บทที่ 12: ดาบ์สยบศัตรู
*เพล้ง!*
เสียงหน้าต่างไม้และกระดาษกระดาษกรองแสงที่กั้นขวางห้องหนังสือลับกระจุยกระจายเปรอะเปื้อนลอยล่องกลางอากาศ เศษไม้แตกหักปลิวว่อนไปทั่วห้อง เงาร่างในชุดสีดำสนิทลื่นไหลสี่สายพุ่งทลวงเข้ามาในพริบตา คมดาบยาวสะท้อนแสงจันทร์แหวกความมืดมุ่งตรงมาที่ลำคอของผมและร่างเปลือยเปล่าระหงของไป๋หลิงที่ยังคงนอนหอบอ่อนระทวยปวกเปียกอยู่บนตั่งไม้หนานุ่ม พลังลมปราณสีดำทมิฬพุ่งทะยานกดดันจนอุณหภูมิในห้องหนังสือลดฮวบลงทันทีฝุ่นคลุ้งกระจาย
"ไอ้สารเลวเซียวเฉิน! วันนี้คือวันตายของแก!" หัวหน้านักฆ่าคำรามเสียงต่ำขรึมเหี้ยมเกรียมพร้อมแทงดาบเข้ามา
ผมสบถอุบ in ใจอย่างสัปดนลามก: *'ไอ้พวกเวรนี่! โผล่มาขัดจังหวะหลังฟินเนี่ยนะ?! แถมข้ายังไม่ทันสวมเสื้อกางเกงเลยโว้ย! ขืนปล่อยให้แกแทงโดนัน้อยข้าล่ะก็ มีหวังโลกนี้ขาดแมงดาอันดับหนึ่งและค้างสวาทแม่นางไป๋หลิงแน่!'*
ด้วยการตอบสนองอันฉับไวของพลังขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นที่ 1 ผนวกกับวิชาเคลื่อนย้ายเงา์ที่เพิ่งปลดล็อกชั่วคราวจากระบบหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจร่วมรักปราบพยศจอมยุทธ์สาว ผมดีดตัวลอยละลิ่วออกจากตั่งไม้หลบคมดาบวับวับอย่างฉับพลันชั่วพริบตาเดียวประหนึ่งสายลมไร้ร่องรอย สองเท้าปัดกวาดลงบนพื้นเตะเอากระบี่เหล็กคู่กายของไป๋หลิงที่ตกอยู่ขึ้นมาคว้ารับไว้ในมือขวา ร่างกายเปลือยล่อนจ้อนล่ำสันประหนึ่งรูปปั้นกรีกโบราณ มีเพียงกางเกงในผ้าไหมตัวบางสีแดงที่ดุนดันแข็งปั๋งดึงดันเต็นท์กระโจมขึ้นมาเด่นหลาเพราะอารมณ์ค้างเมื่อครู่
"เฮ้ย! ไอ้พวกลูกหมาหน้ากากดำ!" ผมควงกระบี่โชว์ทักษะเพลงกระบี่ชี้หน้าพวกมันพลางก่นด่าหน้าด้าน ๆ "พวกแกนี่รสนิยมต่ำช้าบ้ากามชะมัด! คิดจะมาดูคอนเสิร์ตสดบนฟูกคนอื่นเหรอวะ?! แถมข้ากำลังยืนโชว์อาวุธระดับัคะนองศึกขนาดนี้ พวกแกไม่กลัวเสื่อมตาตายหรืออย่างไร?!"
