องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 รองเท้าสาน

            นับตั้งแต่วันนั้นกู้หลินหลางก็ไม่ได้กลับมารบกวนนางอีกเลยทำให้อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจยิ่งนักการได้สลัดพ้นจากคนเสแสร้งจอมปลอมผู้นั้น ช่างเป็นเรื่องดีเสียเหลือเกิน วันๆนางจึงมีเวลาเหลือเฟือสำหรับทำงานอื่นๆ

            ตอนแรกอันซิ่วเอ๋อร์ยังกังวลอยู่บ้างว่ากู้หลินหลางอาจพาลไปลงที่อันหรงเหอคอยหาเรื่องเขาในห้องเรียน นางจึงตั้งใจหาโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมลองหยั่งเชิงถามไถ่อันหรงเหอถึงเรื่องราวต่างๆเขาก็ตอบเพียงว่าท่านอาจารย์ยังคงปฏิบัติต่อเขาเหมือนเดิมทุกประการ อันซิ่วเอ๋อร์จึงค่อยวางใจลงได้หันมาทุ่มเทเวลาให้กับงานของตนเอง ไม่ได้ไต่ถามถึงเรื่องนี้อีก

            เมื่อหลายวันก่อนนางเคยรับปากว่าจะทำรองเท้าให้เหลียงซื่อบัดนี้รองเท้าคู่นั้นก็เสร็จสมบูรณ์แล้วอันซิ่วเอ๋อร์เลือกใช้ผ้าเนื้อดีที่สุด ปักลายดอกเบญจมาศห้ากลีบอย่างประณีตงดงามลงทั้งแรงกายแรงใจไปไม่น้อย

            เมื่อทำรองเท้าให้เหลียงซื่อเสร็จแล้วนางจึงค่อยนำรองเท้าคู่ที่ทำไว้ให้จางเจิ้นอันออกมาได้ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะเกรงว่าเหลียงซื่อจะเห็นว่านางลำเอียงรักสามีมากกว่าญาติพี่น้อง

            อันที่จริง สตรีที่ออกเรือนไปแล้วส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะต้องคอยเอาใจบ้านเดิมถึงเพียงนี้ทว่าด้วยเหตุที่บ้านทั้งสองอยู่ใกล้กันและยามปกติครอบครัวเดิมก็คอยช่วยเหลือจุนเจืออยู่ไม่ขาดหากนางไม่ทำสิ่งใดตอบแทนบุญคุณบิดามารดาบ้าง ในใจก็คงรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย

            เมื่อนำรองเท้าคู่ที่จะให้เหลียงซื่อออกมานางก็หาผ้าสะอาดผืนหนึ่งมาห่อไว้อย่างดี แล้วจึงนำรองเท้าเด็กคู่น้อยอีกคู่หนึ่งและเสื้อผ้าสำหรับเด็กอีกสองชุด ห่อรวมกันไว้ตั้งใจว่าจะหาเวลาเหมาะสมกลับไปเยี่ยมบ้าน เพื่อนำสิ่งของเหล่านี้ไปมอบให้

            หลังจากห่อของขวัญสำหรับบ้านเดิมเสร็จและวางไว้ข้างกายนางจึงนำรองเท้าอีกคู่ที่ทำไว้ให้จางเจิ้นอัน ซึ่งซ่อนไว้ก้นหีบออกมาสิ่งของทั้งหมดนี้นางนำไปเก็บไว้บนเตียง ส่วนตนเองก็เดินออกไปยังลานหลังบ้าน

            ช่วงนี้อากาศร้อนอบอ้าวขึ้นทุกวันชาวนาจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนมาสวมรองเท้าสานที่ทั้งเบาและระบายอากาศได้ดีอันซิ่วเอ๋อร์จึงคิดจะลองสานรองเท้าให้จางเจิ้นอันสักคู่หนึ่ง หากทำได้ดีไม่แน่ว่านางอาจจะสานรองเท้าไปขายที่ตลาดในเมืองก็เป็นได้

            เพียงแต่นางยังไม่แน่ใจนักว่าตนเองจะทำได้หรือไม่ เพราะวิชาสานรองเท้านี้นางได้เรียนรู้มาจากในความฝัน... ในฝันนั้นสามีคนที่สองที่นางแต่งงานด้วยมีอาชีพขายรองเท้าสาน เมื่อนางแต่งเข้าไปอยู่บ้านเขาก็จำต้องเรียนรู้วิชานี้เพื่อช่วยกันทำมาหากิน

