ฟื้นฟูพลังิญญาเรียบร้อยจึงเดินเข้ามาในวิหารอย่างหวาดระแวงระวังตัวทุกฝีก้าว วายุเรียกบุ๊คออกมาพร้อมเข้าสู่สถานะต่อสู้ การ์ดในมือห้าใบกระชับแน่น
หุ่นไล่กาผู้อดทน
ซิสเตอร์ผู้อ่อนโยน
ดอกไห่ถางเก้าสารัตถะ
ดาราเหมันต์
ลูกไฟจิ้งจอก
หากเกิดอะไรไม่คาดฝันหรือถูกโจมตีทีเผลอเขาจะใช้หุ่นไล่กาผู้อดทนรับการโจมตีแทนคิวบิ
ได้การ์ดฟื้นฟูมาสองใบ ยังไม่เหมาะจะใช้งาน เท่ากับเสียพื้นที่การ์ดในมือไปสองสล็อต
เดินตามทางจนถึงท้องพระโรง เบื้องหน้าปรากฎรูปปั้นชายหนุ่มนั่งอยู่บนบัลลังก์ ใบหน้าคมเข้มเจือนไปด้วยความรวดร้าวแสนสาหัส แฝงความอ้างว้างบอบช้ำประการหนึ่งราวกับโอบกอดความโศกศัลย์ของโลกกาเอาไว้ในอ้อมอก แววตาแสนอ้างว้างอาลัยเปราะบางคล้ายจะแตกสลายไปตามสายลมเพียงแค่ััเบาๆ
“รูปปั้นหนุ่มหล่อคนนี้อย่าบอกนะว่า?” วายุหันมาถามคิวบิ
จิ้งจอกสาวพยักหน้า “อืม นี่แหละ มหาเทพ์อาเทม แม้ตนเองจะเป็สปิริตส์เผ่าเทพ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็พรมหิญญาด้วยเช่นกัน”
พรหมิญญา!.. “หมายความว่าอาเทมเป็ผู้ใช้สปิริตส์?”
“ใช่”
วายุรู้สึกทึ่ง พ่จะเทพและโกงเกินไปแล้ว หากมีใครไปปลุกพี่ท่านให้ตื่นขึ้นมาจริงๆรับรองงานเข้าแน่ งานเข้าใคร? ก็เขาไงล่ะ แต่เขาจะปลุกชุบชีวิตให้อาเทมใหม่จากนั้นจะตบให้ดิ้น
สปิริตส์เป็ผู้ใช้สปิริตส์? “งั้นอาเทมก็มีเด็ค” หากเป็ผู้ใช้สปิริตส์ย่อมต้องมีเด็ค
“ถูกต้อง มีทั้งหมดด้วยกัน 4 เด็ค เด็คสัตว์เทพสปิริตส์ เด็คสปิริตส์อาวุธหอกผ่า์ เด็คชุดเกราะหลอมฟ้า และเด็คมหาเทพ์อาเทม”
วายุกลืนน้ำลาย การเป็ผู้ชนะของเกมต้องโค่นตัวมหาโหดตรงหน้าเนี่ยนะ? แต่เื่นั้นชั่งมันก่อนเพราะหนทางอีกยาวไกล เขาเดินเข้ามาดูบัลลังก์ใกล้ๆเห็นตัวหนังสือโบราณสลักเอาไว้ที่ฐานบัลลังก์
“โอ้...มหายุคเทพปกรณัมอันเรืองรอง
ิญญายุทธ์เทพ ิญญายุทธ์มารต่างมีสุข
พลันปรากฎองค์หมาเทพ์ขุนพลเอก
หมายกำจัดหมู่มารให้สูญสิ้น เพื่อความสงบสุขทั่วโลกาด้วยความดีงามแห่งทวยเทพ
ิญญายุทธ์มารอาจหาญกล้ารุกต่อกร
มหาวิบัติบังเกิดทุกแห่งหน ย้อมโลกาโศกเศร้าพิลาบไห้ทุกตัวตน
โลหิตหลั่งรินดุจสายธาราเพื่อคงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์และสมดุล
ยามอัปจนหนทางปราชัย ไร้ทางต้านโชคชะตาลิขิตฟ้า
