บทที่ 3 ตัดขาดพันธะทางใจ
แม้ว่าการประนีประนอมระหว่างสองตระกูลจะเป็ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่หลินฉางเซิงกลัวว่าจะทำร้ายศักดิ์ศรีของเฉินชิงหยวน จึงต้องจัดการอย่างระมัดระวัง
“ผู้าุโเหยา ท่านก็รู้ว่าของขวัญนี้ช่างน้อยนิด เก็บกลับไปเถิด!”
เฉินชิงหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าไร้อารมณ์
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนเปลือกตาเผยอขึ้นเล็กน้อย ใจเต้นมิเป็จังหวะ
เหยาซู่ซู่ขมวดคิ้ว พลางเอ่ยถามว่า “ผู้าุโเฉินหมายความว่าอย่างไร?”
“ข้อตกลงการแต่งงานด้วยวาจาในอดีต แท้จริงแล้วไม่อาจถือเป็เื่ใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม หาก้าตัดขาดพันธะในอดีตนี้ ก็ให้ไป๋ซีเสวี่ยมาพบข้าด้วยตนเอง เพียงนางมาข้าสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวอีก…”
เฉินชิงหยวนกล่าวอย่างจริงจัง
“การพูดกันตรง ๆ ต่อหน้า ควรเป็เช่นนี้” เหยาซู่ซู่คิดว่าเฉินชิงหยวน้า่ชิงโอกาสนี้ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ นางจึงพยักหน้าตกลง “อีกไม่กี่วัน ข้าจะให้ซีเสวี่ยมาพบผู้าุโเฉิน”
“นอกจากนี้ หากผู้าุโเหยา้ามอบของขวัญเพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาของข้า เส้นชีพจริญญาชั้นกลางเส้นเดียวนั้นไม่เพียงพอหรอก” แม้เฉินชิงหยวนจะไร้พลังยุทธ์แต่สายตาคมกริบราวกับมีดปักลงบนตัวเหยาซู่ซู่ ทำให้นางรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมา
“ในอดีต ไป๋ซีเสวี่ยและข้าสำรวจดินแดนลับ สิ่งที่มอบให้นางล้วนเป็ของล้ำค่า ตอนนั้นเส้นชีพจริญญาขั้นสูงก็มีถึงสามเส้น ส่วนเส้นชีพจริญญาขั้นกลางย่อมไม่ต้องพูดถึง”
ได้ยินดังนั้น เหยาซู่ซู่ก็หัวเราะอย่างอึดอัดรีบเก็บเส้นชีพจริญญาขั้นกลางนี้กลับไป
ส่วนหลินฉางเซิงและคนอื่น ๆ มองเฉินชิงหยวนด้วยสายตาซับซ้อน ในอดีตเฉินชิงหยวนออกไปข้างนอกหลายครั้ง ทุกครั้งล้วนบอกว่าไม่ได้อะไรมา กลับมามือเปล่า ที่แท้ให้คนอื่นไปหมดแล้วสินะ!
“หากไม่มีเื่อื่นแล้ว ข้าขอตัวก่อน! ขอบคุณสำนักของท่านที่ให้การต้อนรับ”
พูดจบเหยาซู่ซู่ก็หันหลังเดินจากไป
หลังจากเหยาซู่ซู่จากไป ตงเหวินจวินผู้าุโปกปักทนไม่ไหว เอ่ยถามว่า “น้องเล็ก! เ้านี่มันหาเื่ใส่ตัวจริง ๆ! ทำไมไม่เอาของกลับมา?”
