แม่เป็นครูสอนนักรัก

    33 ขอพื้นที่ยืนในใจสักนิด

    วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรหวือหวา ทุกอย่างเงียบสงบจนน่าตกใจ สิ่งที่ดูจะไม่ค่อยลงตัวอย่างเดียวก็คือ ครูปิติยาพรที่มาทานข้าวบ้านผมทุกวัน แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ช่วงนี้ครูเขาเรียบร้อยผิดหูผิดตา จนผมงงไปเลย ทำเอาผมต้องแปลกใจจริงๆกลายเป็นว่าการที่ครูปิติยาพรมาบ้านผมเป็นประจำแบบนี้ ตอนนี้ก็ดูไม่ได้แย่อะไร เพราะมีสาวสวยสองคนคุยกันเสียงหวานอยู่ในบ้าน แถมทั้งสองคนก็สนิทกันมากๆ ที่น่าดีใจที่สุดก็คืออาจจะเป็นเพราะเปลี่ยนเรื่องอาหารการกิน ครูปิติยาพรอาการแพ้ท้องน้อยลงเยอะ แม่ผมทำอาหารเก่งอยู่แล้ว แถมยังรู้เรื่องโภชนาการด้วย สำหรับครูปิติยาพรที่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง แม่ผมช่วยได้เยอะจริงๆ ตอนแรกผมเห็นครูเขาทรมานก็สงสารอยู่แล้ว แถมยังห่วงลูกในท้องเธอด้วย พอได้อยู่ด้วยกันมาสักพัก เห็นครูเขาสดชื่นขึ้น ผมก็เลยหายห่วง สบายใจขึ้นเยอะเลยอีกประมาณสองอาทิตย์ต่อมา ก็ถึงวันตรวจครรภ์ตามหมอนัด หลังจากที่ครั้งแรกที่มันฉุกละหุกมาก คราวนี้ผมก็พอจะรู้แล้วว่าต้องตรวจอะไรบ้าง นั่งรออยู่หน้าห้องอัลตราซาวด์ ไม่นานครูปิติยาพรก็ออกมาหลังจากตรวจเสร็จ"เป็นยังไงบ้างครับ" ผมรีบเข้าไปประคองครูด้วยความเป็นห่วง ครูปิติยาพรยิ้มออกมา พร้อมกับเขย่าซองเอกสารในมืออย่างภูมิใจ ดูเหมือนผลตรวจจะออกมาถูกใจครูมาก"ยังไม่รู้เลย ต้องรอคุณหมอพูดก่อน" ครูเขาลูบท้องเบาๆอย่างไม่รู้ตัว แล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความสุข รอยยิ้มแบบนั้นเหมือนมีอะไรมาทำให้ใจผมรู้สึกสดใสขึ้นมาด้วย กลับมาที่ห้องตรวจ ผมก็ยื่นซองเอกสารให้คุณหมอ คุณหมอใส่แว่นอ่านหนังสือ แล้วก็ดูฟิล์มรายงานผลอัลตราซาวด์อย่างละเอียดหลังจากดูภาพแล้ว คุณหมอก็พยักหน้าให้พวกเรา แล้วก็พูดว่า "เด็กในท้องพัฒนาการดีมาก ตอนนี้ก็เกือบสองเดือนแล้ว หลังจากนี้ก็ดูแลครรภ์ให้ดีๆ ออกกำลังกายเบาๆได้ อย่าทำท่าทางที่มันเสี่ยงก็พอ ส่วนเรื่องชีวิตประจำวันก็แค่ระวังนิดหน่อยก็โอเคแล้ว" หลังจากนั้นคุณหมอก็ให้คำแนะนำเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง เขียนรายการมาเยอะแยะเลย แต่ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจของคุณหมอ เห็นผลตรวจออกมาดีแบบนี้ ผมก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย ตอนแรกก็ยังคิดอยู่ว่าด้วยนิสัยของครูปิติยาพร ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรไม่คาดฝันขึ้นบ้าง แต่ดูตอนนี้แล้ว ทุกอย่างก็ปกติดี หลังจากตรวจครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี ครูปิติยาพรก็คล้องแขนผม เดินตัวเกร็ง หายใจยังเบาๆ จนกระทั่งออกมาจากโรงพยาบาลได้แล้ว