ว่ากันว่าความทรงจำที่เ็ปที่สุดนั้นไม่ได้อยู่ในหัว มันอยู่ในมือที่จำการัั ในหูที่จำเสียงในหัวใจที่จำความสูญเสีย และเมื่อฝนตกในคืนที่ถูกต้อง ทุกอย่างที่ลืมในชาตินี้ กลับมาพร้อมกันในพริบตาในแบบที่ทำให้รู้ว่า บางสิ่งนั้นไม่เคยลืมได้จริงๆ
ปัจจุบัน คืนที่สองหลังพบกัน....
เมืองฉงชิ่ง คืนวันอาทิตย์
ฝนยังตกอยู่
เล่อหยางนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างในร้านกาแฟเล็กๆที่เปิดดึก มองออกไปที่ถนนที่เปียกในแสงไฟสีส้ม โทรศัพท์วางอยู่บนโต๊ะเปิดอยู่ที่หน้าที่เขาพิมพ์เบอร์โทรของผู่เยว่ไว้เมื่อคืนวันศุกร์ แต่ยังไม่ได้กด
เขาสั่งกาแฟมาหนึ่งแก้วตั้งนานแล้วและดื่มไปสองอึก
"ท่านนั่งมาสองชั่วโมงแล้ว"
เสียงเด็กชายจากเก้าอี้ตรงข้าม
เล่อหยางมองข้ามโต๊ะเด็กชายในชุดโบราณที่เขาเห็นครั้งแรกเมื่อคืนวันศุกร์นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในร้านกาแฟที่มีลูกค้าอีกสี่คนซึ่งไม่มีใครสังเกตเห็นเด็กชายคนนั้น
เล่อหยางเรียนรู้เร็วว่าไม่ควรพูดกับสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นในที่สาธารณะ
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์
"เ้าหนู เทอเป็ใคร"
เด็กชายมองโทรศัพท์ในมือของเขาแล้วพยักหน้าในแบบที่เข้าใจว่าต้องพูดผ่านทางไหน
"ข้าชื่อเสี่ยวปายผู้รักษาพันธะระหว่างท่านและผู่เยว่" เด็กชายพูดเบาๆ"ข้าอยู่กับพันธะนี้มาั้แ่ชาติแรกห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีที่แล้ว"
เล่อหยางพิมพ์ต่อ
"ทำไมถึงเพิ่งมาบอกตอนนี้"
"เพราะชาตินี้คือชาติที่ห้า" เสี่ยวปายพูด"และเป็โอกาสสุดท้ายในสี่ชาติที่ผ่านมา ข้าพยายามนำทั้งสองมาพบกัน แต่ทุกครั้งมีบางอย่างขวางบางครั้งเป็ชะตากรรม บางครั้งเป็คำสาปบางครั้งเป็เพียงความกลัวของท่านทั้งสอง"
"คำสาป"
"มีผู้ที่ไม่้าให้พันธะนี้สมบูรณ์" เสี่ยวปายพูดเสียงที่เบาลง"มีมาั้แ่ชาติแรกและยังอยู่ในชาตินี้"
เล่อหยางวางโทรศัพท์ลงมองเสี่ยวปายในแสงไฟส้มของร้านกาแฟ
"เราต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในชาติก่อนๆ" เขาพูดเสียงเงียบจนแทบไม่ได้ยิน
"ท่านจะรู้" เสี่ยวปายพูด"เมื่อท่านพร้อมรับมันเพราะมันไม่ใช่เื่ที่รับได้ง่ายๆ"
เล่อหยางมองฝนนอกกระจก
แล้วก็กดโทรหาผู่เยว่
สามสิบนาทีต่อมา.........
