อูซวนได้เร่งปราณอัสนีม่วงของตัวเองได้โจมตีไปยังสัตว์อสูรที่กำลังเข้ามา
ตูม!
สัตว์อสูรเสือได้กระเด็นออกไปแต่มีสัตว์อสูรระดับต่ำอีกสี่ตัวพุ่งเขามาแทน
“ถึงพวกนี้บางตัวจะเป็สัตว์อสูรระดับต่ำแต่ว่าจำนวนที่ออกมาจากป่าเรื่อยๆ แบบนี้มันเยอะเกินไป”ลี่จงกล่าวพร้อมกับปกป้องอูหลินเฟิงจากพวกสัตว์อสูรเ่าั้ไปด้วย
“ไม่ต้องห่วงผู้ช่วยของเรามาแล้ว” อูหลินเฟิงได้กล่าวออกมา ขณะที่มือเขียนยันต์ไปด้วยััิญญาของเขารับรู้ถึงตราประทับิญญาที่เคยใส่ในสัตว์อสูรว่าในตอนนี้มีสัตว์อสูรแปดตัวกำลังใกล้เข้ามา
บรู้วววว!!
เสียงหอนของหมาป่าดังขึ้นหลังจากที่อูหลินเฟิงพูดจบพร้อมหมาป่าขนเพลิงแปดตัววิ่งมายังจุดที่อูหลินเฟิงอยู่
“ห้ามโจมตีหมาป่าขนเพลิง”อูหลินเฟิงออกคำสั่งอีกรอบเพราะว่าหมาป่าขนเพลิงพวกนั้นยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
“ทราบ/ ทราบ / ขอรับ” ผู้คุมกันทั้งสามตอบรับพร้อมกัน
หมาป่าขนเพลิงวิ่งมาหยุดอยู่รอบๆกลุ่มของอูหลินเฟิง จากนั้นก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตัวอื่นที่เข้ามาแทนหมาป่าขนเพลิงระดับสี่แปดตัวช่วยคุ้มกันอูหลินเฟิงอีกแรงมันเร่งเพลิงที่ขนของตัวเองอย่างแรง จนสัตว์อสูรที่ระดับต่ำกว่าไม่กล้าเข้ามาใกล้
“หมาป่าพวกนี้มันอะไรกัน??” ลี่จงกล่าวด้วยความงุนงงด้วยความที่ไม่รู้เื่พลังของอูหลินเฟิง
“มันใช่เวลามาถามมากมั้ยลี่จงเงียบเหมือนลี่จางบ้างก็ได้” อูซวนได้บอกกับลี่จง
“อ้าว...ก็ข้าสงสัยนี่”ลี่จงตอบกลับ
“เสร็จแล้วข้าเขียนได้ครั้งละยี่สิบใบ รีบนำไปแปะที่พวกสัตว์อสูรเร็ว”อูหลินเฟิงได้บอกกับคนทั้งสาม จากนั้นก็นำยันต์ที่เขียนเสร็จยื่นออกไปคนที่รับยันต์ไปก็คืออูซวน
“ข้าไปเองข้ามีความเร็วมากที่สุด พวกเ้าสองคนถนัดการป้องกันช่วยอยู่คุมกันคุณชายใหญ่ของข้าให้ที” อูซวนบอกเพราะปราณอัสนีทำให้เขาสามารถเร่งความเร็วได้มากที่สุดในกลุ่ม
“ได้พี่อูซวนเชื่อมือพวกข้าได้เลย” ลี่จงกล่าว
เมื่อได้รับยันต์มาลมปราณอัสนีสีม่วงอ่อนก็ได้ผนึกไปทั่วเท้าของอูซวนร่างของเขากลายเป็เส้นแสงสีม่วงอ่อนนำยันต์ไปแปะกับสัตว์อสูรที่นักสู้กลุ่มอื่นกำลังต่อสู้อยู่อย่างรวดเร็วจากนั้นอูหลินเฟิงก็ได้รีบลงมือเขียนยันต์ต่อไปเมื่อเขียนเสร็จอูซวนก็จะเป็คนนำยันต์ไปแปะสัตว์อสูรที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่
ไม่นานสัตว์อสูรแต่ละตัวก็ราวกับโดนยาระงับประสาทไร้การเคลื่อนไหว และหลับลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็มีนักสู้คนอื่นเข้ามาช่วยนำยันต์ของอูหลินเฟิงไปแปะสัตว์อสูรตัวอื่นอีกกระทั่งผ่านไปราว ๆ ครึ่งชั่วโมงสัตว์อสูรราวสามร้อยตัวคลุ้มคลั่งออกนอกเขตป่าเมฆฝนจึงได้สงบลงทั้งหมด
