ล้ำเส้นที่ 4
|
(ฝังอยู่ในความทรงจำ)
ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น.. ทำไมเขาถึงคิดว่าฉันไม่กลัวเขานะ!?
ปลายดาวคิดวุ่นในใจพลางเขยิบถอยหลังหนีด้วยความกลัวสุดขีด มือข้างหนึ่งของเธอกำโทรศัพท์ที่สั่นไหวพร้อมกับเสียงเรียกเข้า มันดังอยู่อย่างนั้นพร้อมกับเสียงหัวใจที่สั่นระรัว พันไทม์จ้องมองเธอราวกับกำลังจะฉีกร่างเธอออกเป็ชิ้นๆ เขาเดินตรงหรี่เข้ามาอย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว แววตาอันคมกริบเหลือบมองไปเห็นคอนแทคเลนส์ที่วางอยู่บนโต๊ะ
ผู้หญิงคนนี้ก็คงจะเห็นมันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
พึ่บ!
ก่อนที่มือหนาจะจัดการกระชากโทรศัพท์ของตัวเองไปเปิดดู คนตัวใหญ่ยืนแน่นิ่งไปสักพักกับชื่อบนหน้าจอ
“หนูแค่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของพี่ดังอยู่ข้างในนี้ ม..มันดังอยู่นานมากๆ หนูคิดว่าเป็เื่สำคัญ เอ่อ หนูก็เลย”
“แต่ฉันไม่ได้สั่งให้เธอรับ”
“…..”
“หัดมีมารยาทหน่อยก็ดี”
กึก
คำพูดดุดันของพันไทม์ทำให้หญิงสาวนั้นยืนหน้าซีดเซียว ชายั์ตาสองสีพยายามข่มอารมณ์โกรธของตัวเองเอาไว้ เขาจัดการดึงร่างเล็กบางให้เคลื่อนตัวออกไปจากห้องนอนทันที หัวใจของเธอหล่นวูบไปที่พื้นเมื่อเห็นแววตาอันเหี้ยมโหดนั่นแวบเดียว ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะถูกปิดลงราวกับเหตุการณ์ซ้ำรอย
ปั้ง!!!
เธอเม้มริมฝีปากตัวเองไว้แน่นด้วยความรู้สึกจุกอกอย่างบอกไม่ถูก มันทั้งหวาดกลัวและเสียใจกับประโยคเหน็บแนมนั้น เพราะเธอเองก็แค่หวังดี..แต่ไม่คิดเลยว่าจะไปล้ำเส้นจนทำให้เขาโกรธจัด
“ฮึก..” เธอก้มหน้าก้มตาลงและยื่นมือขึ้นไปปาดน้ำตาบนใบหน้าของตัวเองออกลวกๆ
ไม่รู้ว่าน้ำตามันไหลเพราะอะไร จู่ๆมันก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว คงเป็เพราะเธอกลัวเขาจนทำอะไรไม่ถูก ถ้าเมื่อกี๊เขาถือมีดอยู่เธอก็คงจะตายไปแล้ว
“ตอนพี่ไทม์โกรธน่ากลัวใช่ไหมล่ะ”
เสียงทุ้มที่ดังอยู่ทางด้านหลังทำให้ปลายดาวสะดุ้งเฮือกสุดตัว เธอใจนเกือบจะแผดเสียงดังออกมา โชคดีที่ยังพอมีสติได้จึงรีบหันไปมองเ้าของเสียงที่กำลังยืนกอดอกมองเธอไม่วางตา
“พ..พี่..”
“…..”
“ฉันคือน้องชายของพี่พันไทม์..”
