ตอนที่ 6 ตัดขาดสายเื
“นังเด็กเหลือขอ ช่างกล้านักนะ นี่แกกำลังจะแอบกินคนเดียวก่อนที่ข้ากับอวี่ซวนจะเข้ามาใช่มั้ย แถมยังมีเนื้อหมูอีก แกขโมยเงินมาจากไหนห่ะ หรือว่าเอาเห็ดไปขาย แค้นใจที่ข้าไม่ให้เ้ากินเป็ดตุ๋นเมื่อวานนี้เลยซื้อเนื้อหมูมาทำกินใช่หรือไม่ วันนี้ต้องสั่งสอนนังเด็กอัปมงคล”
“ไม่ใช่นะเ้าคะ ไม่ใช่ท่านแม่ได้โปรดฟังคำพูดของข้าเสียก่อน” อิ้งเหย่เหลือบมองใบหน้าของมารดา บัดนี้แดงก่ำจนออกคล้ำด้วยความโมโหสองเท้าตรงปรี่เข้ามาหานางอย่างเร่งรีบ อิ้งเหย่เสียวสันหลังวาบพยายามจะอธิบายทว่าความโกรธเกรี้ยวและคำยุยงของอวี่ซวนทำให้มารดาของนางไม่ฟังอะไรนอกจากการตัดสินใจของนางเอง
“เ้าจะโป้ปดสิ่งใดอีก นอกจากวาจาโกหกเอาตัวรอดของเ้านังเด็กไร้ค่า อวี่ซวนเอาไม้มาวันนี้ข้าจะโบยหลังมันให้รู้สำนึกหากมารดาและพี่ชายยังไม่ได้กินเ้าไม่มีสิทธิ์จะกินอาหารก่อนพวกเราและห้ามใช้จ่ายเงินโดยที่ไม่ได้แจ้งข้า”
“ขอรับท่านแม่” อวี่ซวนแสยะยิ้มอยู่ไม่ไกลรีบเดินไปหยิบไม้ที่พิงไว้ในบ้านเป็ไม้ที่มารดาใช้ทุบตีอิ้งเหย่บ่อย ๆ
ตุบ ตุบ
“ท่านแม่ข้าเจ็บเ้าค่ะ ท่านแม่ได้โปรดเมตตาข้าด้วยข้าผิดไปแล้ว ฮึก ฮึก” หลิวหลิวในร่างอิ้งเหย่อยากจะหยุดการกระทำของสตรีที่ขึ้นขื่อว่าเป็มารดาผู้นี้เหลือเกิดทว่าร่างกายนี้ทั้งอ่อนแรงและอ่อนแอ แถมยังตัวเล็กกว่ามารดาหลายเท่า ทำได้เพียงรับไม้ที่ฟาดเข้าร่างกายเต็มแรงไม่ยั้ง เสียงกรี้ดร้องโอดครวญของอิ้งเหย่ดังระงมไปทั่วจนเสียงร้องถึงหูของท่านป้าเฟยฉี
“ฟางหรงหยุดได้แล้ว นี่เ้าจะสั่งสอนหรือเ้าจะฆ่านางกันแน่ อิ้งเหย่เป็เพียงเด็กเท่านั้นเ้า้าอะไรจากนางนักหนา นางขยันทำงานทุกอย่าง หาเงินให้เ้าบำเรออวี่ซวนหากเ้าทำร้ายนางจนได้รับาเ็ผู้ใดจะหารายได้เข้าเรือน เ้าหรือว่าอวี่ซวนจะเป็คนทำอย่างนั้นหรือ?” ป้าเฟยฉีเข้ามาแย่งไม้ออกจากมือของจางฟางหรง ก่อนจะตวาดให้ฟางหรงตั้งสติพลางหันมาจับกายของอิ้งเหย่เพื่อสำรวจมองร่างกายของนางว่าได้รับาเ็มากเพียงใด"อิ้งเหย่ได้รับาเ็ตรงใดบ้าง"
“ฮึ ..ท่านจะรู้อะไร นังเด็กไร้ค่านี่มันแอบเอาเงินไปใช้อย่างไม่หารือข้า ไม่เห็นหัวข้า แถมยังทำอาหารแอบกินลำพังจะทุบตีบ้างจะเป็อันใด ข้าเป็มารดาของนางนะ เป็เพราะนางนางเป็ตัวอัปมงคลทำให้สามีของข้าต้องตาย หากไม่มีนางสามีของข้าก็ไม่ต้องตายชีวิตของข้ากับอวี่ซวนไม่ต้องทนทุกข์ยากเช่นนี้ เพราะตัวอัปรีย์เช่นนางมีอยู่เจอแต่เื่เลวร้าย