ทันทีที่สบสายตากับฉินจง เซียวอิ่งหย่งก็รีบก้มหน้าหลบตา ปากพึมพำเสียงแ่ "หนู... หนูไม่ไป หนูจะรอแม่กลับมาที่นี่"
"แม่ของเธอไม่กลับมาแล้วล่ะ" ฉินจงเอ่ยเสียงเรียบ "นี่มันผ่านมาครึ่งปีแล้ว ถ้าจะกลับมาก็คงกลับมาตั้งนานแล้ว ความหวังที่แม่เธอ... จะยังมีชีวิตอยู่น่ะแทบจะเป็ศูนย์"
เมื่อเห็นท่าทีดื้อดึงของเด็กสาว ฉินจงก็ขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่อยากปั้นน้ำเป็ตัวโกหกอีกต่อไป ไม่ว่าจะยังไง หากเธอยังดึงดันจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ก็เท่ากับรนหาที่ตายอย่างไม่ต้องสงสัยความจริงมันอาจจะโหดร้ายทารุณ แต่ในเมื่อเธอยังรอดมาได้ เธอก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป และต้องหัดเผชิญหน้ากับความจริงอันเ็านี้ให้ได้
คำพูดแทงใจดำของฉินจงทำเอาเซียวอิ่งหย่งเงยหน้าขวับ เธอกัดฟันกรอด ตวาดเสียงสั่น "พี่โกหก! เมื่อกี้... เมื่อกี้พี่ยังบอกอยู่เลยว่าแม่จะกลับมาหาหนู!"
ฉินจงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างจนปัญญา "เออ ฉันยอมรับว่าเมื่อกี้ฉันโกหก ตกลงว่าจะไปหรือไม่ไป?"
วินาทีนี้ ใบหน้าของเซียวอิ่งหย่งแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "คนโกหก... หนูไม่อยากเห็นหน้าพี่แล้ว!"
ฉินจงส่ายหน้าช้า ๆ สีหน้าฉายแววผิดหวัง น้ำเสียงหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด "นี่คือทางเลือกของเธอ งั้นก็ตามใจเถอะ"สิ้นคำพูด ฉินจงก็ไม่คิดจะรั้งรออีกต่อไป เขาสาวเท้าเดินออกจากร้านอาหารทันที มือข้างหนึ่งเปิดไฟฉายพลางใช้นิ้วบังแสงส่วนใหญ่ไว้ตามความเคยชิน ส่วนมืออีกข้างกระชับดาบเหมียวเตาไว้แน่น เขาค่อย ๆ คลำทางเดินลึกเข้าไปในโถงทางเดินที่มืดมิด
หลังจากเดินฝ่าความมืดมาได้ราวสิบกว่าเมตร จู่ ๆ ฉินจงก็หูผึ่งเมื่อได้ยินเสียงคล้ายฝีเท้าลากพื้นดังมาจากทางด้านหลัง เขาหันขวับกลับไปมองตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเห็นเงาดำของซอมบี้สองตัวกำลังเลี้ยวผลุบเข้าไปในร้านอาหาร!พัดลมระบายอากาศบนผนังครัวของร้านอาหารแม้จะมีขนาดเล็กจ้อย ทว่าแสงแดดที่ลอดผ่านเข้ามานั้น กลับดูสว่างจ้าเตะตาเกินไปท่ามกลางความมืดมิดของโซนหลังห้างสรรพสินค้า
ดูเหมือนซอมบี้พวกนี้จะไวต่อแสงสว่างเป็พิเศษ ทันทีที่เห็นแสงลอดออกมา พวกมันก็เดินเตร่เข้าไปในร้านอาหารตามสัญชาตญาณดิบทันที
เมื่อเห็นภาพนั้น ความลังเลก็พาดผ่านใบหน้าของฉินจงชั่วขณะ แต่หลังจากชั่งใจเพียงเสี้ยววินาที เขาก็พ่นลมหายใจยาวพรืด ก่อนจะหมุนตัวสับเท้ากลับเข้าไปในร้านอาหารอีกครั้ง
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูร้าน เขาก็ได้ยินเสียงหวีดร้องดังลั่นมาจากในห้องครัว ฉินจงไม่กล้าชักช้า รีบพุ่งตัวพรวดเข้าไปทันที ภาพที่เห็นคือเซียวอิ่งหย่งกำลังใช้สองมือกำบานประตูตู้เหล็กไว้แน่น สองเท้ายันถีบยิก ๆ พยายามจะปิดประตูตู้ให้สนิทอย่างเอาเป็เอาตาย
ทว่าซอมบี้สองตัวที่เพิ่งเลี้ยวเข้ามาเมื่อครู่ดันเข้าไปยืนขวางประตูตู้ไว้พอดี กรงเล็บเน่าเฟะทั้งสี่ข้างตะกุยตะกายกวัดแกว่งอยู่ห่างจากหน้าเซียวอิ่งหย่งเพียงคืบ สถานการณ์วิกฤตถึงขีดสุด!
หากปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่กี่อึดใจเด็กสาวคงเรี่ยวแรงหดหาย จากนั้นก็จะถูกผีดิบสองตัวพุ่งตะครุบและรุมทึ้งฉีกเนื้อกินจนเกลี้ยงในพริบตา กลายสภาพเป็หนึ่งในฝูงซอมบี้อย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อเห็นดังนั้น ฉินจงก็ไม่มัวรอช้า
ฉัวะ! ฉัวะ!
คมดาบตวัดฟาดฟันอย่างเฉียบขาดว่องไว ซอมบี้ทั้งสองตัวหัวหลุดกระเด็นในทันที
ฉินจงคว้าเศษผ้าขึ้นมาเช็ดคราบเืดำปี๋ออกจากดาบเหมียวเตาจนสะอาดเอี่ยม ก่อนจะปรายตามองเซียวอิ่งหย่ง "ฉันช่วยชีวิตเธอไว้อีกรอบแล้วนะ ตอนนี้เราหายกันแล้ว ตกลงจะยอมตามฉันไปไหม ก็ตัดสินใจเอาเองเลยแล้วกัน!"
พูดจบ เขาก็เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยสำทับ "ถ้าเธอไม่ไป ครั้งนี้ฉันไปจริง ๆ แล้วนะ! แล้วก็อย่าหวังด้วยว่าฉันจะใจอ่อนย้อนกลับมาช่วยเป็ครั้งที่สอง!"
เซียวอิ่งหย่งที่เพิ่งรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชยังมีสีหน้าหวาดผวาซีดเผือด แต่พอได้ยินคำพูดยื่นคำขาดของฉินจง เธอก็รีบลนลานมุดออกมาจากตู้เหล็กทันที ตู้ใบนี้มีความกว้างแค่ประมาณหนึ่งจุดห้าเมตร เมื่อเทียบกับส่วนสูงของเธอแล้ว ตอนที่เข้าไปซ่อนตัว ขาสองข้างยังเหยียดตรงไม่ได้ด้วยซ้ำ
ทั้งสองรีบจ้ำอ้าวออกจากร้านอาหาร เสียงโหยหวนแหบพร่าของฝูงซากศพดังระงมสลับกันไปมา ดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงทางเดินที่ถูกปิดตาย ท่ามกลางความมืดมิดชวนขนลุก ราวกับมีปีศาจกินคนซุ่มซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ฉินจงก้าวเดินนำหน้าโดยมีเด็กสาวเดินตามติดเป็เงาตามตัว ทั้งคู่ลัดเลาะผ่านโถงทางเดินมาหลายสาย ทว่าเบื้องหน้ากลับมีแสงเงาวูบวาบ พร้อมกับร่างของซอมบี้เจ็ดถึงแปดตัวที่กำลังเดินวนเวียนเตร็ดเตร่อยู่ตรงปากทางเข้า
ฉินจงตบไหล่เซียวอิ่งหย่งเบา ๆ เป็สัญญาณให้เธอย่อตัวลง เขาทิ้งตัวลงนั่งยอง ๆ เช่นกัน ก่อนจะปลดหน้าไม้สั้นที่สะพายอยู่ออกมาเล็งยิง
ฟึ่บ!
ลูกดอกพุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุกลางกบาลซอมบี้ตัวหนึ่งจนมันล้มตึงลงไปกองกับพื้นทันที
เมื่อเห็นฉากสังหารอันเด็ดขาด ดวงตากลมโตสีดำขลับของเซียวอิ่งหย่งก็กะพริบปริบ ๆ ท่ามกลางความมืด แววตาของเธอทอประกายเลื่อมใสอย่างปิดไม่มิด "พี่ฉิน สุดยอดไปเลย! พี่ไปหาธนูอันนี้มาจากไหนคะ?"
"นี่ไม่ใช่ธนู เขาเรียกว่าหน้าไม้สั้นต่างหาก"
ฉินจงหันมาส่งยิ้มบางมุมปาก พลางเอ่ยถาม "อยากได้เหรอ? เดี๋ยวพอขึ้นไปชั้นบน ฉันยังมีอีกสามคัน เลือกเอาได้ตามสบายเลย!"
เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีหน้าไม้สุดเท่และทรงพลังแบบนี้ไว้ ใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเซียวอิ่งหย่งก็ฉายแววตื่นเต้นสุดขีด ในหัวเริ่มจินตนาการถึงภาพตัวเองกำลังถือหน้าไม้สาดะุระดมยิงพวกซอมบี้อย่างเมามัน
ใช้เวลาเพียงไม่นาน ฉินจงก็จัดการสอยซอมบี้ทั้งเจ็ดแปดตัวนั้นร่วงจนเกลี้ยง ทั้งสองจึงมุ่งหน้าต่อไป และค่อย ๆ ก้าวเท้าออกจากโถงทางเดินอันมืดมิดไป
ทันทีที่โผล่พ้นปากทาง พวกเขาก็ปะทะเข้ากับฝูงซอมบี้จำนวนมากที่กำลังเดินเพ่นพ่านขวักไขว่อยู่บนระเบียงและทางเดินวงกลม ฉินจงกวาดสายตาสังเกตสภาพแวดล้อมอย่างละเอียด การจะเร้นกายหลบสายตาพวกมันเพื่อลอบกลับขึ้นไปชั้นบนนั้น ถือเป็โจทย์ที่หินเอาเื่
แม้ตามทางเดินวงกลมจะมีทั้งบันไดปกติและบันไดเลื่อนเชื่อมต่อกัน แต่หากขืนสับตีนแตกวิ่งขึ้นไปดื้อ ๆ เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นย่อมดึงดูดความสนใจจนโดนพวกผีดิบรุมทึ้งเอาได้ง่าย ๆ
และถ้าถึงตอนนั้น หากพวกซอมบี้ยกโขยงแห่ตามขึ้นมาเป็พรวน ต่อให้ฉินจงจะไม่กลัวตาย แต่มันก็คงสร้างความวุ่นวายและน่ารำคาญใจให้เขาไม่น้อยเลยทีเดียว
ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาทางหนีทีไล่ ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นหลอดไฟประดับหลากสีนับไม่ถ้วนขึงพาดอยู่เหนือโถงกลาง เดาว่าน่าจะเป็ไฟตกแต่งห้างสรรพสินค้าสำหรับตอนกลางคืน
ทันทีที่เห็นหลอดไฟพวกนั้น ดวงตาของฉินจงก็ทอประกายวาววับ เขาหันไปกระซิบกำชับเซียวอิ่งหย่งอย่างรวดเร็วสองสามประโยค จากนั้นก็ยกหน้าไม้สั้นขึ้นประทับบ่า เล็งเป้าไปที่หลอดไฟดวงหนึ่ง
ปัง!
ลูกเหล็กพุ่งทะลวงหลอดไฟจนแตกกระจายเสียงดังสนั่น!
อาศัยจังหวะชุลมุนที่ซอมบี้ทุกตัวหันขวับไปมองตามเสียง ฉินจงและเซียวอิ่งหย่งก็รีบพุ่งตัวออกไปทันที ทั้งคู่ก้มตัวต่ำ สับขาพุ่งพรวดเข้าไปในทางหนีไฟอย่างว่องไว พวกเขาวิ่งไต่บันไดหนีไฟขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลับมาถึงชั้นเก้าได้อย่างปลอดภัยในเวลาอันรวดเร็ว
ฉินจงค่อย ๆ แง้มประตูทนไฟของชั้นเก้าออกดูลาดเลา ก็พบว่ามีซอมบี้สามตัวกำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่ระเบียงฝั่งตรงข้าม
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะสวมบทพนักงานทำความสะอาด กวาดล้างชั้นดาดฟ้าจนเหี้ยนเตียนไปแล้ว แต่ทางเชื่อมขึ้นลงของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ทางเดียว การจะมีซอมบี้สักสองสามตัวเดินหลงทางหลุดขึ้นมาได้ก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
ตอนที่เขาจัดการเคลียร์ดาดฟ้า เขาก็พบกับปัญหานี้อยู่เหมือนกัน แต่เพราะจำนวนผีดิบที่หลงขึ้นมามีแค่หยิบมือ ฉินจงจึงมักจะอาศัยจังหวะฟาดฟันจัดการพวกมันทิ้งรวดเดียวไปเลย
แน่นอนว่าหากสามารถปิดตายเส้นทาง สกัดกั้นไม่ให้พวกมันหลุดขึ้นมาได้เลยย่อมเป็การแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่าในความเป็จริงแล้ว การจะทำแบบนั้นในห้างที่เปิดโล่งขนาดนี้มันยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นูเาเสียอีก
