นับั้แ่วันนั้นจนผ่านไปห้าปีสวี่ชิงเค่อก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลย
ร่างโปร่งอยู่ในพิธีแต่งตั้งตัวเขาขึ้นเป็รองประมุขหลังจากที่เพิ่งอายุครบสิบห้าเมื่อวานตลอดทั้งวันั้แ่เมื่อวานเขาถูกแม่นมขัดตัวแปรงผมเช้าจรดเย็นเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับฉางลี่อินอยู่หลายชั่วยามกว่าจะได้ตัวที่ถูกใจแม่นมเดิมทีพิธีนี้มันไม่ได้สำคัญอะไรนัก ไม่จำเป็ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องมากมายแค่ชุดปฏิบัติภารกิจก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา แต่แม่นมหรือจะยอม ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้เขาใส่ชุดที่ดีที่สุดให้ได้ฉางลี่อินจึงต้องตามใจ รวมทั้งเยว่เฟยหลิงก็เห็นดีเห็นงามกับแม่นมเสียด้วย
พิธีดำเนินไปอย่างเรียบง่ายตามธรรมเนียมของมือสังหารประมือกับคนในพรรคเล็กน้อยเพื่อวัดความสามารถ แม้จะได้รับาเ็อยู่บ้างแต่ฉางลี่อินที่สืบทอดการต่อสู้มาจากประมุขโดยตรงมีหรือคนในพรรคจะเอาชนะได้ด้วยวัยเพียงแค่สิบห้าแต่ฝีมือเก่งกาจถึงเพียงนี้ั้แ่รับภารกิจจริงได้ฉางลี่อินไม่เคยทำพลาดเลยสักครั้งประมุขภูมิใจกับฉางลี่อินมาก คอยเรียกเขาไปปรึกษาเกี่ยวกับงานต่างๆอยู่เป็ประจำ เพราะประมุขนั้นต้องอยู่ข้างกายฝ่าาตลอดเวลาทำให้น้อยนักที่จะได้อยู่ที่พรรค จึงไหว้วานหลายๆเื่ไว้ที่เขารวมถึงภารกิจครั้งแรกของว่าที่ประมุขแห่งถังเหมินที่จะถูกส่งมอบให้เยว่เฟยหลิงในอีกหนึ่งปีนับจากนี้ที่ประมุขน้อยจะอายุครบสิบปี
“ไม่ทันไรเ้าก็ได้เป็รองประมุขแล้วเหมือนกับว่าเมื่อวานเ้าเพิ่งจะทำภารกิจครั้งแรกไป” เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นเมื่อพิธีจบลงแล้วฉางลี่อินกลับมาทำแผลที่เรือน สำหรับเขาแผลพวกนี้ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรทิ้งไว้สักวันก็หายดีแล้ว
“มีอะไร” ร่างโปร่งเอ่ยถาม เพราะเนี่ยฟงเดินเข้ามาในเรือนของเขาโดยที่ยังไม่ได้เชิญปกติแล้วเขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาในเรือนตามใจชอบมีแต่เนี่ยฟงที่มักจะทำแบบนั้นอยู่เป็ประจำ
“ยาของเ้าเพราะเมื่อวานมีกองโจรพยายามปล้นรถม้าที่ขนยาของเ้ามา ถึงได้ล่าช้าเพิ่งส่งมาถึงวันนี้ ข้าเลยเอามาให้” คนของเนี่ยฟงขนหีบยาสองสามหีบเข้ามาในเรือนทุกหนึ่งปีในวันเกิดของเขาจะมียาถูกส่งมาให้ เป็ยาที่ใช้มาั้แ่เด็กแต่มียาตัวใหม่เพิ่มขึ้นมาหลังจากวันที่เขาทำภารกิจครั้งแรกยาเหล่านี้ถูกจัดมาอย่างดีให้ใช้ได้ครบหนึ่งปีเพราะมันจะถูกส่งมาแค่ปีละครั้งในวันเกิดของเขาเมื่อวานถึงกำหนดที่ยาควรจะมาถึง แต่กลับกลายเป็ว่ายาเพิ่งจะมาถึงวันนี้จึงทำให้เขาไม่ได้กินยาไปหนึ่งวัน
“แล้ว่นี้อาการเป็อย่างไรบ้าง”นอกจากจะทำหน้าที่เป็ผู้คุมฝึกสอนการต่อสู้ให้ฉางลี่อินแล้วเนี่ยฟงยังทำหน้าที่คอยดูแลอาการของฉางลี่อินด้วยเขาต้องคอยตรวจดูอาการของร่างโปร่งทุกๆวันเพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายของอีกฝ่ายยังปกติดี
