เมื่อทุกๆคนได้เห็นกับตาสองตากันแล้ว ก็ได้แต่ต้องยอมรับและหาทางป้องกันเสาร์น้อย
“พวกเราต้องจำเอาไว้ว่า จะไม่สามารถให้คนอื่นๆนอกจากคนในครอบครัวรับรู้เื่นี้ไม่ได้เป็อันขาดจะจำเอาไว้ เพราะมันจะอันตรายต่อเสาร์น้อยมากๆถ้าเื่นี้กระจายออกไป”ปู่
“ค่ะ” “ครับ” ทุกๆคนทำสีหน้าเคร่งเครียดและรับคำกันเป็อย่างดี
“แล้วหลังจากนี้เป็ต้นไป พวกเราทุกๆคนจะต้องมีคนคอยดูแลเสาร์น้อยตลอดเวลาด้วย เพราะว่าหลานสาวยังเล็กมากอาจจะทำอะไรไม่ทันคิดให้คนอื่นๆเห็นได้ ต้องระวังมากๆ”ตา
“ค่ะ” “ครับ” ทุกๆคน
“เสาร์น้อยคะ หนูสัญญากับแม่ได้ไหมคะว่าจะไม่ทำแบบนี้ให้คนอื่นๆเห็นอีก และถ้าหนู้าจะทำอีกให้บอกแม่หรือคนในครอบครัวของเรารับรู้ก่อนได้ไหมคะ”แม่ พูดสอนลูบหัวลูกสาวอย่างอ่อนโยน
“ได้แน่นอนค่ะแม่ เสาร์น้อยสัญญาเลยว่าจะไม่ใช้นิ้ววิเศษนี้พร่ำเพรื่อ และทำให้คนอื่นเห็นเป็อันขาดเลย แต่ว่าให้คนในครอบครัวเห็นได้ใช่ไหมคะแม่”เสาร์น้อย
“ใช่ค่ะ แต่ต้องเป็สถานที่ๆไม่มีคนอื่นโดยเด็ดขาดนะคะ”แม่
“ตกลงค่ะแม่ เสาร์น้อยสัญญา”เสาร์น้อย ตบหน้าปกตัวเองอย่างหนักแน่น เพื่อให้พวกท่านได้สบายใจกัน
“แล้วเม็ดข้าวสารั์พวกนี้เราจะเอายังไงดีล่ะครับ”พ่อ
“จริงด้วยครับมันมีขนาดเท่ากับต้นไม้เลย”อาเล็ก
“พวกเราจะเอาทิ้งไว้แบบนี้ก็ไม่ได้นะครับมันเห็นได้ชัดเจนขนาดนี้ จะทำอย่างไรกันดี”น้าชาย
ในขณะที่ทุกๆคนกำลังช่วยกันคิด และมองมาที่เมล็ดข้าวสารั์เ้าปัญหาที่กองอยู่ตรงหน้านี้นั้น เสาร์น้อยก็ยกมือขึ้นและพูดออกมาว่า…
“เสาร์น้อยรู้ค่ะ ว่าจะทำอย่างไรดีกับพวกเมล็ดข้าวสารั์พวกนี้”เสาร์น้อย
“ทำอย่างไรลูก” “ทำอย่างไรน้องเสาร์น้อย”
เพราะทุกๆคนในเจอแต่เื่ตื่นตระหนกใกัน เลยทำให้ความคิดเบลอๆกัน คิดไม่ออกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี
“ก็เราแค่ตัด และเอาไปตำเหมือนที่เราตำตอนเป็ข้าเปลือกไงคะ”เสาร์น้อย
“จริงด้วย”ทุกๆ คน
“เอาล่ะ พวกเราต้องแยกเป็สองกลุ่มแล้วตอนนี้ ทำเนื้อไก่ กับตำข้าวสารั์พวกนี้”ตา
“ได้ครับพ่อ”อาเล็ก น้าชาย พ่อ
“เอ๊ะ…น้ำหนักเ้าเมล็ดข้าวสารั์นี้ไม่หนักอย่างที่คิดเลย”พ่อ
“จริงด้วยครับ พี่เขย”น้าชาย
“ไหนขอผมลองด้วย จริงด้วย”อาเล็ก
“คาดว่าน่าจะเป็เพราะว่าน้ำหนักจากเมล็ดข้าวสารหนึ่งเม็ดจริงๆมันเบามากถึงจะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมเป็ร้อยเท่าพันเท่า แต่ว่าน้ำหนักของมันยังคงเป็จริง”ตา
“แบบนี้ก็ไม่น่าจะเป็กังวลแล้วล่ะ คงจะตัดออกมาตำง่ายขึ้น”ปู่
“ใช่”ทุกๆคน
“แล้วพวกเราจะให้เสาร์น้อยทำให้เพิ่มเติมอีกดีไหมครับเนี่ย”น้าชาย
“ทำได้ แต่ต้องถามหลานสาวของพ่อก่อนว่าเต็มใจหรือไม่ และที่สำคัญต้องดูความเปลี่ยนแปลงของหลานสาวพ่อด้วยว่าจะมีผลอะไรกับร่างกายหรือไม่ที่ใช้พลังวิเศษแบนี้นะ”ตา