“แฮก!!แฮก!!” อูหลินเฟิงหายใจถี่รัวอย่างหอบเหนื่อยเขาฝืนสร้างยันต์จนพลังจิตและพลังิญญาถูกผลาญอย่างรวดเร็ว
“สุดยอดไปเลยพลังของคุณชายใหญ่ตระกูลอู มีมหาศาลจริงๆถึงกับสามารถเขียนยันต์ออกมาได้ตั้งสามร้อยใบโดยไม่หยุด”ลี่จงถึงกับกล่าวชื่นชมออกมา
“คุณชายใหญ่...ท่านเป็อย่างไรบ้าง”อูซวนถามด้วยความเป็ห่วง
“แค่ใช้พลังเยอะเกินไปข้าขอปรับลมปราณสักครู่ จากนั้นข้าจะเข้าไปที่ใจกลางของป่าเมฆฝน”อูหลินเฟิงกล่าวความ้าของตนพร้อมๆ กับนั่งปรับลมปราณของตน
“ใจกลางป่าเมฆฝน?? ที่นั่นอาจมีอันตรายอย่างอื่นนอกจากวิหคมรณะก็ได้เหตุใดท่านต้องเข้าไปเองด้วย” หากว่าอูหลินเฟิง้าเข้าไปในป่าเมฆฝนเขาก็จำเป็ที่จะต้องตามไปคุ้มกันคุณชายใหญ่แต่ใจกลางป่าเมฆฝนอาศัยเพียงปราณระดับห้าขั้นต้นของเขาคงไม่สามารถที่จะปกป้องคุณชายใหญ่ได้แน่
“ไม่หรอกป่าเมฆฝนคงมีเพียงวิหคมรณะที่แข็งแกร่งที่สุดตอนนี้ท่านพ่อและผู้นำตระกูลลี่ได้ออกไปรับมืออยู่ ส่วนข้าจะไปอีกทางข้าคิดว่าใจกลางป่าต้องมีอะไรบ้างอย่างที่ทำให้พวกสัตว์อสูรคลุ้มคลั่งออกมาจากเขตของตัวเอง”อูหลินเฟิงตอบ
“หากว่านั้นเป็อสูรตัวอื่นละ?...คุณชายใหญ่อู มันจะอันตรายเกินไปที่ท่านจะเข้าไปที่นั่น” ลี่จงกล่าวเสริม
“ข้าคิดว่าไม่มีสัตว์อสูรตัวอื่นหรอกแต่อาจเป็ฝีมือของคนมากกว่า... ตัวของข้าสามารถใช้พลังจิตรับรู้อารมณ์ของสัตว์อสูรได้ั้แ่ที่ข้าได้พบกับหมาป่าขนเพลิงทั้งแปด พวกมันมีสองอารมณ์คือโกรธและหวาดกลัว... พวกมันทั้งหมดต่างกลัววิหคมรณะที่คลุ้มคลั่งแต่กลับโกรธอย่างไร้สาเหตุ... ในระหว่างที่เรากำลังหนีออกมาจากป่า ในตอนนั้นข้าก็ััได้ถึงอารมณ์โกรธอันรุนแรงของวิหคมรณะเช่นกัน...แล้วยังมีสัตว์อสูรทั้งสามร้อยตัวที่มีอารมณ์โกรธรุนแรงเหมือนกันทั้งหมด”อูหลินเฟิงบอกสิ่งที่ตัวเองรับรู้
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด...ที่ใจกลางของป่าเมฆฝน ต้องมีวัตถุที่สร้างจากมนุษย์ ทำให้สัตว์อสูรคลุ้มคลั่งแน่และยังสามารถไล่สัตว์อสูรออกนอกเขตของตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นตอนนี้ใจกลางป่าเมฆฝนคงไม่เหลือสัตว์อสูรระดับสูงอยู่แล้ว ข้าต้องไปหาว่าอะไรที่สามารถทำให้สัตว์อสูรทั้งป่าเป็ได้ขนาดนี้”
“ถ้าเช่นนั้น...ข้าก็จำเป็ต้องไปกับท่านด้วย”อูซวนบอก
“เช่นนั้นพวกข้าก็จะไปด้วย”ลี่จงได้บอกความ้าของตนเอง
“นี้เป็งานขององครักษ์ตระกูลอูลี่จง ลี่จาง พวกเ้าไม่จำเป็ต้องไปด้วย... ด้วยความเร็วของข้าหากมีอันตรายเกินขึ้น อย่างน้อยข้าสามารถพานายน้อยหนีได้ทันที” อูซวนบอกแม้ว่าด้วยระดับลมปราณระดับห้าของเขาจะไม่สามารถสู้กับสัตว์อสูรระดับหกได้หากเป็เื่ความเร็วละก็เขามั่นใจมากว่าสามารถพาอูหลินเฟิงหนีมาได้หากเกิดอะไรร้ายแรงขึ้น
