[....นี่กว่าห้าวันแล้ว ที่ข้าอยู่ยังวังหลวงลั่วหยาง ในตำหนักเหลียนฮวา นับั้แ่วันแรกที่ข้าฟื้นขึ้นแล้วพบว่าตัวข้าเองนั้นอยู่ในตำหนักเหลียนฮวา ข้าก็ยังไม่ได้พบเจอเขาอีก ฮ่องเต้หยางอวิ๋นซี
ข้าที่อยู่ในฐานะเชลยศึก จึงไม่รู้ว่าควรจะวางตัวเช่นไรดีต่อจากนี้ ข้าจึงอยู่แต่ภายในตำหนัก ทำได้เพียงร้องขอแท่งดินสอฝนและสมุดเล่มเล็กไว้จดบันทึกเื่ราวต่างๆบนแผ่นดินลั่วหยางนับจากนี้ ข้าไม่รู้ว่าชาตินี้ข้าจะได้กลับไปยังแผ่นดินเกิดอีกหรือไม่
แต่...ไม่ว่าอย่างไรการมีอยู่ของตัวข้า อาจไม่มีความสำคัญต่อผู้ใด....]
บันทึกสือซาน...
“องค์ชายสิบสามเพคะ วันนี้ด้านนอกดอกเหลียนฮวากำลังเบ่งบาน ”
“ข้าออกไปได้หรือลี่อิน”
“ไปได้สิเพคะ ในตำหนักเหลียนฮวา ห้ามไม่ให้ผู้ใดย่างกายเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงมีเพียงองค์ชาย หม่อมชั้นและนางกำนัลอีกสองคนเพียงเท่านั้นเพคะ”
ห้าวันมานี่คงมีเพียงแต่ลี่อินนางกำนัลที่ดูแลองค์ชายสิบสามั้แ่วันแรกที่มาถึง จึงพอมีเพื่อนคลายเหงา ทำให้ไม่รู้สึกว่าตนอยู่เพียงลำพัง
อากาศด้านนอกค่อนข้างดี ถึงแม้จะร้อนอบอ้าวตามฤดูกาลของคิมหันตฤดู แต่กระนั้นก็ยังมีสายลมช่วยบรรเทาความร้อน ดอกเหลียนฮวาสีขาวในสระ กำลังแข่งกันเบ่งบานดูช่างคล้ายหลอกล่อให้แมลงผู้ผึ้งให้บินเข้าหา ร่างแบบบาง หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอ่อน ในศาลาหินสีขาวเขียวตรงกลางสระ กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกเหลียนฮวาถูกสายลมพัดพาหอมไปทั่วบริเวรณโดยรอบ ทำให้ผู้ที่ได้สูดดมรู้สึกผ่อนคลายยิ่ง
“ลี่อิน หากเ้ามีเื่สิ่งใดต้องทำ ก็ไปทำเถิด ข้าเพียงขอนั่งเขียนอะไรเลื่อนเปื่อยสักพัก หากเบื่อแล้วจะกลับเข้าไปด้านใน”
“แต่ว่าองค์ชายเพคะ...”
“เ้าไม่ต้องกล้วว่าข้าจะหนีหาย หรือเดินไปที่ใด ข้าสัญญาจะอยู่เพียงบริเวณนี้เท่านั้น”
“เพคะองค์ชาย”
..... เวลาผ่านไปครึ่งชัวยาม
“สวัสดี!”
“อ่ะ !เอ่อ ...”ร่างแบบบางที่กำลังวาดภาพดอกเหลียนฮวาในสมุดเล่มเล็กพลันสะดุงใ เมื่อมีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น ปรากฏร่างบุรุษผู้หนึ่งรูปร่างสูงโปร่งแต่ถ้าเทียบกับหยางอวิ๋นซีฮ่องเต้ นับว่าบุรุษผู้นี้รูปร่างยังเล็กกว่ามาก ใบหน้าละม้ายคล้ายหยางอวิ๋นซีกว่าสามส่วน เดินเข้ามาใกล้จนถึงตัว
“ขอโทษที่ทำให้ท่านใ ข้าเทียนอวี่ ”
“เทียนอวี่ .....?”