“ปกติ” ฉางลี่อินกินยาที่เพิ่งมาถึงก่อนจะโคจรลมปราณเพื่อซึมซับมันเข้าไป จากนั้นก็ตรวจดูยาภายในหีบว่ามีอะไรเพิ่มขึ้นมาหรือยาถูกลดลงไปหรือเปล่าแต่ปริมาณมันก็เท่าเดิมอย่างที่เคยกินเขาจึงเอามันไปเก็บไว้และเริ่มจัดยาสำหรับแต่ละวันเพื่อให้พร้อมสำหรับนำติดตัวไปด้วยตอนทำภารกิจโดยเฉพาะยาตัวใหม่ที่เขาต้องติดตัวเอาไว้ตลอดมันเป็เหมือนยาระงับอาการเวลาที่เขาทำภารกิจแล้วมันเกิดกำเริบขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ปกติเขาใช้วันละสองเม็ด ดังนั้นยาตัวนี้จึงมีมากกว่าอีกตัวที่เขาใช้มาั้แ่เด็ก
“วันนี้ไม่มีภารกิจเ้าพักผ่อนเถอะ” เมื่อเห็นว่าฉางลี่อินกำลังยุ่งอยู่กับการจัดแจงยาในแต่ละวันเนี่ยฟงก็ออกไปจากเรือนแต่ก่อนที่จะออกไปเขาเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มบางเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆกับหน้าไม้ที่ฉางลี่อินเอามาทำความสะอาดเนี่ยฟงเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามร่างโปร่ง
“หนังสือเล่มนี้ของเ้ารึ”มือหนาชี้ไปที่หนังสือเล่มที่ว่าก่อนที่ฉางลี่อินจะหันไปมองก่อนจะหันกลับมาสนใจยาต่อ
“เปล่า”
“หืม?” ไม่ใช่อย่างนั้นรึ แล้วหนังสือเล่มนี้เป็ของใคร
“เช่นนั้นก็ศึกษาเอาไว้ให้เยอะๆก็แล้วกัน”เนี่ยฟงเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปจากเรือน ฉางลี่อินยังคงสนใจจัดเตรียมยาและกระเป๋าใบเล็กที่เขาเอาไว้ใช้ทำภารกิจเพื่อเตรียมความพร้อมทุกเมื่อตรวจตราอาวุธให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดตกหล่น พิษที่เคยใช้ก็ใกล้จะหมดแล้วคงต้องไปที่อู่ตู๋เพื่อเอาพิษมาเพิ่มไว้ทำภารกิจ ต้องสอนเยว่เฟยหลิงให้ใช้พิษในการทำภารกิจด้วย
ฉางลี่อินวางแผนสำหรับหนึ่งปีก่อนที่เยว่เฟยหลิงจะรับภารกิจจริงว่าเขาจะสอนอะไรบ้างั้แ่การใช้พิษ สถานที่กบดานหลังเสร็จภารกิจ เส้นสายภายในเมืองการสร้างเส้นสายและสายข่าวเป็ของตัวเองแต่เยว่เฟยหลิงนั้นเป็เด็กฉลาดและมากไปด้วยไหวพริบ เื่พวกนี้จึงไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขาฉางลี่อินไม่ต้องเสียเวลาสอนมากเยว่เฟยหลิงก็เข้าใจ นับว่าสมแล้วที่เป็ผู้ที่จะขึ้นเป็ประมุขของพรรคมือสังหารอย่างถังเหมิน
หลังจากที่ง่วนอยู่กับการจัดเตรียมอุปกรณ์ในที่สุดร่างโปร่งก็รู้สึกตัวว่ามีของบางสิ่งที่ไม่ใช่ของเขาวางอยู่ในเรือนเขาเดินไปหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดูภายในเรือนของฉางลี่อินนั้นมีตำราอยู่นับไม่ถ้วนแต่เขาก็ล้วนจำได้ว่าตำราเล่มไหนเขียนอะไรและแน่นอนว่าเล่มนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มือเรียวเปิดออกดูก่อนจะเบิกตาค้างนิดๆเขารีบปิดมันลงก่อนจะเผามันทิ้งไปในทันที ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นทำให้คนที่นอนอยู่บนต้นไม้นอกเรือนส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆดวงตาสองสีมองคนที่อยู่ในเรือนอย่างเอ็นดู
ข้ากับเ้ามีสัมพันธ์สวาทกันยิ่งกว่าที่ในหนังสือนั่นเขียนเอาไว้เสียอีกนะเด็กน้อย
