“ครูหลิว คุณคิดจะคุยเื่นี้กับหัวหน้าสายชั้นจริงๆ เหรอ ฉันว่านะให้เธอออกจากโรงเรียนไปเสียจะดีกว่า! อย่างไรเธอก็ไม่ใช่เด็กที่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอยู่แล้วจะสิ้นเปลืองทรัพยากรไปทำไมกัน!”
“ครูจังพูดถูก! เธอเสื่อมศีลธรรมแบบนั้นถ้ายังอยู่โรงเรียนนี้ต่อไปจะต้องส่งผลกระทบต่อนักเรียนคนอื่นแน่ๆ!”
ครูหลิวมองไปยังครูวัยหนุ่มสาวที่อยู่ในห้องทำงานด้วยสายตาเ็าอยู่แวบหนึ่งแล้วจึงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “หน้าที่ของพวกเราไม่ใช่การอบรมสั่งสอนผู้คนหรืออย่างไรแม้จะทำเื่ผิดพลาดแต่ก็ควรให้โอกาสเธอในการกลับเนื้อกลับตัวไม่ใช่เหรอ ครูที่ควรเป็แบบอย่างที่ดีทำไมถึงได้ละเลยข้อเท็จจริงและเออออตามคนอื่นเหมือนนักเรียนพวกนั้นไปได้”
เจตนาที่อยากจะปกป้องของครูหลิวนั้นแสดงออกมาทางคำพูดและท่าทีอย่างชัดเจน
เพราะความาุโของเขา ครูที่พูดจาไร้สาระเ่าั้จึงไม่โต้ตอบอะไร ทว่าในก้นบึ้งของจิตใจกลับดูถูกเหยียดหยามนักเรียนอย่างซูเฉียว
ซูเฉียวก้าวเท้าเข้าห้องเรียนพอดีกับที่เสียงกริ่งเข้าชั้นเรียนดังขึ้น
เมื่อเธอปรากฏตัว ภายในห้องเรียนก็พลันเงียบเสียงลงในทันที
“ซูเฉียว แกยังมีหน้ามาโรงเรียนอีกเหรอ! ถ้าเป็ฉันฉันออกจากโรงเรียนไปเองตั้งนานแล้ว ไม่หน้าด้านออกมาให้ตัวเองขายหน้าหรอก!” นักเรียนหญิงคนหนึ่งที่มัดผมหางม้าส่งสัญญาณบอกเหอลู่ลู่ด้วยสายตาและลุกขึ้นเป็คนแรก
เมื่อมีคนลุกขึ้นมาหนึ่งคน คนอื่นก็ทำตามโดยอัตโนมัติ
“พวกเราไม่อยากนั่งเรียนห้องเดียวกับนักโทษ ออกจากห้อง 8 ไปซะ!”
“ออกจากห้อง 8 ไปซะ!”
“ไสหัวไป!”
ซูเฉียวได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวาย แต่ไม่ได้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแต่อย่างใด เธอกลับทำหูทวนลมกับคำก่นด่าของพวกนั้นและยังคงสาวเท้าอย่างเชื่องช้าตรงไปยังที่นั่งแถวสุดท้ายของห้องเรียน
“ซูเฉียว แกหูหนวกหรือไง! ไม่ได้ยินที่พวกเราพูดเหรอ”เหอลู่ลู่นึกไม่ถึงว่าซูเฉียวจะหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้ หล่อนไม่สนใจพวกเธอเลยแม้แต่น้อยเธอจึงหงุดหงิดในทันที
ซูเฉียวเองก็ไม่ได้อยากสนใจนักเรียนที่ไม่ประสีประสาเหล่านี้นักหรอกแต่ทำไมถึงต้องปล่อยให้พวกเธอยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วย หากไม่ให้บทเรียนที่สาสมกับพวกเธอเกรงว่าหลังจากนี้หูเธอคงไม่ได้เงียบสงบแน่
หลังจากวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ซูเฉียวก็เดินตรงไปหาผู้หญิงที่ชื่อเหอลู่ลู่อย่างไม่รีบร้อน
“แก...แกจะทำอะไร...” เมื่อได้สบสายตาที่นิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัวคู่นั้นของซูเฉียวเหอลู่ลู่ก็พลันเกิดความรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาในใจ สองขาเผลอก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว
ซูเฉียวเหยียดยิ้มมุมปาก
