สองสายตาประสานกันต่างคนก็ต่างคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะประสบกับชะตาเดียวกัน สายตาที่เต็มไปด้วยการหยั่งเชิงของคนทั้งคู่ทำให้ฉู่ิหรงฮ่องเต้พลันรู้สึกประหลาดพระทัยแล้วจึงได้ตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอพระทัย
“ข้ายังอยู่ตรงนี้พวกเ้ามีเื่อะไรก็พูดกันออกมาตามตรงเลยก็ได้นะพวกเ้าสองคนเอาแต่จ้องตากันเช่นนี้มันทำให้ข้ารู้สึกราวกับว่าตนเองถูกมองข้าม”ถ้อยคำประโยคนี้ทำให้ฉู่ิอวี้พลันฉีกยิ้มออกมาในทันทีในใจก็คิดว่าจะต้องประจบคนตรงหน้าเอาไว้ แต่อีกใจก็อดรู้สึกต่อต้านพี่ชายของตนเองไม่ได้ได้ตายแล้วเกิดใหม่มาแล้วชาติหนึ่งแม้จะรู้ว่าต้องคอยประจบเอาใจพี่ชายผู้นี้ของบตนเองเอาไว้แต่บางอย่างในใจก็ยังทำให้นางอยากจะลุกขึ้นมาต่อต้านเขาอยู่ดี
“ก็เพราะฝ่าายังยืนอยู่ตรงนี้พวกกระหม่อมก็เลยพูดคุยกันอย่างที่ใจคิดไม่ได้แต่ช่างเถิดกระหม่อมไม่มีความคิดจะปิดบังเบื้องสูงอยู่แล้ว”หยางกวงเอ่ยพลางชี้ไปที่ถุงผ้าที่เอวของฉู่ิอวี้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถุงผ้าใบนั้นขององค์หญิงนอกจากจะใส่ยาต้านพิษที่ไม่ค่อยจะช่วยได้เท่าใดนักมียาผสานแผลอยู่ด้วยหรือไม่ถ้าหากมีกระหม่อมจะขอให้องค์หญิงประทานให้กระหม่อมได้ไหม”คำถามของหยางกวงทำให้ดวงตาของฉู่ิอวี้พลันวาวโรจน์ขึ้นมาในทันทีนางยิ้มออกมาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เท่าที่ข้าจำได้พิษที่ท่านได้รับไม่ได้รุนแรงมากนักเหตุใดจึงได้มาอยู่ตรงนี้ได้” คำถามของฉู่ิอวี้เต็มไปด้วยการหยั่งเชิงหยางกวงจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจนใจ
“พิษที่ได้รับไม่น้อยเลยก็จริงแต่าแที่ได้รับในตอนหลังหนักหนามากนัก สุดท้ายก็เลยมีจุดจบที่ไม่ค่อยจะดี”คำพูดของเขาทำให้ดวงตาของฉู่ิอวี้ไหววูบนางไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากนางตายแล้วหยางกวงเองก็จะไม่รอดเช่นเดียวกันในความรู้สึกของนางหยางกวงผู้นี้เป็คนที่เก่งกาจมากแม้แต่เสด็จพี่ของนางยังต้องพึ่งพาเขานอกจากจะพยายามยกนางให้แต่งงานกับเขาเพื่อเกี่ยวดองกับสกุลหยางของเขาแล้วในชาติที่แล้วฉู่ิหรงฮ่องเต้ยังรับตัวน้องสาวของเขาเข้าวังเพื่อเพิ่มพูนการเกี่ยวดองให้แแ่มากขึ้นไปอีกขั้นในใจจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเป็ใครกัน ใครที่สามารถทำร้ายเขาได้เช่นนี้