ผู่เยว่เดินเข้าร้านกาแฟในเสื้อกันหนาวบางเรายังเปียกจากที่วิ่งมาในฝน มองรอบๆ ก่อนที่สายตาจะพบเล่อหยาง
เขาเดินมานั่งตรงข้าม สั่งชาร้อน
ทั้งสองนั่งเงียบสักพักในแบบที่คนแปลกหน้าที่รู้สึกว่าไม่แปลกหน้านั่งเงียบ ไม่อึดอัดแต่ยังหาจุดเริ่มต้นไม่ได้
"เมื่อคืน" ผู่เยว่พูดก่อน"หลังจากแยกกัน เราฝัน"
"ฝันเื่อะไร?"
"ฝันว่าอยู่ในหุบเขามีลำธาร มีไม้ไผ่ และมีฝนตก" ผู่เยว่พูดช้าๆในแบบที่คนพูดเมื่อพวกเขาพูดสิ่งที่ฟังดูแปลก "มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ในฝน มองหาบางอย่าง และในฝันนั้นเรารู้ว่าเขามองหาเรา"
เล่อหยางนิ่ง
"ชายในฝันนั้นหน้าตาเป็อย่างไร?" เขาถาม
"เราไม่เห็นหน้า" ผู่เยว่พูด"แต่รู้จักคนๆนั้นในแบบที่ลึกกว่าการมองเห็น"
เล่อหยางยื่นมือข้ามโต๊ะช้าๆ ไม่รีบ ให้ผู่เยว่มีเวลา
"ขอััมือเธอได้ไหม?" เขาถามตรง "เราสามารถเห็นบางอย่างจากการัับางอย่างที่อาจอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น"
ผู่เยว่มองมือที่ยื่นออกมามองในแบบที่คนมองเมื่อพวกเขาตัดสินใจว่าจะไว้ใจหรือไม่
แล้วก็วางมือลงในมือของเล่อหยาง
ในพริบตาที่ัักัน
เล่อหยางเห็นบางอย่าง
ไม่ใช่ภาพที่ชัดเจนในแบบภาพยนตร์แต่เป็ความรู้สึก เป็อารมณ์เป็ชิ้นส่วนของสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติก่อนที่ยังค้างอยู่ในพลังเวทย์ของผู่เยว่
ความโศกเศร้า ความสูญเสียเสียงดนตรีที่หยุดกลางคัน และเสียงฝนที่ตกในคืนที่บางอย่างจบลงก่อนที่ควรจะจบ
เขาปล่อยมือออกช้าๆ
"เธอผ่านอะไรมาหลายชาติมาก" เขาพูดเสียงเบา
ผู่เยว่มองเขา
"เธอเห็นบางอย่าง" เขาพูดแบบค่อนข้างแน่ใจ
"เห็นความเ็ปที่สะสมมา" เล่อหยางพูดตรง"และเราคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เธอต้องรู้ว่าความเ็ปนั้นมาจากไหน"
ฝนนอกกระจกหนักขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ฝนหนักขึ้นเมื่อบางอย่างในเล่อหยางรู้สึกอะไรบางอย่าง
เสี่ยวปายที่นั่งอยู่มุมร้านพยักหน้า
ห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีก่อน ชาติที่หนึ่ง..........
ในหุบเขาที่ดนตรีเกิดก่อนคน
หุบเขาเสียงหยก ฤดูหนาว
ในปีที่ผู่เยว่และเล่อหยางพบกันทั้งสองอายุยี่สิบสองและยี่สิบห้าตามลำดับเติบโตในหมู่บ้านสองแห่งที่อยู่คนละฝั่งของลำธารในหุบเขาเดียวกันห่างกันแค่ระยะข้ามลำธาร แต่ไม่เคยพูดคุยกันก่อนวันที่ผู่เยว่เล่นดนตรีในซุ้มไม้ไผ่และเล่อหยางได้ยิน
หลังวันนั้นพวกเขาพบกันทุกเช้าที่ซุ้มไม้ไผ่
ผู่เยว่เล่น เล่อหยางฟัง บางครั้งพูดคุยบางครั้งแค่อยู่ด้วยกันในแบบที่สองคนที่รู้จักกันมาตลอดจะอยู่ด้วยกันได้โดยไม่้าเหตุผล
สิ่งที่ไม่ได้พูดออกมานั้นมีอยู่ในอากาศระหว่างพวกเขาตลอดเวลาหนักพอที่จะรู้สึกได้ แต่ทั้งสองไม่พูดถึงมัน เพราะในหมู่บ้านที่หุบเขาสงบนั้นบางสิ่งไม่มีคำพูดให้
จนกระทั่งคืนหนึ่งในฤดูหนาว
ริมลำธาร คืนที่ดาวเต็มฟ้า.......