ผู้หญิงคนนี้ช่างปอดแหกเสียจริง!เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย หล่อนก็กลัวจนหัวหดเสียแล้ว คนโง่แบบนี้ ซูเหล่ยยังปล่อยให้อยู่ข้างกายอีกดูเหมือนซูเหล่ยเองก็ไม่ได้ฉลาดอย่างที่คนอื่นร่ำลือกัน พวกเขาคงจะพูดเกินจริงไปมาก
“พวกเธอก็พูดแล้วว่าฉันเป็นักโทษ เธอคิดว่ามีอะไรที่ฉันทำไม่ได้ด้วยเหรอ”ซูเฉียวยกมุมปากขึ้นคล้ายกับกำลังยิ้มอยู่ แต่คนรอบข้างต่างพากันหวาดกลัวกันเสียหมด
เหอลู่ลู่ใกลัวจนหน้าซีดเผือด เพียงแต่ไม่ได้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา
“ความอดทนของฉันก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน ถ้าฉันทนไม่ไหวเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็อะไรฉันก็ทำได้หมดทุกอย่าง! เพราะฉะนั้นอย่ามาแส่หาเื่ฉัน เข้าใจมั้ย”ซูเฉียวมองเหอลู่ลู่ที่กลัวจนตัวสั่น แล้วหมุนตัวกลับไปยังที่นั่งของตัวเอง
เพราะเหตุการณ์นี้ ภายในห้องเรียนจึงเงียบกริบเป็ป่าช้าในทันใด
และเพราะเื่นี้ด้วยเช่นกัน ที่ทำให้นักเรียนจำนวนไม่น้อยต้องเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อซูเฉียวไปในทันที
“เฮ้ย เธอไม่รู้สึกเหรอ ซูเฉียวไม่เหมือนเดิมเลยนะ เมื่อกี้ที่แม่นั่นสั่งสอนเหอลู่ลู่มันเฉียบขาดมากเลย ว่ามั้ย?!”
“เหอลู่ลู่ก็เกินไปจริงๆ ซูเฉียวยังไม่ทันไปยุ่งอะไรกับหล่อนเลย ทำไมต้องเออออตามซูเหล่ยไปเสียหมด?! สอดเื่คนอื่นมากเกินไปละ!”
“ฉันกลับรู้สึกว่าซูเฉียวก็ไม่เลวเลยนะ อย่างน้อยหล่อนก็ตรงไปตรงมามากกว่าดีกว่าคนหน้าไหว้หลังหลอกตั้งเยอะ!”
คนที่ถือว่าเป็คู่กรณีอย่างซูเฉียวกลับอุดหูเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงถกเถียงเ่าั้แล้วฟุบลงกับโต๊ะนอนงีบต่อไป
เมื่อจบคาบเรียนแรก ครูหลิวก็เรียกซูเฉียวออกมาตามลำพัง
“หัวหน้าบอกว่า ถ้าอยากจะย้ายไปสายวิทย์ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้แต่ต้องให้ทางครอบครัวของเธอยินยอมเสียก่อน จากนั้นก็ต้องเดินเื่ให้เธอทำการทดสอบบางวิชาถ้าผ่านการทดสอบก็สามารถย้ายได้ แต่ถ้าคะแนนไม่เป็ที่น่าพอใจ เธอก็ต้องเรียนสายศิลป์ต่อไป”ครูหลิวทำเพื่ออนาคตของเด็กนักเรียนคนนี้ แต่ว่าก็เสียเวลาพอสมควรกว่าจะพูดเกลี้ยกล่อมหัวหน้าสายชั้นได้
ซูเฉียวพยักหน้าเล็กน้อยอย่างกลุ้มใจ ครู่หนึ่งจึงถามขึ้นว่า“ทดสอบเมื่อไหร่คะ”
ครูหลิวคิดอยู่สักครู่แล้วพูดว่า “เธอไปจัดการคุยกับผู้ปกครองก่อน ถ้าพวกเขายินยอมให้เธอย้ายฉันจะจัดการให้ทันที”
เมื่อพูดถึงเื่ผู้ปกครอง ครูหลิวก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาชีวิตของซูเฉียวไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด มันถูกลือกันไปทั่วตั้งนานแล้ว ชีวิตเด็กคนนี้ช่างอาภัพนัก! เพราะความผิดพลาดของคนรุ่นก่อน ทำให้เธอต้องแบกรับผลพวงอันขมขื่นอย่างไม่มีข้อแม้
พลันเมื่อเห็นแววตาที่แสดงความเห็นอกเห็นใจของครูหลิวซูเฉียวก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้ ลุงคนนี้ช่างน่าขันเสียจริง! เขากำลังรู้สึกสงสารและเห็นใจเธออยู่อย่างนั้นเหรอ
แต่น่าเสียดาย คนอย่างซูเฉียวไม่เคย้าความสงสารจากใคร!