“ใช่ ก็คนที่เธอเตะน้องชายฉันนั่นแหละยัยตัวแสบ” หนุ่มหล่อไร้ที่ติในชุดเสื้อเชิ๊ตกางเกงยีนส์เอ่ยด้วยโทนเสียงแข็งกร้าว
“เอ่อ หนูขอโทษค่ะ ค..คือหนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ หนูก็แค่อยากเอาตัวรอด ได้โปรดอย่าถือสาหนูเลยนะคะ”
ปลายดาวเธอว่าอย่างนั้นพลางยกมือขึ้นไปเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของตัวเองออกจนหมด ซึ่งหนุ่มขี้สังเกตก็มองการกระทำนี้ก่อนจะกระตุกยิ้มออกมา
“หึ ตอนแรกฉันก็ว่าจะโกรธ แต่ตอนนี้ไม่ละ” เขายักไหล่เป็เชิงไม่คิดอะไรมาก
เด็กสาวไร้เดียงสาคนนี้ทั้งน่ารักและน่าสงสารในคราวเดียวกัน ใครมันจะกล้าโกรธได้ลงคอ
“ขอบคุณนะคะ พี่..”
“ฉันชื่อโนอาห์ เรียกฉันว่าโนเฉยๆก็ได้”
“….เอ่อค่ะ”
“มาสิ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
น้ำเสียงทุ้มอันเยือกเย็นนั้นช่างแตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง ในตอนนี้แววตาคมนั้นเอ็นดูเธอไม่น้อย พอเห็นว่าบุคลิกของคนตรงหน้าเปลี่ยนไปเธอก็โล่งใจ โนอาห์คงจะไว้ใจเธอในระดับหนึ่งเพราะเขารู้ว่าเธอไม่ใช่หัวขโมย แต่เป็คนที่มารับใช้พันไทม์เพื่อแลกกับเครื่องเพชรนั่นเอง
บนรถ..
“ทีหลังอย่าเข้าไปในห้องนอนหรือว่าทำอะไรที่มันล้ำเส้นพี่ไทม์อีก ฉันเตือนแล้วนะ เวลาที่พี่เขาโกรธเธอเองก็เห็นแล้วนี่ว่าน่ากลัวแค่ไหน สิ่งที่เธอเพิ่งเห็นมันก็แค่ส่วนเล็กน้อยเท่านั้นแหละ”
“ด..เดี๋ยวนะคะ มีน่ากลัวมากกว่านี้อีกเหรอคะ”
หญิงสาวผมหน้าม้ารีบหันขวับไปทางหนุ่มหล่อที่กำลังหมุนพวงมาลัยรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆตามสไตล์ผู้ชายเรียบหรู แขนล่ำขาวๆ ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับดารา สันจมูกโด่ง และริมฝีปากชมพูระเรื่อเริ่มทำให้ปลายดาวใจสั่น เธอพยายามสลัดความคิดในหัวของตัวเองออกและรีบมองไปทางด้านหน้า
ผู้ชายที่ชื่อโนอาห์คนนี้..หล่อไม่แพ้พันไทม์เลย..
“อืม น่ากลัวสิ เธออยากจะฟังอดีตของพี่ชายฉันไหมล่ะ”
“หนู.. รู้ได้เหรอคะพี่โนอาห์” เธอเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่มั่นใจ
“รู้ได้สิ ไหนๆเธอก็ต้องมาที่บ้านฉันอีกบ่อยๆ เธอก็ควรที่จะรู้เื่ของพี่ไทม์ เธอจะได้ไม่ทำอะไรให้เขาโกรธอีก”
“…..”
“หึ.. ไม่ใช่ว่าเธอเข้าไปเห็นอะไรแล้วเหรอ ทำไมทำหน้าแบบนี้”
“เอ่อคือ ปะเปล่านะคะ! หนูก็แค่เข้าไปเห็นปืนกับคอนแทคเลนส์..”
อึ่ก
ตึกตัก
ตึกตัก
ตึกตัก
คำตอบของปลายดาวทำให้ทางคนขับค้อนสายตามองมาที่เธอแวบหนึ่ง เ้าตัวที่เพิ่งรู้ว่าเผลอหลุดพูดอะไรไปรีบเม้มริมฝีปากตัวเองไว้แน่น บรรยากาศภายในรถตอนนี้เงียบกริบในชั่วพริบตา แต่เพียงไม่นานนักรอยยิ้มบางก็คลี่คลายราวกับเข้าใจทุกอย่าง
“งั้นฉันจะเล่าเื่ของพี่พันไทม์ให้ฟัง เธออยากฟังไหมล่ะ” โนอาห์ว่าอย่างนั้นก่อนจะเหลือบมามองเธอแวบหนึ่ง
สาวน้อยที่นั่งตัวเกร็งชะงักไปชั่วครู่ เธอรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เขากำลังจะให้โอกาสเธอได้เรียนรู้อดีตของพี่ชายตัวเอง..