“ได้ครับพ่อ”น้าชาย
“เดี๋ยวผมไปพาลูกสาวมาเองครับ”พ่อ
พ่ออุ้มเสาร์น้อยมาอีกครั้งพร้อมกับมีถ้วยใส่เมล็ดข้าวสารที่อาเล็กนำมาให้
“เสาร์น้อย หนูเต็มใจจะทำให้อีกได้ไหมคะลูก”พ่อ
“ได้สิคะพ่อ เสาร์น้อยเต็มใจมากๆเลยเพราะทำเพื่อทุกๆคนในครอบครัวของเรา และถ้าได้เยอะพวกเราก็แบ่งไปแจกให้คนในหมู่บ้านอีกด้วยได้ไหมคะ”เสาร์น้อย
“ได้แน่นอนหลานรักของปู่”ปู่
“ค่ะ”เสาร์น้อย
“เด็กดี รู้จักเอื้อเฟื่อคนอื่นๆ”ตา ลูบหัวหลานสาวด้วยความรัก
เสาร์น้อยส่งยิ้มหวานละลายให้อีกครั้ง และเริ่มลงมือขยายเมล็ดข้าวสารเรื่อยๆจนหมด
พ่อ อาเล็ก น้าชาย ก็ช่วยกันตัด และตำข้าวสารพวกนี้ให้เล็กลง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กินข้าวที่เป็เม็ดสวยๆเม็ดใครเม็ดมันแบบนั้นก็ยังดีกว่าไม่มีข้าวสารจะกินในตอนนี้
เสาร์น้อยเองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะกินข้าวที่เหมือนเมล็ดหักๆแบบนี้หรอก เพราะรู้ถึงสภาพครอบครัวในตอนนี้เป็อย่างดี เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะทำอย่างไรกับนิ้ววิเศษที่มีที่จะช่วยหารายได้เข้ามาสู่ครอบครัวให้มีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น และสุขสบายมากขึ้นกว่าเดิม
“เสาร์น้อย น้องอยากเล่นอะไรสนุกๆอีกหรือเปล่า เดี๋ยวพี่สาวช่วยหามาให้นะ ปี้ว…..ปี้ว…..ปี้ว…..”พี่สาวโจวหวู่ ทำท่าชี้นิ้วแบบน้องเสาร์น้อย
“.........!!!”เสาร์น้อย ยิ้มหน้าแหยๆส่งไปให้พี่สาวของเธอแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีนี่หน่าเพราะเป้าหมายตอนนี้ที่จะทำมีอยู่ในใจแล้ว เลยเอ่ยชวนพี่สาวโจวหวู่ของเธออย่างรวดเร็ว
“มีล่ะพี่สาว ตามเสาร์น้อยมาเลยเร็วเข้า”เสาร์น้อย ซอยขาสั้นๆนำหน้าพี่สาวเข้าไปในตัวบ้านอีกครั้ง พี่สาววิ่งตามน้องสาวไปติดๆ ตัวเล็กผอมแกร่นแต่วิ่งรวดเร็วจริงๆทั้งสองสาวน้อย
ส่วนพวกพี่ชายก็พยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ให้ตื่นเต้นตามน้องสาวทั้งสองคนไปด้วย เพราะเห็นว่าน้องสาวพากันวิ่งหายไปในบ้านอีกครั้งแล้วจะต้องไปทำอะไรสนุกๆแน่นอน แต่ว่าก็ตามไปซนกับพวกน้องสาวไม่ได้ พวกเขามีหน้าที่ที่จะต้องช่วยพวกผู้ใหญ่ทำการแบ่งแยกเนื้อสัตว์พวกนี้ไปแจกจ่ายคนในหมู่บ้านให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน
“พวกน้องสาวกำลังจะทำอะไรสนุกๆแน่นอนเลยนะฮะ”พี่รองโจวซื่อ
“ใช่ พวกเราก็รีบเร่งช่วยงานตรงนี้ให้เสร็จเร็วๆเถอะจะได้ตามไปดูแลน้องสาวไงล่ะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ใช่ๆ”พวกพี่ชาย
แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ที่อยู่ใกล้พวกพี่ชายมากที่สุดก็ถึงกับอมยิ้มและส่ายหน้าไปมาน้อยๆให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเหล่าพวกพี่ชาย ที่อยากจะรู้ว่าพวกน้องสาวกำลังทำอะไรกันอยู่
“พวกหนูจะพักกันก่อนก็ได้นะลูก เดี๋ยวทางนี้แม่จะจัดการเอง”แม่
“ไม่เป็ไรครับ พวกเราอยู่ช่วยให้เสร็จเรียบร้อยก่อน”พี่ใหญ่โจวซาน
“ใช่ครับ”พวกพี่ชายทุกคน
“ตามใจจ้ะ”แม่
พวกพี่ชายก็ส่งยิ้มตอบรับมาให้แม่หรือป้าของพวกเขา แต่ก็มีคอยชะเง้อมองพวกน้องสาวทั้งสองคนอยู่เรื่อยๆ ว่าหายไปทำอะไรกันในบ้านระหว่างนี้
ภายในบ้านหลังน้อยของเสาร์น้อยตอนนี้สองสาวพี่น้องก็พากันอยู่ที่ห้องครัวกันแล้ว
“น้องเสาร์น้อย เข้ามาในครัวอีกแล้วอยากได้อะไรงั้นเหรอพี่สาวจะช่วยหาให้เองนะ”พี่สาวโจวหวู่ เอ่ยออกมาทั้งๆที่ว่าห้องครัวก็เล็กนิดเดียวเอง
“เสาร์น้อย จะมาเอาเกลือน่ะพี่สาว”เสาร์น้อย บอกจุดประสงค์ทันทีไม่รอช้าเช่นกัน เพราะอยากจะรีบทำทุกอย่างที่คิดเอาไว้เยอะแยะภายในหัวตอนนี้เต็มไปหมดเลย
“เกลืองั้นเหรอ ถ้าเกลืออยู่ไหนนี้ล่ะน้องเสาร์น้อย พี่สาวหยิบให้เองนะ”พี่สาวโจวหวู่
“ได้จ้ะ”เสาร์น้อย
“เสาร์น้อยจะเอาเกลือมากไหม เพราะในไหเหลือเพียงนิดเดียวเองนะ”พี่สาวโจวหวู่
“เอาทั้งหมดเลยพี่สาว”เสาร์น้อย
“ได้ๆ”พี่สาวโจวหวู่ หาช้อนมาตักใส่ถ้วยให้น้องเสาร์น้อยของเธอและพากันจูงมือออกไปทางด้านนอก
เสาร์น้อยมองดูเกลือที่เป็ก้อนๆ ที่ไม่ถึงกับขาวมากนักแต่ว่ามันคือเกลือส่วนประกอบสำคัญสำหรับคนเรา และดูท่าทางน่าจะมีราคาแพงด้วย
“เสาร์น้อยน้องจะเอาเกลือมาทำอะไรเหรอ??? อ้อ..แบบนี้ใช่ไหม..ปี้ว…ปี้ว….”พี่สาวโจวหวู่ ที่ตอนแรกไม่ทันคิดว่าน้องสาวของตัวเอง้าเกลือไปทำไม แต่พอนึกได้ว่าน้องคงจะเอามาทำแบบข้าวสารพวกนั้นก็ตื่นเต้นดีใจออกมาทันที
“แฮะ…แฮะ…จ้ะพี่สาว”เสาร์น้อย
“เสาร์น้อยจะให้พี่เอาเกลือวางไว้ตรงไหนบอกมาเลยพี่สาวทำให้นะ”พี่สาวโจวหวู่ อยากช่วยน้องอย่างเต็มที่เลย
“เอาวางไว้ตรงว่างๆด้านนั้นก็ได้พี่สาว วางไว้ทีละก้อนห่างกันประมาณนี้เลยนะ”เสาร์น้อย กางมือออกให้พี่สาวได้เห็นระยะที่วางก้อนเกลือแต่ละก้อนให้ห่างออกจากกัน
ส่วนพวกพี่ชายก็เห็นว่าน้องสาวพากันถือถ้วยอะไรสักอย่างออกมาแต่ก็มองไม่เห็นชัดๆว่ามันคืออะไรกัน
“น้องสาวกำลังจะทำอะ…..ไร….!!!”พี่ใหญ่โจวซาน พูดยังไม่จบประโยคดีก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกน้องสาวอีกครั้ง ที่มันขึ้นมาทีละก้อน ทีละก้อน
พวกพี่ชายแต่ละคนมองกันตาค้างไปเลย พอได้สติกันดีแล้วพวกพี่ชายก็วางมือจากการแยกอาหารและวิ่งไปหาน้องสาวอย่างรวดเร็ว เพื่อจะไปดูใกล้ๆว่ามันคืออะไรกัน
“พรึ่บ…พรึ่บ…พรึ่บ…..”