“ท่านอ๋องแปด! ข้าน้อยสือซาน คาระวะท่านอ๋องแปด พ่ะย่ะค่ะ”
“ยินดีที่ได้พบกัน ท่านคงเป็องค์ชายสิบสาม ที่เสด็จพี่ อ๋อไม่สิ! ฝ่าาทรงเล่าให้ข้าฟังสมัยก่อนบ่อยๆ”
“เล่าเื่ข้าอย่างนั้นหรือ พ่ะย่ะค่ะ”
“ใช่แล้ว เด็กน้อยตัวอ้วนกลม แก้มกลมดั่งลูกซาลาเปา”
“เอ่อ ....ฝาบาททรงเล่าเช่นนั้นหรือ พ่ะย่ะค่ะ”
“ฮ่าฮ่า....เอาเถอะไม่กล่าวถึงดีกว่า”
“ข้าขอนั่งด้วยได้หรือไม่..?”
“เชิญท่านอ๋องแปด พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่หรือ”
“คือข้า กำลังวาดรูปดอกเหลียนฮวา พ่ะย่ะค่ะ”
“สวยงามยิ่ง ไม่คิดว่าองค์ชายเช่นเ้า ชื่นชอบด้านงานศิลปะ”
“ข้าแค่เพียงหัดวาดรูปยามเวลาว่างเท่านั้น พ่ะย่ะค่ะ ”
“เช่นนั้นตอนนี้เ้าก็ว่างอยู่”
“จะกล่าวเช่นนั้นก็ย่อมได้ ข้าไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใดพะย่ะค่ะ”
“อืม.. ข้ามีกระดาษวาดรูปอยู่เยอะ ไว้จะเอามาให้เ้า พร้อมพู่กันวาดกับแป้นฝนหมึก ”
“เอ่อ คือ..”
“ไม่ต้องเกรงใจข้าหรอกสือซาน ข้าเก็บไว้ก็ไม่ค่อยได้ใช้ เก็บเอาไว้จะเปล่าประโยชน์ มอบให้เ้าเสียดีกว่า”
“ขอบพระทัย ท่านอ๋องแปด พ่ะย่ะค่ะ”
“เรียกข้าเทียนอวี่ ไม่ก็เรียกข้าว่าพี่ก็ได้ ดูท่าวัยของเ้านาาจะน้อยกว่าข้าหลายปี”
“ข้าคิดว่าไม่สมควร พ่ะยะค่ะ ตัวข้ามาที่นี่ให้ฐานะเชลยศึก หาใช่องค์ชายไม่”
“บางทีเื่บ้านเมืองก็เป็สิ่งยากเข้าใจ เราทุกฝ่ายต่างปกป้องบ้านเมืองของตน เ้าอยู่ที่นี่ขาดเหลือสิ่งใดจงบอกข้า คิดเสียว่าเราเป็คนกันเอง อย่าได้เกรงใจ”
“ขอบพระทัย ท่านอ๋องแปดที่เมตตา พ่ะย่ะค่ะ”
“เทียนอวี่!”
“อ้าว ฝ่าา !”
“เ้ามาทำอะไรที่นี่ ?”
“คือข้า ได้กลิ่นหอมดอกเหลี่ยนฮวา เลยถือวิสาสะเดินเข้ามาในตำหนัก บังเอิญเจอสือซานนั่งอยู่ที่นี่ เลยพูดคุยทำความรู้จักกันเท่านั้น”
“เช่นนั้นก็กลับไปได้แล้ว”
“เอ่อ...เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะสือซาน ไว้จะมาเยี่ยมเ้าใหม่”
“ที่นี่ห้ามคนนอกเข้ามา เ้าไม่รู้กฎระเบียบ หรือต้องให้ข้าช่วยทบทวน!”