"เล่อหยาง" ผู่เยว่พูดโดยไม่หยุดเล่นเสียงดนตรีออกมาเบาๆ ในอากาศหนาว "เ้าฝันถึงอะไรในคืนที่ฝนตก?"
เล่อหยางนั่งอยู่ข้างๆมองดาวในน้ำที่ไหลผ่านหิน
"ฝันถึงเพลงนี้" เขาพูดเสียงเบา"และฝันถึงคนที่เล่นมัน"
"ใคร?"
"เ้า" เล่อหยางพูดตรงในแบบที่เขาพูดทุกอย่างไม่อ้อม ไม่ตกแต่ง "แต่ไม่ใช่เ้าในชาตินี้ เป็เ้าในแบบที่ต่างออกไปในที่ที่ไม่ใช่ที่นี่ ในเวลาที่ไม่ใช่ตอนนี้"
ผู่เยว่หยุดเล่น หันมามองเขา
"ข้าก็ฝันแบบนั้น" เขาพูดเสียงเบา"ฝันถึงชายในสายฝน ชายที่ข้ารู้จักในแบบที่ลึกกว่าชาตินี้"
ลำธารไหลผ่านหินในความเงียบ
"ท่านคิดว่าเราเคยพบกันมาก่อนชาตินี้?" ผู่เยว่ถาม
"ข้าคิดว่า" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ"เราพบกันมาตลอดและสูญเสียกันมาตลอดและชาตินี้เป็อีกครั้งหนึ่ง"
แสงเงินออกมาจากกู่ฉินในมือของผู่เยว่โดยที่เขาไม่ได้เล่นออกมาเพราะบางอย่างในตัวเขารับรู้สิ่งที่เล่อหยางพูด
"อีกครั้งหนึ่งในแบบไหน?" เขาถาม
"ข้าไม่รู้" เล่อหยางพูดตรง"แต่ตอนนี้ที่รู้คือข้าไม่้าสูญเสียอีกครั้ง"
ดาวในน้ำสั่นเมื่อลมผ่านในอากาศหนาวของคืนนั้น บางอย่างที่ไม่มีชื่อเรียกในหุบเขาสงบนั้นเริ่มต้นขึ้น
สี่เดือนต่อมา ฤดูใบไม้ผลิ......
ทุกอย่างดีในแบบที่ดีได้เช้าที่ซุ้มไม้ไผ่ ดนตรีที่เล่นสองคน เล่อหยางที่เรียนรู้ว่าเสียงดนตรีนั้นทำให้ฝนในพื้นที่เบาลงหรือหนักขึ้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู่เยว่เล่น ผู่เยว่ที่เรียนรู้ว่าในวันที่เล่อหยางเป็ห่วงความชื้นในอากาศจะเพิ่มขึ้นและบางครั้งฝนจะตกโดยไม่มีเหตุผล
ทั้งสองไม่ได้พูดตรงๆว่าสิ่งที่มีอยู่ระหว่างพวกเขาคืออะไร แต่ทั้งสองรู้ว่ามีอยู่
จนกระทั่งวันที่ หลิวปาเจิน มาถึงหุบเขา
ผู้มาเยือนจากเมือง......