เพราะอย่างไรเสียฉางลี่อินก็เป็บุรุษแต่กระนั้นเื่พวกนี้เขาก็ถูกสอนหลังจากที่สวี่ชิงเค่อทำแบบนั้นกับเขาไปก็เกือบสองปีร่างโปร่งพยายามเก็บสีหน้าราวกับว่าเขาไม่เคยทำเื่แบบนั้นกับใคร ทั้งๆที่ความจริงแล้วเขาทำเื่แบบนั้นไปก่อนที่จะรู้ว่ามันคืออะไรเสียอีก
เพราะแบบนั้นแม่นมถึงได้ร้องห่มร้องไห้และคิดว่าเขาถูกกระทำอย่างไม่เต็มใจโดยดูจากร่องรอยที่อยู่บนตัวเขาในวันนั้นแม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจให้ทำจริงๆแต่ในตอนนั้นเขาจะรู้รึว่าสิ่งที่ถูกทำไปมันคืออะไร
มือเรียวยกขึ้นกุมขมับคนมองก็มองพลางหัวเราะอย่างพึงพอใจเป็ร่างสูงที่เอาหนังสือเล่มนั้นไปวางไว้ในห้องของอีกฝ่ายเผื่อว่าร่างโปร่งจะยอมศึกษากระบวนท่าในนั้นสักสองสามกระบวนท่าวันที่เขากลับมาจะได้ไม่ต้องสอนอะไรกันอีกน่าเสียดายจริงที่ฉางลี่อินเผาหนังสือเล่มนั้นทิ้งไปแล้วกว่าเขาจะหามาได้เด็กน้อยน้อเด็กน้อย ช่างไม่รู้คุณค่าเสียจริง
ร่างสูงนอนหมอบตัวอยู่บนกิ่งไม้ในร่างของแมวน้อยสีส้มน่ารักน่าชังหางนุ่มๆส่ายไปมา ร้องเสียงเหมียวๆพลางเลียขนตัวเองความลับอีกอย่างของิเอี้ยวคือพวกเขามักจะแปลงกายตัวเองเป็แมวน้อยเพื่อไปมายังสถานที่ต่างๆไม่สะดุดตาและไม่มีใครสังเกตแต่ในขณะเดียวกันร่างของสัตว์ตัวน้อยๆนี้ทำให้พวกเขามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับสิ่งที่พวกเขาหลงใหลอย่างถังเหมินได้ง่ายถูกอุ้มเอาไว้ด้วยสองแขนและได้ซุกตัวอยู่กับผิวหอมๆแกล้งซนกัดแขนสักเล็กน้อยพอให้มีรอยเขี้ยวเล็กๆก็ไม่มีใครจับได้แล้วว่าเป็ิเอี้ยวที่ปลอมแปลงมา
เื่ที่พวกเขาชอบแปลงกายเป็แมวน้อยเคยถูกพูดถึงอยู่หลายครั้งแต่เพราะความเป็มือสังหารที่ถูกกล่าวขานถึงความโเี้และไร้ความปรานีลงมือได้อย่างเงียบเชียบจนไร้ตัวตน ข่าวเื่การปลอมแปลงเป็แมวจึงได้เลือนหายไปแต่กระนั้นก็มีคนไม่น้อยที่ระแวดระวังในเื่นี้
เช่นร่างโปร่งตรงหน้าเขา
ฉางลี่อินจ้องมองแมวสีส้มที่จู่ๆก็เดินนวยนาดเข้ามาในเรือนขนาดตัวประมาณหนึ่งฝ่ามือ ขนสีส้มพองตัวขึ้นเล็กน้อยเพราะความหนาวมันเดินมาพันแข้งพันขาเขาราวกับ้าไออุ่น ส่งเสียงร้องเหมียวๆพร้อมกับเอาหัวเล็กๆถูขาเขาร่างโปร่งมองอยู่ไม่นานก็เดินหนีไปทางอื่นสวี่ชิงเค่อก็ไม่ยอมแพ้เดินตามไปเกาะแกะเหมือนแมวน้อย้าความรักทำหน้าใสซื่อไม่มีพิษมีภัยอะไร ส่งเสียงร้องอย่างน่ารักเพื่อเรียกร้องความสนใจ
“เสียงดัง” ฉางลี่อินเอ่ยแมวน้อยจึงค่อยๆเงียบเสียงลงแล้วะโขึ้นไปนอนบนตักของร่างโปร่งเมื่อเขานั่งลง นอนหงายเพื่อให้ฉางลี่อินช่วยลูบพุงให้แมวน้อยตัวอ้วนกลมน่ารักแบบนี้ไม่ว่าใครเห็นก็อดใจไม่ไหวที่จะเข้ามาฟัดมาเหวี่ยงแต่ความน่ารักพวกนั้นไม่ได้ทำให้คนที่โคจรลมปราณอยู่สนใจเลยแม้แต่น้อย
เ็าเสียจริง มีแมวน้อยหน้าตาน่ารักมาอ้อนทั้งทีแต่ไม่คิดจะสนใจเลยรึ
เมื่อเห็นว่าทำอย่างไรฉางลี่อินก็ไม่สนใจแมวน้อยสีส้มจึงนอนเกยอยู่บนตักพลางอ้าปากหาว อย่างน้อยก็ได้นอนหลับบนตักหอมๆไม่ลูบขนให้ก็ไม่เป็ไร ได้นอนบนตักก็ยังดี