“ค่ะ หนูอยากฟัง”
10 ปีที่แล้ว..
โรงเรียนผีเสื้อกลืนหางวิทยาคม
‘เฮ้ย!! ไอเด็กใหม่ที่ย้ายมามันตาสองสีเหรอวะ เห็นพวกผู้หญิงบอกว่ามันหล่อนักหล่อหนา หึ ก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลยนี่หว่า’
‘ฮ่าๆๆ โห่ลูกพี่! มันจะหล่อได้ไง ตามันสองสีนั่นก็แปลว่ามันพิการ หรือเรียกว่าไอ้พวกผิดพลาดทางยีน ซับซ้อนทางพันธุกรรมอะไรพวกนี้ต่างหาก ฮ่าๆๆ นี่ผมอุตส่าห์ลงทุนนั่งอ่านข้อมูลเลยนะเนี่ย’
‘หึ เหรอวะ..’
แดช ผู้ชายที่เป็เหมือนนักเลงประจำโรงเรียนกระตุกยิ้มร้ายพลางนั่งสั่นขาของตัวเองให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ เขาเป็ลูกชายของผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ แดชที่ชอบใช้ความรุนแรงจึงได้สิทธิพิเศษเรื่อยมา ไม่ว่าใครที่มีเื่กับเขาหรือถูกเขากลั่นแกล้งจะต้องแพ้ราบคาบ
‘งั้นกูขอไปทักทายมันหน่อยแล้วกัน มันชื่ออะไรนะ’
‘มันชื่อไอพันไทม์ พ่อแม่มันเป็เ้าของรีสอร์ทหลายจังหวัดเลย บ้านมันก็รวยใช่เล่น’
‘พันไทม์.. ขนาดชื่อแม่งยังกวนส้นตีนเลย หึๆ เดี๋ยวเจอกูหน่อย’
“ั้แ่ย้ายโรงเรียนพี่ไทม์โดนไอ้เวรพวกนั้นแกล้งตลอด ั้แ่เื่เล็กไปจนถึงเื่ใหญ่ เริ่มต้นที่กวนประสาทไปจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ตอนนั้นพี่ไทม์อยู่มอห้าก็มีแผลกลับบ้านแทบทุกวัน ฉันกับเจไนท์และก็ไอเรียลยังเด็ก ยังไม่มีใครรู้ความจริงว่าพี่ไทม์ต้องเจอกับอะไร เพราะพี่ไทม์เลือกที่จะเงียบ เขาไม่เคยเล่าอะไรให้ใครฟังเลย”
“ว..ว่าไงนะคะ พี่ไทม์..โดนซ้อมงั้นเหรอคะ!”
ปลายดาวเองก็ค่อนข้างที่จะช็อกกับความจริงนี้ไม่น้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็ซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด เป็จังหวะเดียวกันกับที่รถเก๋งคันหรูถูกจอดเทียบท่ากับรั้วไม้ของบ้านหลังใหญ่
“มากกว่าโดนซ้อมอีก พวกมันพยายามขัดขวางพี่ไทม์ทุกเื่ ไม่ว่าพี่ไทม์จะทำอะไรมันก็ใช้อำนาจของพ่อมันฉุดพี่ไทม์ให้ต่ำลงตลอด”
“…..”