หลิวปาเจินไม่ใช่คนในหุบเขาเขามาจากเมืองใหญ่ทางทิศตะวันออก ชายอายุสามสิบต้นๆที่รูปร่างสง่างามในแบบที่คนเมืองจะสง่า เสื้อผ้าที่ดีกว่าชาวหุบเขาและดวงตาที่มองทุกอย่างในแบบที่ประเมินมูลค่า
เขาบอกว่ามาพักผ่อนมาหนีความวุ่นวายของเมือง
แต่เสี่ยวปายที่มองเห็นเขาเท่านั้นรู้ว่าไม่ใช่
เสี่ยวปายมาหาผู่เยว่ในคืนแรกที่หลิวปาเจินมาถึง
"ระวังชายที่มาจากเมือง" เสี่ยวปายพูดเสียงเตือน
"เพราะอะไร?" ผู่เยว่ถาม
"เพราะพลังเวทย์ของเขานั้นไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา" เสี่ยวปายพูด"มีบางอย่างที่มืดในนั้นบางอย่างที่้าบางสิ่งจากท่าน"
"้าอะไรจากข้า?"
"เพลงที่ท่านเล่น" เสี่ยวปายพูด"พลังเวทย์ในเพลงนั้นมีค่ามากสำหรับคนบางประเภทค่ามากพอที่จะทำทุกอย่างเพื่อได้มา"
ผู่เยว่นอนมองเพดานกระท่อมในความมืด
"ข้าจะบอกเล่อหยาง"
"อย่า" เสี่ยวปายพูดทันที
"ทำไม?"
"เพราะถ้าเขารู้เขาจะพยายามปกป้องท่าน และพลังของเขานั้นยังไม่แข็งแกร่งพอในชาตินี้เขาจะได้รับาเ็"
ผู่เยว่เงียบ
"แล้วข้าต้องทำอะไร?" เขาถาม
เสี่ยวปายไม่ตอบเพราะเสี่ยวปายรู้ว่าคำตอบที่จะตามมานั้นคือจุดเริ่มต้นของการสูญเสียในชาติแรก
สามสิบวันต่อมา.......
หลิวปาเจินพบผู่เยว่ที่ซุ้มไม้ไผ่ในเช้าที่เล่อหยางไม่ได้มา
"ท่านเล่นดนตรีได้งดงามมาก" หลิวปาเจินพูดเสียงที่ฟังดูเป็มิตร"พลังเวทย์ในเสียงดนตรีของท่านนั้นหายากมากข้าไม่เคยพบในที่อื่น"
"ท่านรู้เื่พลังเวทย์?" ผู่เยว่ถามเสียงเงียบ
"รู้มากกว่านั้น" หลิวปาเจินพูดยิ้มในแบบที่ยิ้มเมื่อคนที่ถูกทดสอบผ่านการทดสอบ "ข้าเป็ผู้รวบรวมพลังเวทย์ ทำมาหลายร้อยปี และพลังเวทย์ในเสียงดนตรีของท่านนั้นคือสิ่งที่ข้า้ามากที่สุด"
"รวบรวมอย่างไร?"
หลิวปาเจินยกมือขึ้นในฝ่ามือของเขามีสิ่งที่ดูเหมือนหมึกสีดำวนอยู่
"ดูดซับ" เขาพูดเสียงเรียบ"ง่ายๆ ไม่เ็ปท่านเพียงเล่นเพลงสักครั้ง และข้าจะนำพลังเวทย์ส่วนหนึ่งออกไป ท่านยังเล่นได้อยู่แค่ไม่มีแสงเงินอีกต่อไป"
"และถ้าข้าไม่ยอม?"
หลิวปาเจินมองไปที่ทิศที่หมู่บ้านของเล่อหยางอยู่
"ข้าไม่ได้บังคับ" เขาพูดเสียงเบา"ข้าแค่บอกว่าพลังเวทย์แบบนี้นั้นดึงดูดสิ่งที่อันตรายและคนที่อยู่ใกล้แหล่งพลังเวทย์นั้นอาจเป็เป้าหมาย"
ภัยคุกคามที่ไม่ใช่ภัยคุกคามแต่เป็ในแบบที่หนักกว่าการขู่ตรงๆ
ผู่เยว่มองกู่ฉินในมือของเขามองแสงเงินจางๆ ที่ยังออกมาแม้ไม่ได้เล่น
นึกถึงเสี่ยวปายที่บอกว่าเล่อหยางยังไม่แข็งแกร่งพอ
คืนนั้น......