ผ่านไปชั่วยามหนึ่งที่ฉางลี่อินโคจรลมปราณเพื่อรักษาร่างกายเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าแมวสีส้มที่เกาะแข้งเกาะขามาั้แ่เมื่อครู่หลับไปแล้วตัวของมันกำลังจะหล่นจากตักของเขามือเรียวจึงช้อนตัวเล็กๆนั้นเอาไว้บนฝ่ามือเขาจ้องมองแมวสีส้มอย่างพินิจวิเคราะห์ก่อนจะส่ายหน้า เขาเคยได้ยินมาว่ามีมือสังหารที่มักจะแปลงกายเป็แมวเพื่อให้ศัตรูตายใจเพราะคิดว่าเป็แค่แมวธรรมดาแต่ไม่ว่าเขาจะมองอย่างไรแมวน้อยตัวนี้ก็เป็แค่แมวธรรมดาดังนั้นเขาจึงหาหมอนนุ่มๆมาใบหนึ่งแล้วหย่อนตัวแมวน้อยที่กำลังหลับให้นอนอยู่บนนั้นจากนั้นก็ออกไปทำธุระของตัวเอง
และเมื่อฉางลี่อินกลับมาก็พบว่าแมวน้อยสีส้มตัวนั้นกำลังส่งเสียงร้องเพราะความหิวกลิ้งตัวไปมาอยู่บนหมอนราวกับเด็กน้อยที่กำลังงอแง เขาจึงอุ้มแมวน้อยตัวนั้นไปให้แม่นมช่วยดูว่าแมวน้อยนั้นต้องกินอะไรถึงจะเลิกร้องแม่นมที่เห็นฉางลี่อินอุ้มแมวน้อยมาด้วยก็แปลกใจไม่รู้ว่าเขาไปเก็บมาจากไหน
“แม่นมแมวน้อยต้องกินอะไรรึ” เพราะในวันนี้เป็วันแต่งตั้งตำแหน่งรองประมุขของฉางลี่อินจึงถือเป็วันหยุดด้วยเช่นเดียวกันแม่นมคิดว่าบางทีแมวตัวนี้อาจหลงเข้ามาในถังเหมิน ฉางลี่อินจึงอุ้มมันกลับมาด้วย
“ส่งให้ข้าๆ มานี่มา”ฉางลี่อินส่งตัวแมวน้อยให้แม่นมระหว่างนั้นเยว่เฟยหลิงก็เพิ่งจะฝึกเสร็จเขาในวัยเก้าขวบยังเป็เด็กน้อยที่ดูน่ารักน่าชัง เขาวิ่งมาหาฉางลี่อินที่นั่งอยู่
“พี่ลี่อิน วันนี้เป็วันสำคัญของท่านมิใช่รึ”ในวันนี้เยว่เฟยหลิงก็ไปร่วมพิธีด้วยตลอดบ่ายควรจะเป็เวลาที่พี่ลี่อินจะพักผ่อน แต่เขามาทำอะไรที่นี่
“แมวน้อยตัวนี้หลงเข้ามาในเรือนของข้าดูเหมือนมันจะหิว ที่เรือนไม่มีของกินสำหรับแมวตัวเล็กๆ จึงมาหาแม่นม” ร่างโปร่งเอ่ย ในระหว่างนั้นแม่นมก็อุ้มแมวน้อยเอาไว้พลางกำลังจะป้อนนมแต่เหมือนแมวน้อยไม่้าให้แม่นมเป็คนป้อนมันจึงะโลงจากแขนแม่นมแล้วะโมาอยู่บนตักของฉางลี่อินแทน เอาหัวเล็กๆถูตักร่างโปร่งไปมาพลางส่งเสียงไม่หยุด
“ดูเหมือนมันจะอยากให้คุณชายเป็คนป้อนนะเ้าคะ”แม่นมมองดู นางจึงเอาถ้วยนมมาวางไว้ข้างๆฉางลี่อินเขาจึงเป็คนป้อนมันแทน ซึ่งแมวน้อยก็กินนมเข้าไปแต่โดยดีแอบมีพ่นนมอยู่บ้างแต่ฉางลี่อินก็คอยเช็ดปากให้จนกินอิ่มแล้วมันจึงนอนเกยตัวกลมๆของมันอยู่บนมือของฉางลี่อินเยว่เฟยหลิงจ้องมองตาไม่กะพริบ
“ข้าไม่ชอบเ้าแมวนี่เลย”เด็กชายพินิจวิเคราะห์ เอาสองนิ้วคีบหลังคอแมวสีส้มขึ้นมาจ้องมองแมวที่ไหนจะมีดวงตาสองสีกัน ดูอย่างไรเ้านี่ก็ไม่ใช่แมวธรรมดา
“แล้วยังตาสองสีนี่อีกดูอย่างไรก็ไม่ใช่แมวธรรมดา ท่านต้องเอาเ้านี่ไปทิ้งนะ” เยว่เฟยหลิงชี้ไปยังแมวสีส้มที่เขาหิ้วอยู่ด้วยความที่แมวน้อยเพิ่งจะกินอิ่มไปเมื่อครู่เมื่อโดนจับหิ้วคอมันก็แหวะนมใส่เยว่เฟยหลิงเสียอย่างนั้น เด็กน้อยสะบัดมือเร้าๆโยนลูกแมวไปทางอื่นยังดีที่ฉางลี่อินคว้าตัวกลมๆของมันเอาไว้ได้มันจึงไม่ตกลงพื้นเสียก่อนในตอนนี้เยว่เฟยหลิงกำลังเขม่นแมวน้อยพลางทำท่าจะเข้ามาจับโยนแมวน้อยอีกรอบ
“เ้าแมวนี่มันจงใจ!” แหวะนมใส่ข้า!
