มือบางถูกดึงไปที่ห้องพร้อมกับเขา เธอไม่อยากดื้อดึงหรือขัดขืนอีกต่อไปแล้วเพราะตลอดเวลาผ่านมามันไม่มีประโยชน์เลยทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องปรางค์ปรียาถึงกับพูดไม่ออก เธอแทบไม่เชื่อว่าจะมีใครนอนในห้องแบบนี้ได้เมื่อห้องถูกตกแต่งด้วยสีดำเกือบทั้งหมด
“คุณนอนห้องนี้เหรอคะ”
“ใช่ มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีหรอกค่ะ ฉันแค่ไม่ชอบสีดำแค่นั้นเอง...”เธอบอกพลางกวาดตามองทั่วห้อง
“ไม่ชอบคุณก็เปลี่ยนสิ”
หญิงสาวชะงักกับคำพูดของเขา เธอมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรแบบนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ?
“แน่ใจเหรอคะ ว่าฉันสามารถเปลี่ยนได้?”
“ก็ผมบอกอยู่นี่ไงทำไมขี้สงสัยจัง”เขาดุ
“เข้าใจแล้วค่ะ แต่ว่า... ฉันไม่มีเสื้อผ้าเลยจะทำยังไงดีล่ะคะ”หญิงสาวบอกเขา
ชายหนุ่มลอบยิ้มแล้วปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมตามเดิมตู้เสื้อผ้าถูกเปิดออกเสื้อเชิ้ตสีอ่อนถูกโยนออกมาจนหญิงสาวแทบรับไม่ทัน เธอมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“ใส่เสื้อผมแทนไปก่อนก็แล้วกัน”
“แล้วชั้นในฉันล่ะ!”ร่างบางโพลงออกไป
ปรางค์ปรียาแทบตบปากตนเอง เธอไม่น่าเผลอพูดออกไปเลย แม้ว่าเขาจะมีสีหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรกับคำพูดที่หลุดออกมาก็เถอะแต่ว่า... แค่คำพูดแค่นี้เธอกลับรู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่ต้องใส่!”เขาบอกสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่ใส่ได้ยังไง!”
“จะอายทำไม ในเมื่อยังไงผมก็เห็นมันมาหมดแล้ว”เขาย้อน
ไอร้อนผ่าวกำลังออกมาจากใบหน้าของเธอแล้วทำไมเขาต้องพูดเหมือนมันไม่มีอะไรทั้งๆ ที่เธอรู้สึกอายมากขนาดนี้ร่างบางจำใจเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วออกมาในสภาพโล่งๆ เช่นนั้น เขาเหลือบมองแล้วแสร้งทำเมินไม่สนใจ
“เครื่องซักผ้าอยู่ที่ไหนคะ?”
“จะหาไปทำไม”
“ฉันจะซักเสื้อผ้านะสิคะ ไม่อย่างนั้นวันพรุ่งนี้ฉันจะใส่อะไรล่ะ”
“ใส่ไว้ในตะกร้านั้นแหละ เดี๋ยวแม่บ้านมาเอาไปซักเอง”
“ไม่ได้นะคะ ฉันจะซักเอง”
ลุคส์ถอนหายใจออกมาแล้วเดินนำหญิงสาวลงไปที่ชั้นล่างปรางค์ปรียาเดินตามเขาไปแล้วมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของบ้านที่เป็ที่ตั้งของเครื่องซักผ้า
“คุณขึ้นไปก่อนเลยค่ะ ฉันจะซักผ้าก่อน”
“ผมจะยืนรออยู่นี่แหละ”
แม้จะรู้สึกลำบากใจที่เห็นเขายืนจ้องอยู่แบบนี้แต่จะทำอย่างไรได้ลุคส์ไม่อาจละสายตามองดูหญิงสาวกำลังจัดการกับเสื้อผ้าตัวเอง เรียวขาขาวโผล่พ้นเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งกับเรือนร่างยังเต่งตึงแม้จะให้กำเนิดบุตรชายแล้วหัวใจของเขากำลังเต้นระรัวด้วยความสุข ทำไมเขาเองก็ไม่เคยได้พานพบกับมันเลยความรู้สึกที่เรียกว่าความสุขหรือความชุ่มชื่นในหัวใจเขาไม่เคย้าได้มันหรือตามหามัน ไม่้าได้รับความรู้สึกแบบนั้นเพราะคนอย่างเขาถูกล้อมกรอบให้เข้มแข็งและเด็ดขาด ต้องใจร้ายกับใครหน้าไหนไม่เคยสนแต่ใจเขากลับโหยหาเรือนร่างเย้ายวนและใบหน้าอ่อนหวานแม้พบกันใน่เวลาไม่นานแต่กลับตราตรึงอยู่ในใจของเขาไม่เคยจาง
“เสร็จหรือยัง”เขาถามขณะที่ยืนกอดอกรอ
“ยังค่ะ คุณขึ้นไปที่ห้องก่อนสิคะ”
“ผมจะรอ...”