“ศิษย์พี่ตง อย่าได้ใส่ใจกับสิ่งภายนอกมากนักเลย” เฉินชิงหยวนยิ้มเล็กน้อย
“เ้าเด็กน้อยเอ๊ย… เฮ้อ!” ทุกคนต่างพากันส่ายหน้าอย่างจนใจ
ถึงแม้เฉินชิงหยวนจะกลายเป็คนธรรมดา ทุกคนก็ยังคงปฏิบัติต่อเฉินชิงหยวนเหมือนเดิม ไม่ได้ตำหนิหรือเพิกเฉย
เพราะเหตุนี้เอง เฉินชิงหยวนจึงถือว่าสำนักเสวียนชิงเป็บ้าน
หลายวันต่อมา ก็มีคนจากตำหนักบูรพาสุขมาอีก มีอาจารย์ใหญ่หลายคนและศิษย์มากกว่าสิบคน และไป๋ซีเสวี่ยก็อยู่ในนั้นด้วย
สำนักเสวียนชิงจัดการเื่ที่พักให้แขกจากตำหนักบูรพาสุขเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้ไป๋ซีเสวี่ยกับเฉินชิงหยวนอยู่ด้วยกันตามลำพัง
ไป๋ซีเสวี่ยสวมชุดกระโปรงยาวสีชมพูอ่อน เรือนผมถูกรวบด้วยปิ่นหยก เอวคาดด้วยผ้าคาดเอวสีชมพู และห้อยด้วยหยกแกะสลัก
ใบหน้าของนางราวกับแกะสลักจากหยกชั้นดี ผิวขาวดุจหิมะ คิ้วงามเรียงเส้นสวย นางยืนอยู่ในห้อง มือเรียวงามทั้งสองข้างของไป๋ซีเสวี่ยกุมไว้ด้านหน้า ดูเหมือนจะรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
“ทำไมเ้าไม่พูดอะไรเลยล่ะ?” เฉินชิงหยวนนั่งอยู่ด้านข้าง มองไป๋ซีเสวี่ยที่ไม่กล้าสบตากับตนด้วยเสียงเ็า
“ขออภัย”
ในใจของไป๋ซีเสวี่ยนั้นมีหลายสิ่งที่อยากจะพูดกับเฉินชิงหยวน แต่ตอนนี้ไม่จำเป็ต้องพูดอีกต่อไปแล้ว เหลือเพียงแค่คำขอโทษเท่านั้น
“ข้ากลับมาอย่างปลอดภัย ทำให้เ้ารู้สึกลำบากใจหรือไม่?” สายตาของเฉินชิงหยวนนั้นสงบนิ่ง รู้สึกว่าไป๋ซีเสวี่ยเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้
“ไม่เลย ข้าดีใจมากที่ท่านพี่เฉินสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย” ไป๋ซีเสวี่ยกัดริมฝีปากแดงเรื่อของนางแน่น ก้มหน้าลงต่ำแล้วกล่าว
“โคมิญญาดับมอด รากฐานิญญาสูญสิ้น เ้าไม่สามารถรอคอยคนตายไปตลอดชีวิตได้หรอก ข้าเข้าใจได้ วันนี้ที่ได้พบเ้า ก็เพียงแค่้าตัดขาดพันธะนี้ให้เด็ดขาดก็เท่านั้น” เฉินชิงหยวน ไม่ได้ตำหนิไป๋ซีเสวี่ยจริง ๆ มีแต่คำพูดที่ว่ามีวาสนาแต่ไร้โชคชะตาหนุน!
“หากท่านกลับมาเร็วกว่านี้เสียหน่อย บางทีสถานการณ์อาจจะแตกต่างออกไป” ไป๋ซีเสวี่ยเอ่ยเสียงเบา
“หากข้ามิใช่คนไร้ความสามารถ เ้ากับตำหนักบูรพาสุขจะเลือกอย่างไรกัน?”เฉินชิงหยวนส่ายหน้าเบา ๆ “นี่ไม่ใช่เพราะข้ากลับมาช้าไป แต่เป็เื่ของพลังอำนาจต่างหาก”
ไป๋ซีเสวี่ยอยากจะอธิบายมาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยสักคำ เงียบงันไม่พูดจา
“เ้าชอบเขาหรือ ?” เฉินชิงหยวนถามขึ้น
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของไป๋ซีเสวี่ยก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบเช่นเดิม
ดูจากท่าทางของนางแล้ว คงจะไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับผู้สืบทอดสำนักหยก์มากนัก ส่วนใหญ่แล้วน่าจะเป็ความสัมพันธ์ทางผลประโยชน์มากกว่า
หากครั้งนี้เฉินชิงหยวนยังคงมีพลังที่แข็งแกร่งเพียงพอ ไม่ใช่คนไร้ความสามารถ ไป๋ซีเสวี่ยย่อมจะมีท่าทีที่แตกต่างออกไปอย่างแน่นอน
สำหรับผู้ที่บำเพ็ญเพียรร้อยปีนั้นไม่นานเลย เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว หากไป๋ซีเสวี่ยรักเฉินชิงหยวนจากใจจริง นางคงไม่เปลี่ยนใจง่าย ๆ อีกทั้งตอนนี้เฉินชิงหยวนกลับมาแล้ว ก็สามารถกลับมาคบหากันได้อีกครั้ง
แต่ที่ไป๋ซีเสวี่ยมาหานั้น ไม่ใช่เพื่อมาพูดคุยหวานชื่นกับเฉินชิงหยวน แต่เป็การมาตัดขาดความสัมพันธ์