“มันเพิ่งจะกินอิ่มเ้าอย่าโยนมันสิ” ฉางลี่อินเอ่ย เช็ดคราบนมออกจากตัวแมวน้อยหากสังเกตดีๆจะพบว่าแมวน้อยนั้นกำลังแสยะยิ้มใส่เด็กน้อยเยว่เฟยหลิงเห็นก็ชี้ไปที่แมวส้ม
“มันแสยะยิ้มใส่ข้า!”
“แมวน่ะรึ?” ลูกแมวจะแสยะยิ้มได้อย่างไร ไม่ใช่คนเสียหน่อย
“พี่ดูสิ มันแสยะยิ้ม!”เมื่อฉางลี่อินมองตามเ้าลูกแมวก็ทำหน้าตาใสซื่อเหมือนกับว่ามันไม่เข้าใจเื่ที่พูดทำตาโตใสแจ๋ว กะพริบตาโตๆอ้อนฉางลี่อิน ดูแล้วน่ารักยิ่ง
“ลูกแมวแสยะยิ้มไม่ได้เฟยหลิง” ในชั่วขณะที่ฉางลี่อินละสายตาจากแมวน้อยแมวน้อยนั้นก็แสยะยิ้มใส่อีก คราวนี้แลบลิ้นเล็กๆล้อเยว่เฟยหลิงอีกด้วย
ข้าเป็แค่แมวเ้าจะใส่ร้ายลูกแมวตัวเล็กๆอย่างข้ารึเด็กน้อย
ร่างสูงที่อยู่ในร่างแมวน้อยยักคิ้วให้กับเด็กน้อยที่กำลังชี้หน้าเขาตอนนี้ระหว่างพวกเขากำลังมีสายฟ้าเส้นเล็กๆปะทะกันผ่านสายตาเยว่เฟยหลิงไม่ชอบแมวตัวนี้ั้แ่ที่เห็นมันแล้วเขารู้สึกไม่ชอบเ้าแมวนี่อย่างแปลกๆ เห็นแล้วอยากจะขว้างทิ้งนัก
“เ้าลูกแมวนี่......พี่ลี่อินห้ามเลี้ยงมันนะ”เด็กน้อยหันมาทำสายตาออดอ้อนพี่ลี่อินเพื่อบอกว่าห้ามเลี้ยงเ้าแมวส้มนี่เด็ดขาดฉางลี่อินลูบผมเด็กน้อยเบาๆก่อนจะเอ่ย
“ข้าเลี้ยงไม่ได้หรอกมันแค่หลงมา เดี๋ยวมันก็กลับไป” สวี่ชิงเค่อฟังแล้วก็มุ่ยหน้าอะไรกัน แมวน่ารักปานนี้เ้าไม่คิดจะเลี้ยงเอาไว้จริงๆรึ
“เ้าเพิ่งจะฝึกกลับมาพักเสียหน่อยแล้วพรุ่งนี้เราออกไปสอดแนมกัน” เยว่เฟยหลิงพยักหน้ารับก่อนจะแลบลิ้นใส่แมวส้มที่ทำหน้าบึ้งตึงใส่เยว่เฟยหลิงร่างโปร่งจึงอุ้มแมวน้อยกลับมาที่เรือนสวี่ชิงเค่อส่งเสียงร้องเหมียวๆเหมือนจะถามว่าจะไม่เลี้ยงเขาเอาไว้จริงๆหรือ
“ข้าไม่ชอบแมว” ฉางลี่อินเอ่ยและเขายังไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้เพราะภารกิจที่ไม่เคยเว้นว่างในแต่ละวันไม่มีเวลาพอที่จะเลี้ยงสัตว์เอาไว้และคอยดูแล มีแต่จะตายเปล่า
ร่างโปร่งเดินมาเรื่อยๆจนถึงเรือนด้วยความที่ตัวแมวส้มมีแต่กลิ่นนมที่เ้าตัวแหวะออกมาฉางลี่อินจึงเตรียมถังน้ำใบเล็กเพื่ออาบน้ำให้แมวน้อยแมวน้อยก็ยอมอยู่นิ่งๆให้อาบแต่โดยดีแล้วยังทำหน้าเหมือนกำลังพอใจที่มีคนอาบน้ำให้เสียด้วย
ทำแบบนี้บ่อยๆก็ไม่เลวทีเดียวถ้าจะให้ดีฉางลี่อินควรมาอาบกับเขาด้วย
แต่เพราะความตัวเล็กถึงจะดิ้นอย่างไรน้ำก็ไม่กระเด็นไปโดนตัวฉางลี่อินร่างสูงจึงถอดใจจากเื่นี้ หลังเช็ดตัวจนขนแห้งดีแล้วฉางลี่อินก็เอาตัวเขากลับมานั่งบนหมอนที่เขาเพิ่งนอนไปเมื่อ่กลางวันส่วนตัวเองก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า สวี่ชิงเค่อนอนรออย่างเบื่อหน่ายจะไปดูอีกฝ่ายอาบน้ำก็ใช่เื่ เขาไม่อยากถูกสงสัยไปมากกว่านี้ว่าเป็คนปลอมตัวมาอุตส่าห์หา่เวลาดีๆแบบนี้ได้จะทำให้เสียเปล่าได้อย่างไร
