สายลมโชยเบาๆ นำพาอากาศเย็นของ่ปลายฝนต้นหนาว มากระทบร่างกายกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดินหลังฝนตก ทุ่งนายาวสุดลูกหูลูกตา กำลังเปลี่ยนเป็สีเหลืองทอง ต้นข้าวแข่งกันอวดรวงสีทองอร่ามสีเขียวของูเาสูงที่ทอดยาวสลับกันไปมา ในยามเช้าเช่นนี้มีสายหมอกจางๆ พาดผ่านแนวูเาสูงทำให้รู้สึกสดชื่น อบอุ่น และคุ้นเคย
ขณะที่ก้าวเท้าลงจากรถสองแถวสีแดงคันเล็กสองแขนกางออกเสมือนจะโอบกอดบรรยากาศทั้งหมดมาไว้ในอ้อมแขนของตนพร้อมสูดอากาศหายใจเฮือกใหญ่ เต็มปอด ให้สมกับความคิดถึงที่จากไปนานเมื่อมองไปรอบๆ ยิ่งทำให้หวนคิดถึง
“เบสิก กลับมาเมื่อไหร่ลูก” ----- ป้าสา เ้าของร้านอาหารที่ท่ารถะโทักทาย
“เพิ่งมาถึงเลยครับป้า”------ เบสิก เด็กหนุ่มกล่าวทักทายตอบพร้อมยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“เป็หนุ่มเมืองกรุงแล้วหล่อผิดหูผิดตาไปเลยนะนี่”-----ป้าสา
เบสิกยิ้มเขินๆ พร้อมโค้งหัวให้ นอกจากบรรยากาศรอบกาย สิ่งที่เขาคิดถึงมากที่สุดในตอนนี้คงเป็พ่อและ แม่ ที่กำลังรอคอยลูกชายคนเดียวที่ส่งไปเรียนที่กรุงเทพฯ กลับมาอย่างใจจดใจจ่อนี่เป็ครั้งแรกหลังจากที่เบสิก กลับมาบ้านหลังจากที่ไปเรียนในมหาวิทยาลัย เขารีบสาวเท้าอย่างรวดเร็วเพื่อวิ่งกลับไปยังบ้าน จากท่ารถเดินไปบ้านปกติใช้เวลาไม่นานแต่ด้วยใจที่ร้อนรน ทำให้ระยะทางเหมือนมันไกลออกไป เบสิกกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อให้ถึงจุดหมายที่รอข้างหน้าอย่างจดจ่อ สองเท้าพาเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าโฮมสเตย์ขนาดเล็ก ที่ดูน่ารักด้านหน้าเป็ร้านกาแฟ ตกแต่งแนวธรรมชาติ กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม กลิ่นหอมของกาแฟที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกเบาๆ เขาสูดกลิ่นที่คุ้นเคยที่รอบให้หายคิดถึง
“แม่ครับ.....สิกกลับมาแล้วแม่”-------เบสิก
หญิงวัยกลางคนวิ่งออกมาจากหลังร้านกาแฟด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ พลางะโหาคนในบ้านให้รีบออกมา
“พ่อ พ่อ ออกมาเร็ว น้องสิกกลับมาแล้ว” ----- แม่ะโพลางวิ่งมาโผกอดลูกชายสุดที่รักทั้งหอมซ้ายหอมขวา ให้คลายความคิดถึง
“เป็ยังไงบ้างลูกกินข้าวมาหรือยัง ผอมไปรึป่าว”------ แม่พูดพลางลูบเนื้อตัวลูกชายเหมือนจะสำรวจว่ามีตรงไหนบุบสลายไปบ้างด้วยความห่วงใย
“ยังไม่ได้กินอะไรเลยครับนี่คิดถึงฝีมือแม่จะแย่อยู่แล้ว” -----เบสิก พูดออดอ้อนเป็เด็ก
“เอ้า ...แม่ลูก จะไม่เข้ามาในบ้านกันหรอ หิวก็รีบเข้ามากินข้าวในบ้านสิลูก”-----คนเป็พ่อเรียกสองแม่ลูกที่มัวแต่กอดกันกลมที่หน้าบ้าน