"ตายซะ!" นักฆ่าสองคนแรกไม่สนใจเสียงกวนประสาท พุ่งกระบี่ประสานกวาดล่างบนฟันฉับมาที่กลางลำตัวของผมด้วยความเร็วรุนแรง
*ติ๊ง!*
[ เปิดใช้งานระบบประมวลผลต่อสู้คู่ปรับ ]
[ เป้าหมาย: นักฆ่าตระกูลหวัง 4 ราย (รวบรวมลมปราณ ขั้นที่ 8 สองราย, รวบรวมลมปราณ ขั้นที่ 9 หนึ่งราย, ก่อตั้งรากฐาน ขั้นที่ 2 หนึ่งราย) ]
[ ข้อแนะนำระบบ: โคจรเคล็ดวิชากระบี่์ ผสมผสานกายาะ ปลดปล่อยรังสีพลังไร้ผู้ต้านสยบศัตรูคาที่! ]
ผมโคจรลมปราณหยินหยางอุ่นร้อนในร่างกายที่เพิ่งผ่านการผสานจากชีพจรของไป๋หลิงทันที ลมปราณหนาวเย็นของนางผสานเข้ากับลมปราณร้อนของผมจนแปรเปลี่ยนเป็คลื่นพลังสีม่วงทองระยิบระยับล้อมรอบคมกระบี่เหล็ก ผมก้าวสวนเท้าออกไปอย่างไร้เงา ควงกระบี่วาดเป็วงกลมปานดอกบัวบานกลาง์ตาม 'เคล็ดวิชากระบี่์' ดุจเทพสัญจร
*เคร้ง! เคร้ง!*
คมกระบี่ของนักฆ่าสองคนแรกปะทะเข้ากับรังสีบัว์ของผมเพียงครั้งเดียวก็ส่งเสียงหักสะบั้นกระจายลอยกลางอากาศ ทหารเสื้อดำทั้งสองคนกระอักเืคำโตปลิวละลิ่วกระแทกชั้นวางตำราพิชัยาโบราณและชั้นเก็บแจกันสัมฤทธิ์จนล้มครืนทับตัว ม้วนคัมภีร์ตกลงมาทับพวกมันจนรกรุงรัง
"หึ ๆ ได้รับการศึกษาข้ามคืนเลยนะพวกแก เรียนพิชัยาคาหัวเลยสิ!" ผมแซวยิ้ม ๆ
คนที่สามเห็นท่าไม่ดี พุ่งเข้าจู่โจมแทงดาบเป้าหมายตรงมาที่เป้ากางเกงในสีแดงของผมทันที!
"เฮ้ย! แกแทงเป้าทำไมวะ! ไอ้โจรสารเลวอยากทำลายอนาคตชาติของสาว ๆ หรืออย่างไร!" ผมร้องอุทานลามก ขยับหลบดุจสายลมวับเดียวะโขึ้นกลางอากาศ แล้วใช้ส้นเท้าถีบเข้าที่บั้นท้ายมันเต็มรักปลิวกระเด็นหัวโขกเสาหินแตกกระจุยสลบเหมือดคาที่ไปอีกราย
หัวหน้านักฆ่าขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นที่ 2 เห็นสมุนปลิวระเนระนาดก็กัดฟันกรอดด้วยความตระหนก รวบรวมพลังปราณทมิฬทั้งหมดฟันกระบี่เฉียงลงมาหมายแลกชีวิตทว่าเพลงกระบี่์ของผมเหนือกว่าหลายขุม ผมพับข้อมือขยับปลายกระบี่ทิ่มแทงเข้ากลางจุดชีพจรข้อมือของมันอย่างเฉียบคมดังปึก ดาบของมันหลุดร่วงปลิวไปไกล ก่อนที่ผมจะเตะตัดขาของมันจนล้มคุกเข่าราบคาพื้น และใช้คมกระบี่ไป๋หลิงจ่อคอหอยของมันไว้แน่นดวงตาสะท้อนความน่ากลัว
"พูดมา... ใครส่งพวกแกมา? คราวนี้ถ้าพูดปด ข้าจะหั่นหูและตัดปิกาจูของแกไปต้มจืดให้เต่ากินแน่!" ผมจู่โจมด้วยขู่ตะคอกคำรามอย่างลามกยียวนหน้าตาย
"ตระกูล... ตระกูลหวังขอรับ!" หัวหน้านักฆ่าเหงื่อไหลซึมเต็มหลังปานอาบน้ำ ละล่ำละลักบอกรวดเร็วเพราะเสียวเป้ากางเกง "แต่หนนี้ไม่เหมือนเดิม! คุณชายใหญ่หวังเทิงและท่านผู้นำตระกูลหวังยอมสละทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่เหลืออยู่เพื่อติดสินบนและประสานงานลับกับ **'แม่ทัพเฉินฮวา'** แห่งกองทัพเกราะดำชายแดน ให้ยกกำลังพลห้าพันนายเข้ามาปิดล้อมเมืองหลงไห่ เพื่อตั้งข้อหาใส่ร้ายว่าตระกูลลู่ลักลอบซุกซ่อนอาวุธาเถื่อนและเตรียมการก่อฏขอรับ! พวกเราแค่ถูกส่งมาลอบสังหารท่านเพื่อไม่ให้มีคนเปิดปากนำหลักฐานความลับของตระกูลหวังไปเผยแพร่!"