หญิงสาวปรายตามองเขาก่อนหันไปสนใจกับผ้าต่อจนกระทั่งเสร็จ ลุคส์ขยับกายพลางชำเลืองมองให้หญิงสาวเดินตามแม้อยากขัดใจไม่ทำตามความ้าของเขา แต่ก็ไม่อาจทำได้เธอรู้ข้อนี้ดีเสมอ เสียงฝีเท้าดินตามหลังมาทำให้เขารู้สึกพอใจไม่น้อยที่เธอไม่ดื้อดึง
“ฉันจะนอนข้างล่างนะคะ”หญิงสาวบอกเขาทันทีที่มาถึงห้อง
“ทำไม!”
“เราควรนอนแยกกันจะดีกว่าค่ะ”
“เหตุผล?”
“เพราะคุณกับฉันเราไม่ได้เป็อะไรกันฉันมาอยู่ที่นี่ในฐานะแม่ของไทม์แต่ไม่ได้อยู่ในฐานะภรรยาของคุณค่ะ”หญิงสาวตอบชัดเจน
“ไม่ได้!”เขาสวนกลับทันควัน
“เพราะอะไรไม่ได้ละค่ะ!”
“นอนด้วยกันบนเตียงนี่แหละ อย่าเื่มากปรางค์ปรียา!”ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด
หญิงสาวถูกดึงให้ล้มตัวนอนลงบนเตียงทันที ร่างบางเกร็งนิ่งจนไม่กล้าขยับตัวไปไหนใจของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความกลัวแต่เขากลับนอนนิ่งมีเพียงมือที่พาด่เอวของเธอไว้เท่านั้น ไม่นานนักเสียงลมหายใจของเขาก็สม่ำเสมอปรางค์ปรียาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่วันนี้เขาไม่เอาแต่ใจ
เช้ารุ่งของวันใหม่หญิงสาวสลึมสลือลืมตาขึ้นมา ลุกพรวดด้วยความใแล้วรีบมองหาคนที่นอนอยู่เคียงข้างทั้งคืนแต่เตียงกว้างกลับว่างเปล่าเมื่อเขาหายไปเธอรีบวิ่งเร่งฝีเท้าเข้าห้องบุตรชายด้วยความตระหนก เมื่อเปิดประตูห้องนอนกลับพบแต่เพียงความว่างเปล่าร่างบางรีบวิ่งลงไปชั้นล่างหัวใจของคนเป็แม่กำลังร้อนรุ่ม
“แม่ครับ!”เด็กชายเรียกมารดาโบกมือให้ขณะอยู่ที่โต๊ะอาหาร
ปรางค์ปรียาชะงักรับปรับสีหน้าให้เป็ปกติ เดินมาหาบุตรชาย เห็นเขากำลังนั่งทานอาหารกับลูกเมื่อคืนเธอเพลียมากจนหลับไม่รู้เื่เลย
“ตื่นนานแล้วเหรอครับลูกชายแม่” คนเป็แม่ถามแล้วลูบศีรษะบุตรชายแ่เบา
“ไม่นานหรอกครับ พ่อไปปลุกผม”
ปรางค์ปรียาหันมองเขา ดวงตาสองคู่ผสานกันั์ตาสีฟ้าทำให้เธอชะงักไปชั่วครู่ รีบเมินหน้าหนี แปลกใจที่เขาไม่ได้พาลูกหนีอย่างที่คิดั้แ่ตอนแรกหญิงสาวมองดูบุตรชายคิ้วเริ่มขมวด เมื่อเห็นใส่ชุดนักเรียนเรียบร้อยช้อนสายตามองเขาด้วยควาสงสัย