เมื่อชะเง้อมองผ่านช่องประตูเห็นเหตุการณ์ภายนอก เซียวอิ่งหย่งก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "พี่ฉินคะ ทำไมเราไม่หาของมาปิดตายบันไดไปเลยล่ะคะ? พวกซอมบี้จะได้ปีนขึ้นมาไม่ได้"
"ดูนั่นสิ"
ฉินจงทำหน้ามุ่ยอย่างจนใจ พลางชี้นิ้วไปยังบันไดที่กว้างขวางถึงเจ็ดถึงแปดเมตร "ทางกว้างเป็สนามฟุตบอลขนาดนี้... จะเอาอะไรไปปิด? อีกอย่าง บันไดที่เชื่อมขึ้นมาถึงชั้นเก้าก็ไม่ได้มีแค่ทางนี้ทางเดียวซะด้วย"
ใช้เวลาไม่นาน ฉินจงก็ลงมือจัดการเด็ดหัวซอมบี้ทั้งสามตัวนั้นได้อย่างเฉียบขาดหมดจด จากนั้นเขาจึงพาเซียวอิ่งหย่งเดินตรงไปยังร้านเป็ดย่าง ลากถุงกระสอบใบเขื่องออกจากจุดซ่อนตัว แล้วหยิบหน้าไม้สั้นที่เหลืออีกสามคันออกมาวางเรียงให้เด็กสาวเลือกตามใจชอบ
แม้โดยธรรมชาติแล้วเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มักจะไม่ค่อยพิศวาสอาวุธาสักเท่าไหร่ แต่เซียวอิ่งหย่งไม่ใช่เด็กขี้แยเื่มาก เธอรู้ซึ้งดีว่าหาก้าจะออกตามหาแม่ให้พบ สิ่งแรกที่เธอต้องทำคือการเอาชีวิตรอดในนรกขุมนี้ให้ได้ซะก่อน
และการจะยืนหยัดเอาชีวิตรอดได้ เธอก็จำเป็ต้องมีเขี้ยวเล็บไว้ปกป้องตัวเอง ในเมื่อเด็กสาวอย่างเธอมีข้อด้อยเื่พละกำลังร่างกายมาั้แ่เกิด หน้าไม้สั้นที่สามารถลอบโจมตีสังหารได้จากระยะไกล จึงเปรียบเสมือนอาวุธ์ประทานที่ดีที่สุดสำหรับเธออย่างไม่ต้องสงสัย
ในไม่ช้า เซียวอิ่งหย่งก็ตัดสินใจเลือกหยิบหน้าไม้สั้นคันที่ถูกใจมาได้หนึ่งคัน ต้องยอมรับเลยว่าคุณหนูซุนเสี่ยวเหยียนเตรียมการมาได้เป๊ะสุด ๆ นอกจากลูกเหล็กตุนไว้ให้ฉินจงใช้ยิงสาดกระจายแล้ว ในถุงกระสอบยังมีลูกดอกหน้าไม้สำรองอยู่อีกเป็เบือ
หลังจากเลือกอาวุธคู่ใจได้แล้ว เซียวอิ่งหย่งก็หยิบลูกดอกขึ้นมาพิจารณาดอกหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองฉินจงแล้วเอ่ยถามด้วยท่าทีขัดเขิน "พี่ฉินคะ ไอ้เ้านี่... มันต้องใส่ยังไงเหรอคะ?"
ฉินจงรับหน้าไม้สั้นและลูกดอกมาจากมือเล็ก ๆ ของเด็กสาว สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมจริงจังขณะจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเซียวอิ่งหย่ง "เสี่ยวอิ่ง ฟังนะ ของชิ้นนี้อานุภาพมันไม่ใช่น้อย ๆ ต่อจากนี้ไปเราสองคนต้องกอดคอกันสู้กับพวกซอมบี้ เธอต้องสัญญากับฉันก่อนว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะชุลมุนวุ่นวายแค่ไหน ห้ามหันปลายหน้าไม้นี้มาทางฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม?"
ขืนปล่อยให้เด็กนี่ซุ่มซ่ามลั่นไกพลาดเป้ามาปักหลังฉันตอนกำลังนัวกับซอมบี้ล่ะก็... มีหวังได้ตายน้ำตื้นแน่ ๆ ชายหนุ่มลอบคิดในใจอย่างหวั่น ๆ
ทันทีที่ได้ยินคำสั่งสอนอันเด็ดขาดของฉินจง เซียวอิ่งหย่งก็ไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย เด็กสาวพยักหน้ารัว ๆ อย่างแข็งขัน พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พี่ฉิน หนูสัญญาค่ะ!"