“สวัสดีครับพ่อ”------ เบสิก ยกมือไหว้ผู้เป็พ่อ พลางโอบกอดผู้เป็แม่เข้ามาในบ้าน
ทั้งสามคนนั่งทานข้าวเช้าด้วยกัน พลางพูดคุยกันถึงเื่ราวของลูกชายที่ต้องไปอยู่หอพักเรียนในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯและเื่ราวของหมู่บ้านที่เริ่มเป็ที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทำให้ธุรกิจโฮมสเตย์ของที่บ้านเริ่มเป็ที่รู้จักมากขึ้น เบสิกก็อาสาจะทำเพจที่พักให้เป็ที่รู้จักมากขึ้น
หมู่บ้านน้ำรินเป็หมู่บ้านเล็กๆ ทางเหนือของประเทศ ที่ยังคงมีธรรมชาติที่สวยงาม มีเทือกเขาโอบล้อมและลำธารน้ำไหลผ่านหมู่บ้าน เป็ลำธารที่น้ำไหลมาจากูเา น้ำในลำธารใสสะอาดและมีโขดหินสลับขวางไปมา ยิ่งทำให้สวยงามและดึงดูดให้ผู้ที่พบเห็นให้ลงไปััผิวน้ำเย็นฉ่ำนี้ ทุกครั้งที่กลับมาหมู่บ้าน มุมโปรดของเบสิกจะต้องไปนั่งวาดรูปที่ริมน้ำใต้ต้นไม้ใหญ่จากมุมนี้จะมองเห็นสะพานไม้ไผ่เก่า ที่ชาวบ้านช่วยกันสร้าง ไว้ข้ามลำน้ำ และด้านหลังเป็ทุ่งนากว้าง และ แนวูเาที่ขึ้นสลับไปมา โดยเฉพาะในเวลายามเย็นพระอาทิตย์ใกล้ตกดินสีทองของพระอาทิตย์สาดส่องกระทบทุ่งนา และสายน้ำ เป็สถานที่ ที่สามารถนั่งปล่อยความคิดให้โลดแล่น โดยแทบจะลืมเวลาไปชั่วขณะ จนกระทั่งสีทองของพระอาทิตย์หายลับไปในเทือกเขาสูง ความมืดเริ่มมาเยือนทำให้รู้ตัวว่าได้เวลาที่จะต้องกลับบ้านได้แล้ว
เบสิกเดินกลับมาที่บ้านในเวลาที่พระอาทิตย์ ลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่เขาสังเกตเห็นรถยนต์จอดอยู่ที่จอดรถของโฮมสเตย์ปกติแล้วฤดูท่องเที่ยวจะมาถึงอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเพราะจะมีงานประจำปีของจังหวัดและจะมีการโปรโมทการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน เขาจึงค่อนข้างแปลกใจที่มีนักท่องเที่ยวมาพักใน่นี้
“สิก กลับมาแล้วหรอลูกไปวาดรูปที่ลำธารเมื่อไหร่กลับมาดึกทุกทีเลยนะเรามาๆๆๆ กินข้าวได้แล้ว”------แม่
“ครับแม่ .... แม่ครับวันนี้มีแขกมาพักหรอครับ”-----เบสิก
“ใช่เพิ่งเข้ามาก่อนสิกนิดเดียวเอง เห็นว่าขับรถมาจากกรุงเทพฯเที่ยวมาเรื่อยๆ มาคนเดียวด้วยแหละ”-----แม่
ขับรถเที่ยวคนเดียวจากกรุงเทพฯนี่นะดูเหงาจัง สงสัยจะอกหักมาแน่ๆ เบสิกคิดเองเออเองจากคำที่แม่พูด
