“นี่ผมไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?” เทพไทพึมพำถามออกมา “ในผลึกนั่นมีผู้หญิงติดอยู่ใช่ไหม?”
“นายไม่ได้ตาฝาดหรอก พวกเราทุกคนก็เห็น” ธัญญ่าพูดขณะตายังจับจ้องไปยังผลึกน้ำแข็ง
“คำถามคือ เธอคือใคร?” ดารินขมวดคิ้วพูดออกมา
เกิดความเงียบขึ้นมาทันที ไม่มีใครสามารถตอบคำถามนี้ได้ แต่ผู้ที่ทำลายเงียบคือผู้กองเกรียงเดช “แต่ที่มั่นใจได้สิ่งหนึ่งเลยคือ เธอคนนี้น่าจะเป็คนของวสุธา”
ตอนนี้ห้องโถงหินสว่างไสวไปด้วยดวงไฟเวทมนตร์จนทำให้เห็นสภาพที่แท้จริงของผู้หญิงและผลึกน้ำแข็งแล้ว ผู้หญิงสวมชุดคลุมที่ดูค่อนข้างหรูหรา ชุดคลุมนั้นเป็สีน้ำตาลอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ใครจะใส่ชุดสีน้ำตาลก็ได้ แต่เมื่อเจอเธอสวมชุดคลุมสีน้ำตาลในสภาพแวดล้อมแบบนี้ คงยากที่จะอนุมานว่าเธอเป็คนจากอาณาจักรอื่นไปได้
“ที่ห้อยอยู่ตรงคอของเธอนั่นใช่กษาปณ์พฤษภหรือเปล่า?” เมื่อธัญญ่าพูดออกมาทุกคนต่างเพ่งมองตามที่ธัญญ่าบอก
“คนทรงอสูรจักรราศีพฤษภ...” ปลายฝนพึมพำออกมาก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง
“เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ ผมว่านี่มันหลุดจากเป้าหมายแรกของพวกเราไปมากเลยนะ” ผู้ที่ทำลายความเงียบคือเทพไท เขาพยายามจัดเรียงข้อมูลในสมองจนได้ข้อมูลที่ต้องพูดออกมา “จากแค่ต้องสะกดรอยตามผู้กองเกรียงเดชเองนะ ไหงพวกเราถึงจับพลัดจับผลูลงเอยต้องมาขโมยกษาปณ์พฤษภ แล้วมาดูตอนนี้สิ ข้างหน้าของพวกเรา ผู้หญิงในผลึกน้ำแข็งที่อาจเป็คนทรงอะไรนั่น แถมพวกเราไม่รู้เลยว่าสุดท้ายแล้วพวกเราต้องช่วยเธอหรือฆ่าเธอกันแน่?”
เกิดความเงียบขึ้นทันทีหลังเทพไทหยุดพักหายใจ ทุกคนต่างจมอยู่ในความคิด และก็ยังเป็เทพไทที่เป็คนทำลายความเงียบอีกครั้ง
“พวกเราควรแค่สะกดรอยตามผู้กองเกรียงเดชตามคำสั่งในจดหมายภารกิจไม่ใช่เหรอหัวหน้า? ไม่สิ อาจารย์” เทพไทหันมองธัญญ่าแล้วก็หันมองดารินเพื่อขอความเห็น
“ฉันขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม?” ทุกคนหันไปเห็นปลายฝนกำลังยกมือขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอพูดต่อ “ผอ.ธาวิสบอกให้พวกฉันมาที่วิหารพฤษภแล้วจะรู้เองว่าต้องทำอะไรต่อ”
“แต่ท่านผอ.ไม่ได้บอกนี่ว่าทำให้อะไรนี่นา ท่านอาจจะแค่ให้พวกเรามาดูความเรียบร้อยแล้วก็กลับก็ได้” เทพไทพยายามดิ้นรนหาคนเห็นด้วย ก่อนจะหันมามองอานนท์ “นายก็เห็นด้วยใช่ไหมล่ะ? ไอ้ที่โหล่ แกก็อยากจะกลับโรงเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ?”
อานนท์มองกลับด้วยสายตาดูถูกขณะพูด “ถ้าแค่มาเที่ยวแล้วกลับ มันจะไปเรียกว่าภารกิจระดับลับสุดยอดได้ยังไง?”
“หน็อยแหนะแก เป็แค่ตัวถ่วงแท้ ๆ ยังกล้ามาทำปากดีอีก” เทพไทคำรามอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมง้างหมัดใส่อานนท์
ธัญญ่ารีบเข้าไปคล้องแขนของเทพไทเพื่อห้ามทัพพร้อมตวาดใส่ “นายเป็บ้าอะไรของนาย! ผ่านสมรภูมิรบมาก็มาก เกิดกลัวอะไรขึ้นมาตอนนี้?”
“แต่ครั้งนี้มันอสูรจักรราศีเลยนะครับ แล้วถ้าคนทรงนั่นยังไม่ตาย? ถ้าเกิดเธอมีความแค้นธาราอยู่ล่ะครับ? เราจะเอาอะไรไปสู้?” แล้วเทพไทก็หันมาทางอานนท์แล้วผลักเขา “ไปเลยแกอะ เก่งนักไม่ใช่เหรอ?”
อานนท์เซไปทางผลึกน้ำแข็งตามแรงผลักจนเกือบจะล้มโดยมีปลายฝนเข้ามาช่วยประคอง ในใจเธอยังมีความสนใจและสับสนเล็กน้อยกับชายคนนี้ ในความคิดเธอนอกจากอานนท์จะดูคุ้นหน้าอย่างประหลาดแล้ว เขายังดูลึกลับอย่างที่สุด เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาจากเขาลอบมองมาตลอด แต่ทุกครั้งที่เธอพยายามมองตอบ ชายคนนี้ก็เหมือนหลบเลี่ยงสายตาเธอไปได้ทุกครั้ง เธอจึงสรุปไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว ชายคนนี้มองเธออยู่ตลอดจริง ๆ หรือเพียงแค่เธอคิดไปเอง
เหมือนกับครั้งนี้ เธอเข้าใกล้มาเพื่อประคองเขา นอกจากครั้งแรกที่เจอกัน เธอก็ไม่เคยได้สบตากับเขาอีกเลย ถึงจะรู้สึกอึดอัด แต่เธอก็ไม่สามารถไปเค้นหาคำตอบโดยตรงจากเขาได้เช่นกัน
“คนที่จะให้คำตอบเราได้คงมีแต่ท่านผอ.” ดารินเอ่ยขึ้นมา ก่อนจะกลอกตาขณะพูดต่อว่า “แต่ถ้าเราติดต่อไปถามเื่ภารกิจก็อาจจะถูกดักฟังได้ ส่วนท่านผอ.จะประเมินว่าสำเร็จภารกิจอีกไหมค่อยว่ากัน”
แล้วดารินก็หันไปมองเทพไทกับธัญญ่าก่อนจะขอความเห็น “คิดว่าไง? จะไปต่อหรือพอแค่นี้ดีล่ะ?”
เทพไทเงียบไม่กล้าสบตาตอบดาริน ส่วนธัญญ่าตอบออกมาเพียงสั้น ๆ “แล้วแต่อาจารย์เลย”
แล้วดารินก็หันมองทุกคนในทีม ปลายฝนบอกแล้วแต่เธอ ส่วนดิเรก ปลายฝนว่าอย่างไรเขาก็ว่าตามนั้น ผู้กองเกรียงเดชเป็คนนอกจึงไม่ออกความเห็น เหลือก็แค่เพียงอานนท์ที่อาจเป็คนตัดสินที่แท้จริงว่าจะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้ เพราะตัวดารินเองได้รับภารกิจที่ต่างไปจากคนอื่นเล็กน้อย
‘จงให้การสนับสนุนและทำตามคำขอของอานนท์และปลายฝนไม่ว่าทั้งสองจะเอ่ยขอสิ่งใดก็ตาม’ ในเมื่อปลายฝนไม่บอกคำตอบที่ชัดเจนก็คงเหลือแค่อานนท์แล้ว