ร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งเดินเข้าไปในห้องน้ำ เขาถอดเสื้อตัวนอกซึ่งเปื้อนคราบอาเจียนของเด็กหญิงออกและเอาใส่ไว้ในตะกร้าที่อยู่ในนั้นเหลือไว้แค่เสื้อกล้ามแล้วก็เดินออกมาล้มตัวลงนอนเหยียดยาวบนโซฟาที่ตั้งอยู่ชิดผนังด้านหนึ่ง
“ถ้ามีอะไรก็เรียกผมได้ตลอดเวลาเลยน่ะ”
“ทำไมคุณถึงไม่กลับไปนอนสบายๆที่บ้านของคุณล่ะ”
พิมพ์ชนกอดที่จะถามออกไปอย่างนั้นไม่ได้
“ทำตามที่ผมบอกเถอะ”
เขาสั่งก่อนจะหลับตาลง
ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรที่ทำให้พิมพ์ชนกรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้อย่างประหลาด ความรู้สึกมันเหมือนกับว่า ต่อไปนี้เธอจะไม่ต้องต่อสู้ชีวิตอยู่เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว อะไรนะที่ทำให้เธอรู้สึกอย่างนั้น
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นจึงทำให้แดเนี่ยลคิดจะซื้อรถ แต่การทำธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อรถก็ไม่ใช่เื่ง่ายๆโดยเฉพาะกับเขาที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยด้วยแล้ว ดั่งนั้นเขาจึงใช้วิธีเช่าเอาไปก่อน
“แกไปเอารถมาจากไหนแดเนี่ยล”
นางดารณีถามบุตรชายซึ่งหายออกไปจากบ้านั้แ่เมื่อคืนแล้วกลับมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งพร้อมรถเก๋งคันงาม
“เช่ามาครับ”
ชายหนุ่มตอบ เขาตั้งใจกลับมาบ้านเพื่อจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านั้นเอง
“ทำไมต้องเช่าด้วย ในเมื่อแกมีเงินเยอะแยะ ซื้อเอาไม่ดีกว่าเหรอ เอาคันที่หรูกว่านี้ยังได้”
“มันซื้อไม่ได้ง่ายๆนี่ครับ เพราะผมไม่ได้มีสันชาติไทย กว่าจะได้คงต้องรอเอกสารหลายอย่างอีกหลายวัน”
“ก็ซื้อในนามของแม่สิ จะไปยากอะไร”
หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยความรู้สึกกระหายใคร่ได้อยู่ลึกๆเธอไม่คิดว่าแดเนี่ยลจะอยู่ที่ประเทศไทยได้นานหรอก แต่ถ้าเขาซื้อทรัพย์สินมีค่าต่างๆเอาไว้ เมื่อเขาบินกลับไป สมบัติต่างๆที่ซื้อเอาไว้ก็ต้องตกเป็ของเธอ
“แต่ผมมีธุระต้องรีบใช้รถ เลยเช่าก่อนดีกว่า”
ชายหนุ่มพูดแล้วก็เดินขึ้นข้างบนไปเพื่อรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ตอนนี้จิตใจเขาจดจ่ออยู่ที่สองแม่ลูกเท่านั้น
“ธุระอะไรนักหนา”
นางดารณีมองตามร่างสูงของบุตรชายไปพร้อมกับบ่นพึมพำ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“เป็อย่างไรบ้างสาวน้อย”
เสียงภาษาไทยแปร่งๆแต่ห้าวทุ่มนุ่มหูดังขึ้นพร้อมๆกับร่างสูงโปร่งของหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลาเอาการเปิดประตูเข้ามาในห้องพักพิเศษสำหรับผู้ป่วยของโรงพยาบาล ในมือของเขาถือถุงข้าวของอะไรต่อมิอะไรมากมาย ซึ่งก็ล้วนเป็ของฝากของสองแม่ลูกทั้งนั้น
“พี่แดเนี่ยล”
เด็กหญิงซึ่งพึ่งรู้สึกตัวขึ้นก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาไม่นานเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี แม้สีหน้าจะยังซีดเซียวแต่แววตากลับเป็ประกายด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด
“ตื่นแล้วหรือคนเก่ง หิวไหม กินอะไรดี”
ชายหนุ่มเองก็ตื่นเต้นยินดีเช่นกันเมื่อกลับมาเห็นว่าเด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกตัวแล้ว หลังจากที่หมดสติไปหลายชั่วโมง
“เพียงพอยังไม่อยากกินอะไรเลย”
เด็กหญิงตอบเสียงอ่อย ในขณะเดียวกันนั้น คนเป็แม่ที่นั่งอยู่ข้างเตียงก็หาวหวอดออกมา ร่างกายคงเตือนให้รู้ว่า้าการพักผ่อนเต็มที เพราะั้แ่เมื่อวานจนมาถึงตอนนี้เธอยังไม่ได้นอนเลยสักงีบ
“คุณนอนพักหน่อยก็ดีน่ะ เดี๋ยวผมจะอยู่เป็เพื่อนเพียงพอเอง”
แดเนี่ยลหันไปบอกกับหญิงสาวด้วยความรู้สึกห่วงใย พร้อมกันนั้นก็รู้สึกนับถือสัญชาตญาณความเป็แม่ของเธออย่างเหลือล้น
“ไม่เป็ไร ฉันยังไหว”