ผู่เยว่ตัดสินใจคนเดียวในแบบที่คนที่รักคนอื่นมากกว่าตัวเองตัดสินใจในแบบที่เสี่ยวปายรู้ว่าจะเกิดขึ้นแต่หยุดไม่ได้
เขาไปหาหลิวปาเจินคนเดียวในคืนที่ฝนตกเบาๆ
และเล่นเพลงที่ไม่มีชื่อให้หลิวปาเจินฟัง
ในพริบตาที่เสียงแรกออกมาหลิวปาเจินยกมือขึ้น ดูดซับแสงเงินที่ออกมาจากปลายนิ้วของผู่เยว่เข้าไปในฝ่ามือ
กระบวนการนั้นใช้เวลาไม่นาน
แต่สิ่งที่หลิวปาเจินไม่บอก และสิ่งที่ผู่เยว่ไม่รู้คือพลังเวทย์ในเสียงดนตรีของเขานั้นไม่ใช่แค่พลังเวทย์ดนตรีธรรมดามันคือส่วนหนึ่งของพันธะ เป็พลังเวทย์ที่ร้อยเขาไว้กับเล่อหยางข้ามภพชาติ
เมื่อหลิวปาเจินดูดซับมันออกไปด้ายที่ร้อยระหว่างสองคนนั้นขาด
ไม่ถาวรแต่ขาดพอที่จะทำให้ชาตินั้นไม่สมบูรณ์
สามสิบวันหลังจากนั้น......
ผู่เยว่ยังเล่นดนตรีได้ แต่แสงเงินหายไปและเล่อหยางไม่รู้สึกถึงสิ่งที่เขาเคยรู้สึกเมื่อได้ยินเพลงนั้น พันธะที่บางๆยังอยู่แต่เหมือนเสียงที่ดังผ่านกำแพงหนา ได้ยินแต่ไม่ชัด
เล่อหยางรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปแต่ไม่รู้ว่าอะไร
ผู่เยว่ไม่บอกเพราะรู้สึกผิดที่ตัดสินใจเองโดยไม่ถาม
ทั้งสองห่างกันทีละน้อยในแบบที่ห่างเมื่อมีบางอย่างที่ไม่ได้พูดออกมาสะสมอยู่ระหว่างกัน
และในฤดูหนาวของปีนั้น ผู่เยว่ล้มป่วยด้วยโรคที่หมอในหมู่บ้านรักษาไม่ได้
หลิวปาเจินหายไปจากหุบเขาก่อนที่ผู่เยว่จะล้มป่วย
เล่อหยางนั่งอยู่ข้างๆ ผู่เยว่จนถึงวันสุดท้ายในคืนที่ฝนตกหนักที่สุดในรอบปี
"ข้า้าบอกท่านบางอย่าง" ผู่เยว่พูดเสียงที่อ่อนลง
"พูดสิ"
"ข้าทำบางอย่างที่ควรบอกท่านก่อน" ผู่เยว่พูดเสียงนั้นเหนื่อยและเสียใจ "แต่ทำไปเพราะกลัวว่าท่านจะได้รับาเ็"
"ข้ารู้" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ"ข้ารู้ว่าท่านทำอะไร ไม่รู้ทุกอย่างแต่รู้ว่าท่านทำเพื่อข้า"
"แล้วเ้าโกรธไหม?"
"ข้าโกรธ" เล่อหยางพูดตรง"โกรธที่เ้าตัดสินใจแทนข้าโดยไม่ถามโกรธที่เ้าคิดว่าข้าอ่อนแอพอที่ต้องได้รับการปกป้องโดยไม่รู้ตัว"
เขาหยุด มองมือผู่เยว่
"แต่ข้าไม่โกรธเื่ที่เ้าทำเพราะข้ารู้ว่าทำไม"
"ทำไมถึงไม่บอกว่ารู้?"