หากเลือกได้ข้าไม่ขอมีนาง” อิ้งเหย่กอดตัวเองแน่นร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยความเ็ปสุดแสนจะบรรยาย ความขื่นขมน่าเวทนาคำพูดของฟางหรงไม่เหลือเยื่อใยแม้แต่น้อย อิ้งเหย่น้ำตาไหลรินเจ็บร้าวแตกสลายราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ กัดริมฝีปากแน่นเปล่งเสียงเล็ก ๆ ออกมา
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องทนมีข้าสิเ้าคะ ในเมื่อท่านไม่้าข้า ข้าเองก็พร้อมตัดขาดสายเืไม่ขอเป็คนตระกูลจางอีกต่อไป” คำพูดของอิ้งเหย่ทำให้ฟางหรงสติขาดสะบั้นมากกว่าเดิม ดึงตัวนางที่อยู่ด้านหลังเฟยฉีเข้ามาตุบตีด้วยมือทั้งสองข้าง
“นังเด็กเนรคุณ แกมันอกตัญญูกล้าพูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร ห่ะ!! วันนี้ข้าจะเอาเืชั่ว ๆ ออกจากร่างกายของเ้าให้รู้สำนึก”
“จัดการมันเลยท่านแม่ บังอาจนักคิดจะตัดขาดจาดสายเืตระกูลจางหรือ? น่ารังเกียจจริง ๆ เ้าไม่น่าเกิดมาเป็น้องสาวของข้าเลย คนอกตัญญูต่อตระกูลเช่นเ้าไม่มีวันเจริญ” อวี่ซวนพูดยุยงมารดาอีกรอบ ป้าเฟยฉีเข้ามาขัดขวาง ฉุดกระชากลากดึงกายของฟางหรงไม่ให้ทำร้ายอิ้งเหย่อีก ครานั้นเองผู้ใหญ่บ้านเดินผ่านมาได้ยินเสียงดังของคนกำลังทะเลาะกัน จึงเดินเข้ามากระแทกไม้ใส่ประตูเสียงดังพร้ะโกนเสียงเข้มขรึมน่าเกรงขามจนทุกคนหยุดนิ่ง
ปัง ปัง ปัง!!
“เกิดอะไรขึ้น หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”
“ผู้ใหญ่ลู่ซาน” เมื่อทุกคนหันมองไปทางต้นเสียงก็พากันเอ่ยเรียกชื่อเบา ๆ หยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ ป้าเฟยฉีขยับเข้าไปยืนข้าง ๆ อิ้งเหย่ที่สั่นระริกอยู่
“ข้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดเสียงดังสนั่นไม่เกรงใจผู้อื่นเช่นนี้” ผู้ใหญ่สำรวจสายตากวาดมองก็พอเข้าใจ ไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้เื่เกี่ยวกับอิ้งเหย่ สตรีน่าเวทนาผู้นี้
“ท่านผู้ใหญ่ไม่มีอันใดทั้งนั้นเ้าค่ะ ข้าเพียงแค่สั่งสอนบุตรสาวไม่ได้เื่ของข้าเท่านั้น”
“ใช่แล้ว ใช่แล้วขอรับ ท่านแม่แค่สั่งสอนอิ้งเหย่เท่านั้น นางไม่รู้ความกินอาหารไม่รอผู้อื่นแถมยังแอบลักขโมยเงินอีก”
