ข้าล้มตัวลงนอนบนฟูกบาง ๆ ที่เย็นชื้นจากน้ำค้างที่ซึมผ่านพื้นไม้ ความเหนื่อยล้าจากความคิดที่วนเวียนราวกับเกลียวคลื่นทำให้เปลือกตาหนักอึ้ง
ทว่าหัวใจกลับยังคงว้าวุ่นไม่หยุด ข้าหลับตาลง ปล่อยให้ความมืดกลืนกินทุกสิ่ง หวังเพียงว่าความฝันจะพาข้าหลบหนีจากความจริงอันโหดร้ายนี้ได้บ้าง [ T^T ]
ในห้วงฝัน ข้าเห็นพ่อแม่ยืนอยู่ข้างหลุมศพดินเรียบง่ายของพวกท่าน ใบหน้าของพวกท่านยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม ราวกับวันวานที่ข้าเคยได้อยู่ในอ้อมกอดของพวกท่าน
รอยยิ้มของพ่อแม่ทำให้หัวใจข้าสั่นไหว น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว ข้าคุกเข่าลงตรงหน้าพวกท่าน ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งได้พบพ่อแม่หลังจากการพลัดพรากอันยาวนาน [ Q_Q ]
"พ่อ... แม่..." เสียงของข้าสั่นเครือ ราวกับทุกคำที่เอ่ยออกมาถูกบีบคั้นจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความคิดถึง
"ข้าอยากสร้างฮวงซุ้ยที่ดีกว่านี้ให้พวกท่าน ข้าอยากให้พวกท่านได้พักผ่อนอย่างสงบ ข้า... ข้าขอโทษที่ยังทำได้ไม่ดีพอ" [ TOT ]
พ่อแม่เพียงยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนจนหัวใจข้ารู้สึกเหมือนถูกโอบกอด
"เสี่ยวเหมย ไม่เป็ไรหรอก เ้าทำดีที่สุดแล้ว"
คำพูดของพวกท่านราวกับสายลมอ่อน ๆ ที่พัดผ่านหัวใจข้า ทว่าความรู้สึกผิดกลับยังคงหนักอึ้ง ราวกับเงามืดที่ไม่อาจสลัดทิ้งได้ [ TwT ]
ข้ามองพ่อแม่ด้วยสายตาที่พร่ามัวจากน้ำตา
「นี่คือปาฏิหาริย์หรือไม่? หรือว่า์เมตตาให้ข้าได้พบพวกท่านอีกครั้ง?」
แม้จะเป็เพียงความฝัน แต่ข้าก็อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ อยากอยู่ในห้วงฝันนี้ตลอดไป เพื่อจะได้มองรอยยิ้มของพวกท่านอีกครั้ง... [ >///<~ ]
ทันใดนั้น ภาพของพ่อแม่ข้าหายไป กลับมีภาพ หญิงมีอายุคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในความฝันแทน
นางสวมชุดผ้าไหมสีอ่อนที่พลิ้วไหวราวกับสายลม เหมือนชุดทำพิธีที่ตระกูลข้าใช้
ท่าทางของนางสง่างาม แต่แววตากลับแฝงด้วยความเอือมระอาอย่างเห็นได้ชัด นางยืนกอดอก มองข้าั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งทำแจกันล้ำค่าตกแตก [ O_o ]
"ยัยลูกหลานบ้านี่! โง่จริง ๆ เลยนะเ้า ข้ามองดูเ้าจากบน์ทุกวันจนต้องถอนหายใจจนปอดจะพังอยู่แล้ว!"
นางพูดพลางส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย
"หัวทึบ ๆ ของเ้านี่มันน่าปวดหัวจริง ๆ ข้าล่ะอยากจะเอาพัดตีหัวเ้าให้รู้แล้วรู้รอด!" [ >///< ]
ข้ายืนอึ้ง มองนางด้วยความงุนงงปนใ
「นี่มันอะไรกัน? ข้าฝันไปหรือว่า์ส่งใครมาดุข้ากันแน่?」
[ ^^’ ]
นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยกมือขึ้นเท้าสะเอว
"เอาเถอะ ๆ ต่อไปนี้ข้าจะมาช่วยเ้าเอง จะได้ไม่ต้องมองเ้าทำเื่โง่ ๆ จนข้าต้องกลอกตาไปถึงชาติหน้าอีก!" [ ̄∇ ̄]
แม้คำพูดของนางจะเต็มไปด้วยการตำหนิ แต่ข้ากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับได้พบญาติผู้ใหญ่ที่แม้จะดุ แต่ก็เต็มไปด้วยความหวังดีที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น... [ TwT ]
ข้าสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม ความฝันนั้นชัดเจนราวกับเป็ความจริง
ข้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงจันทร์ฉาบทอราวกับแพรโปร่งบางเบา
「นี่คือสัญญาณจาก์หรือไม่? หรือว่าข้าควรตัดสินใจเสียที?」
[ ̄﹏ ̄]
ข้าลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่โต๊ะไม้เล็ก ๆ ที่มุมห้อง แสงจันทร์ส่องกระทบกระดาษและพู่กันที่วางอยู่
ข้าหยิบพู่กันขึ้นมา มือของข้าสั่นเล็กน้อยขณะที่เขียนจดหมายตอบรับข้อเสนอของแม่เลี้ยง
「นี่คือทางเลือกที่ถูกต้องหรือไม่? หรือว่าข้ากำลังเดินเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ?」 [; ̄Д ̄]
เมื่อเขียนจดหมายเสร็จ ข้าผูกมันไว้ที่ขานกพิราบตัวนั้น
เ้านกพิราบมองข้าด้วยดวงตากลมโต ราวกับมันเข้าใจความรู้สึกของข้า ข้าเดินออกไปที่หน้าบ้านในยามเช้าตรู่ ลมหนาวพัดผ่านจนเสื้อคลุมบางเบาของข้าพลิ้วไหว ข้าปล่อยนกพิราบให้บินกลับไปหาเ้าของ พร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจ [ Q_Q ]
ข้ามองตามนกพิราบที่บินหายลับไปในท้องฟ้า
「สิ่งที่รอข้าอยู่ในตระกูลเฉินจะเป็อย่างไร? ข้าจะสามารถเผชิญหน้ากับมันได้หรือไม่?」
ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวข้า ราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่ไม่มีวันเงียบหาย [ ̄﹏ ̄]
ข้าหันกลับเข้าบ้าน เสียงฝีเท้าของข้าดังแ่เบาบนพื้นไม้เก่า กลิ่นหอมของดอกเหมยยังคงลอยมาแตะจมูก ข้ามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เห็นสายหมอกบางเบาบดบังแสงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น
「หวังว่าข้าคงตัดสินใจไม่ผิด?」 [ TOT ]
ข้าคลี่ยิ้มบางเบา ทว่าความขมขื่นยังตกค้างในแววตา ข้ารู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ชีวิตข้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว... [ TwT ]