พลันปรากฎเก้าหางสุวรรณ นำพาหายนะแด่ทวยเทพทั่วฟ้าดิน
เก้าหางสวรรณทิ้งชีวาบารมีพิฆาต์เหลือทิ้งไว้ซึ่งเกียรติตำนานกล่าวขาน
กายาเทพ์แต่งกระจายเป็เจ็ดส่วนข้ามฟ้าข้ามทะเลมหาสมุทร
องค์เทพมหาอจละทั้งเจ็ดตนก่อกำเนิดจากเศษเสี้ยวองค์มหาเทพ์
พลีชีพปกป้องจากทุกภัยอันตราย เพื่อรอวันรับิญญาองค์กลับสู่กายายังแดน์คาลัยอีกครา
วายุอ่านจบแลหางตามองจิ้งจอกสาวของตน
ที่คิวบิบอกว่าตนเองสังหารอาเทมได้เป็เื่จริง ตอนแรกคิดว่าคิวบิสู้กับอาเทมและจบด้วยการเสมอ เพราะคิวบิเองก็กลับมาอยู่ในสภาพดิจิสปิริตส์ แต่อ่านจากบันทึกต้องคิดใหม่ ผลของการต่อสู้ไม่ใช่เสมอหากแต่เป็คิวบิตางหากที่สยบอาเทมจนดวงิญญาแตกเป็เสี่ยงๆกระจายกลายเป็การ์ดเจ็ดใบ แสดงว่าการคงอยู่ของแม่จิ้งจอกสาวของเขาเป็ตัวตนที่เหนือกว่าอาเทม แต่นั่นในกรณีที่คิวบิมีหางครบทั้งเก้า
อีกอย่าง จากจารึกเห็นชัดเจนว่าการ์ดชิ้นส่วนร่างกายิญญาของอาเทมมีเทพปกป้องเอาไว้ทุกใบ
“เทพอจละ เทพผู้ไม่หวั่นไหวหนักแน่นดุจผืนปัฐพี” วายุฉีกยิ้มมุมปาก น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ มิหนำซ้ำยังมีถึงเจ็ดองค์
“วายุ อย่าพึ่งยิ้มดีใจ หากเจอพวกมันตอนนี้ตายสถานเดียว อีกอย่างพวกมันไม่ปล่อยคิวบิไว้แน่ หากพวกมันรู้ถึงการมีอยู่ของวายุที่เป็เ้านายด้วยแล้วล่ะก็ รับรอง...ฮึ.. มันตามล่าสุดขอบนรก และจะเกิดมหาาสองเผ่าพันธ์ุอีกครั้ง”
“จะเกิดได้ไง พวกสปิริตส์เทพของพวกผู้เล่นก็ต้องเชื่อฟังเ้านาย ต่อให้แค้นคิวบิยังไงหากเ้านายไม่สั่งก็ทำอะไรไม่ได้ อีกอย่างเราโดนตามล่าจะมีสปิริตส์มารตนไหนบ้างที่สนใจ”
คิวบิฉีกยิ้ม “ไม่อยากเชื่อว่าแค่นี่คนอย่างวายุคิดไม่ออก สปิริตส์ที่รอดจากาในอดีตมีเป็แสนตนต่างหลบซ่อนตัวจากโลก หากสปิริตส์เทพไล่ล่าคิวบิคิดหรือว่าพวกสปิริตส์มารจะยอมอยู่เฉยนั่งดูจักรพรรดิแม่ทัพของตนถูกตามล่า”
วายุสะอึก แค่นี้ทำไมเขาคิดไม่ได้ อย่างที่คิวบิว่า สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่เป็รูปแบบปัญญาประดิษฐ์มีความคิดของตัวเอง
“แต่าาัฟ้าเป็เผ่าเทพก็ดูไม่แค้นคิวบิ”
“าาัฟ้าตนนั้นไม่ใช่สปิริตส์ป่าเสียหน่อย ลองเจอาาัฟ้าป่าซิ รับรอง ได้เกิดฉากนองเื”
“ิญญายุทธ์(สปิริตส์) พยัคขาววัชระ อายุบำเพ็ญตะบะ 100,000 ปี โจมตี”
ช้าไปแล้วเว้ย!....
