จ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง

    ตอนที่ 87 ตามหาหลักฐานแต่ขอแวะข้างทางเสียก่อน

    พนักงานหอตำราซือฉือมองคุณชายทั้งสามที่มาตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงยังไม่ซื้อตำราสักม้วน

    “ข้าเอาม้วนนี้” จ้าวลู่ชิงยื่นม้วนตำราออกไปคิดเงิน จากนั้นก็ถามหาตำราเล่มเหมือนที่จ้าวเหม่ยอิงมีครอบครอง แต่นางหาพวกมันไม่เจอ

    “เถ้าแก่ ตำราม้วนนี้ดูเหมือนว่าจะมีรอยนะ ใช่รอยแมลงกัดกินหรือไม่” ลูบรอยเล็ก ๆ ที่อยู่บนกระดาษ

    “ต้องขอโทษคุณชายด้วย ข้าจะเปลี่ยนตำราม้วนใหม่ให้” เถ้าแก่เจ้าของร้านกล่าวขอโทษ

    “หอตำราท่านใหญ่โตถึงเพียงนี้ ไม่เคลือบกระดาษป้องกันแมลงเลยรึ”

    “ข้ากำลังหาวิธีเคลือบกระดาษไม่ให้แมลงเข้าไปทำลายอยู่เหมือนกัน”

    ปัญหาชวนปวดหัวเช่นนี้พวกตนก็แก้ไขลำบาก หอตำราแห่งนี้ดูแลความสะอาดเป็นอย่างดี รอบ ๆ หอตำราต่างโรยยาฆ่าแมลง ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแมลงถึงได้เล็ดลอดเข้ามาทำลายตำราได้

    “ตำราทุกม้วนของซือฉือไม่ได้เคลือบกระดาษเลยหรือ”

    “ไม่ได้เคลือบ”

    “พวกท่านดูแลความสะอาดหอตำราได้อย่างดีเยี่ยม ไม่น่าเชื่อว่าตำราม้วนนี้จะมีแมลงทำลาย”

    “นั่นน่ะสิ พนักงานในร้านจะสำรวจตรวจตราทุกวัน แมลงหน้าไหนมันถึงได้กล้าเข้ามาทำลายตำราหอซือฉือ” เถ้าแก่บ่นด้วยความโมโห

    จ้าวลู่ชิงลูบขวดโหลที่อยู่ภายในกระเป๋า ขวดโหลใบเล็กนางใส่แมลงสามง่ามเอาไว้ แมลงพวกนี้ชอบกัดแทะกระดาษนักแล แน่นอนว่ารอยกระดาษที่เกิดขึ้นเป็นเพราะนางปล่อยแมลงกัดกินเล็กน้อย

    ถือม้วนตำราเดินออกมาหน้าร้าน “พวกเราเดินดูตลาดสักหน่อยก็แล้วกัน”

    “ได้” โหลวเจินจูเห็นดีเห็นงามด้วย ตลาดแถวนี้นางมาเดินเที่ยวเล่นบ่อยจนจำได้ว่าแต่ละร้านขายอันใด

    “คนแย่งอะไรกัน” คิ้วของจ้าวลู่ชิงขมวดกับฝูงชนที่อยู่หน้าร้านค้า “นี่มันร้านอะไร”

    “นี่เป็นร้านขายของหายาก เปิดมาได้สองปีแล้ว”

    จ้าวลู่ชิงสนใจกับคำว่าของหายาก

    “ข้าได้มาแล้ว นายท่านต้องตบรางวัลข้าอย่างงามแน่นอน” เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของชายที่ถือกล่องในมือทำให้ทั้งสามต่างสนใจ

    “คุณหนู กล่องมันคุ้นตามากเลยเจ้าค่ะ”

    “ต้องคุ้นสิ เพราะมันเป็นกล่องที่ข้าออกแบบเองกับมือ”

    “ลูกพลับแห้งกล่องละห้าสิบก้วน สนใจรีบเข้ามาซื้อได้เลย ของมีเพียงจำกัด หากชักช้าระวังหมดก่อน”

    “พวกเจ้าขายแพง ภัตตาคารหย่งเล่อขายกล่องละยี่สิบก้วน”

    “ท่านน้าลองไปหาซื้อดูเถิด ข้าเกรงว่าท่านจะต้องผิดหวัง” ลูกพลับแห้งของภัตตาคารหย่งเล่อหมดไปตั้งแต่สองวันแรกที่วางขาย วันนี้พวกตนถึงได้นำออกมาวางขาย