"เพราะข้ารอให้เ้าบอกเอง" เล่อหยางพูดเสียงที่มีบางอย่างเ็ปในนั้น"แต่รอไม่ทัน"
ฝนนอกกระท่อมหนักขึ้นในแบบที่ฝนหนักเมื่อบางอย่างในเล่อหยางแตกออก
"ชาติหน้า" ผู่เยว่พูดเสียงแ่เบา"ข้าจะบอกทุกอย่างก่อนที่มันจะสายเกินไป"
"และข้าจะไม่รอ" เล่อหยางพูด"ข้าจะตามหาเ้าก่อนไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน"
"สัญญา?"
"สัญญา"
ฝนตกตลอดคืน
และในรุ่งเช้า ผู่เยว่ไม่ตื่นขึ้นมาอีก
ปัจจุบัน ร้านกาแฟ........
เล่อหยางเปิดตาขึ้น
เขาไม่รู้ว่าปิดตาไปั้แ่เมื่อไหร่แต่ภาพที่เขาเห็นในการััมือของผู่เยว่นั้นยังชัดเจนในความทรงจำ
ผู่เยว่มองเขา
"เธอเห็นบางอย่าง" เขาพูด
"เราเห็นชาติแรก" เล่อหยางพูดเสียงเงียบ"เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น"
"และ?"
"และเรา้าบอกเธอว่า" เล่อหยางพูดตรงในแบบที่ตรงเสมอ"ในชาติแรกนั้น เราบอกว่าจะตามหาเธอก่อนไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน และเราทำตามนั้นมาทุกชาติ"
ผู่เยว่นิ่ง
"เธอจำได้?" เขาถามเสียงเบา
"เราจำได้เมื่อััเธอ" เล่อหยางพูด"ความทรงจำของเธอนั้นส่งผ่านมาให้เราเห็น"
ผู่เยว่มองชาในมือไอน้ำร้อนขึ้นมาในแสงไฟส้มของร้านกาแฟ
"เราเ็ปหลายชาติมาก" เขาพูดเสียงเบามากจนแทบไม่ได้ยิน"เราไม่รู้ว่าเจ็บจากอะไรแต่รู้สึกมาตลอดว่ามีบางอย่างที่ยังไม่เสร็จ บางอย่างที่ยังค้างอยู่"
"ค้างอยู่" เล่อหยางพูดซ้ำ"เพราะเราไม่เคยพูดทุกอย่างที่ควรพูดให้ครบไม่มีชาติไหนที่ครบ"
ผู่เยว่มองเธอดวงตาที่มีบางอย่างที่เก่ากว่าอายุยี่สิบสองปี
"ชาตินี้" เขาพูดเสียงเบา"เธอ้าพูดอะไรบ้าง?"
เล่อหยางนิ่งสักพัก มองฝนนอกกระจก
"ทุกอย่าง" เขาพูด"เรา้าพูดทุกอย่างที่ไม่เคยพูดมาห้าชาติและเรา้าให้เธอพูดทุกอย่างที่ไม่เคยพูดด้วยก่อนที่บางอย่างจะขวางกันอีกครั้ง"
ผู่เยว่มองเขานาน
แล้วก็พยักหน้าช้าๆในแบบที่รับสิ่งที่สำคัญ
มุมร้าน เสี่ยวปาย.....
เสี่ยวปายมองทั้งสองจากมุมร้านในดวงตาเล็กๆของเด็กชายที่อยู่กับพันธะนี้มาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปีมีบางอย่างที่เบาขึ้นเล็กน้อย
แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เพราะเสี่ยวปายรู้ว่าหลิวปาเจินนั้นกลับมาในชาตินี้ด้วย
และครั้งนี้มันมาพร้อมกับสิ่งที่เตรียมมาห้าร้อยปี
โบราณ ชาติที่สอง เสียงกลองและสนามรบ.......
