หลังจากการกินเลี้ยงต้อนรับหยุนผิงเสร็จหว่านอิ่งและสหายใหม่ทั้งสองอย่างหยุนผิงและเหมยอิงเก็บจานชานไปทำสะอาดหลังบ้านให้ปล่อยมารดาและท่านป้านั่งสนทนากัน พี่ใหญ่ พี่เจ้อหยูร์ และอานตี๋ถักตาข่ายดักปลาที่แคร่
"ชางอวี่นี่คืออะไรหรือ" หลี่เจ้อหยูร์ถามสหายที่นานๆ จะเจอกันครั้ง พวกเขาต้องทำงานช่วยที่บ้านเลยไม่ว่างมานั่งเล่นสนทนากัน
"นี่หรือ มันคือตาข่ายดักปลาที่อิ่งเออร์คิดขึ้นมามันใช้ได้ผลดีนักที่บ้านข้ามีเงินขึ้นมาก็เพราะเ้าสิ่งนี้" ชางอวี่บอกสหายของตนอย่างไม่ปิดบัง
"มันใช้งานอย่างไรหรือข้าไม่เคยเห็นมาก่อน" เจ้อหยูร์มองอย่างสงสัย
"อันนี้ยังไม่เสร็จดีนัก ข้าจึงนำไปลองใช้ให้เ้าดูไม่ได้ แต่มันมีอีกอันหนึ่งที่ใช้งานได้เหมือนกัน ข้าจะพาเ้าไปดูการใช้งานของมัน"ชางอวี่บอกสหายและพากันไปดูตาข่ายที่ตากอยู่หลังบ้าน ชางอวี่อธิบายการใช้งานต่างใช้สหายฟัง
"มันจะใช้ได้จริงหรือแค่ด้ายและเชือกเส้นเล็กจะสามารถจับปลาได้" เจ้อหยูร์ถามสหาย
"ได้สิเอาไว้ข้าจะไปชวนเ้าหลังจากทำอันใหม่เสร็จ เ้าจะได้รู้ว่ามันใช้ได้จริงหรือไม่"
"ได้ข้าจะรอ"
ทางด้านจื่อหานได้ชวนสหายเดินดูสวนผักแปลงนาและรางน้ำที่บุตรสาวตนคิดค้นขึ้นมา
"เหวินเซียว เฉียงฮุยนี่คือรางน้ำที่หว่านอิ่งคิดขึ้นมา มันจะทำให้ไม่เราต้องไปหาบน้ำจากลำธารแค่ตักน้ำเทใส่รางที่อยู่ใกล้ลำธารน้ำก็จะไหลลงมาในบ่อพักน้ำนี้" จื่อหานอธิบายรางน้ำวิธีการทำและพาสหายทั้งสองเดินไปยังลำธารเพื่อทดลองทำให้รู้ถึงวิธีการใช้งานของรางน้ำบ้านเขา ทุกวันนี้บ้านเขาไม่จำเป็หาบน้ำกลับบ้าน เพราะถ้าครอบครัวเขามาหาปลาเมื่อไหร่ก็มาเทน้ำใส่รางไปเติมบ่อพักน้ำที่อยู่บ้าน
"อือ สะดวกสบายยิ่งอิ่งเออร์ฉลาดหลักแหลมนัก"เหวินเซียวมองดูสิ่งที่สหายอธิบาย ไม่ได้การล่ะกลับบ้านไปเขาคงไปทำเ้าสิ่งนี้แล้วเวลาเขาไม่อยู่ภรรยาและบุตรสาวจะได้ไม่ต้องไปหาบน้ำให้เหนื่อย
"อือ ข้าคงต้องนำวิธีนี้กลับใช้ที่บ้านบ้างเสียแล้ว อิ่งเออร์ฉลาดนัก" เฉียงฮุยบอกสหาย