"แม่ทัพเฉินฮวากับทหารเกราะดำห้าพันนายเหรอ?!" ผมขมวดคิ้วในใจพลางหัวเราะหึ ๆ *'โอ้โห... คราวนี้เล่นใหญ่สไตล์กองทัพทหารศึกเลยแฮะ สงสัยงานนี้ข้าจะได้สะสมแต้มผลคูณกระฉูดเตียงนอนอีกแล้วสิ! ได้ยินมาว่าแม่ทัพเฉินฮวาคนนี้ผิวสีน้ำผึ้ง หุ่นแน่นสะบัดปานเสือดาวทะเลทรายเลยนี่หว่า หึ ๆ ยอดเยี่ยม!'*
ผมจัดการเคาะด้ามกระบี่ใส่หัวมันจนสลบคาที่ ทันใดนั้น ไป๋หลิงที่ดึงผ้าห่มผืนหนามาพันกายลุกขึ้นนั่งก้าวเท้าเดินเข้ามาหาผม ดวงตาคู่สวยสั่นระริกเต็มไปด้วยความเลื่อมใสสยบยอมในตัวผมอย่างถึงที่สุด เพลงกระบี่์ที่สะกดขัดเกลาเมื่อครู่ช่างงดงามและทรงพลังเกินจินตนาการของนาง!
"สามี... เ้า... เ้าเก่งกาจขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่?" นางเอ่ยถามกระเส่าสั่นระรัวใบหน้าและลำคอแดงฉ่าชวนหลงใหล
"ั้แ่ข้าได้นอนปราบพยศเ้ายังไงล่ะจ๊ะแม่เสือสาวคนสวย" ผมหันไปขยิบยิ้มกะล่อนจะเดินเข้าไปโอบร่างบางมากอด ทว่าประตูห้องหนังสือลับก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันคุ้นเคย!
*ปัง!*
ลู่เหมยหลินในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวรีบก้าวเท้าเข้ามาพร้อมบอดี้การ์ดตระกูลลู่จำนวนหนึ่งเพื่อตรวจดูสถานการณ์ความปลอดภัย ทว่าภาพที่นางเห็นตรงหน้ากลับทำให้ดวงตากลมหงส์ของนางเบิกกว้างสั่นระริกด้วยความใปนพิโรธลามกอย่างรุนแรง: สามีขยะไร้ค่าของนางยืนเปลือยล่อนจ้อนมีเพียงกางเกงในสีแดงดุนดันตัวตึง ถือกระบี่เปื้อนเื ยืนคู่กับไป๋หลิงจอมยุทธ์สาวศัตรูคู่อริที่กำลังห่มผ้าพันกายหอมฉุยแก้มแดงระเรื่ออยู่ข้างตั่งนอน!
"เซียวเฉิน! นี่... นี่พวกเ้าทำบ้าอะไรกันในห้องหนังสือลับของตระกูลข้า?!" เหมยหลินแผดเสียงต่ำคำรามด้วยความหึงหวงโกรธจัดจนหน้าอกหน้าใจของนางกระเพื่อมสะท้อนความโกรธ
"โธ่... ฮูหยินจ๋า ฟังข้าอธิบายก่อนนะจ๊ะ" ผมรีบเอาปัดกระบี่ไปมาปิดบังปิกาจูกะล่อนยิ้มแฉ่งกวนโทสะ "ข้ากับแม่นางไป๋หลิงแค่... ฝึกวิชากระบี่สืบประสาทประสานหยินหยางและขับพิษรุ่มร้อนร่มเย็นในห้องลับเฉย ๆ จ้ะ ไม่มีอะไรเกินเลยจริง ๆ นะจ๊ะ!"