ครูถึงได้เหมือนนกปล่อยออกจากกรง โบกมือบ้าง บิดคอบ้าง"เมื่อกี้ยังกลัวๆ กล้าๆอยู่เลย แป๊บเดียวร่าเริงขึ้นมาแล้ว" ผมอดขำไม่ได้"ก็แน่สิ อยู่ในโรงพยาบาลก็ต้องระวังหน่อยนี่นา แต่ผลออกมาดีก็ดีใจแล้ว" ครูปิติยาพรพูดเบาๆแล้วก็ก้มลงมองท้องตัวเอง "ลูกชายคนเก่งของแม่รีบโตไวๆนะ" ได้ยินครูพูดแบบนั้น ผมก็อดสงสัยไม่ได้ ในรายงานก็ไม่ได้บอกว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงหรือว่าหมอจะแอบบอกครูนะ เลยถามครูว่า "ครูรู้ได้ยังไงว่าเป็นผู้ชาย" ครูปิติยาพรก็มองค้อนผม ไม่รู้ว่าอยู่กับแม่ผมนานไปหรือเปล่า มองแบบนี้แล้วเหมือนแม่ผมเลยทำเอาผมขนลุกซู่ ครูเขาคงไม่ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ ผมถอนหายใจออกมาอีกที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "ฉันบอกว่าเป็นผู้ชายก็ต้องเป็นผู้ชาย" พูดจบครูปิติยาพรก็กลับมาทำหน้ายิ้มแย้มเหมือนเดิม ลูบท้องน้อยๆที่เพิ่งจะเริ่มป่อง แล้วก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นแบบที่ใช้ปลอบเด็ก "ฟังแม่นะลูก อย่าลืมเอาเจ้าหนูออกมาด้วยนะ" พอได้ยินครูปิติยาพรพูดจาห้าวๆแบบนั้น ผมแทบสำลักน้ำลายตัวเอง เพิ่งจะรู้สึกว่าครูเขาเปลี่ยนไปเยอะจนน่าทึ่ง ที่ไหนได้ความเอาแต่ใจของครูยังคงรุนแรงเหมือนเดิมช่างเถอะยังไงก็คุยอะไรกับคนท้องไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่แล้ว ตามใจครูไปก็ดีกว่า ไม่ต้องพูดถึงเรื่องผู้ชายผู้หญิงหรอก ต่อให้ครูเขาจะบอกว่าตัวเองจะกลายร่างเป็นสัตว์ออกไข่ แล้วจะฟักไข่ออกมา ผมก็คงต้องทนๆไป ตามใจครูเขาไปนั่นแหละ ตามนิสัยครูปิติยาพร ครูเขาก็ยังนั่งรถไม่ไหว พวกเราสองคนก็เลยเดินคุยกันไปบ้านครู แปลกดีเหมือนกันนะ ทั้งๆที่ทางก็เหมือนกับตอนที่มาครั้งก่อนเป๊ะๆแต่กลับรู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะ มองดูวิวข้างทางก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา พอถึงบ้านครูปิติยาพร ครูเขาก็ไม่ต้องบอก ผมก็จัดการเก็บห้องเองเลย ถึงห้องครูจะไม่รกมาก แต่ก็ดูออกว่าไม่ได้ทำความสะอาดมานานแล้ว ฝุ่นเกาะพื้นระเบียงเต็มไปหมดยังไงก็ตาม ก็ต้องดูแลคนท้องให้ดีๆหน่อย ถึงงานจะเยอะ แต่ผมก็ไม่ได้บ่นอะไร คิดในใจว่าโชคดีที่เคยเรียนรู้วิธีจัดบ้านจากแม่ ไม่งั้นตอนนี้คงวุ่นวายน่าดูกวาดบ้าน ถูบ้าน ทิ้งของที่ไม่ใช้แล้ว ผมก็วุ่นอยู่แบบนี้ระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ส่วนครูปิติยาพรนั่งอยู่บนโซฟา ใส่หูฟังอันใหญ่ดูอะไรก็ไม่รู้ตั้งใจมากๆ ผมไม่ค่อยเคยเห็นครูเขาจริงจังขนาดนี้มาก่อน รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในใจมันแปลกๆไป ครูปิติยาพรตอนนั้นก็มีความสุขมาก มองผู้ชายที่กำลังวุ่นวายทำอะไรให้ตัวเอง ก็รู้สึกหวานชื่นบอกไม่ถูกในฐานะผู้หญิง