“พวกเ้ากำลังคุยเื่อะไรกันเสี่ยวกวงาแบนแผ่นหลังของเ้าคงจะปริแตกออกมาอีกแล้วกระมังเ้าอยากจะพบนางยามนี้ก็ได้พบแล้วดังนั้นข้าคิดว่าเ้าควรจะกลับไปพักผ่อนดีกว่านะ”พระสุรเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงของฉู่ิหรงฮ่องเต้ทำให้ฉู่ิอวี้นิ่วหน้านางไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายของนางจะรู้สึกเป็ห่วงเป็ใยผู้อื่นด้วยนางล้วงมือลงไปที่ถุงผ้าของตนเองแล้วหยิบยาสำหรับรักษาาแออกมามอบให้หยางกวงแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“นี่คือยารักษาาแที่อาจารย์เคยมอบให้ท่านแม่ทัพลองใช้ดู” ฉู่ิอวี้เอ่ยพลางยื่นยาขวดเล็กให้หยางกวงซึ่งเขาก็รับไปโดยไม่ลังเลทำให้นางพลันยิ้มออกมาในทันที
“ขอบพระทัยองค์หญิงมากพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อเขาเอ่ยจบฉู่ิหรงฮ่องเต้ที่ยังคงประทับอยู่ที่เดิมจึงได้ตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงราบเรียบ
“เยี่ยมเยียนเสร็จแล้วของก็รับแล้ว เช่นนั้นสมควรจะกลับกันได้แล้วกระมัง”
“เช่นนั้นกระหม่อมทูลลาหลังจากนี้พวกเราคงจะได้พบกันอีกครั้งในวันเข้าพิธีขององค์หญิงได้โปรดรักษาพระวรกายด้วย”เมื่อหยางกวงเอ่ยเช่นนี้ฉู่ิอวี้ก็พยักหน้า แม้ว่าจะมีถ้อยคำอยากจะสอบถามและพูดคุยกับเขามากมายเหลือเกินแต่นางก็รู้ดีว่ายามนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ทางด้านหยางกวงก็เช่นกันสิ่งที่สามารถทำได้ในยามนี้สำหรับเขาก็คือการกลับจวนไปพักและรักษาตัวให้หายดีเพียงเท่านั้น
หลังจากฉู่ิหรงฮ่องเต้และผู้ติดตามคนสำคัญอย่างหยางกวงกลับไปแล้วฉู่ิอวี้ก็เรียกเหม่ยหลันและเหมยเซียงให้มาปรนนิบัตินางผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและก็เป็อย่างที่นางคิดเอาไว้เหมยเซียงคอยเลียบเคียงถามนางอย่างระมัดระวังหากฉู่ิอวี้ไม่ได้คิดสงสัยมาก่อนนางย่อมจะไม่สามารถจับผิดเหมยเซียงได้แน่
“เหตุใดอยู่ๆฝ่าาจึงเสด็จมาที่ตำหนักหรูเฟิ่งได้กันเล่าเพคะ ยังมีท่านแม่ทัพน้อยหยางอีกทั้งที่ก่อนหน้าทั้งฝ่าาและแม่ทัพน้อยต่างก็เ็าต่อองค์หญิงมาโดยตลอดเหตุใดอยู่ๆ จึงได้มาเยี่ยมเยียนองค์หญิงจนถึงตำหนักได้เล่าเพคะ”คำถามของเหมยเซียงทำให้ฉู่ิอวี้ยิ้มเย็นออกมาในทันที
“ในสายตาของเ้าข้าไม่เป็ที่โปรดปรานของเสด็จพี่จนถึงขั้นที่เสด็จพี่จะไม่ยอมมาเยี่ยมเยียนข้าเลยเชียวหรือ”คำถามประโยคนี้ของฉู่ิอวี้ทำให้เหมยเซียงรีบคุกเข่าลงในทันทีเหม่ยหลันเองก็รีบคุกเข่าลงเช่นเดียวกัน
“หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยด้วยเพคะหม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะหมายความเช่นนั้น”ถ้อยคำประโยคนี้ของเหมยเซียงทำให้ฉู่ิอวี้ยิ้มออกมาอย่างเ็า
“เ้าบอกข้ามาตามตรงเถิดว่าทำไมเ้าจึงได้คิดว่าข้าไม่เป็ที่โปรดปรานของเสด็จพี่”เมื่อฉู่ิอวี้เอ่ยถามเช่นนี้เหมยเซียงก็กลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบากเนื้อตัวของนางสั่นเทาขึ้นมาในทันทีเมื่อคิดได้ว่าหากนางพูดผิดชีวิตของนางอาจจะต้องจบสิ้นในวันนี้แต่เมื่อคิดได้ว่าที่ผ่านมาฉู่ิอวี้ไม่เคยลงโทษผู้ใดจนตายเลยสักคนนางจึงได้กล้าเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
“หม่อมฉันรับใช้องค์หญิงมาั้แ่เด็กย่อมรู้ดีว่าเพราะเหตุใดองค์หญิงจึงไม่เป็ที่โปรดปรานั้แ่วัยเยาว์ฝ่าาทรงมีพระอัจฉริยภาพสูงส่งส่วนองค์หญิงนั้นแม้ว่าจะทรงพยายามมากเพียงใดแต่ก็มักจะทำผลงานออกมาได้ไม่ดีศาสตร์ทั้งสี่ หมาก พิณ ภาพวาด และอักษร เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับองค์หญิงองค์อื่นๆแล้วล้วนไม่อาจจะเทียบเคียงองค์หญิงองค์อื่นๆ ได้เลยทำให้ฝ่าาที่ในยามนั้นดำรงตำแหน่งองค์รัชทายาทอยู่มักจะเสด็จมาว่ากล่าวและตักเตือนองค์หญิงอยู่เสมอว่าให้ทรงมีความพยายามมากกว่านี้จึงจะสามารถช่วยเกื้อหนุนฝ่าาที่ในยามนั้นยังเป็แค่เพียงองค์รัชทายาทได้คำพูดแต่ละคำของฝ่าาล้วนชี้ให้เห็นอยู่แล้วว่าในพระทัยของฝ่าาองค์หญิงเป็แค่เพียงคนที่จะคอยช่วยเกื้อหนุนในการได้พระราชอำนาจเพียงเท่านั้นหาได้มีความรักใคร่โปรดปรานอย่างที่รุ่ยอ๋องทรงมีต่อองค์หญิงไม่”คำพูดของเหมยเซียงล้วนเป็ความจริง
นางกับฉู่ิหรงผู้เป็พี่ชายมักจะมีเื่ให้ทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็ประจำและเื่ที่ทำให้ทะเลาะกันเป็ประจำก็เื่ความสามารถของนางเพียงแต่คำพูดประโยคต่อมาของเหมยเซียงทำให้ฉู่ิอวี้พลันเม้มริมฝีปากแน่นรุ่ยอ๋องน่ะหรือที่รักใคร่โปรดปรานนาง ที่แท้ที่ผ่านมานอกจากนางจะคิดไปเองเพียงผู้เดียวแล้วยังมีนางกำนัลผู้นี้คอยยุแยงอยู่นี่เองไม่น่าประหลาดใจเลยว่าเพราะเหตุใดพระมารดาของนางจึงได้ไม่ยอมให้นางข้าหลวงในตำหนักติดตามนางไปอยู่จวนสกุลหยางเลยสักคน