“ถ้าเช่นนั้นได้โปรดระวังตัวด้วยพี่อูซวน คุณชายใหญ่อู” ลี่จงกล่าวอวยพรจากนั้นจึงแยกไปดูอาการของคนจากตระกูลลี่ซึ่งอาจมีคนาเ็
“ไปกันเถอะอูซวนข้าปรับลมปราณเสร็จแล้ว”อูหลินเฟิงกล่าว
“ได้ขอรับ”
ทั้งสองได้เข้าไปในป่าเมฆฝนลึกขึ้นเรื่อยๆในระหว่างที่กำลังเข้าไปที่ใจกลางป่า อูหลินเฟิงก็ได้ยินเสียงต่อสู้บนฟ้าจากที่ไกลเมื่อมองขึ้นไป ก็เห็นคนสี่คนกำลังต่อสู้กับวิหคมรณะบนฝากฟ้าอยู่ไกลๆ
“ไม่อยากเชื่อ!!...วิหคมรณะเป็เพียงสัตว์อสูรระดับหกขั้นสูง แต่ว่าท่านพ่อ ผู้นำลี่และาุโใหญ่ทั้งสองตระกูลที่เป็จอมยุทธ์ระดับเจ็ดทั้งสี่แม้จะร่วมมือกันแต่กลับไม่สามารถกำราบมันลงได้”อูหลินเฟิงกล่าวขณะที่มองไปยังการต่อสู้บนฟ้า การต่อสู้ของคนทั้งสี่ เรียกได้ว่าดุเดือดยิ่งนักขนาดเขาอยู่ไกลหลายกิโลเมตรยังสามารถััได้ถึงกระแสพลังจากการต่อสู้
“วิหคมรณะเป็สัตว์อสูรสายเืพิเศษ เป็อสูรสายเืวิวัฒน์สามารถใช้พลังปราณพิเศษอย่างปราณมรณะ ปราณโบราณที่สาบสูญเป็ปราณเกิดจากปราณธาตุมือประสานกับพลังิญญา สามารถสลายลมปราณที่โจมตีเข้ามาและยังสามารถโจมตีเข้าสู่ดวงิญญาได้โดยตรง หากไม่ระวัง แม้มีระดับลมปราณสูงกว่าหากโดนโจมตีดวงิญญา แม้แต่ชนชั้นจอมยุทธ์ทั้งสี่ก็สามารถาเ็ได้ง่ายวิหคมรณะที่มีปราณโบราณอันแข็งแกร่งและต้องสู้กับมันบนฟ้าที่เป็พื้นที่ซึ่งวิหคมรณะได้เปรียบทั้งสี่เลยไม่สามารถชนะได้โดยง่าย” อูซวนตอบอูหลินเฟิง
“งั้นเราก็รีบไปกันเถอะต้องรีบหาสาเหตุให้ได้ก่อนที่จะเกิดเหตุเลวร้าย” อูหลินเฟิงกล่าว
“ขอรับ”ทั้งสองได้เร่งฝีเท้าเข้าสู่ใจกลางป่าให้เร็วที่สุด เมื่อเข้าสู่ใจกลางป่าอูหลินเฟิงก็เร่งพลังจิตและพลังิญญาของตนเองทันที
ทักษะิญญาััิญญา / ทักษะจิต จิตรับรู้
ทักษะััิญญาเป็วิชาที่จะใช้เพื่อััถึงิญญาที่อยู่รอบๆโดยสามารถััได้ทั้งิญญาของสิ่งมีชีวิต ิญญาของคนตายหรือแม้แต่วัตถุที่มีพลังิญญาอยู่ เพราะว่าอูหลินเฟิงคิดว่าต้องมีอุปกรณ์บางอย่างที่สามารถส่งคลื่นพลังิญญาออกมากระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างของเหล่าสัตว์อสูรในป่าััิญญาของอูหลินเฟิงกระจายออกมาเป็วงกว้างรอบๆ ตัวรอบตัวของเขาไร้สิ่งมีชีวิตทว่าััิญญาของเขากลับสามารถััถึงสายพลังิญญาบางอย่างได้อย่างชัดเจน