            บัดนี้เรื่องราวในความฝันนั้นเลือนรางไปมากแล้ว ดังนั้นนางจึงต้องลองลงมือทำดูก่อนเพื่อให้รู้แน่ว่านางทำได้จริงหรือไม่ หากทำไม่ได้จริงๆก็คงต้องไปหาซื้อรองเท้าสานจากในตลาดมาสักคู่เพื่อใช้เป็นแบบอย่างเผื่อว่าจะพอแกะวิธีทำออกมาได้

            เมื่อเตรียมฟางข้าวไว้พร้อมแล้วนางก็เริ่มคัดแยก เด็ดกิ่งก้านและใบที่แข็งกระด้างออกเหลือไว้เพียงแกนฟางข้าวที่อ่อนนุ่ม แล้วจึงเตรียมไว้เป็นจำนวนมากจากนั้นนางก็เริ่มลงมือสาน

            เดิมทีนางยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นอย่างไรแต่พอแกนฟางข้าวเหล่านั้นมาอยู่ตรงหน้า มือของนางก็ขยับไปเองอย่างรวดเร็วคล่องแคล่วราวกับคุ้นเคย แม้ไม่ต้องใช้ความคิด ก็รู้ว่าจะต้องทำเช่นไรราวกับว่านางได้เคยสานรองเท้าเช่นนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

            เมื่อเห็นรูปทรงของรองเท้าสานเริ่มปรากฏขึ้นในมือนางก็ยังรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตนเองสานมันขึ้นมาได้อย่างไรแต่พอสานรองเท้าอีกข้างจนเสร็จสมบูรณ์นางก็มั่นใจแล้วว่านางมีฝีมือด้านนี้อยู่จริงๆ

            ช่างวิเศษเหลือเกิน!ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่เคยเห็นในฝัน จะกลายเป็นความรู้ความสามารถที่นางทำได้จริงหากในฝันครานั้น นางไม่ได้อ่อนแอจนคิดสั้นฆ่าตัวตายไปเสียก่อนก็คงจะได้เรียนรู้อะไรต่อไม่อะไรมากกว่านี้เป็นแน่

            บางครั้งนางก็อดสงสัยไม่ได้ว่าความฝันนั้นเป็นเรื่องจริง หรือว่านางเคยมีชีวิตเช่นนั้นมาแล้วจริงๆแต่ครุ่นคิดอยู่นานเท่าใด นางก็ยังคงปฏิเสธความคิดที่ดูเหลวไหลนี้อยู่ดีเพราะนางรู้สึกว่า... สตรีในความฝันนั้น ไม่ใช่ตัวนาง

            นางในยามนี้ ไม่คิดจะตายง่ายๆหากวันใดที่ชีวิตนี้มันทุกข์ทนจนไม่อาจแบกรับไหวจริงๆ หากนางคิดจะตายนางก็จะหาทางแก้แค้นคนที่เคยทำร้ายนางให้สาสมเสียก่อน แล้วค่อยตายตามไปก็ยังไม่สายเรื่องอื่นยังไม่ต้องพูดถึง อย่างน้อยชายหม้ายขี้เมาที่เคยทุบตีนางในฝันคนนั้น นางก็จะไม่มีวันยอมให้เขามีความสุขแน่

            ชายหม้ายผู้นั้นชอบดื่มสุราไม่ใช่หรือ?หากนางคิดจะตายจริงๆ นางก็จะไปหาซื้อสุราดีๆ มามากมายทำทีเป็นเอาอกเอาใจเขาสักครั้ง รอจนเขามึนเมาหลับใหลไป แม้จะไม่ถึงกับเอาชีวิตแต่ก็จะหาไม้หน้าสามฟาดสั่งสอนให้เจ็บหนักปางตายแล้วตนเองค่อยหนีไปตายอย่างเงียบๆ… แต่คิดอีกที ทำเช่นนั้นมันจะคุ้มค่าได้อย่างไรกัน?ช่างไม่สมควรเลย!