การที่อีกฝ่ายไม่เลี้ยงเขาเอาไว้ก็เป็เื่ดีเช่นกันเขาจะไปๆมาๆตอนไหนก็ได้และถ้าหากเกาะติดฉางลี่อินมากเกินไปสวี่ชิงเค่อกลัวผู้คุมที่อยู่กับฉางลี่อินเวลาที่ทำภารกิจจะจับได้เนี่ยฟงนั้นไม่ใช่คนที่ประมาทได้อายุมากกว่าฉางลี่อินแค่ไม่กี่ปีก็จริงแต่ประสบการณ์ในการทำภารกิจสูงมากคนผู้นี้นอกจากจะสังหารอย่างไร้ความปราณีแล้วเขายังตามเก็บกวาดทุกอย่างและลบให้หายไปราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือเคยมีสิ่งนี้มาก่อนแต่กระนั้นสวี่ชิงเค่อจะจับตาดูคนผู้นี้ทุกครั้งที่มีโอกาสจะด้วยลางสังหรณ์หรืออะไรก็ตามแต่ เขาไม่ชอบใจที่คนผู้นี้มักอยู่ใกล้ๆฉางลี่อินตลอดตอนกลางวันก็หนหนึ่งแล้วที่ชายผู้นี้เดินเข้ามาในเรือนเฉยๆแม้แต่คนเฝ้าเวรยามยังไม่คิดที่จะห้ามเขาก่อนอำนาจของเขารวมถึงประสบการณ์ทุกอย่างมากกว่าฉางลี่อินอย่างเห็นได้ชัด สวี่ชิงเค่อจะแค่จับตามองเนี่ยฟงไปก่อนจนกว่าจะสืบหาเื่ที่ยังค้างคาอยู่จนกระจ่าง
จะให้ฉางลี่อินอยู่ในอันตรายเพราะการกระทำของเขาไม่ได้
สวี่ชิงเค่อมีหลายเื่ที่้าตรวจสอบและนับว่ายังดีที่ห้าปีมานี้ฉางลี่อินทำตามที่เขาบอกโดยการเลี้ยงประมุขน้อยด้วยตัวเขาเองเื่ที่เขาพยายามสืบอยู่จนถึงตอนนี้ก็คืบหน้าแล้วแต่กระนั้นก็ยังเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้และยังไม่สามารถปรากฏตัวต่อหน้าอีกฝ่ายได้จนกว่าจะพร้อมมากกว่านี้
ทำได้แค่อยู่ในร่างแมวน้อยสีส้มตัวเล็กๆเท่านั้นถึงจะสามารถอยู่ข้างๆอีกฝ่ายได้แบบนี้
สวี่ชิงเค่อนั้นใช่ว่าจะหายหน้าไปเลยตลอดห้าปีที่ผ่านมาแต่ในหนึ่งปีเขาจะปรากฏตัวให้คนอื่นเห็นสักครั้งวางม้วนคำสั่งไว้ยังที่นั่งประมุขพร้อมตราประทับเพื่อบอกว่าเขาไม่ได้หายไปไหนและยังคงทำภารกิจอย่างเช่นปกติิเอี้ยวไม่ได้มีเทศกาลใหญ่หรืองานเฉลิมฉลองอย่างเช่นเทียนเช่อหรือฉางหวั่นแต่ก็ไม่ได้อยู่สันโดษถึงขนาดไม่คบค้าสมาคม ยามอยู่ที่พรรคพวกเขาก็พูดคุยและไปมาหาสู่เช่นคนทั่วไปแต่ไฉนเลยมือสังหารเช่นพวกเขาจะเปิดเผยตัวจริงกับโลกภายนอกใครจะว่าอย่างไรพวกเขาหรือจะสน เพราะพวกเขารู้ดีที่สุดว่าความจริงนั้นเป็อย่างไร
่ห้าปีมานี้สวี่ชิงเค่อตระเวนไปทั่วทุกที่เพื่อสืบหาเื่ที่สงสัยผู้รักษาการของเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมจึงไม่มีอะไรให้ห่วงมากนักเื่ที่ฉางลี่อินทำผิดกฎบัญญัติก็มีเพียงเขากับผู้รักษาการที่รู้เื่นี้ จนกว่าจะมั่นใจว่าเื่เป็มาอย่างไรพวกเขาจะต้องไม่เปิดเผยเื่นี้อย่างเด็ดขาด
แต่ห้าปีมานี้ก็ทรมานใจไม่น้อย เดิมทีว่าจะให้เื่ทุกอย่างกระจ่างก่อนจึงจะมาหาฉางลี่อินแต่ไม่ได้เห็นหน้ามาตั้งห้าปี รู้สึกอยากเจออย่างประหลาดจึงได้มาหาอีกฝ่ายในวันนี้ในร่างแมวน้อยสีส้มวางหนังสือสัมพันธ์สวาทเอาไว้เพื่อดูปฏิกิริยาพอให้ความรู้สึกกระชุ่มกระชวยสีหน้าใเมื่อตอนนั้นเห็นแล้วช่างรู้สึกน่ารักเสียจริง