    “เจ้าไม่ซื้อก็ถอยไป คนอื่นเขาจะซื้อ”

    เสียงพ่อบ้านนายหนึ่งพูดอย่างฉุนเฉียวกลัวว่าลูกพลับแห้งจะหมดก่อน เจ้านายต้องการนำลูกพลับแห้งไปเป็นของฝากให้กับจวนขุนนาง ขืนชักช้าหมดก่อนแทนที่จะได้รับคำชื่นชมคงได้คำดุด่ากลับมาแทน

    “ข้าเอาสิบกล่อง” เงินเพียงห้าร้อยก้วนสำหรับเศรษฐีมันน้อยนิดนัก ปกติมอบเป็นสินน้ำใจให้ขุนนางมากกว่านี้เสียอีก

    “หนิงจิน” จ้าวลู่ชิงอ่านชื่อร้าน สายตานางเหลือบไปเห็นบ่าวคนสนิทข้างกายของคุณชายหยาง แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวไปอยู่ที่ใด

    “น้องหญิงอยากลิ้มลองลูกพลับหรือไม่ เมื่อวันก่อนข้าซื้อมาจากภัตตาคารหย่งเล่อห้ากล่อง ยามนี้ที่เรือนเหลืออยู่สองกล่อง”

    “คุณหนูเจินจู ลูกพลับที่ท่านซื้อไปเป็นผลผลิตจากสวนที่บ้านพวกเราเองเจ้าค่ะ”

    “ที่หมู่บ้านซานเป่ยนะหรือ” นางเคยไปเยี่ยมจ้าวลู่ชิงที่หมู่บ้านกลางหุบเขา ยามที่มาพักรักษาตัว ไม่ยักรู้ว่ามีสวนผลไม้

    “ใช่เจ้าค่ะ”

    “พวกเราไปกันเถอะ ข้าเห็นราคาแล้วเจ็บใจ”

    หยางหนิงจินเจ้าพ่อค้าหน้าเลือด ซื้อจากนางกล่องละยี่สิบก้วนนำมาขายกล่องละห้าสิบก้วน กำไรสามสิบก้วนต่อกล่องเห็น ๆ ค่าขนส่งมาถึงตัวจังหวัดจะเท่าไหร่กันเชียว หมอนี่หัวการค้าไม่น้อย มิน่าล่ะถึงไม่สนใจการเรียน

    “แถวนี้มีเครื่องประดับจากหยกวางขายกันเช่นนี้เลยหรือ” สองข้างทางเต็มไปด้วยเครื่องประดับจากหยก

    “เครื่องประดับพวกนี้ทำจากเศษหยกที่ไม่ได้คุณภาพ ถัดไปอีกตรอกจะเป็นร้านค้าหยก น้องหญิงสนใจหรือไม่ หากสนใจข้าจะพาไปดู” โหลวเจินจูแลซ้ายแลขวาแล้วกระซิบเสียงเบา

    “ที่นี่ยังมีตลาดมืดสำหรับพนันหินหยกด้วยนะ”

    “ตลาดมือพนันหินหยก?”

    “อือ น้องหญิงอยากเข้าไปดูหรือไม่ ข้ามีป้ายสำหรับผ่านทาง”

    จ้าวลู่ชิงกับซูเซียงมองหน้าสตรีที่เรียบร้อยตามแบบฉบับคุณหนูในห้องหอไม่คิดว่าจะมีป้ายผ่านทางเข้าไปในตลาดมืด

    สีหน้าครุ่นคิดของญาติผู้น้องทำให้โหลวเจินจูสงสัยว่าการเข้าไปในตลาดมืดตัดสินใจยากนักหรือ

    “เข้าไปดูสักหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” เสียงใจเรียกร้องถึงเพียงนี้หากไม่เข้าไปก็คงเป็นการทรมานตนเอง

    “ตามข้ามา”

    ทั้งสามเดินไปตามตรอกเล็ก ๆ สองข้างทางในตรอกมีคนนั่งขายหินก้อนเล็ก ๆ

    “ก้อนหินพวกนี้ด้านในอาจมีหยกหรือไม่มีก็ได้ ทุกอย่างมันคือการเสี่ยงดวง” โหลวเจินจูอธิบายให้ทั้งสองฟัง

    “มีหยกด้านในอย่างนั้นหรือ” จ้าวลู่ชิงยกมือขึ้นถูกันไปมา

    หน้าประตูเล็ก ๆ เข้าไปในตลาดมืดมีบุรุษร่างใหญ่ยักษ์สี่นายเฝ้าอยู่ เพียงโหลวเจินจูแสดงป้ายผ่านทางพวกนางทั้งสามก็เข้าไปด้านในได้สบาย