            ดูเหมือนว่าพระโพธิสัตว์คงจะมองอุปนิสัยของนางผิดไปความจริงแล้ว แม้ภายนอกนางจะดูอ่อนโยน แต่ส่วนลึกในใจกลับมีความแข็งแกร่ง ดื้อรั้นและมีความคิดเป็นของตนเอง ไม่เช่นนั้น นางคงทำตามที่จางเจิ้นอันบอกทุกอย่างไม่ใช่เพียงแค่รับปากส่งๆ ไป แต่ลับหลังก็ยังคงทำตามใจตนเองอยู่ดี

            จางเจิ้นอันบอกให้นางพักผ่อนอยู่กับบ้านมากๆอย่ามัวแต่ปักผ้า เดี๋ยวสายตาจะเสีย นางก็รับปากเป็นอย่างดี แต่ลับหลังหากนางอยากปักผ้า นางก็ยังคงปักอยู่ดี

            จางเจิ้นอันบอกให้นางอย่าถักพู่ห้อยบ่อยนักเพราะจะทำให้มือหยาบกร้าน นางก็รับปากแต่ยามว่างนางก็ยังคงแอบถักพู่ห้อยเล่นอยู่เสมอ

            จางเจิ้นอันบอกนางว่าอย่าไปยุ่งกับงานในแปลงผักให้เหนื่อยแรงแต่ทุกวันนางก็ยังคงออกไปดูแลแปลงผักของนางอย่างขะมักเขม้น ใช้จอบเล็กๆ พรวนดินช่วงหลังอากาศร้อน นางก็ยังคอยไปรดน้ำให้ผักเขียวชอุ่มอยู่ร่ำไป

            นางรู้สึกว่าชีวิตเช่นนี้ก็ดีอยู่แล้วนางไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอันใด กลับรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า มีเป้าหมายและมีความสุขยิ่งนัก

            ดูสิ!บัดนี้นางได้เรียนรู้วิชาชีพใหม่อีกอย่างแล้วนางสามารถสอนวิชานี้ให้จางเจิ้นอันได้เช่นกัน หากวันใดฝนตก ออกไปหาปลาไม่ได้การนั่งสานรองเท้าอยู่ที่บ้านก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย

            เพียงแต่... ไม่รู้ว่าเขาจะยอมเรียนหรือไม่แต่ถึงแม้เขาจะไม่ยอมเรียนนางก็เชื่อว่าตนเองมีวิธีที่จะทำให้เขาเรียนจนได้นั่นแหละ

            อันซิ่วเอ๋อร์พลิกดูรองเท้าสานในมืออย่างพินิจพิเคราะห์ดวงตาเปล่งประกายความภาคภูมิใจ นางตรวจสอบรองเท้าคู่นี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนรู้สึกว่านี่คือรองเท้าสานที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นในละแวกนี้มันถูกสานขึ้นอย่างประณีตบรรจง ใช้แกนฟางข้าวที่คัดสรรมาแล้วว่าอ่อนนุ่มที่สุดเย็นนี้พอกลับมา จะต้องทำให้เขาประหลาดใจเสียหน่อย

            เมื่อนำรองเท้าสานไปเก็บไว้ในบ้านเรียบร้อยแล้วอันซิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกตื่นเต้นจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำสิ่งใดต่อนางรอแทบไม่ไหวที่จะมอบของขวัญสุดพิเศษนี้ให้กับเขา จึงตัดสินใจปิดประตูบ้านแล้วเดินไปยังริมแม่น้ำเพื่อตามหาเขา

            มองออกไปแต่ไกลก็เห็นเรือลำน้อยของเขาลอยลำอย่างสงบนิ่งอยู่กลางผืนน้ำท่ามกลางทัศนียภาพอันเขียวชอุ่มแลดูเงียบสงบ การได้เห็นเขาอยู่บนเรือลำเล็กๆเช่นนั้น ช่างให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายตาเสียจริง อันซิ่วเอ๋อร์สลัดเรื่องอื่นๆออกจากใจ นางเดินเข้าไปใกล้ริมตลิ่ง ทำมือป้องปาก ตั้งใจจะตะโกนเรียกเขาแต่พลันเหลือบไปเห็นสตรีชาวบ้านบางคนกำลังซักผ้าอยู่ริมน้ำนางจึงไม่อยากรบกวนความสงบนั้น เลยลดมือลง แล้วยืนรอเขาอยู่บนตลิ่งอย่างเงียบๆ

            ขณะนั้นจางเจิ้นอันกำลังเอนกายอยู่บนพื้นเรือ เอามือประสานรองศีรษะไว้ที่ท้ายทอยมองดูท้องฟ้าสีครามและเมฆขาวลอยละล่องอย่างสบายอารมณ์ เขากะเวลาจากสีของท้องฟ้าตั้งใจว่าจะรออีกสักครู่ แล้วค่อยเก็บแหกลับบ้าน

            ทว่า เมื่อเขาเผลอเหลือบสายตาไปยังริมฝั่งก็พลันเห็นร่างอันอรชรอ้อนแอ้นของสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่สตรีผู้งามสง่าคนนั้นดูเหมือนจะเห็นว่าเขาหันมา นางจึงโบกมือให้เขาด้วย

            ยามปกติ นางไม่อยากจะมาที่ริมแม่น้ำวันนี้เหตุใดจึงมาที่นี่? หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น?