!!... วายุกระเด็นลอยลิ่วถอยหลังดุจดาวหาง ความเ็ปแล่นแป๊บทั่วร่าง ทุกสิ่งรอบตัวพลันเคลื่อนไหวเชื้องช้าสโลโมชั่นราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง แต่ทว่าไม่ใช่เลย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขามันรวดเร็วจนทุกอย่างรอบตัวกลายเป็เชื้องช้า
วายุ!!... คิวบิร้องลั่น
เปรี้ยง!.... วายุกระเด็นอัดกระแทกประตูด้านหลังจังและหนักหน่วง แอ๊กกกกก ประตูหินแตกร้าวยุบตัว วายุกระอักเืออกมาทางปากกองโตก่อนร่างจะล่วงทรุดลงกับพื้น
!!... คิวบิใถึงขีดสุด รู้สึกเหมือนถูกกระชากิญญาออกจากร่าง
ฟ้าววว.... คมหอกฟันแหวกอากาศราวกับโผล่มาจากอีกมิติโจมตีจิ้งจอกสาวในมุมอับสายตา
ไวกว่าที่คิด “วางการ์ดลงในฟิลด์ อัญเชิญหุ่นไลกาผู้อดทน จงมา” วายุใช้มือซ้ายหยิบการ์ดวางลงไปในบุ๊คหน้าที่สองซึ่งแบ่งเป็ช่องสุสานและฟิลด์พิเศษสำหรับการอัญเชิญ
แสงสว่างจุดรอบตัวคิวบิก่อนจะปรากฎหุ่นไล่กาขึ้นมาต้านรับการโจมตี
ฉัวะ!.. คมหอกปริศนาพยายามฟันหลบหุ่นไล่กาทว่าสุท้ายก็ไม้พ้นเพราะมันตามไปบล็อกการโจมตี
“คิวบิถอยออกมา เร็ววววว” วายุะโ เหลือบตามองการ์ดที่พึ่งจั่วขึ้นมือ “เพิ่มเติมอาบิลิตี้ ทุ้งเหมันต์นิรันดร”
คิวบิตีรังกาดีดตัวถอยหลังมายืนชั่นเข่าประครองร่างวายุลุกยืน เธอควรจะเป็คนแรกที่ตั้งสติได้ยามเกิดเื่ไม่คาดฝัน แต่ทว่ากลับเป็วายุ ที่ยังคงสติรอบครอบเยือกเย็น เป็สิ่งยืนยันในความสามารถและพร์ของชายหนุ่ม รวมถึงสัญชาตญาณแบบสัตว์ป่าอันเฉียบคมที่มีติดตัวมาจากโลกความจริง
“วายุเป็อะไรไหม คิวบิขอโทษ”
“เื่นั้นเอาไว้ทีหลัง” วายุค่อยลุกขึ้นยืนอย่างกล้ำกลืนฝืนทนความเ็ป สายตามองแต่รอบกายสังเกตผู้รอบโจมตี “คิวบิััมันได้ไหม”
จิ้งจอกสาวกวาดสายตามอง ใช้พลังิญญาผนึกไว้ที่ตาเพื่อเพิ่มศักยภาพการมองเห็น “ไม่เลย แม้แต่แฝงิญญาไว้ที่ตาก็ยังมองไม่เห็น สงสัยจะเป็อาบิลิตี้ แต่กลิ่นของมันยังอยู่”
จิ้งจอกสาวขมวดคิ้วย่น
กลิ่นนี้มัน?..... คิวบิหวนคิดถึงความหลัง “ข้าคือจิ้งจอก์ คิวบิ โนะโยโกะ และข้ารู้ว่าเ้าอยู่ที่นี่ พยัคขาววัชระ เบียคโกะ อ๋อ...ไม่ซิ ไป๋หู่”
“รู้จักหรอคิวบิ” วายุกระซิบ
“น่าจะไม่ผิดตัว”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นทางด้านหลังบัลลังก์พร้อมเงาสิ่งมีชีวิตหญิงสาวเดินออกมา มือถือหอกสีเงินวาววับ
วายุเบิกตาค้าง เบื้องหน้าคือหญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีขาวดุจหิมะ ใบหน้ามลคมน่ารักอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับสลักเสลาขึ้นมาจากหินอ่อน ผมสีดำยาวสรวยมัดเป็หางม้าถึงกลางหลัง ดวงตาคมเข้มบาดลึกั์ตาดำเรียวเล็กดุร้ายคล้ายตาของจระเข้ตามแบบฉบับสัตว์ร้าย
“ดวงตาเหมือนคิวบิ เผ่ามาร?”