การที่สามีที่รักดูแลเอาใจใส่ก็เป็นความสุขเสมอแม้ว่าเขาจะยังไม่ใช่สามีของเธอจริงๆแต่ความรู้สึกดีใจนั้นก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เรื่องท้องครั้งนี้ นอกจากจะกระตุ้นความเป็นแม่ในตัวเธอแล้ว ยังทำให้เธอดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นด้วย ถ้าเป็นครูปิติยาพรคนก่อน นิสัยจะค่อนข้างอิสระและเปิดเผย ถ้าถามว่าอยากมีลูกไหม เธอคงจะส่ายหน้าบอกว่ายังไม่อยากมี แต่ตอนนี้เธอใส่ใจลูกในท้องมากแล้ว คอยแต่จะหวังให้เขาเกิดมาไวๆ เธอมองหน้าพ่อของลูก เอามือลูบท้องแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนวุ่นอยู่ตั้งนาน เหงื่อก็เริ่มซึมออกมาตามหน้าผาก ในที่สุดก็เก็บกวาดเรียบร้อย ผมเลยได้นั่งพักมองไปก็เห็นว่าในมือถือของครูปิติยาพรเปิดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กและการดูแลครรภ์อยู่ ทำเอาผมอดขำไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าทั้งๆที่ดูเหมือนจะเป็นคนไม่สนใจอะไร แต่จริงๆแล้วครูเขาก็แอบศึกษาอยู่พอผมนั่งลง ครูปิติยาพรก็รีบเข้ามาหาด้วยความกระตือรือร้น ถามผมว่าเหนื่อยไหมแล้วก็ช่วยนวดไหล่ให้ผม ทั้งท่าทางและคำพูดเต็มไปด้วยความอ่อนโยนเหมือนภรรยาที่แสนดีเลย ไม่รู้ทำไม ในใจผมก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา ครูปิติยาพรที่อยู่ตรงหน้าผมในสายตาผมเหมือนมีอะไรมาเคลือบไว้ ทำให้ตอนนี้เธอดูมีเสน่ห์เป็นพิเศษ จนผมอดใจไม่ไหวอยากจะอ้าแขนโอบกอดเธอ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจอย่างไม่มีเหตุผลนั้นก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เหมือนเป็นการตอบสนองต่อเสน่ห์ของครูปิติยาพร ผมรู้สึกแปลกใจ ในใจผมไม่ได้มีอะไรกับครูปิติยาพรมากนัก ก่อนหน้านี้ก็คิดทบทวนหลายครั้งแล้วว่าผมไม่ได้รักครู คนที่ผมชอบที่สุดก็คือแม่ แม่เท่านั้นที่สำคัญที่สุดในชีวิตผม ไม่มีใครมาแทนที่ได้ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนครูปิติยาพรจะเข้ามาอยู่ในใจผมด้วยเหมือนกัน ผมนั่งคิดทบทวนเรื่องที่มันไม่ปกติอยู่นาน แต่พอมองครูปิติยาพรมากขึ้นเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าครูเขาน่ามองขึ้นเรื่อยๆ ในสายตาผมครูเขาดูอ่อนโยนลงกว่าเมื่อก่อนเยอะ รู้สึกว่าต่อให้ต้องพูดคำหวานๆ เลี่ยนๆ อย่างคำว่ารักออกมา ผมก็คงพูดได้ ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกกับครูเขาแปลกๆไป อาจจะเป็นเพราะตอนนี้ครูเขาท้องลูกของผม ความรักที่มีให้ลูกเลยเผื่อแผ่มาถึงแม่ ผมไม่แน่ใจว่าเหตุผลคืออะไร แต่ความรู้สึกอยากทำอะไรบางอย่างมันไม่หายไป แล้วผมก็ไม่อยากให้มันหายไปด้วยผมยื่นมือไปวางทับมือของครูปิติยาพรที่กำลังนวดไหล่ให้ผม มือครูเขานุ่มนิ่ม ผมค่อยๆลูบหลังมือครู