            เมื่อความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวจางเจิ้นอันก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วคว้าไม้พายแล้วรีบพายเรือเข้าหาฝั่งตรงมายังอันซิ่วเอ๋อร์ทันทีความเร็วของเขานั้นน่าทึ่งมาก เพียงชั่วอึดใจเดียว เรือลำน้อยก็เข้าเทียบตลิ่ง

            "ซิ่วเอ๋อร์! เจ้ามาที่นี่ทำไม?หรือว่าที่บ้านเกิดเรื่องอันใดขึ้น? หรือว่า...ไอ้สารเลวนั่นกลับไปก่อกวนเจ้าอีก?" ทันทีที่เห็นหน้านางเขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเต็มไปด้วยความกังวล

            อันซิ่วเอ๋อร์เม้มปากเล็กน้อยแล้วส่ายหน้าเมื่อเห็นสีหน้าของเขายังคงวิตก นางจึงเอ่ยขึ้นว่า "ข้าอยู่ที่บ้านคนเดียวรู้สึกเบื่อๆ น่ะเจ้าค่ะ เลยออกมาหาท่านท่านทำงานเสร็จแล้วหรือยังเจ้าคะ?"

            "ยังหรอกเหลืออีกแหเดียวก็จะกลับแล้ว" จางเจิ้นอันตอบพลางยื่นมือออกไปตรงหน้านางอย่างเป็นธรรมชาติอันซิ่วเอ๋อร์วางมือลงบนฝ่ามือแข็งแรงของเขา เขาออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยร่างของนางก็ก้าวขึ้นไปบนเรือได้อย่างง่ายดาย

            "ข้าไปเก็บแหก่อนนะ" จางเจิ้นอันบอก แล้วเริ่มพายเรือมุ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งอันซิ่วเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างกายเขา มองดูท่วงท่าการพายเรือของเขาด้วยความสนใจจางเจิ้นอันถูกนางจ้องมองเช่นนั้น ก็อดที่จะรู้สึกเก้อเขินขึ้นมาไม่ได้เขาเบือนหน้าหนีเล็กน้อย มองตรงไปยังเบื้องหน้า แสร้งทำทีเป็นสงบนิ่งพลางพายเรือไปพลางกล่าวกับนางว่า "ดูนั่นสิแหที่ข้าหว่านไว้อยู่ตรงนั้น"

            "อืม" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้ารับมองตามทิศที่เขาชี้ แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการหาปลานักก็ตาม

            "ตรงนั้นมีกอหญ้าใต้น้ำอุดมสมบูรณ์พวกปลามักจะไปรวมกันอยู่แถวนั้น ข้าเลยหว่านแหดักไว้ รับรองว่าต้องได้ผลแน่นอน"จางเจิ้นอันอธิบายให้นางฟังอีกครั้ง

            "ท่านพี่ฉลาดจริงๆ ไม่น่าเล่าช่วงนี้ถึงจับปลาได้มากมาย" อันซิ่วเอ๋อร์เอ่ยชมอย่างไม่ปิดบัง

            จางเจิ้นอันเม้มริมฝีปากเล็กน้อยเหลือบมองนางแวบหนึ่ง อันซิ่วเอ๋อร์มองดูเขาพายเรือแล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมาจึงเอ่ยถามว่า "ข้าลองพายดูบ้างได้หรือไม่เจ้าคะ?"

            "ได้สิ" จางเจิ้นอันตอบรับแล้วขยับสลับตำแหน่งให้นางปลายนิ้วของเขาบังเอิญสัมผัสหลังมือของอันซิ่วเอ๋อร์แผ่วเบา เขารีบชักมือกลับแล้วเริ่มบอกวิธีการพายเรือให้นางฟัง

            "ยืนให้มั่น หลังกับเอวตั้งตรงมองไปข้างหน้า มือจับไม้พายให้แน่น ใช้แรงจากข้อศอก..."