เสียงไก่ขันนกร้อง ในยามเช้า ปลุกให้ผู้มาเยือนตื่นขึ้นมาแต่เช้า จนเ้าตัวเองก็ใตัวเองเหมือนกันที่สามารถตื่นมาแต่เช้าได้เองโดยไม่มีนาฬิกาปลุก หรืออาจจะเป็เพราะความเหนื่อยล้าที่ขับรถมาไกลจึงทำให้หลับสนิท เขาจำไม่ได้เลยว่าสามารถนอนหลับสนิทขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้ว กลิ่นกาแฟหอมๆลอยมาแตะจมูก เหมือนดึงให้เขาลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างง่ายดาย เขาเดินไปเปิดหน้าต่างสูดเอาอากาศที่สดชื่นยามเช้าเข้าเต็มปอด สีเขียวของธรรมชาติ ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุขนี่สินะที่เขาเรียกว่าธรรมชาติบำบัด ยื่นชื่นชมธรรมชาติได้ไม่นานเสียงเรียกร้องที่ดังมาจากในท้อง ต้องทำให้เขารีบอาบน้ำแต่งตัว เดินตามกลิ่นหอมๆมายังร้านกาแฟหน้าโฮมเสตย์
“ตื่นแล้วหรอคะจะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ” ---- เ้าของโฮมสเตย์ ยิ้มทักทายอย่างเป็มิตร
“ครับแล้วผมขอกาแฟร้อนด้วยนะครับ”
“เช้าวันนี้เป็ขนมปังปิ้งกับไข่กระทะทานได้นะคะ”
“ได้ครับ”
อาหารถูกยกมาเสริฟ พร้อมกาแฟร้อนหอมๆเมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ จึงทำให้เ้าของโฮมเสตย์ ได้สังเกตเห็นหน้าชัดๆของผู้มาเยือนจึงรู้ว่าเป็เด็กหนุ่มที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง น่าเอ็นดู จนอดที่จะเอ่ยคำชมไม่ได้จนทำให้อีกฝ่ายยิ้มเขิน จากการถูกชมซึ่งหน้าจากคนแปลกหน้าที่ไม่รู้ว่าเขาเป็ดารา
เขาสังเกตเห็นมีรถจักรยานจอดเรียงกันอยู่ที่หน้าโฮมเสตย์หลายคัน จึงขออนุญาต เ้าของโฮมเสตย์ ปั่นสำรวจเส้นทางในหมู่บ้าน พอได้รับอนุญาตก็รีบคว้าแล้วมุ่งหน้าออกไปยังลำธารในหมู่บ้าน
“สิก วันนี้เอาจักรยานคันสีแดงไปซ่อมที่ร้านให้พ่อด้วยนะคอมันไม่ค่อยดีแล้ว” ----- พ่อ
เบสิก เดินออกมาจากบ้านไปยังจักรยานที่จอดเรียงกันอยู่ แต่ไม่มีคันสีแดงจอดอยู่เลย หรือพ่อจะจำผิดนะ
“ไม่มีนะพ่อ คันไหนอ่ะ”------ เบสิก
“ว๊าย !!! ตายแล้ว สงสัยลูกค้าเอาไปแล้วแน่เลย”แม่ะโขึ้นมาอย่างตระหนกใ เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้
“ทำไงดีละทีนี้ สิกไปดูลูกค้าหน่อยเร็ว ไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้”----- แม่สั่งอย่างน้ำเสียงที่เป็กังวล
ไม่รอช้าเบสิก รีบบึ่งรถมอเตอร์ไซค์ออกไปตามหาลูกค้าตามคำสั่งการของแม่ ่นี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในหมู่บ้านน่าจะตามหาได้ไม่ยาก ระหว่างที่เขามองหาอยู่นั้น เห็นรถจักรยานสีแดงปั่นสวนลงมาจากเนินของถนนข้างลำธารเขาจึงรีบจอดรถแล้วเข้าไปหา แต่รถจักรยานที่ลงจากเนินมามีความเร็วสูงจึงทำให้คอของรถจักรยานคอนไปมา คนขี่ใมาก ที่อยู่ๆก็ควบคุมรถจักรยานไม่ได้ และเห็นมีคนวิ่งมาทางถนนจึงหักรถหันไปทางลำธาร เบสิกเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปขว้าง
“เฮ้ย!!! อย่าไปทางนั้น มันเป็ลำธาร ”------เบสิก
“เฮ้ย เฮ้ย โอ้ย ๆๆๆๆ ” สิ้นเสียงะโร้อง ...... โคร้มมมมม !!!!!