บางทีเมื่อร้อยปีก่อน นางอาจรักเขาจริง ๆ ก็ได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว
“ั้แ่นี้ไป ข้ากับเ้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว นี่เป็การตัดสินใจของเ้าเอง อย่าได้เสียใจภายหลังล่ะ” เฉินชิงหยวนเอ่ย
ภายในห้องเงียบสงัด บรรยากาศอึมครึม ผู้าุโของตำหนักบูรพาสุขเคาะประตูเบา ๆ บ่งบอกว่าถึงเวลากลับแล้ว
ก่อนจะจากไป ไป๋ซีเสวี่ยเงยหน้ามองเฉินชิงหยวนอีกครั้ง พบว่าเฉินชิงหยวนไม่มีประกายในดวงตาเหมือนในอดีต ภายในร่างกายไม่มีปราณิญญาเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่สายตาของไป๋ซีเสวี่ยเปลี่ยนจากความรู้สึกผิดในตอนแรก กลายเป็ความเฉยชา ความตึงเครียดในใจก็ค่อย ๆ จางหายไป
ไป๋ซีเสวี่ยมองเฉินชิงหยวนอย่างลึกซึ้ง ไม่พูดอะไรสักคำ แล้วเปิดประตูเดินจากไป
ถึงแม้เฉินชิงหยวนจะไม่มีพลังวิเศษแล้ว แต่เขาเห็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของไป๋ซีเสวี่ยเมื่อครู่ นางบีบยันต์หยกให้แตกเพื่อเรียกผู้าุโที่ติดตามมาด้วยให้เข้ามาทำลายสถานการณ์อันน่าอึดอัดนั่น
“โอ้! ความทุกข์ยากที่ร่วมเผชิญมาตลอดหลายปี เปล่าประโยชน์สินะ”
ภายในแดนต้องห้ามเทียนหยวน สาวชุดแดงตกหลุมรักเฉินชิงหยวน อยากเป็คู่หมั้นคู่หมายกับเฉินชิงหยวน อย่างไรก็ตาม เฉินชิงหยวนบอกว่าตนเองมีคู่หมั้นแล้ว จึงปฏิเสธไปอย่างไม่ลังเล
เพราะเหตุนี้ เฉินชิงหยวนจึงถูกทรมานด้วยวิธีต่าง ๆ นานา สุดท้ายนำไปสู่การทำลายรากฐานิญญาและสูญเสียพลังบำเพ็ญไปทั้งหมด
ตามคำพูดของสาวชุดแดง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความดีของเฉินชิงหยวนเอง
แม้ว่าเฉินชิงหยวนจะมีพร์สูงแต่ก็ไม่สามารถไปถึงตำแหน่งสูงสุดได้ หากอนาคต้าเป็ผู้ไร้ขีดจำกัด จำเป็ต้องหล่อหลอมรากฐานใหม่
“เื่นี้จบแล้ว ควรไปทำเื่ของตนเองได้แล้ว”
เฉินชิงหยวนไม่ลืมข้อตกลงที่มีกับเทียนหยวน ตั้งใจว่าอีกไม่กี่วันก็จะออกเดินทาง
่นี้ ข่าวที่เฉินชิงหยวนกลับมาจากพื้นที่หวงห้ามเทียนหยวนแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดินใหญ่ทั้งเหนือใต้
หลายคน้าทราบถึงสถานการณ์ภายในพื้นที่หวงห้ามเทียนหยวน จึงส่งผู้นำระดับสูงมาที่สำนักเสวียนชิง สำหรับเื่นี้สำนักเสวียนชิง แสดงให้เห็นว่าเฉินชิงหยวน ร่างกายไม่สบาย ไม่รับแขก
เผชิญหน้ากับการข่มขู่ล่อลวงของผู้ทรงอิทธิพลจากทุกฝ่าย สำนักเสวียนชิง จึงออกมาปกป้องเฉินชิงหยวนตลอด โดยไม่ปล่อยให้เฉินชิงหยวนเผชิญเื่ปวดหัวพวกนี้อย่างลับ ๆ
เฉินชิงหยวนอยู่ภายใต้การจัดการของผู้าุโปกปักตงเหวินจวิน เขาจึงได้ออกจากสำนักเสวียนชิงอย่างเงียบ ๆ
ถึงแม้ผู้คนจะสงสัยเป็อย่างมากต่อที่หมายของเฉินชิงหยวน แต่ก็ไม่ได้สอบถามมากนัก เพียงหวังว่าเฉินชิงหยวนจะปลอดภัยดี
ยามนี้พลังของเฉินชิงหยวนได้สูญสิ้นไปแล้ว หากเขาได้ออกจากสำนักเสวียนชิงไปชั่วคราวก็เป็ทางเลือกที่ไม่เลว
ไปยังเมืองใกล้เคียงแห่งหนึ่ง เฉินชิงหยวนซื้อยันต์ิญญาที่ใช้สำหรับเดินทางจำนวนหนึ่ง เพียงใช้ยันต์ิญญาก็สามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็ต้องใช้พลังของตนเองปลุกเร้าปราณิญญา
ใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็ม ในที่สุดเฉินชิงหยวนก็มาถึงจุดหมาย
เมืองิเยว่ ตั้งอยู่มุมหนึ่งของเป่ยหวงเป็เมืองที่ห่างไกลอย่างยิ่ง
ภายในเมืองมีลานกว้างแห่งหนึ่งอยู่ตรงปลายถนน แทบไม่มีผู้คนผ่านไปมา
“ใครน่ะ?”