เขานอนหมอบอยู่ที่หมอนในระหว่างที่มองฉางลี่อินแต่งตัวผิวขาวมีหยดน้ำเกาะอยู่เล็กน้อย กลิ่นกายหอมๆที่เป็เอกลักษณ์ประจำตัวเรือนผมสีดำขลับที่ปกติมักจะรวบขึ้นสูงปล่อยสยาย ขับใบหน้างามให้ยิ่งงามขึ้นไปอีกสวี่ชิงเค่อกลิ้งตัวอยู่บนหมอนอย่างขัดใจที่เข้าไปััร่างกายนั้นไม่ได้ใช้กรงเล็บขยุ้มหมอนเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดจนฉางลี่อินหันมามอง
“เป็อะไรไป” ร่างโปร่งเดินมาหาแมวน้อยที่ตะกุยหมอนเหมือนกับจะไม่พอใจอะไรสักอย่างยังเป็แค่ลูกแมวแท้ๆมีเื่ที่ไม่พอใจด้วยรึ
“หรือว่าหิวอีกแล้ว”สวี่ชิงเค่อหยุดตะกุยหมอน ที่เขาทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะหิวถึงเขาจะเป็ลูกแมวใช่ว่าจะหิวอยู่ตลอดเวลาเสียหน่อย
มือเรียวเอื้อมมาลูบขนสีส้มเบาๆััของขนดูนุ่มแต่กลับรู้สึกชินมืออย่างประหลาดมันให้ััที่คุ้นชินทั้งๆที่ฉางลี่อินไม่เคยลูบแมวมาก่อน เขาลูบมันอยู่แบบนั้นราวกับจะนึกถึงอะไรบางอย่างดวงตาสีเทาสะท้อนภาพแมวน้อยที่มีดวงตาสองสีมันทำให้เขานึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมาทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาแทบจะลืมไปแล้วเกี่ยวกับคนผู้นี้เพราะั้แ่วันนั้นเขาก็ไม่เคยเจออีกฝ่ายอีกเลย
สวี่ชิงเค่อคนผู้นั้นพูดอะไรแปลกๆเอาไว้แล้วก็หายตัวไประหว่างที่ทำภารกิจก็เคยได้ยินข่าวของเขามาบ้างแต่เหมือนหลายปีมานี้เขามีภารกิจลับบางอย่าง จึงไม่ปรากฏตัวให้ใครเห็นเท่าไหร่นักเหมือนกับประมุขของเขาที่ไม่เคยปรากฏตัวเช่นกันจนกว่าจะมีเื่ที่สำคัญภายในพรรคซึ่งนับั้แ่ที่ฉางลี่อินรับภารกิจจริงผ่านมาห้าปีเขาเพิ่งจะได้เจอประมุขแค่สองครั้งทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเขาได้เจอประมุขอยู่ทุกวัน แต่เดิมทีการเดินทางของประมุขจะถูกเก็บเป็ความลับแม้แต่เนี่ยฟงเองก็ไม่รู้ เขาที่แม้ในตอนนี้จะเป็รองประมุขก็ไม่ได้รู้เื่อะไรของประมุขมากนักและประมุขก็เคยบอกกับเขาเอาไว้ ว่าเขาที่เป็รองประมุขนั้นคือรองประมุขแห่งถังเหมินในรุ่นของเยว่เฟยหลิง ไม่ใช่รุ่นปัจจุบันนี้ซึ่งฉางลี่อินก็ไม่เข้าใจนักว่าทำไมประมุขถึงบอกเช่นนั้น
“คนผู้นั้น......”ระหว่างที่กำลังลูบขนแมวน้อยอยู่ร่างโปร่งก็พึมพำเบาๆสวี่ชิงเค่อเงยหน้าขึ้นมอง ฉางลี่อินกำลังมองมาที่เขาอยู่
“ผมของคนผู้นั้นััเหมือนกับเ้า” ฉางลี่อินนึกออกแล้วว่าทำไมเขาถึงได้คุ้นมือกับััของแมวน้อยสวี่ชิงเค่อเอียงหัวอย่างสงสัย คนผู้นั้นหมายถึงใครกัน
แม้สิ่งที่นึกได้จะไม่ใช่ภาพที่ดีนักแต่ฉางลี่อินก็จำได้ ว่าััของเรือนผมสีแดงนั้นมันนุ่มมือเพียงใดแม้จะเป็สีแดงแต่ไม่ได้หยาบกระด้าง เขายกยิ้มที่มุมปากจนเกือบจะมองไม่เห็น