"ฮ่าๆๆๆ อิ่งเออร์ของข้านางี้เีนัก นางแค่คิดหาวิธีให้ตนเองสบายก็เท่านั้น" จื่อหานยิ้มหน้าบานกับคำชมบุตรสาวจากสหายทั้งสองที่บ้านเขาสบายเริ่มอยู่ดีกินดีก็เพราะบุตรสาวถึงเขาและภรรยาจะสงสัยในตัวนางแต่ก็ไม่สามารถหาตอบในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของบุตรสาวได้ อิ่งเออร์มีความคิดที่ไม่เหมือนผู้ใดสิ่งที่ผู้อื่นไม่กินบุตรสาวของเขากับนำมากินสิ่งที่ผู้อื่นไม่ทำนางกับทำ ถึงเขาและภรรยาจะสงสัยแต่ไม่สามารถหาคำตอบได้จำเป็ปล่อยผ่าน
หว่านอิ่งและเหมยอิงนั่งพูดคุยกับสหายใหม่อย่างสนใจ
"หยุนผิงเ้าปักผ้าได้งดงามนัก" เหมยอิงนั่งชมผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมยที่สหายตนปักให้ เหมยอิงนั้นฝีมือปักเย็บผ้าพอใช้ได้ถึงไม่งดงามแต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดจนเกินไป
"อือ เ้าเก่งกาจยิ่งนัก" หว่านอิ่งออกปากชมสหายใหม่หยุนผิงปักได้รวดเร็วแต่ยังงดงามไม่มีตำหนินี่มันเทพเกินไปแล้ว นางนั่งปักมาหนึ่งชั่วยามยังไม่ได้สักผืนเลยแถมยังน่าเกลียดเอามากๆ จนไม่กล้าให้ใครดูคงมีแต่ท่านแม่เท่านั้นที่ได้ดูฝีมือการเย็บปักขั้นเทพของนางช่างเป็บุญของมารดานางนัก เพราะต่อไปนี้นางจะไม่ยอมปักผ้าให้ผู้ใดเห็นอีกเป็อันขาด
"ใช่ๆ เก่งกาจนักถ้านำไปขายที่ร้านผ้าแพรคงได้ราคาดีไม่น้อย"เหมยอิงบอกสหาย
"พวกเ้าชมข้าเกินไปแล้วฝีมือปักเย็บข้าธรรมดายิ่งนักจะนำไปขายได้อย่างไร" หยุนผิงหน้าแดงยิ้มอย่างเขิลอายกับคำชมเกินจริงของสหาย
โอ้มายก๊อดถ้าฝีมือนางเรียกว่าธรรมดาแล้วของข้าล่ะเรียกว่าอะไร เกินไปแล้วนางจะทำตัวน่าหมั่นไส้เกินไปแล้วหว่านอิ่งได้แต่มองหน้าสหายทั้งสองที่เอ่ยชมกันไม่หยุดปาก หึๆๆ อย่างให้ข้าเก่งกาจขึ้นมาบางก็แล้วกัน ข้าจะแขวนไว้หน้าประตูบ้านเป็เดือนๆ เลยคอยดู หว่านอิ่งจมอยู่ในความคิดของตัวเองฟังสหายทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนมประเดี๋ยวก่อนนะนำไปขายหรือหว่านอิ่งคิดถามพูดของเหมยอิง
"ใช่แล้วๆ ข้าคิดออกแล้ว"หว่านอิ่งร้องบอกสหายอย่างดีใจ
"เ้าคิดอะไรออกหรือหว่านอิ่ง" หยุนผิงและเหมยอิงถามขึ้นพร้อมกันเมื่อเห็นสหายที่นั่งเงียบมานานร้องขึ้น
"ข้าว่าเรานำผักปักของเ้าไปขายที่ร้านผ้าแพรในเมืองดีหรือไม่ ข้าจะเป็ออกแบบลวดลายบนผ้าให้เ้าเอง"หว่านอิ่งบอกสหายและวิ่งเข้าไปในบ้านนำกระดาษ แท่งถ่านมาออกแบบลายผ้า หว่านอิ่งไม่ถนัดในการใช้พู่กันเพราะในโลกก่อนนางก็ใช้ดินสอและปากกา หว่านอิ่งเริ่มวาดภาพลวดลายบนกระดาษให้สหายดู