“แต่ทนมาเป็ปีๆ จนเกือบจะจบมอหกอยู่แล้ว ไอ้เวรพวกนั้นก็ทำให้พี่ไทม์ฟิวส์ขาดซะก่อน” เื่ที่พีคที่สุดกำลังฉายแววชัดเจนบนใบหน้าของโนอาห์
“หมายความว่าไงคะพี่โน”
‘พ่อแม่มึงไม่เห็นตาสองสีเลยว่ะไอ้พันไทม์ ฮ่าๆๆๆ พวกน้องๆมึงก็สีตาปกตินะ ทำไมมึงถึงเป็กาฝากในครอบครัวอยู่แค่คนเดียววะ นี่ถ้ากูเป็มึงกูอายนะ เวลาไปเจอญาติหรือออกงานสังคมคนแม่งก็ต้องมอง มึงไม่อายบ้างเหรอวะ’
หนุ่มร่างสูงล่ำในชุดนักเรียนไม่ค่อยเรียบร้อยยืนเท้ามือบนโต๊ะพลางแสยะยิ้มสะใจออกมา ใบหน้าหล่อในระดับหนึ่งแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ แววตาของแดชมีแต่การจ้องหาเื่ อิจฉา อยากเอาชนะอยู่เต็มไปหมด
เขาไม่เคยรามือจากผู้ชายที่ชื่อว่า ‘พันไทม์’ คนนี้เลยสักวินาทีเดียว
‘กูพูดกับมึงเนี่ย มึงไม่ได้ยินเหรอวะ?’
‘…..’
‘หรือว่าโดนกูตบบ้องหูจนหูหนวกไปแล้ว? ห๊ะ? ฮ่าๆๆๆ’
‘…..’
คำถามตอกย้ำที่ทำให้คนถูกถามขบกรามตัวเองแน่นด้วยใบหน้าสั่นสะท้าน ท่ามกลางเสียงหัวเราะกับสายตาเหยียดหยาม เขาพยายามควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองให้ได้มากที่สุด แต่สุดท้ายแล้ว..เขาก็รู้ตัวว่าการอดทนมันมีขีดจำกัดของมัน
‘พวกน้องๆของมึงนี่ก็น่าเล่นนะ น้องชายสามคนของมึงเนี่ย ทำไมมึงไม่พามาเข้าโรงเรียนนี้ด้วยวะ’ พันไทม์เริ่มมีปฏิกิริยาเมื่อถูกพูดถึงครอบครัว ความโกรธของเขาเริ่มเดือดดาลมากยิ่งขึ้น
‘เอ้าๆๆ ไปนั่งที่กันได้แล้วค่ะนักเรียน! นั่งที่เรียบร้อยแล้วก็หยิบหนังสือขึ้นมาเปิดบทที่สิบสาม’
แต่แล้วโชคก็เข้าข้างพันไทม์เมื่ออาจารย์ที่สอนคาบเรียนต่อไปได้เดินถือหนังสือกับไม้เรียวเข้ามาภายในห้อง นั่นจึงทำให้กลุ่มผู้ชายหลังห้องเรียนแตกฮือกันยกใหญ่ ตามมาด้วยสีหน้าเซ็งๆของแดช
ปึกๆ!
มือหนาของแดชฟาดลงบนบ่าแกร่งอย่างแรง แต่ประโยคที่แรงกว่าฝ่ามือนั้นก็คงจะเป็ประโยคที่ทำให้พันไทม์สมองขาวโพลน
‘กูจะจับน้องชายที่มึงรักมากที่สุดมาให้พวกเพื่อนๆกูรุมกระทืบดีไหมน้า.. มึงคิดว่าไงไอ้พันไทม์ ถ้ากูทำแบบนั้น..’
‘…..’
‘แล้วถ้ากูฆ่าพวกน้องๆของมึงเรียงตัว.. ให้ตายต่อหน้ามึงเลยเนี่ย..’
‘…..’
‘มึงจะมีปัญญาทำอะไรกูได้เหรอวะ? หึ..’
