขอบผาสูงชันที่ตัดตรงลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง
"นัท! ทางตันแล้วเว้ย!" โอมแหกปากกู่ร้อง
นัทใช้สายตาเพ่งมองดิ่งลงไปใต้หน้าผาอันมืดสลัว ด้วยไหวพริบสายตาและพร์ประสาทัั เขาสังเกตเห็นประกายระยิบระยับของผิวน้ำที่สะท้อนกับแสงดาวจางๆ แผนที่ระบบกะพริบยืนยันพิกัดว่ามีธารน้ำลึกรองรับอยู่ด้านล่างผาผืนนี้!
"ไม่มีทางเลือกแล้วโอม! กลั้นหายใจแล้วโดดลงไปเลย!!"
สิ้นคำของนัท ทั้งสองชีวิตในชุดคลุมหนังหมาป่าพ่วงด้วยคลังแสงอาวุธขวานั์ดาบพาดหลัง ก็พร้อมใจกันสปริงข้อเท้าออกแรงดีดตัวพุ่งทะยานร่างดิ่งพสุธาร่วงหล่นจากขอบหน้าผาสูงชันลงสู่เบื้องล่างทันที!
ตูมมมมมมมม!!!!
ร่างของทั้งคู่กระแทกเข้ากับผิวน้ำลึกเสียงสนั่น ละอองน้ำแตกกระจายวงกว้าง ความเย็นะเืของสายน้ำป่าช่วยเรียกสติและชำระล้างความร้อนระอุในร่างกาย นัทและโะเกียกตะกายว่ายน้ำพยุงตัวประคองอาวุธหนักอึ้งแหวกสายน้ำเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ชะง่อนผาหินที่ติดกับริมฝั่งอย่างเงียบเชียบที่สุด พยายามกักลมหายใจข่มจิตให้จมดิ่งลง
ทาง้าหน้าผา... ออร์คทั้งสี่ตนวิ่งมาหยุดอยู่ตรงขอบผา พวกมันกวาดสายตาโลหิตมองฝ่าความมืดก้มหาเบาะแสพวกร่างของมนุษย์โลกอยู่นานนับครึ่งค่อนชั่วโมง แต่ทว่าความมืดปนเปกับเสียงกระแสน้ำไหลเชี่ยวทำให้พวกมันตรวจจับสิ่งใดไม่เจอ ในที่สุด ด้วยความแค้นที่ยังไม่ได้รับการชำระ พวกมันจึงได้แต่กระทืบเท้าคำรามอย่างขัดใจะเิโทสะใส่โขดหิน ก่อนจะยอมหันหลังเดินกลับไปช่วยกันแบกหามขนย้ายซากศพและศาตราวุธของเพื่อนออร์คทั้งสองตัวกลับคืนสู่รังของพวกมันทิ้งไว้เพียงความเงียบงันยามวิกาล...