“ไทม์ ลูกเอาชุดนักเรียนมาจากไหนครับ”
“พ่อเอามาให้ครับ”
เหลือบมองชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม คงไม่แปลกอะไรเพราะเขาร่ำรวยมหาศาลแค่ชุดนักเรียนของลูก ทำไมจะหามาไม่ได้เธอแหงนมองนาฬิกาเรือนใหญ่ตั้งอยู่เห็นว่าใกล้ได้เวลาแล้ว
“เดี๋ยวแม่มานะครับ แม่ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน”
คนตัวเล็กลุกออกมา ลุคส์ยกยิ้มแล้วลุกยืน
“ไทม์เดี๋ยวพ่อมานะครับ พ่อก็จะไปแต่งตัวเหมือนกัน”
“ครับพ่อ”
ลุคส์รีบสาวเท้าอย่างรวดเร็วได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวไม่ขาดสาย มือบางลูบไล้เรือนร่างแล้วระบายลมหายใจชายหนุ่มรีบจัดการเสื้อผ้าตนเองแล้วเปิดประตูห้องน้ำ หญิงสาวชะงักดวงตาเบิกกว้างด้วยความใบ้าจริง! เธอดันลืมล็อกประตูเพราะไม่คิดว่าเขาจะเข้ามาเห็นกำลังทานอาหารกับลูกอยู่ด้านล่าง
“คุณเข้ามาทำอะไร!”หญิงสาวถามแล้วยกมือปกปิดเรือนร่างด้วยความหวาดหวั่น
“มาอาบน้ำ” คนถูกถามตอบกลับสีหน้าเรียบเฉย
“คุณก็อาบทีหลังฉันสิ จะเข้ามาทำไมตอนนี้ฉันอาบน้ำอยู่!”
“อาบพร้อมกันนั้นแหละดีแล้ว”
เขาไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธ เดินเข้าหาแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขน หญิงสาวดันแผงอกเขาไว้เมินหน้าหนีจากการรุกรานที่แสนเร่าร้อน
“อย่านะคะ!”หญิงสาวร้องห้ามเสียงสั่น
“อย่าห้ามได้ไหม เธอก็รู้ว่าห้ามฉันไม่เคยได้” ลุคส์บอกเสียงพร่า
“ไทม์รออยู่นะคะอย่าทำแบบนี้เลย”
“ไทม์รอเราก็รีบสิ เธอจะดิ้นหนีทำไมมันไม่มีประโยชน์...”
“อย่านะคะ ไม่ อื้อ!”
ริมฝีปากบางถูกเขาเรือนร่างงามถูกเขาดันจนชิดผนังเธอห้ามอะไรเขาไม่ได้เลยเมื่อเวลานี้เสียงของเธอกำลังหายไปในลำคอทั่วทั้งร่างกลับถูกเขาสำรวจอย่างเร่าร้อน ปรางค์ปรียาหอบพร่าด้วยความรู้สึกวาบหวามที่เขามอบให้แม้อยากจะห้ามใจไม่ให้โอนอ่อนผ่อนตาม แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามเช่นนั้น ทั้งๆ ที่คิดว่าจะไม่ยอมเป็ของเขาอีกกระนั้นก็ไม่เคยห้ามความเอาแต่ใจของเขาได้เลย