“ไม่จริงเ้าค่ะท่านผู้ใหญ่่ ข้าไม่เคยขโมยเงินของผู้ใดทั้งนั้นและข้าไม่เคยแอบกินอาหารเพียงผู้เดียว แม้ว่าข้าจะกินก่อนแต่ข้าก็เหลือไว้หนึ่งส่วนให้มารดากับท่านพี่ เงินที่ข้าหามาได้ล้วนหามาได้จากน้ำพักน้ำแรงสองมือของข้า ข้าขึ้นเขาเก็บเห็ดั้แ่เช้าตรู่ เพราะมารดา้าเงินไปซื้ออาภรณ์ให้ท่านพี่ วันนี้ข้าโชคดีที่หาเห็ดได้เยอะ จึงซื้อเนื้อหมูมาทำอาหาร ระหว่างวันข้าได้กินเพียงข้าวก้นหม้อไหม้เกรียม กับกระดูกเป็ดไร้เนื้อหนังของที่เหลือจากที่ท่านพี่และท่านแม่กินเมื่อวาน ราวกับเป็อาหารที่เหลือทิ้งที่ท่านแม่ห่อให้ข้า ข้าเฝ้ารอเนินนานท่านแม่กับท่านพี่ไม่กลับมาเสียที ข้าหิวจนแสบไส้จึงกินก่อนเ้าค่ะ เมื่อครู่ท่านแม่เอ่ยคำที่ข้าเ็ปที่สุดคือการกล่าวว่าไม่มีบุตรอย่างข้าจะเป็ความโชคดีของท่านแม่ หากไม่มีข้าท่านแม่จะมีความสุขและร่ำรวยมากกว่านี้ ข้า้าออกไปอยู่เพียงลำพังเ้าค่ะ” อิ้งเหย่เอ่ยเสียงสั่นไร้เรี่ยวแรง น้ำตาแห่งความคับแค้นใจเมื่อนึกถึงห่อข้าวที่มารดาห่อให้เมื่อเช้านี้ไหลรินออกมาไม่ขาดสาย ครู่นั้นนางก็คิดถึงเื่ที่จะแยกออกไปอยู่เพียงลำพังยามนี้โอกาสมาถึงแล้วจึงเอ่ยขอความเป็ธรรมต่อผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ผู้ที่ได้ยินเย็นะเืไปทั้งหัวใจคิดไม่ถึงเลยว่าจางฟางหรงจะลำเอียงและปฏิบัติต่อนางราวกับไม่ใช่บุตรสาวของตนเองเช่นนี้ สุนัขที่ผู้ใหญ่บ้านเลี้ยงไว้ยังได้กินดีอยู่ดีมากกว่าอิ้งเหย่เสียอีก
“เอาล่ะ เอาล่ะ วันนี้ข้าจะให้ความยุติธรรมแก่ทุกคน ฟางหรงใช่ว่าคนในหมู่บ้านจะไม่รู้ว่าเ้าทำกับอิ้งเหย่บุตรสาวคนเล็กของเ้าเช่นไร แต่ว่าอิ้งเหย่ยังไม่ได้ออกเรือนยากนักที่จะให้ออกไปอาศัยอยู่เพียงลำพัง แต่ในเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วเ้าทำกับนางเช่นนี้ข้าเองก็ต้องตัดสินใจ ให้พวกเ้าลองแยกกันอยู่สักพัก จะได้รู้ว่าการที่อิ้งเหย่ไปอยู่ที่อื่นชีวิตของเ้ากับบุตรชายของเ้าจะมีความสุขและเจริญมากกว่านี้หรือไม่ เป็เช่นไรเ้าพอใจในสิ่งที่ข้าตัดสินหรือไม่ เฟยฉีเ้าเองก็เป็ผู้าุโเ้าได้ยินสิ่งที่อิ้งเหย่เอ่ยมาหรือไม่ในสิ่งที่นางกล่าวมาคือความจริงหรือไม่ ที่จางฟางหรงไม่้ามีนางในชีิวิต”
“เ้าค่ะผู้ใหญ่บ้าน ฟางหรงนางกล่าวว่าเป็ความผิดของอิ้งเหย่ที่ทำให้สามีของนางต้องจากไป นางเป็ตัวอัปมงคลของตระกูลจาง และยังทุบตีนางราวกับวัวกับควายคำตัดสินของท่านถูกต้องทุกส่วน” ป้าเฟยฉีสงสารอิ้งเหย่จึงพูดความจริงออกมา ไม่หวั่นกลัวว่าจะทำให้ฟางหรงโกรธเกลียดตนเอง หากช่วยเหลืออิ้งเหย่ออกจากนรกบนดินนี้ได้ หากนางอยู่ที่นี่ต่อหลังจากทุกคนแยกย้ายก็มิอาจจะรับประกันได้ว่าอิ้งเหย่จะไม่ถูกทำร้ายอีก