แล้วก็จับมือครูเอาไว้ ดึงเบาๆให้ครูเข้ามาใกล้ๆผม แล้วผมก็หันหน้ากลับไป จูบครูอย่างตั้งใจจูบครั้งนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกของผม ไม่มีจุดประสงค์อะไรแอบแฝง เป็นแค่การแสดงออกของความรู้สึกในใจเท่านั้น ครูปิติยาพรตอนนั้นยิ่งไม่อยากจะเชื่อ เธอพยายามเอาใจเอาตัวเข้าหาเด็กคนนี้คนนี้มาตลอด แต่เขาก็ไม่ค่อยสนใจเธอเท่าไหร่ ถึงจะไม่เคยปฏิเสธการใกล้ชิดของเธอเลย ก็คงแค่จมอยู่กับเรื่องทางเพศเท่านั้น ถ้าจะพูดถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่มีต่อเธอ อาจจะไม่ได้มากมายอะไร ในแผนของเธอ เธอเตรียมใจที่จะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ถึงจะไม่ได้เป็นคนเดียวในใจเขา อย่างน้อยก็ขอให้มีที่ให้เธอได้ยืนอยู่ในใจเขาสักนิดก็ยังดีส่วนลูกในท้องก็คือสิ่งที่เธอใช้เป็นข้อต่อรองในเรื่องนี้ ไม่ว่ายังไง ตอนนี้เธอก็เป็นคนที่ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด แค่มีลูกคนนี้ความรู้สึกระหว่างเธอกับเขาก็อาจจะดีขึ้น จนทำให้เธอได้เปรียบและชนะผู้หญิงคนอื่นๆได้ก่อน แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือ วันนี้ดูเหมือนจะมาถึงเร็วกว่าที่เธอคิดไว้เยอะ เธอชินกับการเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และก็ชินกับความเฉยเมยของเขา เธอรู้ว่าเขาชอบอะไรและก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงการกระทำและนิสัยของตัวเอง เพื่อให้เขาอยู่กับเธอได้นานขึ้น เธอรู้ว่าความรู้สึกมันจะบังคับกันไม่ได้ แต่ด้วยนิสัยของเธอ เธอก็ยังจะพยายามบังคับอยู่ดีไม่นาน เธอก็หลุดจากภวังค์ความคิดฟุ้งซ่าน ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ริมฝีปากมันช่างจริงเหลือเกิน และก็เหมือนฝัน ราวกับฟองสบู่ที่แตกสลายง่าย ครูปิติยาพรอดไม่ได้ที่จะหลับตาลง รวบรวมสติทั้งหมดไปที่ความรู้สึก สัมผัสถึงช่วงเวลาที่ผู้ชายคนที่เธอรักเปิดใจให้เธอในที่สุด ครูเขาก็ยื่นมือมาโอบกอดผมเบาๆ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย เหมือนเล่นไล่จับ ริมฝีปากของเราประกบกัน ลิ้นสองลิ้นก็ค่อยๆแตะกัน ไม่ได้รุนแรงเหมือนระบายอารมณ์ แต่ค่อยๆหยั่งเชิงกัน แล้วก็แนบชิดกัน เหมือนความหวานชื่นของรักแรก ครูปิติยาพรมีความสุขกับความรู้สึกแบบนี้มาก ครูเขาก็ไม่ได้รู้สึกแบบนี้นานมากๆแล้ว รสจูบของเขาเหมือนอมลูกอมรสเลมอนที่หวานอมเปรี้ยวและน่าจดจำ"ติ๊งหน่อง--"เสียงกริ่งประตูดังขึ้นกะทันหัน ทำลายความหวานชื่นของเราอย่างไม่ถูกเวลา เหมือนโดนจับได้ พวกเราสองคนผละออกจากกันทันที แล้วก็จงใจนั่งห่างกัน ผมเผลอเลียริมฝีปากตัวเอง รู้สึกเหมือนโดนอะไรเข้าสิง ไม่รู้เป็นอะไรจู่ๆ ก็เหมือนจะรู้สึกดีกับครูปิติยาพรขึ้นมา ส่วนครูเขาก็ทำหน้าตกใจ มองไปที่ประตูด้วยสายตาที่ดูหวาดๆ"ใครมาน่ะ... อ้อ ใช่ๆลืมไปเลย วันนี้ฉันนัดครูขวัญตาไว้ว่าจะคุยเรื่องเตรียมการสอนเปิดชั้นเรียนอาทิตย์หน้า""ยังไงเหรอครับ""ตอนนั้นจะมีครูและผู้หลักผู้ใหญ่จากโรงเรียนอื่นมานั่งฟังด้วย ไม่มีอะไรมากแค่คาบเดียวเอง แต่ฉันยังไม่เคยสอนเปิดชั้นเรียน ก็เลยอยากจะถามครูขวัญตาดู ครูเขามีประสบการณ์เยอะ"ครูปิติยาพรเหมือนกำลังรวบรวมความคิด พูดไปพลางก็จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ปรับลมหายใจและอารมณ์ให้ดีขึ้น แล้วค่อยลุกไปเปิดประตูผมนั่งอยู่บนโซฟา จะวิ่งหนีไปแอบก็คงไม่ทัน ในช่วงเวลาสั้นๆที่ผมนิ่งอึ้งไปนั้น เวลาที่ดีที่สุดในการตัดสินใจก็ผ่านไปแล้ว"อ้าว ครูขวัญตามาแล้วเหรอคะ เชิญข้างในเลยค่ะ เชิญเลย ฉันก็เพิ่งกลับมาเหมือนกันค่ะ"พร้อมกับเสียงพูดของครูปิติยาพร ผู้หญิงวัยประมาณห้าสิบปีก็เดินเข้ามา เธอใส่แว่นตากรอบทอง ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นตามวัย สีหน้าค่อนข้างเคร่งขรึม ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นครูที่มีประสบการณ์เธอคือครูประจำชั้นห้อง6 ห้องของพลอยถึงผมจะไม่รู้จักเธอ แต่ก็ได้ยินพลอยพูดถึงเธอให้ฟังอยู่บ้าง ได้ยินมาว่านักเรียนห้องนั้นกลัวครูขวัญตาคนนี้มาก บอกว่าครูเขามักจะทำหน้าดุ แล้วก็ชอบให้โจทย์ยากๆทำ พอถึงชั่วโมงสอนของเธอทีไร นักเรียนหลายคนก็ไม่อยากเข้าเรียน"อ้าว ครูปิติยาพรคะ นี่ใครคะ"ครูขวัญตาเห็นผมตั้งแต่เข้ามาในห้อง เธอน่าจะรู้ว่าครูปิติยาพรไม่มีลูก สายตาเลยเต็มไปด้วยความสงสัย "เขาเป็นนักเรียนในห้องดิฉันค่ะ เป็นหัวหน้าห้องด้วย เป็นลูกชายของครูอลิสาค่ะ ชื่อวรวิทย์(นัท)ค่ะ รีบไหว้ครูขวัญตาสิ""สวัสดีครับครูขวัญตา" ผมลุกขึ้นยืนแล้วก็ไหว้ครูขวัญตา ครูเขาก็ไหว้รับ เหมือนจะบอกว่ารู้แล้วว่าผมเป็นใคร "งั้นครูปิติยาพรครับ ในเมื่อผมได้หนังสือแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ" ผมรู้สึกกดดันมากต่อหน้าครูขวัญตาคนนี้ อยู่ต่อไม่ไหวจริงๆครูปิติยาพรได้ยินที่ผมพูดก็อืมๆแล้วบอกให้ผมไปได้แค่นั้นแหละ ผมก็ไหว้ลากับทั้งสองคน แล้วรีบเดินออกจากบ้านครูปิติยาพรไป ผมรู้สึกใจไม่ดี กระวนกระวาย ทั้งกลัวว่าจะโดนจับได้ แล้วก็ยังงงๆ กับความคิดในใจตัวเองอยู่ดี ว่าผมคิดยังไงกับครูปิติยาพรกันแน่ คำตอบของคำถามพวกนี้มีแค่ผมที่รู้ แต่ตอนนี้ผมยังพูดออกมาให้ดีที่สุดไม่ได้ เรื่องที่ไปตรวจครรภ์กับครูปิติยาพรที่โรงพยาบาลก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆในชีวิตประจำวันเท่านั้น ไม่เหมือนที่ผมคิดไว้ โรงเรียนมัธยมปลายกับมัธยมต้นดูเหมือนจะไม่ต่างกันมาก สิ่งที่ต่างกันมากที่สุดก็คือจำนวนห้องเรียนที่เยอะขึ้นมาก ทำให้จำนวนคนเยอะขึ้นตามไปด้วย นักเรียนทั้งสามชั้นปีรวมกันก็เกือบหลักหลายพันคน พอถึงเวลาพักเสียงดังจากอาคารเรียนต่างๆ ก็ทำเอาหนวกหู ส่วนเรื่องอื่นๆอาจจะเป็นเพราะผมเพิ่งอยู่ม.4 ยังไม่เจอแรงกดดันแบบเด็กม.5 ม.6 ก็เลยรู้สึกว่านอกจากเรื่องเรียนกับเวลาที่ดูจะเร่งรีบหน่อย ทุกอย่างก็ดูธรรมดาๆแต่เรื่องที่ไม่ธรรมดาที่สุด ก็คงต้องเป็นเรื่องของพลอย วันนั้นตอนเที่ยง ผมกินข้าวเที่ยงกับพลอย ฟังเธอเล่าเรื่องสนุกๆต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องเรียน"นี่นัท รู้ไหมเค้ามีคนมาทักจีบทั้งเฟสทั้งในไลน์เยอะแยะเลยล่ะ""มีคนมาจีบเหรอ"ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนชอบพลอยเยอะขนาดนี้ ถึงเธอจะน่ารัก เรียนเก่ง นิสัยก็อ่อนโยน แต่เธอก็เป็นแฟนผม การได้ยินว่ามีคนอื่นทักมาจีบบอกรักให้เธอ มันก็อดที่จะรู้สึกไม่พอใจไม่ได้"พวกรุ่นพี่กับพวกรุ่นเดียวกัน เขาน่าจะชื่อเฟสกับไอดีไลน์ มาจากเพื่อนในห้อง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครให้ไป บางครั้งก็มีฝากของมาให้ด้วย"ไม่นึกเลยว่าตอนที่ผมไม่รู้เรื่อง พลอยจะฮอตขนาดนี้ "แล้วตัวเองทำยังไงกับพวกนั้นเหรอ" ผมมองหน้าพลอยแล้วถาม เธอจ้องหน้าผมอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หัวเราะออกมา "ดูนัทสิ ขี้หึงเป็นบ้าเลยเอาหน่าๆ อย่าคิดมากเลย เค้าก็แค่ตอบปฎิเสธแล้วบล็อคไปหมดแล้ว" พลอยจับมือผม เหมือนกำลังปลอบใจผม ใบหน้าก็มีรอยยิ้มที่ซ่อนไว้ไม่มิด"ไม่ได้หึงสักหน่อย""จริงเหรอ อาการนัทออกขนาดนี้ นัทเค้าชอบแค่นัทนะ คนพวกนั้นน่าเบื่อจะตายไป" พลอยทำหน้าเหมือนเบื่อหน่าย "ที่สำคัญที่สุดคือ ส่งข้อความอะไรกันมาก็ไม่รู้ มีแต่บอกทักครับแล้วก็บอกว่าชอบมากแค่ไหน เป็นคำพูดที่ว่างเปล่าสุดๆไม่มีอะไรน่าสนใจเลย อ่านแล้วเบื่อมาก เป้าหมายของการคบกันมันควรจะเป็นการพัฒนาไปด้วยกันไม่ใช่เหรอ รู้สึกว่าพวกนั้นเอาแต่คิดว่าการได้อยู่ด้วยกันมันดีขนาดไหน มันทั้งโง่ ทั้งไม่จริง""ความคิดเธอเหมือนกับที่แม่เธอพูดเป๊ะเลย" พอนึกถึงตอนที่ไปบ้านพลอยแล้วแม่เธอสั่งสอน พอมาฟังพลอยพูดตอนนี้ เธอก็ทำตามคำสอนของแม่เธอจริงๆแต่ก็ไม่ได้มีอะไรไม่ดีนะ เรื่องแบบนี้มันถูกเสมอ เด็กคนนี้ความคิดความอ่านใช้ได้เลย"มีอะไรไม่ถูกเหรอ" พลอยยู่ปาก แล้วก็เอนตัวมาทางผม"ไม่มีๆ""ว่าแต่ ใกล้สอบกลางภาคแล้ว ช่วงนี้รู้สึกว่าเรียนเป็นยังไงบ้าง มีอะไรยากไหม ถ้าวิชาไหนไม่ไหวเดี๋ยวช่วยติวให้ได้นะ""ก็ไม่ได้มีอะไรนะ แต่นัทบอกมาซะมั่นใจขนาดนี้ นี่คือทำได้หมดแล้วใช่ไหม งั้นเดี๋ยวมาดูกันว่าใครจะได้คะแนนเยอะกว่ากัน""งั้นตกลงตามนี้นะ คนแพ้ต้องเลี้ยงข้าวคนชนะนะ""โอเค ตกลงตามนี้ ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจ บอกได้นะ"แค่นั้นแหละ ผมกับพลอยก็ทำข้อตกลงเล็กๆกันไว้

    คล้ายกับเรื่องแม่เป็นครูสอนนักรัก ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498