“ยังมีการที่ฝ่าาทรงออกราชโองการพระราชทานสมรสให้องค์หญิงและแม่ทัพน้อยหยางอีกทั้งที่ทรงทราบดีว่าองค์หญิงคือคนที่ทำลายรูปโฉมของท่านแม่ทัพน้อยแต่กลับพระราชสมรสให้ท่านกับท่านแม่ทัพน้อยเช่นนี้ไม่เท่ากับว่าองค์หญิงถูกโยนเข้าปากเสือหรือเพคะ” คำพูดของเหมยเซียงหากฉู่ิอวี้ได้ยินก่อนหน้านี้คงจะโมโหโกรธาวิ่งออกจากตำหนักไปหาเื่ฉู่ิหรงฮ่องเต้แล้วแต่ยามนี้กลับไม่เป็เช่นนั้นในเมื่อนางรู้แล้วว่าฉู่ิหรงฮ่องเต้หาใช่คนที่นางสามารถวิ่งไปหาเื่ทะเลาะด้วยได้อย่างที่เคยทำนางจึงทำได้แค่เพียงยืนจ้องมองเหมยเซียงด้วยสายที่เต็มไปด้วยความเ็าเพียงเท่านั้น
“เหมยเซียงหลายปีมานี้ข้าเคยหลงคิดว่าข้าดีต่อเ้ามากเสียอีกแต่ยามนี้ข้าได้รู้แล้วว่าข้าคงทำดีกับเ้าไม่พอใครก็ได้มาลากนางไปโบยตีสามสิบไม้แล้วโยนนางออกจากวังไปเสียหลังจากนี่อย่าได้มีผู้ใดเอ่ยถึงชื่อของนางให้ข้าได้ยินอีก”เมื่อเอ่ยจบองครักษ์ในตำหนักของนางก็รีบเข้ามาจับเหมยเซียงออกไปโบยตีด้านหน้าตำหนักในทันทีเสียงกรีดร้องและเสียงโบยตีที่ดังขึ้นที่หน้าตำหนักทำให้นางข้าหลวงคนอื่นๆต่างมีสีหน้าซีดเผือดกันในทันทีด้วยทุกคนต่างรู้กันดีว่าองค์หญิงเจ็ดฉู่ิอวี้ไม่เคยสั่งให้คนโบยตีนางข้าหลวงในตำหนักหรูเฟิ่งเลยสักครั้ง
“พวกเ้าจงจำเอาไว้ให้ดีหน้าที่ของพวกเ้าคือสิ่งใดจงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีอย่าได้มีความคิดที่จะปฏิบัติตนนอกเหนือหน้าที่ต่อไปนี้หากผู้ใดทำได้ดีข้าก็จะตกรางวัลแต่หากผู้ใดทำให้ข้ารู้สึกขุ่นเคืองใจจงเตรียมตัวรับโทษจากข้าได้เลย”เมื่อเอ่ยจบฉู่ิอวี้ก็โบกมือสั่งให้คนออกไปจากห้องของนางให้หมดทิ้งให้นางอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง
พอประตูห้องถูกปิดลงเสียงโบยตีและเสียงกรีดร้องของเหมยเซียงก็พลันจางหายไปฉู่ิอวี้ยิ้มออกมาอย่างเ็านางจงใจปล่อยเหมยเซียงไปก็เพื่อตั้งใจให้เหมยเซียงนำเื่ที่วันนี้ฉู่ิหรงฮ่องเต้และหยางกวงมาเยี่ยมเยียนนางที่ตำหนักไปบอกเล่าให้รุ่ยอ๋องและหลัวจิ้งรู้หลังจากนี้คนเ่าั้จะต้องมีความเคลื่อนไหวอีกแน่
อย่างน้อยในชาติก่อนก่อนหน้าที่นางจะได้แต่งงานกับหยางกวงคนเหล่านี้ก็เคยคิดจะลงมือกับนางขั้นเด็ดขาดอยู่เช่นกันแต่ครั้งนั้นนางสามารถเอาตัวรอดไปได้ด้วยตนเอง นางมีความรู้เื่ยาสมุนไพรพอสมควรน่าเสียดายที่ในตอนนั้นนางไม่รู้ว่าเป็ฝีมือของคนเ่าั้ แต่ยามนี้ในเมื่อนางรู้แล้วนางไม่เพียงจะเตรียมตัวตั้งรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดแต่นางยังตั้งใจว่าจะใช้เหตุการณ์นี้สั่งสอนคนเ่าั้ให้พวกเขารู้ว่าคนเช่นนางหาได้รังแกได้ง่ายอย่างที่พวกเขาคิด