"เสร็จแล้วนี้เป็ตัวอย่างแบบที่ข้าอยากให้เ้าปักเพื่อนำไปขายในตัวเมืองข้าจะเป็คนเขียนแบบส่งให้เ้า เ้าก็แค่ปักตามแบบที่ข้าให้ไปและเราจะนำไปขายเอาเงินมาแบ่งกัน" หว่านอิ่งบอกสหายทั้งสองที่กำลังนั่งดูกระดาษที่นางวาด
หยุนผิงมองดูแบบวาดที่หว่านอิ่งส่งมาให้เป็รูปกิ่งเหมย ที่อยู่ด้านล่างขวามือของกระดาษ ที่ยืนกิ่งก้านออกไปซ้ายขวาโดยมีดอกเหยมเล็กสี่ห้าดอกและบนสุดด้านซ้ายจะมีอักษรเล็กแปลกตาที่นางไม่เคยพบเห็น
"อืม ข้าเห็นด้วยกับหว่านอิ่งนะหยุนผิงฝีมือปักผ้าของเ้างดงามสามารถไปขายในตัวเมืองได้ แต่ข้าสงสัยอย่างหนึ่งนี้ตัวอะไรหรือหว่านอิ่ง" เหมยอิงชี้ไปยังตัวอักษรแปลกตาที่อยู่้าสุดของกระดาษ
"นี่เป็ชื่อของหยุนผิง เราจำเป็ต้องปักลงไปเพื่อเเสดงความเป็เ้าของสินค้าทุกชิ้นทื่เราปักและให้คนซื้อสามารถจดจำสินค้าของเราได้ด้วยตัวอักษรนี้" หว่านอิงเขียนชื่อของหยุนผิงเป็ตัวเขียนภาษาอังกฤษเพื่อให้คนที่จะมาซื้อจำสิ้นค้าของพวกนางได้
"แต่เราไม่มีผ้าดีๆสวยๆ ที่จะใช้ปักนะ" หยุนผิงคิดตามที่สหายบอกถ้าผ้าปักของนางขายได้นางก็มีเงินให้บิดามารดานาง
"ที่บ้านข้ามีผ้าสวยๆ อยู่สองผืนที่ท่านตาส่งมาให้และท่านแม่ยกให้ข้าประเดี๋ยวข้าจะนำมาให้เ้านะหยุนผิง" เหมยอิงบอกสหายตนเมื่อปีที่แล้วท่านตาของนางได้ส่งผ้ามาให้ มารดาจึงยกให้นางและอยากในนางมีชุดสวยๆใส่แต่นางยังไม่นำออกมาใช้
"ข้าจะไม่ทำผ้าเ้าเสียหายหรือ" หยุนผิงกังวลเป็อย่างมากทั้งอยากปักผ้าขายทั้งกล้าทำผ้าของเพื่อนใหม่เสียหาย
"ไม่เป็ไรหรอกข้าเชื่อใจในฝีมือของเ้า" เหมยอิงบอกสหาย
"ตกลงตามนึ้นะข้าจะเป็คนออกแบบลายผ้าของเ้าทั้งหมด เหมยอิงจะดูแลเื่ผ้าและการขายให้เ้า ส่วนเ้าก็มีหน้าที่ปักผ้าและเมื่อขายได้เราจะนำมาแบ่งกันคนละครึ่ง" หว่านอิ่งบอกสหายและพวกนางก็พยักหน้าตอบกับก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านตนเอง เป็สหายที่ดีจริงๆเลยเจอกันวันแรกก็เจรจาธุรกิจกันเสียแล้วน่าคบหาระยะยาว