เฉินชิงหยวนเคาะประตูลานที่ปิดสนิทหนึ่งที เสียงแหบแห้งดังออกมาจากข้างใน
“เปิดประตูเ้าก็จะรู้เอง” เฉินชิงหยวนกล่าว
เอี๊ยด…
ประตูใหญ่เปิดออก ส่งเสียงแหลมเสียดแทรกเข้ามาในโสตประสาท ท่านผู้เฒ่าผิวคล้ำ เดินโซเซค้ำไม้เท้า หลังค่อม ดูแล้วอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง ท่านผู้เฒ่าเหลือบมองเฉินชิงหยวนขึ้นลงสองสามครั้ง ก่อนจะยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันเหลือง
“ท่านชายหลงทางกระนั้นหรือ?”
“ไม่ได้หลง ข้ามาหาท่าน” ว่าแล้ว เฉินชิงหยวนก็หยิบป้ายไม้ใหญ่ขนาดเท่าฝ่ามือออกมา
เมื่อเห็นป้ายไม้นี้ในชั่วพริบตา ม่านตาของท่านผู้เฒ่าขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที เขาดูสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างยิ่ง
หลังจากนั้น ท่านผู้เฒ่าก็กล่าววว่า “เชิญเข้ามาเถิด”
ป้ายไม้นี้เป็ของที่เฉินชิงหยวนนำออกมาจากเทียนหยวน ว่ากันว่าเ้าของป้ายไม้เคยติดหนี้บุญคุณใหญ่หลวง หากใช้สิ่งนี้เป็สัญลักษณ์ สามารถทำให้เ้าของป้ายไม้นี้ทำอะไรก็ได้ รวมถึงเอาชีวิตของเขาไปได้ด้วย
“ท่านได้ของนี้มาจากที่ใดหรือ?”
หลังจากเดินเข้าประตูไปแล้ว ท่านผู้เฒ่าเหมือนกลายเป็คนละคน สายตาคมกริบ ถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย
“แดนต้องห้ามเทียนหยวน” เฉินชิงหยวนพูดอย่างตรงไปตรงมา
ได้ยินดังนั้น ท่านผู้เฒ่าก็เก็บความระแวดระวังเมื่อครู่ไปจนหมด แล้วทำการคารวะเฉินชิงหยวนหนึ่งครั้ง เพื่อแสดงความเคารพ
ต่อมา ท่านผู้เฒ่านึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ "ท่านคือเฉินชิงหยวนจากสำนักเสวียนชิงใช่หรือไม่?"
"ถูกต้อง" เฉินชิงหยวนพยักหน้ายอมรับ
"ในเมื่อท่านได้รับป้ายไม้แล้ว ข้าก็ควรรักษาสัญญา ท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือ ?" ท่านผู้เฒ่าเตรียมพร้อมที่จะเสียสละชีวิต ท่าทางของเขาดูจริงจังอย่างยิ่ง
"มีวิธีใดที่จะช่วยข้าฟื้นฟูรากฐานหรือไม่" เฉินชิงหยวนอธิบายจุดประสงค์ที่มา
"มี" ท่านผู้เฒ่ามองดูสภาพร่างกายของเฉินชิงหยวน แล้วพยักหน้าพูด เดิมทีคิดว่าเป็เื่ใหญ่ ไม่คิดว่าจะเป็เื่ที่ง่ายดายเช่นนี้
"ท่านมั่นใจหรือ ?" เฉินชิงหยวนถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
"ไม่ยากเลย…" ท่านผู้เฒ่าตอบ
"ข้าขอถามนามของท่านผู้าุโได้หรือไม่?" เฉินชิงหยวนคำนับถาม เพราะแม้แต่ผู้นำระดับสูงทั้งหมดของสำนักเสวียนชิงรวมกัน ก็คิดไม่ออกว่าจะช่วยเฉินชิงหยวนได้อย่างไร แต่ท่านผู้เฒ่าตรงหน้ากลับมองว่าเื่นี้ไม่ยาก ทำให้เฉินชิงหยวนเคารพนับถือยิ่ง
"เป็เพียงคนเฒ่าคนหนึ่งเท่านั้น" ท่านผู้เฒ่าหัวเราะเยาะตัวเอง