“เจอแล้ว”อูหลินเฟิงได้มุ่งหน้าไปทางที่เขาััพลังิญญาที่แปลกประหลาดได้มันไม่ใช่พลังิญญาคนตาย หรือิญญาของสัตว์อสูรที่หลงเหลืออยู่แต่เป็พลังิญญาแปลกประหลาดที่ส่งออกมาเรื่อยๆ คล้ายคลื่นเสียงที่ไม่อาจได้ยินทันทีที่มาถึงเขาได้เห็นเพียงมีดสั้นหนึ่งเล่มที่ปักอยู่บนต้นไม้ใหญ่เมื่อเขาเข้าไปสำรวจมีดเล่มนี้ ก็พบว่าหากไม่มีพลังิญญา ต่อให้เห็นมีดเล่มนี้ก็คิดแค่ว่าเป็มีดของใครบางคนที่มาล่าสัตว์อสูรทำตกหรือทิ้งไว้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมากเท่าไร แต่ว่าหากมีพลังิญญาก็จะสามารถััพลังิญญาที่แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่องแถมพลังที่แฝงเอาไว้ภายในมีดยังมีปริมาณมหาศาล
“คุณชายใหญ่มีดเล่มนี้??” อูซวนถามอูหลินเฟิง
“ต้นเหตุของการคลุ้มคลั่งของสัตว์อสูรมีดเล่มนี้จะปล่อยพลังิญญาที่กระตุ้นการบ้าคลั่งและไล่สัตว์อสูรให้ออกห่างจากมีดเล่มนี้อูซวนเ้าลองทำลายมันดู” อูหลินเฟิงกล่าว
ทันทีที่ได้ยินคำสั่งอูซวนก็ชักกระบี่ออกมา ปราณอัสนีม่วงไหลไปทั่วกระบี่แทงไปยังมีดทันที
ตูม!!
เสียงกัมปนาทดังก้องฝุ่นควันกระจายไปทั่วบริเวณ เมื่อฝุ่นจางหายไปมีดเล่มนั้นกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“ความทนทานระดับนี้อย่างน้อยต้องเป็ศาสตราระดับหก ปราณของข้าเลยไม่สามารถทำอะไรมันได้” อูซวนกล่าว
เมื่อเห็นแบบนั้นอูหลินเฟิงเลยจะลองจับมีดเล่มนั้นขึ้นมาดูเมื่ออูซวนเห็นแบบนั้นก็ได้ห้ามทันที
“ช้าก่อนคุณชายใหญ่หากเป็แบบที่ท่านว่า มันอาจจะส่งผลต่อิญญาของผู้ที่้าจะจับมันก็ได้”
“ไม่เป็ไรดูจากพลังิญญาที่ปล่อยออกมา มันเจาะจงแต่สัตว์อสูรเท่านั้นแล้วที่ผู้ที่ทิ้งมีดสั้นไว้ที่นี่ กล้าปล่อยมีดไว้โดยไม่มีการป้องกันก็เป็เพราะว่าเมืองล่องเมฆาไม่มีผู้ใช้พลังิญญาคนร้ายเลยกล้าที่จะทิ้งมีดไว้โดยไม่กลัวถูกพบ” หลังจากพูดจบอูหลินเฟิงได้นำมีดสั้นมาสำรวจทันทีอูหลินเฟิงค่อยๆ ใช้พลังิญญาของตนวิเคราะห์มีดเล่มนี้
“แย่ละผู้ที่ทำมีดเล่มนี้ขึ้นมา ต้องเป็ผู้ใช้พลังิญญาระดับเจ็ดเป็อย่างน้อยพลังิญญาที่แผ่ออกมาถึงได้มีผลกับวิหคมรณะด้วยด้วยพลังิญญาระดับสี่ขั้นปลายของข้าไม่สามารถทำลายมันแล้วก็ไม่สามารถผนึกมันได้ด้วย” อูหลินเฟิงกล่าว
“เช่นนั้นเราควรทำอย่างไรดีคุณชายใหญ่”
“ข้าขอคิดเวลาหน่อย”อูหลินเฟิงหลับตา พยายามค้นหาความทรงจำของเรนและลุคว่าหากเจอเหตุการณ์แบบนี้ควรจะแก้แบบไหน เพราะในจิติญญาทั้งสามดวงประสบการณ์ต่อสู้และการแก้สถานการณ์เรนและลุคมีมากกว่าเขา
“ข้าได้วิธีแล้วมีดเล่มนี้จะส่งพลังิญญาออกมาเป็รูปแบบคลื่นแม้ข้าจะไม่สามารถผนึกพลังิญญาของมันเพราะพลังิญญามันสูงกว่าของข้าข้าก็แค่สร้างยันต์ที่สามารถแก้ไขคลื่นพลังของมันจากคลื่นที่ทำให้คลุ้มคลั่งก็ทำให้เป็พลังิญญาที่ทำให้สงบลง” พูดจบอูหลินเฟิงก็ได้เร่งพลังิญญาของตนออกมาวาดเป็ยันต์ิญญาวางไว้รอบมีดเพื่อปรับคลื่นพลังที่ถูกส่งออกมา