            ดูเหมือนง่ายแต่เอาเข้าจริงกลับยากเย็นยิ่งนัก! จางเจิ้นอันพายเรือได้อย่างคล่องแคล่วสบายๆแต่กว่านางจะจ้วงไม้พายลงน้ำได้แต่ละครั้งช่างทุลักทุเล เรืออยู่ในน้ำหากไม่พายไปข้างหน้าก็จะลอยถอยหลัง พอมีคลื่นลูกเล็กๆ ซัดมาหัวเรือก็แกว่งไปเล็กน้อย

            อันซิ่วเอ๋อร์เสียหลักจนร้องอุทานออกมาโชคดีที่จางเจิ้นอันคว้าตัวนางไว้ได้ทันท่วงที รอจนนางยืนทรงตัวได้มั่นคงแล้วเขาจึงกล่าวกับนางด้วยสีหน้าจริงจังว่า "พายเรือมันไม่ง่ายเหมือนดูหรอกเจ้านั่งพักเฉยๆ เถอะ"

            อันซิ่วเอ๋อร์มีสีหน้าเจื่อนๆ ลงเล็กน้อยแต่เหตุการณ์เมื่อครู่ก็ทำให้นางยิ่งตระหนักว่าสิ่งที่จางเจิ้นอันทำอยู่ทุกวันนั้นไม่ง่ายเลยคนอื่นมองดูเขาพายเรือ อาจคิดว่าเขากำลังเล่นสนุกแต่ใครจะรู้ว่าต้องใช้เรี่ยวแรงมากเพียงใด ไม้พายที่นางต้องออกแรงอย่างยากลำบากกว่าจะแกว่งไกวได้ในมือของเขากลับดูราวกับของเล่นชิ้นเล็กๆ เบาหวิวเสียเหลือเกิน

            ทั้งสองเดินทางถึงจุดหมายอย่างรวดเร็วจางเจิ้นอันชี้ตำแหน่งที่เขาหว่านแหไว้ ความเร็วของเขานั้นน่าทึ่งมากเขาไม่ได้ทอดสมอเรือด้วยซ้ำ เพียงแค่พุ่งตัวลงจากเรืออย่างคล่องแคล่ว ดึงแหขึ้นมาในขณะที่อันซิ่วเอ๋อร์กำลังกังวลว่าเขาจะกลับขึ้นเรือทันหรือไม่ เขาก็พุ่งตัวกลับขึ้นมาบนเรืออีกครั้งอย่างรวดเร็ว

            เขาไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองปลาในแหเพียงแค่แขวนตาข่ายไว้ที่ท้ายเรือ แล้วเดินกลับไปที่หัวเรือคว้าไม้พายมาถือไว้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงชั่วครู่เดียวทั้งสองก็กลับมาถึงริมตลิ่งอีกครั้ง

            นี่เป็นครั้งแรกที่อันซิ่วเอ๋อร์ได้ออกมาหาปลากับจางเจิ้นอันแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่นางก็รู้สึกสนุกสนานและตื่นเต้นไม่น้อย

            นางยืนรออยู่บนฝั่ง มองดูจางเจิ้นอันผูกเรือดึงแหที่ท้ายเรือขึ้นมา เทปลาทั้งหมดลงในตะกร้า แล้วจึงก้าวขึ้นฝั่งทั้งสองเดินเคียงข้างกันกลับบ้าน

            ยามนั้น ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิทดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงลับทิวเขา แสงสีทองสุดท้ายของวันสาดส่องลงมาปูพรมสีทองทาบทาลงบนถนนสายเล็กๆ ที่ทอดนำทางกลับบ้านต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทางต่างอาบไล้ด้วยแสงตะวันอันอ่อนโยน เปล่งประกายงดงามแปลกตา

            อันซิ่วเอ๋อร์เดินอยู่ข้างกายจางเจิ้นอันพลางเงยหน้ามองเขาไปด้วย "เดี๋ยวพอกลับถึงบ้านข้ามีของขวัญจะให้ท่านด้วยนะเจ้าคะ"

            จางเจิ้นอันก้มลงมองนางแวบหนึ่งภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ใบหน้าที่เดิมขาวผ่องของนางบัดนี้กลับดูนวลเนียนเรืองรองด้วยสีเหลืองอ่อนๆ งดงามราวกับเทพธิดาในภาพวาดโบราณทำให้หัวใจของเขาพลันเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เขาแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจหันหน้าไปอีกทางพลางถามว่า "ของขวัญอะไรหรือ?"

            "ข้าทำรองเท้าให้ท่านคู่หนึ่งเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวพลางแย้มยิ้ม รอยลักยิ้มบางๆปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าเอ็นดู

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276