“โถ่... ฝ่าา ข้าหาใช่คนอื่นคนไกล ข้าเป็น้องชายของท่าน ท่านก็ทรงหยวนๆน่า ”
“ข้าไปก่อนนะสือซาน”
“ทูลลาฝ่าา”
กล่าวจบ ร่างสูงโปร่งก็เดินตัวปลิวออกจากศาลาหินตรงออกจากตำหนักเหลียนฮวาไป
“หึ ! แค่มาอยู่ได้เพียงไม่กี่วัน ถึงกลับเที่ยวผูกสัมพันธ์กับผู้อื่น ”
“ขออภัย พ่ะย่ะค่ะ”
“รู้ตัวก็ดี ทีหลังหัดเจียมตน อย่าทำตัวตีเสมอน้องชายข้า ”
ร่างแบบบางทำได้เพียงเจียมตนยืนก้มหน้าหลุบตามองพื้น
“ว่างมาก ถึงขนาดวาดรูปเลอะเทอะ”
“ดี ั้แ่วันพรุ่งนี้ ให้เ้าเข้าไปทำงานยังหอเคียงอักษร ทำตนให้เป็ประโยชน์มิใช่กินเสียข้าวสุกไปวันๆ”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา”
กล่าวจบร่างสูงใหญ่ก็เดินสะบัดชายเสื้อราวหงุดหงิดเดินออกจากศาลาหินกลางสระเหลียนฮวาไป
หอเคียงอักษร
“ข้าคือหลิวกงกง องค์ชายสิบสามโปรดตามข้ามา....”
ขันทีาุโ กล่าวด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก ก่อนเดินนำร่างแบบบางเข้าไปยังด้านในหอเคียงอักษร
หอเคียงอักษรแห่งนี้มีถึงสามชั้น ชั้นล่างเป็ชั้นหนังสือหนึ่งส่วน อีกสามส่วนจัดเป็ห้องรับรอง ชั้นสองและชั้นสามแบ่งแยกประเภทหนังสือ พร้อมมุมโต๊ะทำงานทั้งสองชั้น้า โต๊ะทำงานชั้นบนสุด เป็พื้นที่ส่วนตัวของฮ่องเต้หยางอวิ๋นซี ก่อนมอบหมายหน้าที่และอธิบายสิ่งต่างๆกฎระเบียบภายในหออักษรให้ร่างแบบบางได้รับรู้
“ องค์ชายสิบสามโปรดทำตามกฎระเบียบที่ข้าบอกท่านอย่างเคร่งครัด และยามฝ่าาเสด็จมาทรงพระอักษร ท่านจงปิดประตูใหญ่ห้ามผู้ใดเข้าไปรบกวนยังด้านในหอเคียงอักษร ข้าหวังว่าองค์ชายจะไม่ทำผิดพลาด ”
“ข้าจะทำตามทีท่านหลิวกงกงแนะนำไว้ทุกสิ่ง ขอบคุณท่านหลิวกงกง”
....เวลาผ่านไปหลายชั่วยาว
ร่างแบบบางทำความสะอาดและจัดเรียงหนังสือไล่เรียงมาทีละชั้นเริ่มจากชั้นล่างจนถึงชั้นบนสุด
หอเคียงอักษรชั้นสาม มีเพดานหลังคาสูง จำนวนชั้นหนังสือจึงสูงกว่าชั้นอื่น ร่างแบบบางจึงต้องปีนบันไดเพื่อจัดเรียงหนังสือ
“อึ๊บ! อ่า... อึ๊บ !อีกนิดเดียว ...”
“อ๊ะ...!” พรึ่บ
หมับ!
ร่างแบบบางที่ยืนจนสุดปลายเท้า เกิดพลาดท่าเสียหลัก ร่วงหล่นจากบันได้ ดีที่ร่างสูงใหญ่รับไว้ได้ทันทั้งสองร่างจึงล้มลงไปนอนกับพื้นโดยมีร่างแบบบางทับอยู่้า
ยามนี่ร่างกายทั้งสองแนบสนิทชิดกัน ใบหน้าหวานชวนฝันอยู่ใกล้ใบหน้าที่หล่อเหลาดั่งเทพเชียน ห่างแค่เพียงปลายจมูก ดวงตาสีนิลจ้องมองลึกเข้าไปยังดวงตาสุกสกาวราวแสงดารา ััได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจคนด้านล่างพ่นรดดวงหน้าหวาน จนเ้าของใบหน้าขัดเขินขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตาสีนิลมองลากเรื่อยมายังริมฝีปากอิ่มสีชมพูอ่อนดั่งกลีบดอกอิงฮวา ฝ่ามือหนาที่ประคองเอวคอดและแผ่นหลังบางอยู่ เริ่มลากขึ้นมาสอดใต้กลุ่มผมประคองท้ายทอยเรียว
“ฝ่าา!”