    เดินตามหลังบุตรสาวท่านเจ้าเมืองเข้ามาในตลาดมืด จ้าวลู่ชิงกับซูเซียงอ้าปากกว้าง ด้านในไม่ได้แตกต่างจากด้านนอกสักเท่าไหร่ มีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ตามสองข้างทางราวกับเมืองซ้อนเมือง 

    “ของในตลาดมืดมีแต่ของหายากและราคาแพง ผู้ใดไม่มีป้ายผ่านทางจะไม่สามารถเข้ามาได้”

    “อยากได้ป้ายผ่านทางต้องทำอย่างไร”

    “ซื้อมันมา ป้ายผ่านทางเข้ามาในตลาดมืดมีราคาอยู่ที่หนึ่งหมื่นก้วน”

    “หนึ่งหมื่นก้วน!!”

    จ้าวลู่ชิงกับซูเซียงตกใจจนแทบล้มลงกับพื้น ค่าป้ายหนึ่งหมื่นก้วน ขุนนางบางตระกูลยังไม่มีเงินมากมายเพียงนี้ แต่พี่หญิงของนางนำเงินหมื่นก้วนมาแลกป้ายผ่านทาง จี้โจวเป็นเมืองที่ร่ำรวยเสียจริง มิน่าล่ะสกุลซุยถึงได้วางแผนให้บุตรหลานมากองกันอยู่ที่ตระกูลมั่งคั่งและยังมีบุตรหลานน้อยอย่างสกุลโหลว

    หอหินหยก

    โหลวเจินจูเดินนำเข้ามาในหอหินหยกจนทะลุออกด้านหลัง ในตลาดมืดไม่มีพนักงานคอยบริการเอาอกเอาใจเหมือนด้านนอก ทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเอง

    ด้านหลังหอหินหยกจะมีหินเป็นก้อนวางแผงขาย บริเวณแผงต่างมีลูกค้านั่งเลือกก้อนหิน

    “จะผ่าก้อนหินแล้ว” โหลวเจินจูรีบวิ่งนำหน้าไปยืนรวมกลุ่มกับฝูงชนเพื่อดูการผ่าก้อนหินว่ามีหยกอยู่ด้านในหรือไม่

    “หินก้อนนี้ซื้อมาในราคาเท่าไหร่หรือ” ยังคงเป็นโหลวเจินจูที่สะกิดชายตรงหน้าแล้วเอ่ยถามราคาของก้อนหิน

    “หนึ่งพันก้วน”

    จ้าวลู่ชิงกับซูเซียงยืนหันหลังทันทีเมื่อเห็นบุรุษที่หันหน้ามาตอบคำถาม

    หยางหนิงจินหรี่ตาอย่างใช้ความคิด ก้มมองคนที่สะกิดบ่าตนเมื่อสักครู่ ใบหน้ารีบเงยขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดสะกิด

    “พวกท่านมาด้วยกันหรือ”

    “ใช่ ข้าพาน้องชายทั้งสองมาดูหินหยก”

    “ไหน ๆ พวกเราก็สนทนากันอย่างสนิทสนม มิทราบว่าคุณชายมีนามว่าอย่าง”

    “ข้าหรือ?” โหลวเจินจูชี้นิ้วเข้าหาตนเองอึกอักอยู่สักพัก ก่อนจะตอบกลับไปว่า “เจ้าเรียกข้าว่าคนแซ่จู”

    “คุณชายจู ข้าแซ่หยาง”

    “อืม คุณชายหยาง”

    “แล้วน้องชายท่านล่ะ แซ่เดียวกันหรือไม่”

    “ใช่ พวกเราแซ่เดียวกัน คนนี้น้องรองข้า ส่วนคนนี้น้องสามของข้า”

    “ยินดีที่ได้รู้จักคุณชายรองและคุณชายสาม”

    “อือ”

    “พวกท่านจะไม่หันหน้ามาพูดคุยกับข้าหน่อยหรือ” หยางหนิงจินเข้าไปจับศีรษะของทั้งสองก่อนจะหมุนให้กลับมาเผชิญหน้ากับตน

    เท้าของจ้าวลู่ชิงกับซูเซียงหมุนตามแรงมือของหยางหนิงจินจนใบหน้าของทั้งสามเผชิญหน้ากัน