“ใช่...แต่เป็อสูร” คิวบิตอบจ้องมองหญิงสาว “ไป๋หู่ ข้าให้เวลาเ้าอธิบายสามนาที เหตุใดจึงโจมตีเ้านายของข้า” คิวบิถามด้วยอารมณ์ขุ่นมัวไม่พอ ทั่วร่างแผ่พลังิญญาออกมาหนาแน่นจนวิหารสั่นะเื พร้อมกับจิตสังหารก่อตัวเป็ละอองสีแดงเืคล้ายหมอกอาบย้อมทั่วท้องพระโรงให้ตกอยู่ใต้ทะเลหมอกโลหิต
พยัคสาวหรี่ตาจ้องมองจิ้งจอกสาวก่อนจะยกหอกแหลมคมชี้หน้า “อย่ามาแสดงละครเป็ท่านแม่ทัพของพวกเราเผ่ามาร อสูร ปีศาจ เ้าเป็ใครกันแน่ ใยจึงจำแลงเป็จักรพรรดินีของหมู่ิญญาศึกไตรอเวจี ตอบข้ามา ไม่งั้น หอกวัชระจะสบั่นหัวเ้าทั้งนายบ่าว”
ไตรอเวจี.. สงสัยเป็สิ่งที่ใช้เรียกพวกมาร อสูร ปีศาจ ที่รวมเป็หนึ่งภายใต้บารมีของจิ้งเก้าหาง
“ข้านี่แหละคิวบิ โนะโยโกะ จักรพรรดินีของพวกเ้า”
ไป๋หู่สับสนเล็กน้อย ให้โง่แค่ไหนก็ไม่มีมาร อสูร ปีศาจ หรือแม้แต่เทพเ้าตนใดกล้าเอ่ยนามคิวบิ โนะโยโกะ
“สามหาว!... เ้าเป็ใครข้าไม่สนใจอีกต่อไป ในเมื่อกล้าเอ่ยนามของจักรพรรดินีของไตรอเวจีก็จงใช้หัวนั่นแทนคำขอขมา” หอกสีเงินตวัดวูบตั้งท่าเตรียมโจมตี
วายุพุ่งปร๊าดเข้าขวางระหว่างสองสาว
“ใจเย็นก่อนแม่พยัคสาวเืร้อน นี่แหละคือคิวบิ โนะโยโกะ ตัวจริงเสียงจริง เธอพึ่งฟื้นจากสภาพดิจิสปิริตส์”
แม่เสือสาวนี่ดุจริงวุ๋ยเอะอะจะใส่ท่าเดียว
“ไม่มีทาง จิ้งจอกเก้าหาง แม่ทัพของพวกข้ามีพลังมากกว่านางเป็แสนเท่า”
เฮออ..พวกหล่อนตัดสินว่าใครเป็ใครที่พลังกันหรือไง วายุล่ะอ่อนใจ
“โอ๋วววว...คุณหูหนวกบ่อนิ ก็บอกอยู่ว่าเธอพึ่งจุติจากการเป็ไข่”
คิวบิจับไหล่วายุ เดินเข้าหาไป๋หู่ ทั่วร่างแผ่ออร่าสีแดงเืดุจมหาวาตะ วิหารสั่นสะท้านรุ่นแรงวิโยค แผ่นดินสั่นะเื ตามจังหวะก้าวเท้าของคิวบิ ท้องฟ้าวิปริตราวกับจะเกิดมหาพายุถล่มปฐี
ไป๋หู่เผลอก้าวเท้าถอยหลังอย่างลืมตัว เม็ดเหงื่อไหล่อาบเต็มหน้า อุทานออกมาว่า “อะ...เอกวิถี” พยัคสาวทิ้งหอกในมือทรุดก้มหน้าขุกเข่าลงกับพื้นสั่นสะท้านทั่วร่างหวาดกลัวและสำนึกผิด “ขะ..ขออภัยนายเหนือหัวจักรพรรดิแห่งข้า”
เปรี้ยง!.. คิวบิกระทืบเท้าเกิดเสียงดังสนั่นคล้ายฟ้าผ่า อั๊ก.. !.. พยัคสาวกระเด็นอัดกระแทกบัลลังก์รูปปั้นมหาเทพ์อาเทมแตกกระจุยกระจาย
เฮ่ย.. วายุใ รีบปี่เข้าห้าม “เดี๋ยวๆๆๆ...คิวบิจะทำอะไร นั่นข้ารับใช้เธอในอดีตไม่ใช่เลอะ”
“ใช่ เผ่ามาร อสู ปีศาจ ทุกตนเป็ข้ารับใช้ของคิวบิ และตรงหน้าตอนนี้คือ ข้ารับใช้ที่จำเ้านายผู้ซึ่งเคยช่วยเผ่าพันธ์ุไม่ได้ มิหนำซ้ำยังโจมตีวายุ”
วายุห้ามจิ้งจอกสาวยกใหญ่ แม้จะสงสัยว่าเอกวิถีคืออะไร แต่ตอนนี้ต้องห้ามคิวบิก่อน “เอาน่า ปล่อยผ่านไปเถอะ เมื่อกี้เธอก็อัดเขาไปหนึ่งดอกแล้วถือว่าหายกัน”
แม่คุณเธอใช้แค่คลื่นลมจากการกระทืบเท้ากระแทกพยัคสาว สปิริตส์ระดับ 61-70 ปลิวยังกับใบไม้
คิวบิมีพลังมากขนาดไหนกันแน่?...