มีเพียงคนอ่อนแอเท่านั้นที่้า!
และเธอก็สามารถใช้ความจริงพิสูจน์ได้ว่าเธอเป็ผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง!
โรงเรียนมัธยมแห่งนี้เป็ระบบหอพัก ซูเฉียวไม่มีข้อมูลติดต่อของซูอีิครูหลิวจึงอนุญาตให้เธอลาครึ่งวันเป็กรณีพิเศษ เธอจะได้กลับไปจัดการเื่การย้ายห้องเรียนให้เรียบร้อย
ซูเฉียวมองธนบัตรไม่กี่ใบที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ไร้ซึ่งคำพูด เธอเป็ถึงราชินีนักฆ่าแห่งกลุ่มจันทราดับแสงเธอยากจนแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่กันนะ!
ก่อนจะกลับบ้าน เธอต้องคิดวิธีหาเงินให้ได้เสียก่อน
เมื่อคิดถึงเื่เงิน เทพเ้าแห่งโชคลาภก็ลอยมาหาเธอถึงที่
“เฮ้ย ใช่หล่อนจริงๆ ด้วย!”เยี่ยเทียนเพิ่งจะจอดรถนิ่งสนิท ก็พลันเห็นร่างที่คุ้นตาเป็อย่างดี จึงอดส่งเสียงก่นด่าออกมาไม่ได้
ตลอดสองวันที่ผ่านมา เขาเอาแต่สืบหาโจรขโมยรถคนนั้น ภายหลังจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวการที่ก่อเหตุก็คือลูกสาวนอกสมรสของตระกูลซู เขาใจนกรามแทบค้าง แต่ใก็ส่วนใอย่างไรก็ต้องชำระแค้นที่ถูกตีจนสลบและถูกขโมยรถไปให้ได้ก่อน
“ซูเฉียว หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!” เยี่ยเทียนถอดแว่นกันแดดลงมาจากรถแล้วรีบก้าวเท้ายาวๆ พุ่งตัวไปประจันหน้ากับซูเฉียว
ซูเฉียวกวาดตามองชายผมทรงหงอนไก่สีแดงตรงหน้า เธอจำเขาได้ในทันที“นายเองเหรอ”
“ตีฉันจนสลบแล้วยังขโมยรถฮาร์ลีย์ของฉันไปอีก เธอกล้ามากนะ!” เยี่ยเทียนสูงกว่าซูเฉียวเกือบยี่สิบเิเเรียกได้ว่าเขาอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบและมีอำนาจกว่ามาก
แต่ทว่าซูเฉียวไม่ได้รู้สึกกลัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เธอกลับลากตัวชายหนุ่มไปยังรถสปอร์ตสีแดงคันสวยของเขาอย่างง่ายดาย“นายคงจะคุ้นเคยกับบ่อนใต้ดินในปักกิ่งดีใช่ไหม พาฉันไปซิ!”
เยี่ยเทียน “...”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/e45e3e408ff3bd98c5a99b49817436cb