    “แฮร่ ๆ” ทั้งสองส่งยิ้มให้กับหยางหนิงจิน

    “ไม่อยากเชื่อว่าพวกเราจะมาเจอกันในสถานที่แบบนี้”

    “ไม่อยากเชื่อก็ไม่ต้องเชื่อสิ” จ้าวลู่ชิงปัดมือที่จับศีรษะนางออก

    “พวกเจ้ารู้จักกันหรือ” ขนตาเป็นแพรของโหลวเจินจูกะพริบถี่ ๆ

    ก่อนที่จะได้ตอบเสียงโอดครวญก็ดังขึ้นเรียกความสนใจของทั้งสี่ให้หันกลับไปมองหินที่ถูกเปิดออก

    “ข้างในไม่มีหยก เงินหนึ่งพันก้วนลอยหายไปในพริบตา” หยางหนิงจินส่ายหน้าเล็กน้อย การพนันก็เป็นเช่นนี้แลมีได้มีเสีย แต่ส่วนใหญ่จะเสียมากกว่าได้ ขนาดปรมาจารย์ด้านหินหยกยังคาดการณ์ไม่แม่นยำ นับประสาอันใดกับคนธรรมดาทั่วไปที่อยากร่ำรวยทางลัด

    “เจ้ามาที่นี่ทำไม” จ้าวลู่ชิงถามหยางหนิงจิน

    “ข้ามาเดินเล่นเพื่อคั่นเวลา”

    “คั่นเวลาอันใด”

    “พนันหินหยกที่หอหินหยกเตรียมมา อีกครึ่งชั่วยามน่าจะถึงเวลาที่แจ้งเอาไว้ ตอนนี้ข้าเลยเดินมาดูก้อนหินเล็ก ๆ พวกนี้ดู”

    จ้าวลู่ชิงยืนครุ่นคิด นางไม่ได้ซักไซ้ต่อ เบียดผู้คนไปยืนอยู่ด้านหน้า

    เห็นการใช้อุปกรณ์เปิดหินในสมัยนี้แล้วเหนื่อยแทน ไม่มีเครื่องทุนแรงช่วยเลยสักนิด ทว่าผู้ที่รับจ้างผ่าหินได้ค่าแรงเหมาะสมกับความเหนื่อยยาก

    นางยืนดูการผ่าก้อนหินตามแนวต่าง ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าคำนวณโดยการขีดเขียนไปตามแนวที่คาดว่าหยกจะอยู่ด้านใน ก้อนหินสามก้อนที่ถูกเปิดออกไม่มีหยกข้างในเลยสักก้อน เงินสามพันก้วนที่เสียไปทำให้ผู้เป็นเจ้าของปาดเหงื่อ

    จมูกนางได้กลิ่นเย็นอ่อน ๆ โชยออกมาจากก้อนหินที่กำลังจะทำการผ่า สามก้อนที่ผ่านมานางไม่ได้กลิ่นเลยสักนิด ยกนิ้วขึ้นกัดเล็บลุ้นจนตาแทบกระเด็นออกจากเบ้า เหงื่อไหลออกตามขาจนเปียก

    “มีหยก” นายช่างรับผ่าหินตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้นในที่สุดหินก้อนนี้ก็มีหยกสักที

    เจ้าของก้อนหินมีสีหน้าดีขึ้นทันทีหลังจากนั่งหมดสภาพกับโชคที่ไม่เข้าข้าง

    พอเห็นหยกนายช่างก็ระมัดระวังในการผ่ายิ่งขึ้น ทว่าพอเปิดออกมาหยกมีขนาดเล็กเท่าลูกกระพรวน

    ยังถือว่าผู้ที่ซื้อไม่ขาดทุนจนเกินไป จ้าวลู่ชิงไม่รู้ราคาซื้อขายหยกสักเท่าไหร่ แต่หยกที่เห็นน่าจะได้ราคาไม่เกินพันก้วน

    กลิ่นเย็น ๆ มันคือกลิ่นหยกหรอกหรือ แววตาประกายกับพรสวรรค์ที่ติดตัวนางมา แลซ้ายแลขวาก่อนจะมุดออกไปจากฝูงชน เพื่อไปยังแผงขายหยก

    จ้าวลู่ชิงเดินสำรวจก้อนหินที่วางขายตามแผง เจ้าของร้านกวักมือเรียกให้นางเข้าไปเลือกซื้อด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ ทว่านางหาได้สนใจ จมูกของนางได้กลิ่นเย็น ๆ โชยเข้ามาเท้าจึงเดินตามหาที่มาของกลิ่น

    คล้ายกับเรื่องจ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390