หว่านอิ่งเดินไปช่วยท่านพ่อและพี่ชายถักตาขายให้เสร็จโดยเร็วนางจะได้ปลานำมาทำน้ำปลาเก็บไว้กินเกลือแพงเกินไปสำหรับนางตอนนี้ ส่วนน้องชายและมารดานางไปรดน้ำผักกำจัดวัชพืชอยู่ที่สวย
หว่านอิ่งครอบครัวตกลงกันว่าจะยังไม่นำมุกประดับไปขายอีกถ้าไม่จำเป็และนางกับมารดาได้เลือกมุกที่ตนเองชอบเก็บเราแล้วทำเครื่องประดับ ส่วนมารดาจะเก็บไว้เป็สินเดิมเ้าสาวเมื่อนางแต่งออกไป หว่านอิ่งเลือกอันที่ใหญ่เล็กผสมกันมีทั้ง สีดำ ม่วง เหลือง ชมพู ฟ้า แดง เทาและขาว เก็บไว้ในห้องนอน
รุ่งขึ้นหว่านอิ่งชวนบิดาและพี่ไปป่าไผ่ หว่าน้าทำแพไม้ไผ่เพราะตาข่ายดักปลาอันใหม่ต้องลงไปในน้ำลึก เพื่อความปลอดภัยของบิดาและพี่ชายนางจึงต้องมีแพอำนวยความสะดวกสบาย
หว่านอิ่งนำไม้ไผ่มาต่อกันและนำเชือกมามัดให้แน่นนางทำแพขนาดไม่ใหญ่มากและไม่เล็กมากสามารถวางกระบุงใส่แล้วบนได้หลายใบ
ชางอวี่ชวนเจ้อหยูร์มาดูที่จับปลาอันใหม่และทั้งห้าก็ขึ้นแพลอยไปในลำธาร
"พี่รองๆ มันลอยได้จริงๆ เราไม่จมน้ำแล้ว" อานตี๋บอกพี่สาวอย่างตื่นเต้น
"เ้าชอบหรือไม่ถ้าเ้าชอบก็ออกมาช่วยท่านพ่อและพี่ใหญ่บ่อยก็แล้วกัน" หว่านอิ่งลูบหัวน้องชายอย่างเอ็นดูอานตี๋เริ่มอ้วนขึ้นมีแก้มมากขึ้น พี่ชายนางก็เช่นกันตอนนี้คนในบ้านมีเนื้อหนังมากขึ้น
"ได้ขอรับข้าจะมาทุกวันเลย" อานตี๋บอกพี่สาว
ส่วนเจ้อหยูร์เขานั่งเกร็งตัวหลังตรงอยู่บนแพอย่างตื่นเต้น ชางอวี่ได้ใช้เชือกตาข่ายมัดกับเสาไม้อีกด้านหนึ่งไว้และปล่อยตาข่ายลงไปในน้ำเพื่อไปมัดกับอีกด้านหนึ่งของลำธารและจื่อหานช่วยไม้ไผ่ขนาดยาวดันแพให้ไปฝั่งตรงของลำธาร
"ท่านพ่อเราขึ้นไปอีกฝั่งได้หรือไม่เ้าคะ" หว่านอิ่งถามบิดาเพราะมองไปเห็นป่าอ้อยที่ฝั่งตรงข้ามของลำธาร น้ำอ้อยที่นางทำไว้ใช้ในครัวใกล้จะหมดแล้วนางจึงอยากนำกลับไปทำไว้ใช้อีกถ้าได้มาหน่อยก็จะทำน้ำอ้อยให้คนในบ้านดื่นกิน
"เ้าจะไปทำไมหรือด้านมีแต่ต้นหญ้าสูงใหญ่" เจ้อหยูร์ถามน้องสาวสหายเขาได้แต่นั่งมองสหายทำนั่นทำนี้โดยช่วยเหลืออะไรไม่ได้
"เขาจะไปเอาอ้อยมาทำเป็น้ำตาลไว้ไช้ในครัวเ้าค่ะ น้ำตาลที่ตลาดแพงนักข้านำมาทำเองไม่เสียสักอีแปะเดียว"หว่านอิ่งบอกเจ้อหยูร์
"อ้อยหรือข้าไม่เคยไม่ยินมากก่อนมันมีน่าตาอย่างไรหรือ"
"ประเดี๋ยวพี่ชายหยูร์ก็เห็นเองเ้าค่ะ"