พอครบ10 นาที พรึบ พริบตานั้นเอง ฉากก็เปลี่ยนมากลายเป็เมืองใหญ่เเห่งหนึ่งดูเป็เมืองโบราณที่มีลักษณะคล้ายๆ ฉางอันของราชวงศ์ถัง เเต่มีขนาดเล็กกว่า เห็นผู้คนเดินกันไปมาขวักไขว่ มีเสียงดังจอเเจ ครึกครื้น
พอเห็นดังนั้นฉางกวงจึงมึนงงสักพัก ก็ตั้งสติได้ เลยคิดในใจว่า “ตาเฒ่า เ้า้าให้ข้าทำอะไรกันเเน่ ” เเต่คิดก็ส่วนคิด เขาจึงเริ่มเดินสำรวจในเมือง
ก็ไม่พบอะไรผิดปกติเลย ผ่านมาได้ 2 ชั่วยาม จึงมานั่งปลงตก พลางบ่นพึมพำว่า “ข้ายังไม่รู้เลยว่าต้องทำสิ่งใด ”
ทันใดนั้นเอง ก็มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเเต่งกายซอมซ่อ ดูเหมือนขอทาน เดินเข้ามาหาฉางกวง พลางพูดว่า
“เฮ้อ นครเเห่งนี้ ช่างดูน่าผิดหวังยิ่งนัก ” พอได้ยินดังนั้นฉางกวงจึงถามว่า “ท่านลุง ทำไมท่านจึงคิดเช่นนั้น
ข้าเห็นว่านครเเห่งนี้ก็ดูดี ไม่มีอะไรไม่ดีเลย ” ลุงจึงกล่าวว่า พวกเ้าก็ดูเเค่ภายนอกของเมือง ต้องใช้ใจมอง
เ้าดูสิ ถ้านครเเห่งนี้ดีจริงๆยังจะมีพวกข้าอยู่ไหม นครเเห่งนี้ดูดีๆก็มีพวกยากจน ขอทาน นับ 100
เเถมตอนกลางคืนยังมีกองโจรคอยก่อความไม่สงบ ถึงเเม้จะไม่ค่อยเสียหายมากก็ตาม
เ้าคิดเห็นเช่นไร พอได้ยินดังนั้น ฉางกวงก็ตอบว่า “เื่นี้ถ้าจะเเก้ ก็คงต้องเเก้ด้านการบริหาร ลดภาษีลง
เพิ่มสวัสดิการ สร้างโรงบ้านเเก่ขอทานเพื่อช่วยพวกท่าน ท่านลุง ท่านว่าอย่างไร”
ลุงจึงตอบไปทันทีว่า “555 เป็ความคิดที่ดี ประเสริฐมาก เ้าคงรู้ตั้งเเต่เเรกเเล้วสินะ ว่าข้าเป็ใครหน่ะเ้าหนุ่ม
เเต่อย่าพึ่งดีใจไป บททดสอบยังไม่จบ” ทันใดนั้น ฉากก็เปลี่ยนไป กลายเป็เส้นทาง 1เส้นที่รอบข้างมืดมิด พลางมีเสียงชรากล่าว
ว่า“เ้าหนุ่ม ข้ารู้ว่าเ้าหัวดี งั้นข้าไม่ต้องพูดมากนะ เดินไปเรื่อยๆ ข้าจะไม่บอกเ้าว่าเดินนานเท่าไหร่ เเต่เ้าคงไม่คิดว่าเดินธรรมดาหรอกนะ 555 โชคชะตาขึ้นอยู่กับเ้า เ้าหนุ่ม” เสียงพลันเงียบไป ฉางกวนคิดในใจว่า“ตาเฒ่าเอ้ย เ้าจะทดสอบอะไรข้านักหนา เหนื่อยวุ้ย”
เเต่ก็เริ่มเดินไป หลังจากเดินมาได้ซักระยะนั้นเอง เปรี้ยง เห็นมีเหมือนเส้นสายฟ้าตกลงมา ฉางกวงสบถว่า “เฮ้ย อันตรายนะนั่น ไม่ตลกนะตาเฒ่า” จึงเพิ่มความเร็วของตัวเอง ผ่านมาอีกครึ่งชั่วยาม สองข้างทางพลันปรากฎให้เห็น สิ่งของมีค่ามากมาย เเก้วเเหวนเงินทอง
อาหารที่ดูน่ากิน ส่งกลิ่นหอมโฉยทำให้คนน้ำลายสอ เเล้วพอเดินผ่านมาซักพักเห็นเป็หญิงสาวสวยโฉมสะคราม ปานล่มเมือง
เเม้เเต่ 4 ยอดพธูจีนก็เทียบไม่ได้ มีทุกรูปแบบเหมือนจงใจให้ผู้ชายคนใดมาเห็นก็จะทนกิเลสตัวเองไม่ได้ ฉางกวงเห็นดังนั้นจึงกัดฟันกรอด รีบจ้ำอ้าวอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่รีบผ่านไป เขาคิดว่าตัวเองอาจอดใจไม่ไหวะโไปข้างทางเป็เเน่ มีสิ่งของมากมายโผล่มาระหว่างทางที่ไม่ซ้ำกัน มีทั้งผู้คนมาคอยสบถด่าทอ อย่างงู้นอย่างงี้ เเละบางที มีคนคอยพูดประจบเอาใจ ชมทีทำให้คนเ็าตัวลอยได้เลย
บางทีก็มี คู่สามีภรรยาวัยกลางคนที่ฉางกวงไม่รู้จักเเต่ก็รู้สึกคุ้นเคยโผล่มาเรียก “กวงเอ๋อ เ้ากลับมาเถอะนะ” เขารู้สึกเเปลกประหลาดอยู่บ้าง สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อสภาพจิตใจได้ทั้งสิ้น เเถมบางทีถ้าหยุดเดินนานเกินไปก็จะมีเปลวไฟโผล่ขึ้นมาจี้ก้น ฉะนั้นฉางกวนจึงต้องเปลี่ยนจากวิ่งจ้ำอ้าวมา ค่อยๆวิ่งไปเเบบช้าๆ ความเร็วคงที่ พอเดินไปอีกนิด ความง่วง ความหิวเพิ่มอย่างน่าเเปลกประหลาดจนเหมือนจงใจ เเละก็จะมีอาหารที่โผล่มาก่อนหน้านี้มาผสานกันด้วย พอเดินผ่านมาได้ซักพักก็กลับเป็ปกติ เป็อย่างงี้ไปจน มาได้อีก 2 ชั่วยาม อยู่ดีๆ พื้นก็เริ่มมีไอความเย็นปกคลุม มีชั้นน้ำเเข็งโผล่ขึ้นมา ทำให้ต้องเดินช้าๆ ไม่งั้นล้มเเน่ ฉางกวงก็คิดในใจ “นี่ตาเฒ่า เ้าจะเอาข้าให้ได้ใช่ไหม ”เเต่ก็กำหมัดเดินต่อไป