“จะว่าไปแล้วเหมือนว่าข้าจะเผลอกระชากผมเขาด้วยสินะ”คงจะสักจังหวะที่กำลัง....กันอยู่ฉางลี่อินจำได้ว่ากระชากผมของสวี่ชิงเค่อไปหนหนึ่งเพราะแบบนั้นเขาถึงได้ถูกฝ่ายโหมแรงใส่จนถึงกับหมดสติไปแต่เหมือนสวี่ชิงเค่อในร่างแมวน้อยจะคิดไม่ออกว่าที่ฉางลี่อินพูดถึงหมายถึงตัวเองเขาจึงพองขนใส่อย่างไม่พอใจ ฉางลี่อินจึงเข้าใจว่าแมวน้อยไม่อยากให้ลูบตัวแล้วจึงได้ผละมือไป
“อยากจะไปเมื่อไหร่ก็ตามแต่ใจเ้า”ฉางลี่อินลุกขึ้นยืนเขาหยิบเชือกถักมารวบผมเอาไว้ต่ำๆก่อนจะสวมเสื้อคลุมแล้วเดินออกไปจากเรือนสวี่ชิงเค่อขมวดคิ้ว วันนี้มิใช่ว่าเป็วันหยุดหรอกรึ ออกไปไหนอีก
เพราะความสงสัยสวี่ชิงเค่อจึงติดตามไปด้วยลูกแมวน้อยหลบหลีกผู้คนได้อย่างชำนาญ จนมาถึงพื้นที่ที่เงียบสงบเป็ป่าไผ่ที่มีลำต้นขึ้นสูงเสียงใบไผ่ที่เสียดสีกันทำให้ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติแมวน้อยเดินหาร่างโปร่งที่เดินเข้ามาในป่าไผ่อยู่นาน เพราะป่าไผ่พื้นที่ไม่ใช่น้อยๆแล้วยังหนาตามากด้วยความที่ระดับสายตาของสวี่ชิงเค่อเปลี่ยนไปเขาจึงมองเห็นแค่ในระดับพื้นกว่าจะหาอีกฝ่ายเจอก็กินเวลาอยู่นานทีเดียว
ร่างโปร่งที่สวมเสื้อคลุมขนนกสีน้ำเงินนั่งพิงต้นไผ่ลำหนาต้นหนึ่งดวงตาสีเทาหลับสนิท บนตักมีสิ่งมีชีวิตขนสีขาวดำซุกตัวอยู่ แมวน้อยเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะพบว่าฉางลี่อินกำลังนั่งหลับอยู่ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอตัวแมวน้อยค่อยๆจางหายไปก่อนจะปรากฏเป็ชายร่างสูงผมแดงที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆคนหลับ
มือหนาแตะแก้มคนหลับเบาๆเร้นััให้ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนของร่างโปร่งใบหน้ายามหลับนั้นดูอ่อนโยนต่างจากยามปกติที่มักจะเ็ามือเรียววางค้างอยู่บนสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อยู่บนตัก สวี่ชิงเค่อยกยิ้มแม้ภายนอกจะดูเ็าแต่ดูเหมือนว่าฉางลี่อินจะชอบหมีสีขาวดำที่ดูหน้าตาน่ารักน้อยกว่าเขาในร่างแมวนี่สิ่งนี้อาศัยตามธรรมชาติ ไม่ต้องเลี้ยงเอง แต่เชื่องกับคนแล้วยังมีป่าไผ่ที่ใหญ่โตแบบนี้อยู่พวกมันไม่มีวันอดตายง่ายๆ
ชอบเสียงไผ่อย่างนั้นรึ
ยิ่งมองใบหน้านั้นก็ยิ่งอ่อนโยนและผ่อนคลายการที่มือสังหารจะหลับได้ถึงเพียงนี้มีแค่ตอนอยู่ในสถานที่ที่เ้าตัวรู้สึกสบายใจและปลอดภัยเท่านั้นที่นี่คงจะเป็ที่ที่ฉางลี่อินชื่นชอบ พวกหมีสีขาวดำต่างเหมือนจะคุ้นเคยกับเขาหลายตัวก็เดินมาซุกหัวเล็กๆอยู่กับตัวคนหลับบางตัวก็เดินมาด้อมๆมองๆอยู่รอบๆตัวสวี่ชิงเค่อเหมือนจะสงสัย มือหนาเกลี่ยปอยผมคนหลับเบาๆก่อนใบหน้าหล่อจัดจะโน้มลงไปใกล้คนหลับและประทับริมฝีปากลงไปที่ริมฝีปากบางััเบาบางและนุ่มละมุนราวกับอยู่ในฝันเขาสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมนั้นก่อนจะผละออกไป เฝ้ามองอยู่เพียงไม่นานก็เร้นกายหายไปจากตรงนั้น
เพราะดูเหมือนว่าคนที่เขากำลังระวังอยู่จะรู้ตัวแล้วว่ามีใครบางคนกำลังอยู่กับมือสังหารผู้งดงามคนนี้