บทที่ 28 หลบหนี (รีไรต์)
“อวิ๋นอ้ายจวินคือตัวการ หูฟางอย่างมากก็แค่ผู้สมรู้ร่วมคิด ถ้าแบ่งความรับผิดชอบ ความผิดของหูฟางต้องน้อยกว่าอวิ๋นอ้ายจวินแน่นอน”
สีหน้าของจางเจวียนไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก เธอยังคงจ้องมองไปที่อวิ๋นซานอย่างดุร้าย “งั้นหูฟางก็ไม่ต้องติดคุกแล้วสิ?”
เธอเกลียดหูฟางที่ชอบยุ่งเื่ชาวบ้าน รวมถึงคนครอบครัวอวิ๋นด้วย
ในบ้านมีคนติดคุกลูกของเธอไปโรงเรียนก็คงจะถูกเพื่อนล้อแน่ ๆ
แล้วคนในครอบครัวก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“ถ้าโยนความผิดทั้งหมดไปที่อวิ๋นอ้ายจวิน บางทีเธออาจจะไม่ต้องติดคุกก็ได้”
แต่อย่างไรก็ตามหูฟางเป็คนยอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก เธอจะยอมซัดทอดอวิ๋นอ้ายจวินจริง ๆ เหรอ?
จางเจวียนนิ่งไปครู่หนึ่ง
อวิ๋นซานพูดต่อ “ลองดูว่าพอจะเข้าไปพบหูฟางได้ไหมค่อย ๆ เกลี้ยกล่อมเธอ อย่าให้เธอแบกรับเื่นี้ไว้คนเดียว”
จางเจวียนฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง อวิ๋นอ้ายจวินบอกว่าทั้งหมดเป็เพราะลูกพี่ลูกน้องของเธอที่อยากไปทำงานที่โรงถ่ายทำภาพยนต์ในเมืองเอส หูฟางก็ถูกหลอกเหมือนกัน เธอไม่รู้ว่าคนรู้จักในหมู่บ้านของเฉินเฟยเฟยจะเป็กลุ่มค้ามนุษย์ เธอแค่อยากช่วยด้วยใจจริงเท่านั้น
แน่นอนว่าอวิ๋นอ้ายจวินบอกกับพวกเธอว่าอยากเข้าไปพบหูฟางสักครั้ง ถ้าครอบครัวของหูฟางเข้าไปได้ หวังให้พวกเขาจะช่วยพูดเกลี้ยกล่อมหูฟาง บอกให้เธออดทนไว้ เขาจะรอเธออยู่ข้างนอกเสมอ แม้ว่าเธอจะกลัวการถูกตัดสินโทษ เขาก็จะรอ รอวันเธอออกมา
เป็ประโยคนี้ที่ทำให้พ่อแม่ของหูฟางใจอ่อน พวกเขาคิดว่าถ้าลูกสาวต้องติดคุกจริง ๆ ชีวิตนี้คงพังทลาย แต่ถ้าติดคุกแค่ไม่กี่ปีแล้วยังมีคนรอเธออยู่ อย่างน้อยชีวิตของเธอก็ไม่ถึงกับพังทั้งหมด
แต่ตอนนี้ลูกพี่ลูกน้องของอวิ๋นอ้ายจวินดันมาบอกว่าเื่นี้เป็การยุยงของเขา
“พ่อของฉันกับพ่อของอวิ๋นอ้ายจวินเป็พี่น้องกัน พ่อฉันอยู่ในเมือง ส่วนลุงทำไร่อยู่ที่ชนบท พวกเขาไม่ค่อยพอใจ อยากเข้ามาอยู่ในเมืองมาก แต่ก็ไม่มีความสามารถพอ พวกเขาเลยต้องใช้วิธีสกปรก”
“อย่างเช่นอวิ๋นอ้ายจวิน…ไม่ใช่ว่าเขาหาแฟนเป็คนเมืองได้แล้วเหรอ? แต่ครอบครัวฝ่ายหญิงไม่ยอมรับ อวิ๋นอ้ายจวินก็เลยมาเพ่งเล็งที่ครอบครัวของฉัน ครอบครัวของฉันมีลูกสาวคนเดียว เขา้าจะหลอกฉันไปแล้วก็ยุยงพ่อแม่ของฉันให้ยกงานของฉันให้เขา แบบนั้นเขาก็จะได้แต่งงานกับสาวเมือง กลายเป็คนเมืองได้”
จางเจวียนทำงานมาหลายปีแล้ว แต่งงานมีลูกแล้ว ก็เคยได้ยินเื่แบบนี้มาบ้าง พี่น้องแย่งมรดกกันและเธอก็เชื่อว่าอวิ๋นอ้ายจวินทำได้
ถึงแม้ว่าเขาดูเป็คนใจดี อัธยาศัยดี แต่ทำไมผู้ชายหน้าตาดีแบบเขาถึงมาชอบน้องสามีของเธอได้ น้องสามีของเธอทั้งผิวคล้ำดำผอม ไม่ได้สวยสักนิด
ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ชอบคนสวย ๆ เวลาหาภรรยาใคร ๆ ก็อยากได้ภรรยาที่ดูดี เธอเชื่อว่าด้วยหน้าตาแบบอวิ๋นอ้ายจวิน ในหมู่บ้านของเขาต้องเป็ที่หมายปองของสาว ๆ แน่