เด็กหนุ่มสองคนล้มกลิ้งลงไปอยู่ในน้ำสภาพเปียกปอน มอมแมมไปหมด รถจักรยานคอหลุด ไปคนละทิศคนละทางกับตัวรถ ที่หงายเก๋งพร้อมล้อรถที่ยังหมุนอยู่ด้วยแรงเหวี่ยง เบสิกสำรวจตัวเอง ว่าไม่ได้าเ็ตรงไหนจึงลุกขึ้นแล้วไปช่วยลูกค้าที่มาพัก
“คุณ เป็อะไรหรือเปล่า มาผมช่วย”------เบสิกพูดพร้อมยื่นมือออกไป ให้กับผู้ที่นั่งแช่อยู่ในน้ำอยู่ข้างหน้า
อีกฝ่ายยื่นมือมาให้ พร้อมค่อยๆเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามได้รูป แม้เนื้อตัวจะเปียกปอน เปรอะเปื้อน แต่ไม่ทำให้ความหล่อนั้นลดลงได้เลยสายตาที่มีเสน่ห์ ดึงดูด นั้นยังทำหน้าที่ได้เป็อย่างดี ทันทีที่ทั้งสองสายตาประสานกัน ก็ทำให้เบสิกต้องตกตะลึงไปชั่วขณะไม่เพียงเพราะสายตาที่มีเสน่ห์คู่นั้นแต่เพราะใบหน้าที่คุ้นเคยของทุกคนในมหาวิทยาลัย เขาคือ นายสกาย เดือนมหาวิทยาลัยและดาราดาวรุ่ง
“เฮ้ย!!!”-----เบสิกอุทานออกมา และเผลอปล่อยมือออกทำให้อีกฝ่ายล้มคะมำไปอีกรอบ
“โอ้ย .... อะไรของนายเนี่ย”-----สกาย
“ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ มาผมช่วย” ---- เบสิกพูดพร้อมประคองสกายขึ้นมาอย่างช้าๆ และสังเกตเห็นว่าเขามีแผลเืออกที่หัวเข่าเบสิกคิดว่าเขาน่าจะแสบแผลมากจึงก้มลงเป่าแผลให้เบาๆ พร้อมนำผ้าเช็ดหน้าที่ติดตัวมามัดที่าแให้กับสกาย
“เจ็บมากไหม พันแผลไว้แบบนี้ก่อนนะ เดี๋ยวถึงบ้านผมจะทำแผลให้”------เบสิก คิดหากเขาาเ็หนักจะเป็อย่างไร เขาเป็ถึงดารา ถ้าเสียโฉมมาแย่แน่เลยพร้อมแสดงสีหน้าเป็ห่วงออกมาอย่างชัดเจน จนทำให้สกาย ซาบซึ้งน้ำใจของผู้ที่มาช่วยเหลือ จนลืมเจ็บแผลและอมยิ้มไปกับมิตรภาพที่จริงใจนั้น
เบสิกประคองสกายเพื่อไปยังรถมอแตอร์ไซค์ เบสิกเป็เด็กหนุ่มรูปร่างสันทัดความสูงมาตรฐานชายไทยทั่วไป แต่ด้วยส่วนสูง 180 ซม.ของสกายทำให้เขาต้องโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าของสกายแนบชิดอยู่ที่ไรผมของเบสิกจนทำให้เขาได้ยินเสียงหอบเบาๆ และเป่าปากเบาๆเป็ระยะของเบสิก แวบหนึ่งนั้นคำพูดของพี่ส้มก็ผุดขึ้นมาให้หัวของสกาย
“แล้วอย่าลืมหา ความรักของแก ให้เจอล่ะ ”
เขารีบสะบัดหน้า และเรียกสติตัวเองกลับคืนมา
“เบสิก”เป็เด็กหนุ่มที่เติบโตมาท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม และครอบครัวที่อบอุ่น เป็คนมองโลกในแง่ดี รักงานศิลปะ ชอบวาดรูป ชอบอยู่กับธรรมชาติที่บ้านเป็โฮมสเตย์เล็กๆ ในหมู่บ้าน จริงๆแล้วเขาเป็เด็กหนุ่มที่หน้าตาดีดวงตากลมโต จมูก และปาก ได้รูปเข้ากับใบหน้า ผิวขาวละเอียด รูปร่างสมส่วน แต่ด้วยความที่เป็เด็กสายตาสั้นทำให้ต้องใส่แว่นตาตลอดเวลาเลยโดนเพื่อล้อมาั้แ่เด็ก จึงทำให้เป็คนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองและคิดว่าตนเองเป็คนหน้าตาไม่ดี ถึงแม้ปัจจุบันจะใส่คอนแทคเลนส์แล้วหลายครั้งที่มีคนเข้ามาจีบ ทั้งที่เป็ผู้หญิงและผู้ชายก็มี เขาก็จะคิดว่าเป็เพื่อนไปหมดทุกคนด้วยความที่เป็คนอัธยาศัยดีเป็มิตรกับทุกคน และไม่คิดว่าตัวหน้าตาดีโดดเด่นพอที่จะให้ใครมาชอบได้ และไม่ดีพอที่จะไปชอบคนอื่น จึงทำให้เขาไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่ก็มองความรักเป็สิ่งที่สวยงาม