"ฝึกวิชากระบี่อะไรทำไมถึงไม่ใส่เสื้อผ้า! แถมยังใส่แค่กางเกงในสีแดงแปร๊ดดุนเป็กระโจมขนาดนี้! ไอ้คนลามกหน้าหนาไม่มีวันเปลี่ยน!" เหมยหลินะโด่าใบหน้าร้อนวาบกึ่งโกรธกึ่งอายที่สามีตัวดีมีหญิงอื่นต่อหน้า แถมไป๋หลิงยังเอ่ยแทรกขึ้นมาเบา ๆ ป้องปกผม
"เหมยหลิน... ตอนนี้เซียวเฉินเป็สามีของข้าอีกคนแล้ว... ข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเขาเด็ดขาด!" ไป๋หลิงประกาศกร้าวทำเอาเหมยหลินโกรธจนแทบจะกระอักลมปราณ
"เ้า... เ้าสำนักจอมยุทธ์หญิงไร้ยางอาย! แย่งสามีชาวบ้านหน้าตาเฉย!" เหมยหลินด่าทอกลับ สองนางเปิดศึกน้ำลายใส่กันขณะที่ผมนั่งยิ้มหื่นกระหยิ่มในใจประหนึ่งาาฮาเร็มที่สาวสวยรุมล้อมปะทะคารม
ทว่ายังไม่ทันที่พายุหึงของสองสตรีจะะเิออก เสียงะโตื่นตระหนกของทหารคุ้มกันส่วนนอกก็ดังแทรกเข้ามาลั่นจวนจนบรรยากาศเปลี่ยนเป็ตึงเครียด
"คุณหนูใหญ่! แย่แล้วขอรับ! กองทัพเกราะดำของใต้เท้าแม่ทัพหญิงเฉินฮวากว่าห้าพันนาย ยกพลมาล้อมจวนตระกูลลู่ไว้หมดแล้ว! และตอนนี้นางกำลังควบม้าดำศึกเข้ามาสั่งจับกุมตัวคุณหนูฐานฏแล้วขอรับ!"
สิ้นเสียงรายงาน เสียงแตรศึกโลหะหนักหน่วงและเสียงกีบเท้าทหารศึกศึกเกราะดำนับพันเหยียบย่ำดินประจันหน้าประชิดจวนก็ดังก้องสะท้านเลื่อนลั่นไปทั่วนครหลงไห่ทันที! วิกฤตใหญ่มาเยือนอีกหนแล้ว!
ผมรีบคว้ากางเกงและชุดคลุมหรูสีขาวสะอาดมาสวมใส่อย่างมีมาด ปล่อยให้ัน้อยสงบเสงี่ยมชั่วคราว หันไปจับมือสั่นระริกและเย็นเฉียบของเหมยหลินมากุมไว้แน่นประหนึ่งที่พึ่งทางใจ บีบกระชับมือของนางพลางกระซิบกะล่อนปลอบใจหยอดลามกท้ายประโยค
"เหมยหลินรัก... วางใจเถอะ ข้าสยบพวกโจรและนักฆ่าได้ ข้าก็สยบแม่ทัพใหญ่คนนี้ได้เหมือนกัน... แต่หากข้าเคลียร์ปัญหานี้สำเร็จ คืนนี้เ้ากับไป๋หลิงต้องยอมนอนร่วมเตียงหอกับข้าพร้อมกันสองคนเลยนะจ๊ะ!"
"คนบ้ากาม! ยังจะคิดเื่พรรค์นี้!" เหมยหลินอายจนแก้มแดงแจ๋แต่กลับพยักหน้ายอมรับอย่างตื้นตันใจ สองเราพร้อมใจกันก้าวเท้าเดินออกไปประจันหน้ากับทหารเกราะดำหน้าประตูจวนทันที!
เสียงกีบม้าศึกสีดำทมิฬดังกึกก้องสะท้อนฝุ่นตลบปะทะประตูลานจวนหลัก ไอสังหารเฉียบคมของทหารศึกเกราะดำห้าพันนายแผ่ซ่านเข้ามาประหนึ่งพายุหิมะ ร่างระหงของสตรีผู้ควบม้าดำสวมเกราะเหล็กสีเงินแวววาวสง่าผ่าเผย ใบหน้าสีน้ำผึ้งสวยคมและดวงตากลมโตดุจดั่งแม่เสือดาวทะเลทรายจ้องมองตรงมาที่พวกเราอย่างคุกคามสะท้านยุทธภพ!
(โปรดติดตามบทต่อไป...)