“อื้อ ...”
คำที่จะกล่าวเอ่ยถูกปิดด้วยริมฝีปากหนา
“อือ...”ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันกัดปากตนเองจนแน่น เมื่อริมฝีปากหนาประทับบดเบียด ฝ่ามือเรียวขาวที่วางอยู่บนแผงอกแกร่ง พยายามดันตัวตนเองขึ้น
“อื้อ.. ฮือ ..”
หยาดน้ำตาจากดวงตาคู่งาม ร่วงหล่นใส่ใบหน้าคนด้านร่าง ร่างกายใหญ่ที่กอดรั้งไว้ก็ยอมคลายออมแขนออก ตามด้วยร่างแบบบาง้าที่ดันตัวลุกขึ้น
“ฮึก....”
“สือซาน....”
“ฮือ....”
ร่างแบบบาง รีบวิ่งลงจากหอเคียงอักษร ตรงไปตามทางที่ไม่มั่นใจเท่าใดนัก ตามเส้นทางที่หลิวกงกงพาตนมาเมื่อยามเช้า หวังจะกลับไปยังตำหนักเหลียนฮวา มือหนึ่งยกขึ้นทั้งปาดหยาดน้ำตาทั้งเช็ดริมฝีปากตนจนแดงช้ำ วิ่งร้องไห้สะเปะสะปะ สุดท้ายแล้วจึงพบว่า ที่ที่ตนหยุดยืนอยู่ไม่ใช้เส้นทางกลับไปยังตำหนักเหลียนฮวาที่ตนพัก
“ฮึก...”
“ที่นี่คือที่ใด หาใช่ทางไปตำหนักเหลียนฮวานี่”
“ข้าหลงทางแล้ว ทำเช่นไรดี!”
ร่างแบบบางค่อยๆก้าวเดินลัดเลาะหลังกลับไปทางเก่าที่ตนมา แต่สถานที่แห่งนี้ ดูสวยงามกว้างขวางและสลับซับซ้อน ยังไม่ทันที่จะได้มองสำรวจโดยรอบ กับได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารกลุ่มหนึ่งที่กำลังจะเดินมุ่งตรงมาทางที่ตนอยู่เสียก่อน
“ถ้าทหารเห็นข้า เป็เื่ใหญ่แน่ หลิวกงกงสั่งไว้ห้ามข้าเดินเพ่นพ่านโดนไม่ได้รับอนุญาต”
ร่างแบบบางรีบก้าวเดินถอยหลังหมายจะหาที่แอบซ่อนตัว แต่แล้ว...
โครม...
“ว๊ายยย....”
พระสนม เพคะ เหล้านางกำนัลรีบเข้ามาประคองร่างอ้อนแอ้นอรชรที่ล้มไม่เป็ท่าอยู่บนพื้น เพราะถูกร่างแบบบางถอยหลังมาชนเข้าอย่างจังตรงมุมทางแยกพอดี
“โอ้ย เท้าข้า...!”
“พระสนม พระสนมเพคะ เจ็บที่ใดเพคะ”
“เ้ารอบทำร้ายข้า !จับมันไว้”
ตึกตึกตึก... เหล่าทหารรีบวิ่งมาล้อมรอบร่างแบบบาง
“ข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าเพียงหลงทางมา ข้าจะกลับไปยังตำหนักเหลียนฮวา”
“ตำหนักเหลียนฮวา ?”
“เป็เ้านี่เอง !ที่ฝ่าานำกลับมาไว้ที่ตำหนักเลียนฮวาประทับอยู่ยันสว่าง”
“คงคิดว่าเป็คนโปรดฝ่าา ถึงได้กล้าดีมาทำร้ายข้าถึงที่นี่ ”
“เ้ายังไม่รู้จักกุ้ยเฟยเช่นข้าดีพอ ถ้าจะให้เ้าจดจำข้าได้อย่างขึ้นใจ”
“นำมันไปโบย100ไม้”
*กุ้ยเฟย ตำแหน่งพระสนมเอก เป็รองแค่ฮองเฮา
*คิมหันตฤดู คือฤดูร้อน
*อิงฮวา คือ ดอกซากุระ
#ข้าเป็เชลยศึกของฝ่าา