บันทึกย่อจากผู้รักษาพันธะ ชาติที่สองเจ็ดสิบปีหลังชาติแรก
ในชาติที่สอง ิญญาของผู่เยว่เกิดมาเป็เว่ยเฉิน นักดนตรีในค่ายทหาร
ิญญาของเล่อหยางเกิดมาเป็ หยูเฟิง แม่ทัพหน้าอ่อน
พวกเขาพบกันในค่ายทหารที่ชายแดนหยูเฟิงได้ยินเว่ยเฉินเล่นกลองในคืนก่อนการรบในเสียงกลองนั้นมีบางอย่างที่หยูเฟิงจำได้จากชาติก่อน จำในแบบที่ลึกกว่าความทรงจำ
พวกเขามีเวลาน้อยมากค่ายทหารใน่านั้นไม่ใช่ที่ที่บางอย่างเติบโตได้ง่ายแต่บางอย่างก็เติบโตได้ในเวลาน้อย เพราะรู้ว่าเวลานั้นน้อย
ก่อนการรบครั้งใหญ่ หยูเฟิงหาเว่ยเฉิน
"ข้าต้องบอกเ้าบางอย่าง" เขาพูด
"บอก" เว่ยเฉินพูด
"ข้าเคยรู้จักเ้ามาก่อนในชาติก่อน ในหุบเขาที่มีดนตรีและฝน"
เว่ยเฉินมองเขา
"ข้าก็จำได้" เขาพูดเสียงเบา"จำในแบบที่จำโดยไม่รู้ว่าจำจากไหน"
"ชาติที่แล้วข้าบอกว่าจะตามหาเ้าก่อน" หยูเฟิงพูด"และข้าตามหามาจนพบ"
"แล้วตอนนี้เ้า้าบอกอะไร?"
"้าบอกว่า" หยูเฟิงพูดตรง"ไม่ว่าชาตินี้จะจบอย่างไร ข้าจะตามหาเ้าอีกครั้งในทุกชาติ ในทุกรูปร่าง จนกว่าจะสมบูรณ์"
เว่ยเฉินนิ่งสักพัก
"ข้าจะรอ" เขาพูดในที่สุด"และในชาตินี้ ข้าสัญญาว่าจะไม่ตัดสินใจแทนท่านโดยไม่ถาม"
"สัญญา?"
"สัญญา"
ในการรบครั้งนั้น หยูเฟิงนำทัพเอาชนะได้แต่าเ็หนักและไม่รอดมาถึงฤดูหนาว
เว่ยเฉินเล่นกลองในคืนสุดท้ายของหยูเฟิงเพลงที่ไม่มีชื่อที่มือของเขาจำได้
และในฝ่ามือของหยูเฟิงที่จับมือเว่ยเฉินมีความชื้นบางๆ ออกมาในแบบที่ฝนออกมาเมื่อบางอย่างในตัวเขาไม่สามารถกักไว้ได้อีกต่อไป
ณ ปัจจุบัน สัปดาห์แรก....
เมืองฉงชิ่ง สัปดาห์ต่อมา
ผู่เยว่และเล่อหยางพบกันทุกวันในสัปดาห์นั้นไม่ใช่เพราะนัดกัน แต่เพราะบางอย่างในทั้งสองนั้นดึงให้มาพบกัน
วันแรกที่ร้านกาแฟวันที่สองที่สวนสาธารณะ วันที่สามที่ร้านอาหาร ทุกครั้งมีเื่คุย มีเื่เล่ามีความทรงจำที่เล่อหยางเห็นเมื่อััและผู่เยว่รู้สึกเมื่อเล่าออกมา
ในวันที่สี่ ผู่เยว่พาเล่อหยางไปที่คอนโดเพื่อเล่นเปียโนให้ฟัง
ห้องคอนโดชั้นสิบสอง......