อีกอย่างพออวิ๋นอ้ายจวินแต่งงานกับน้องสามี ก็รีบย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาทันที แสดงให้เห็นว่าอยากเป็คนเมืองมาก
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางเจวียนก็อดไม่ได้ที่จะด่าทวนความโง่เง่าของหูฟางในใจ ตาบอดขนาดนี้แล้วยังลากครอบครัวมาเดือดร้อนอีก
“ฉันจะไปคุยกับที่บ้านเอง” สีหน้าของจางเจวียนอ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงบึ้งตึง
อวิ๋นซานพูดต่อว่า “สหายจาง หูฟางกับอวิ๋นอ้ายจวินเพิ่งแต่งงาน คาดว่าเธอยังคงลังเลที่จะซัดทอดอวิ๋นอ้ายจวิน เื่นี้อาจต้องใช้เล่ห์เหลี่ยม ทำลายความไว้ใจที่เธอมีต่ออวิ๋นอ้ายจวิน”
จางเจียนไม่พูดอะไร
อวิ๋นซานพูดเื่ที่ต้องพูดแล้ว ไม่สนใจว่าเธอจะตกลงหรือไม่ แต่คนปกติล้วนรู้ว่าควรจะทำอย่างไร
...
หลังจากที่อวิ๋นอ้ายจวินให้คำมั่นสัญญากับครอบครัวของหูฟางแล้ว เขาก็กลับไปที่หมู่บ้านต้าเหอ
และเื่ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หูฟางสารภาพว่าเป็อวิ๋นเจิน เธอบอกว่าอวิ๋นเจินทำงานเป็แม่บ้านที่บ้านของอวิ๋นซานและมักถูกญาติผู้พี่รังแกเสมอ อวิ๋นเจินมาปรับทุกข์กับเธออยู่บ่อยครั้ง เธอจึงคิดจะช่วยเหลือ
เมื่อได้ยินเพื่อนร่วมงานอย่างเฉินเฟยเฟยเล่าว่า เธอมีคนรู้จักสองคนที่เก่งเื่การเป็แม่สื่อ เธอก็นึกถึงญาติผู้พี่ของอวิ๋นเจิน ถ้าหาคนต่างถิ่นมาแต่งงานด้วย อวิ๋นเจินก็จะไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป
ถึงแม้อวิ๋นซานจะแต่งงานแล้ว แต่ทุกคนต่างก็ร่ำลือกันว่าเธอถูกสามีทอดทิ้ง
หูฟางยืนยันเสียงแข็งว่าเธอไม่รู้มาก่อนว่าสวีต๋ากับหลี่เหมยเป็กลุ่มค้ามนุษย์
ตอนนี้หูฟางยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานกักกัน รอวันพิจารณาคดี
ส่วนอวิ๋นอ้ายจวินกับอวิ๋นเจินกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เื่นี้อวิ๋นซานรู้มาจากเหวยเจา
เหวยเจายังคงจับตาดูอวิ๋นอ้ายจวินอยู่ว่าเขานั้นสำนึกผิดกับบทเรียนที่ได้รับหรือยัง จึงรู้เื่ที่อวิ๋นอ้ายจวินหลบหนีไปด้วย
หูฟางไม่ได้ซัดทอดอวิ๋นอ้ายจวินเลย แต่อวิ๋นอ้ายจวินกลับหนีไปด้วยความกลัว
เห็นได้ชัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
ส่วนอวิ๋นเจินก็หายตัวไปเช่นกัน ไม่รู้ว่าหนีไปหรือถูกหงชุนฮวาซ่อนตัวเอาไว้
อวิ๋นซานตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านพักคนงานหลังจากที่รู้ว่าอวิ๋นอ้ายจวินหลบหนีไปแล้ว
วันที่เธอย้ายกลับมา ก็ได้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อ
มีคนกำลังงัดประตูบ้านของเธออย่างเปิดเผย
“ทำอะไรน่ะ!” อวิ๋นโหย่วฝูะโถาม
คนที่งัดประตูอยู่ชะงัก เขาหยุดมือแล้วหันกลับมาทักทายอวิ๋นโหย่วฝูอย่างอึกอัก
ที่น่าใคือเขาเป็คนที่ทำงานหน่วยเดียวกับอวิ๋นโหย่วฝู พูดได้ว่าเป็เพื่อนร่วมงานกัน แถมยังเป็ญาติกับคนที่เคยมาโวยวายที่หน้าตึกวันก่อนอีกด้วย
สีหน้าของอวิ๋นโหย่วฝูโกรธจัด “นายมางัดประตูบ้านของพวกเราทำไม?”
กวนซู่ซินกลับพูดออกมาด้วยสีเรียบเฉยว่า “พวกคุณไม่ได้ย้ายออกไปแล้วเหรอ?”
“พวกเราแค่ย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไม่กลับมา สหายกวน นี่คุณกำลังเป็ขโมยนะ” อวิ๋นซานพูด
“นี่! ดูครอบครัวของพวกคุณสิ คนหนึ่งก็ไม่ได้ทำงานที่โรงงานแล้ว อีกคนก็าเ็ไม่ได้ทำงาน ตามหลักแล้วไม่น่าจะได้อยู่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้”
“พูดจาเหลวไหล รีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้!” อวิ๋นโหย่วฝูโมโหอย่างมาก
กวนซู่ซินมองไปที่บ้าน แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจแต่ก็ยังเดินจากไป
“พรุ่งนี้ผมจะไปร้องเรียนที่โรงงาน พวกนี้มันปล้นบ้านกันชัด ๆ ถ้าพวกเรากลับมาช้ากว่านี้อีกหน่อย บ้านหลังนี้คงหายไปแล้ว!”
พอเข้ามาในบ้าน อวิ๋นโหย่วฝูก็ยังโกรธไม่หาย
พานหงเสียขมวดคิ้วอย่างกังวล “เหล่าอวิ๋น คุณว่าที่คนเมื่อกี้พูดเป็เื่จริงหรือเปล่า ตอนนี้ซานซานไม่ได้ทำงานที่โรงงานแล้ว แถมคุณก็โดนตำหนิเื่ทำผิดกฎระเบียบ ถ้าโรงงานไม่ยอมให้บ้านสองห้องนอนหลังนี้กับเราแล้วจะทำยังไง?”
อวิ๋นโหย่วฝูพูดว่า “มันจะขนาดนั้นเชียวเหรอ ถึงแม้ซานซานจะไม่ได้ทำงานแล้ว แต่ที่ผ่านมาเธอก็สร้างคุณประโยชน์ให้โรงงานไม่น้อย คุณก็อีกคน คุณไม่เคยทุ่มเททำงานให้โรงงานเลยหรือไง?”
อวิ๋นซานเห็นด้วยกับอวิ๋นโหย่วฝู แต่ถ้ากวนซู่ซินไม่มีเส้นสายหนุนหลังล่ะก็ เขาจะกล้ามางัดประตูบ้านพวกเขาแบบนี้เหรอ?
อวิ๋นโหย่วฝูก็รู้สึกว่า่ที่เขาไม่ได้ไปทำงานที่โรงงาน คงต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ
กลับมาถึงบ้านยังไม่ทันได้นั่งพัก เขาก็รีบออกไปข้างนอกทันที ตั้งใจจะไปถามไถ่เพื่อนร่วมงานที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง
อวิ๋นซานพยายามนึกถึงเื่ราวในชีวิตที่แล้ว แต่ตอนนั้นเธอแค่หายตัวไป ไม่ได้ลาออกจากงาน ตำแหน่งงานของเธอก็ยังอยู่ คงไม่มีใครมาแย่งบ้านหรอกมั้ง ตอนนั้นเธออยู่ที่กั่งเฉิง ไม่รู้เื่อะไรเลย พอหลังจากที่กลับมาก็ได้ยินแต่เื่ใหญ่ ๆ เื่บ้านหลังนี้เธอไม่เคยรู้เื่อะไรเลย
พานหงเสียอุ้มช่านช่านเข้าไปนอนในห้อง แล้วเดินออกมาคุยกับอวิ๋นซาน “ซานซาน เพื่อนลูกแต่งงานวันนี้ใช่ไหม?”
อวิ๋นซานส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะ ผ่านไปแล้ว”
สองวันมานี้เธอยุ่งอยู่แต่เื่ย้ายบ้านแล้วจะมีกะจิตกะใจไปงานเลี้ยงที่ไหนกัน
สองแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่ อาหญิงข้างบ้านก็เดินเข้ามาบอกกับอวิ๋นซานว่า “เมื่อวานนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งรอเธออยู่ตั้งนาน ตอนกลับดูโกรธ ๆ ด้วยนะ”
อวิ๋นซานคิดว่าคน ๆ นั้นน่าจะเป็ถงเสี่ยวอวี้