“แต่”
“นะ วายุขอร้อง” วายุทำสายตาอ่อนหวานออดอ้อน เล่นเอาสาวเ้าหน้าแดงใจอ่อน
“ก็ดะ.. เห็นแก่วายุหรอกนะ”
จิ้งจอกสาวถอนหายใจ ไป๋หู่รีบลุกขึ้นมาขุกเข่าขอโทษจักรพรรดินีของตนอย่างน้อบน้อมสุดใจ “ขออภัยอย่างยิ่งค่ะ นายเหนือหัว ข้าขออภัยจริงๆ ข้าไม่รู้ว่าท่านตื่นจากนิทราอันยาวนาน อีกอย่างพลังิญญาและัักลิ่นอายของท่านหญิงในเวลานี้ก็ต่างผิดแปลกไปจากอดีตกาล”
คิวบิฟังเหตุผลถอนหายใจ ลืมคิดไปว่าตอนนั้นเธอเป็สปิริตส์ป่า ทว่าตอนนี้เป็สปิริตส์ของวายุ ทำให้กระแสิญญา ลมปราณ กลิ่นอายของเธอเปลี่ยนไปจากอดีตเพราะมีกระแสิญญาและกลิ่นอายของวายุเข้ามาผสมหลอมรวมเป็หนึ่ง
“ลุกขึ้นเถอะข้าพอเข้าใจ ตอนนี้ข้าเองก็พึ่งมีสองหางไม่แปลกที่เ้าจะจำไม่ได้”
“ขอบคุณค่ะนายหญิง”
“ทำไมเ้าถึงมาอยู่ในวิหารของอาเทม” คิวบิสงสัย
ไป๋หู่ก้มหัวก่อนจะลุกยืน “ข้ามาที่นี่พร้อมกับโอริว ได้ข่าวว่าจิติญญาของอาเทมปรากฎขึ้นบริเวณนี้จนมาพบที่นี่ และได้เจอจิติญญามหาเทพ์จริงๆ”
วายุเบิกตากว้าง.. “การ์ดเศษชิ้นส่วนของอาเทม!.. อยู่ที่นี่?”
ไป๋หู่มองชายหนุ่มแววตาสงสัยก่อนจะมองนายหญิงของตน ประมาณว่าหอมนี่ใคร
“อ๋อ.. นี่วายุ นายเ้านายของข้า ตอนนี้ข้าอยู่ในสถานะิญญายุทธ์ศึก เพราะวายุช่วยปลดปล่อยข้า”
(ิญญายุทธ์ศึก สปิริตส์ของผู้เล่น)
(ิญญายุทธ์ สปิริตส์ป่า สปิริตส์ที่ไม่ได้เป็ของผู้เล่น)
พยัคสาวก้มหัวเคารพ ทำเอาวายุออกอาการไม่ถูก “ชั่งเถอะๆ ผมก็แค่คนธรรมดาไม่ต้องพิธีอะไรทั้งนั้น ทำเหมือนผมเป็มนุษย์คนหนึ่งไม่มียศศักดิ์ฐานะอะไรก็พอ แบบนั้นจะช่วยได้เยอะ”
“ค่ะ”
“ที่คุณไป๋หู่พูดมา การ์ดชิ้นส่วนิญญาอาเทมอยู่ที่นี่ใช่ไหม”
“ถูกต้องค่ะ ในห้องด้านใน”
วายุครุ่นคิด “แล้วไอ้ตัวที่พิทักษ์การ์ดล่ะ แบบนี้มันไม่ออกมาอาละวาดเลอะ”
ไป๋หู่พยักหน้า “ท่าน!..เอ่ย วายุหมายถึงเทพพิทักษ์อจละที่เกิดจากพลังของการ์ดอาเทมใช่ไหม”
“ใช่ มันมีอยู่จริงใช่ไหม ไอ้ตัวที่คอยทำหน้าที่พิทักษ์”
“มีอยู่จริง แต่ข้าและโอริวร่วมมือกันกำจัดไปแล้ว”
โอมายกอดดดดดด... ตบเทพอจละที่เกิดจากพลังของการ์ดมหาเทพ์อาเทมไปแล้วด้วย แต่โดนคิวบิซัดดอกเดียวปลิว?.. วอท??..
“แล้วโอริวล่ะ” คิวบิถามขึ้น
“นั่นแหละค่ะคือสาเหตุที่ข้าต้องอยู่ที่นี่”