เป็ประโยคสุดท้ายก่อนที่ชายร่างสูงโปร่งจะเดินกลับไปนั่งที่ตัวเองตามเดิม เช่นเดียวกับพวกเพื่อนๆของเขาที่ตอนนี้ทยอยกลับไปยังที่ของตัวเอง บรรยากาศภายในห้องก็เริ่มกลับเข้าสู่โหมดปกติอีกครั้ง แต่นั่น..มันก็เป็เพียงแค่ความรู้สึกของทุกคน แต่สำหรับพันไทม์แล้วมันไม่ใช่แบบนั้น
เขาลุกขึ้นจากโต๊ะของตัวเองก่อนจะหยิบดินสอที่ถูกเหลาจนคมติดมือมาด้วย เขาเดินตรงไปยังโต๊ะเรียนทางฝั่งซ้ายของห้องที่อยู่ห่างไม่ไกลนัก เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่เขาตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง มันคือสิ่งเลวร้ายที่ใครหลายคนไม่คาดคิด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!
‘แดช!!!!’
‘ไอแดช!!!’
‘พันไทม์!!!!’
“พี่ไทม์ใช้ดินสอแทงเข้าไปบนหน้าของไอ้เวรนั่น แต่มันหลบทันก็เลยโดนตรงด้านล่างตากรีดยาวลงมาถึงคาง หน้าของมันกลายเป็แผลเป็น่าเกลียด เพราะน้ำหนักมือของพี่ไทม์ก็เอาเื่อยู่ เกือบโดนตามันบอดเหมือนกัน”
คำอธิบายนั้นทำให้ปลายดาวยิ่งสติหลุดมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะการกระทำของพันไทม์มันรุนแรงเกินกว่าที่เธอและทุกคนจะคาดคิด เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบก็สามารถทำให้ความโกรธเอาชนะทุกอย่างได้
“ล..แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะคะ เขาไม่เอาเื่พี่พันไทม์เหรอ” เธอร้อนรนถามด้วยสีหน้าซีดเผือด
“หึๆ จะไปเหลือเหรอ ไอ้เวรนั่นมันก็ยิ่งเกลียดยิ่งแค้นพี่ไทม์น่ะสิ ครอบครัวของมันด้วย เมื่อสิบปีที่แล้วก็เป็เื่ใหญ่ถึงขั้นออกข่าวเลย ขึ้นโรงขึ้นศาล วุ่นวายกับคดีความกันอยู่นานหลายปี สุดท้ายแล้วฝั่งมันก็ชนะคดี”
“แปลว่าพี่ไทม์ติดคุกเหรอคะ!”
“ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้น”
“…..”
“แต่สุดท้ายพี่ไทม์ก็ไม่ได้ติดคุกเพราะไอ้เลวนั่นมันไม่ได้ตายหรือพิการ แถมยังมีเพื่อนหลายคนเห็นว่าพี่ไทม์ถูกมันทำร้ายอีก ความเลวของมันเลยส่งผลทำให้มันกับครอบครัวโดนสังคมโซเชี่ยลประณามอยู่พักหนึ่ง ตอนนี้ก็คงมุดหัวอยู่ต่างประเทศ มันคงไม่กลับมาง่ายๆหรอก”
“…..”
“ถึงมันจะชนะคดีความ แต่ก็แพ้ความจริงที่มันเคยทำเลวไว้กับพี่ไทม์อยู่ดี”
โนอาห์พูดไปก็กัดฟันตัวเองแน่น เขาลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่โดยลืมไปเลยว่าสาวน้อยกำลังจ้องมองเขาอยู่ เขาไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องเล่าเื่นี้ให้เธอฟัง ทำไมถึงอยากให้เธอรับรู้เื่ราวที่เคยเกิดขึ้น
“ขอบคุณที่เล่าให้หนูฟังนะคะ งั้นถ้าไม่มีอะไร”
“นั่นยายเธอเหรอ”
เฮือก..
คำถามของโนอาห์ดังขึ้นพร้อมกับนิ้วที่ชี้ไปตรงหน้ารถนั้นทำให้ปลายดาวรีบหันขวับไปมองทันที และภาพที่เธอเห็นก็คือยายเฉื่อยกำลังด้อมๆมองๆเข้ามาในรถด้วยความสงสัย มือของเธอถือขวานใหญ่ที่เอาไว้ใช้ถางป่าหน้าบ้าน
“น..นั่นมันยายหนูค่ะ!”