เล่อหยางนั่งอยู่ที่โซฟาเก่า มองผู่เยว่นั่งหน้าเปียโน
"เพลงที่ไม่มีชื่อ?" เขาถาม
"ใช่" ผู่เยว่พูด
เขาวางนิ้วลงบนคีย์
แสงเงินออกมาในพริบตา
และในห้องนั้นความชื้นจากอากาศรวมตัวกันรอบเล่อหยางในแบบที่เขาไม่ได้ตั้งใจทำรวมตัวในแบบที่ตอบสนองต่อเสียงดนตรีในแบบที่ลึกกว่าการรับรู้ทางหู
แสงเงินและละอองน้ำล้อมรอบทั้งสองในห้องที่เล็กในแบบที่สวยและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
ผู่เยว่เล่นจนจบเพลง
ห้องเงียบ
"ทุกครั้งที่เราเล่นเพลงนี้" ผู่เยว่พูดเสียงเบาไม่หันมามองเล่อหยาง "เรารู้สึกว่ามีบางคนที่ควรได้ยินมันคนที่เพลงนี้เขียนขึ้นเพื่อ"
"เขียนขึ้นเพื่อใคร?" เล่อหยางถาม
ผู่เยว่หันมามองเธอ
"เราไม่รู้ชื่อ" เขาพูด"แต่รู้จักในแบบที่ลึกกว่าชื่อ"
เล่อหยางยืนขึ้นเดินมาหยุดข้างเปียโนมองผู่เยว่ในแสงของห้องที่มีแค่โคมไฟดวงเดียว
"เรา้าบอกสิ่งที่ไม่ได้บอกมาห้าชาติ" เขาพูดเสียงเงียบ
"บอก"
"ทุกชาติที่ผ่านมา เราตามหาเธอและพบแต่เราสูญเสียกันทุกครั้งก่อนที่จะพูดสิ่งที่ควรพูด ครั้งนี้เรา้าพูดก่อนก่อนที่อะไรจะขวาง"
ผู่เยว่มองเธอ
"พูด"
"เรารู้จักเธอมาห้าร้อยสี่สิบเจ็ดปี" เล่อหยางพูด"และในทุกชาติที่ผ่านมาสิ่งที่แน่ใจที่สุดคือเรา้าอยู่ข้างๆ เธอ ไม่ใช่เพราะชะตากำหนดไม่ใช่เพราะพันธะ แต่เพราะเลือกเช่นนั้นเสมอ"
ห้องเงียบ
ผู่เยว่มองเขานานอ่านทุกอย่างที่อ่านได้ในใบหน้าของชายที่เขารู้จักมาห้าร้อยปี
"เราก็เลือก" เขาพูดในที่สุดเสียงเบาและตรง "ในทุกชาติ แม้จะไม่จำแต่เลือกเสมอ"
ฝนเริ่มตกนอกกระจก
ไม่หนัก แค่เบาๆในแบบที่ฝนตกเมื่อบางอย่างดีเกิดขึ้น
มุมห้อง.........
เสี่ยวปายมองทั้งสองจากมุมห้องด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าในร้านกาแฟ
แต่ยังมีบางอย่างในดวงตาของเขาที่ยังกังวลอยู่
เพราะในคืนนั้นขณะที่ทั้งสองนั่งคุยกันและฝนตกเบาๆนอกกระจก
มีเงาหนึ่งยืนอยู่นอกอาคารมองขึ้นมาที่ชั้นสิบสอง
เงาที่มีพลังเวทย์เดียวกับหลิวปาเจินที่เสี่ยวปายรู้จักมาห้าร้อยปี
"ความทรงจำที่ฝนนำมา และาแที่ห้าชาติทิ้งไว้" เพราะฝนนั้นชำระได้ทุกอย่างแต่าแที่ลึกที่สุดนั้นไม่ได้อยู่บนผิว มันอยู่ในสิ่งที่ไม่ได้พูดในสิ่งที่ไม่ได้ทำ และในการสูญเสียที่ซ้ำมาจนชินแต่ไม่หายแต่ฝนที่ตกในคืนที่ถูกต้อง ก็ชำระได้แม้แต่าแที่ห้าร้อยปียังไม่หายถ้ามีคนสองคนยืนในฝนเดียวกัน และยอมให้มันชำระ
..สุสาส์นราคะ..