ก้อนเกลือก้อนเล็กจิ๋วเพียงนิดเดียวตอนนี้มีขนาดใหญ่เท่ากับก้อนหินในป่าเสียแล้ว
“ว้าว……..เกลือก้อนหินล่ะ เสาร์น้อยน้องเก่งที่สุดเลย”พี่สาวโจวหวู่
“เกลือ…..”พวกพี่ชาย ที่วิ่งมาถึงแล้วก็ได้ยินสิ่งที่น้องสาวกำลังพูดคุยกันพอดีเลยว่าสิ่งตรงหน้าที่เห็นนี้มันคือเกลือนั่นเอง
เสียงดังของพวกพี่ชายก็เรียกความสนใจปู่ย่า ตายาย พ่อ อาเล็ก น้าชายได้หมดทุกคน ส่วนแม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้นั้นก็รู้สึกตัวแล้วั้แ่ตอนที่ลูกชายหลานชายวิ่งไปหาสาวน้อยทั้งสองคน พวกท่านก็เดินตามไปทีหลังพวกพี่ชายนั่นแหละ
“นี่มันเกลือจริงๆเหรอเนี่ย”พ่อ
“เกลือใหญ่เท่าก้อนหินเลยครับพ่อดูสิ น้องเสาร์น้อยเป็คนทำฮะ”พี่รองโจวซื่อ
“มีตั้งห้าก้อน เกลือที่เท่าก้อนหินด้วยครับ”พี่ซื่อเยวี่ย
“น้องเสาร์น้อย ยังใช้เกลือไม่หมดเลยนะคะทุกคนดูสิคะยังเหลือในถ้วยอีกนะ รอให้น้องทำให้หมดก่อนนะคะ”พี่สาวโจวหวู่
“พอก่อนลูก…”ทุกๆคนประสานเสียงกันอย่างตื่นเต้นอีกครั้งหนึ่งของวันนี้
“ทำไมล่ะคะ พวกเราจะได้มีเกลือไว้ทำอาหารเยอะๆไงคะ”พี่สาวโจวหวู่
“เอ่อ…ขอบใจมากจ้ะแต่หนูดูสิลูกเกลือก้อนใหญ่แบบนี้กว่าพ่อจะทุบให้แตกละเอียดเท่ากับเกลือในถ้วยนั้นต้องใช้เวลานะคะ”แม่
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงค่ะแม่ เพราะเกลือพวกนี้น้ำหนักแต่ละก้อนน้อยมาก เหมือนกับพวกเมล็ดข้าวสารเลยค่ะ”เสาร์น้อย
“....................!!!”ทุกๆ คนได้ฟังถึงกับไปไม่เป็กันเลยเพราะพวกเขาเห็นเกลือก้อนขนาดนี้แล้วก็แน่นอนว่าต้องนึกกันเลยว่ามันจะต้องหนัก และแข็งมากแน่ๆ
แต่ลืมนึกถึงเมล็ดข้าวสารที่ใหญ่เท่าลำต้นไม้แต่ว่าเบามาก เพราะตามน้ำหนักจริงของมันรวมกันถ้าไม่ได้ถึง 5-10 กิโลขึ้นคงจะไม่เรียกว่ามีน้ำหนัก แต่ถึงขนาดนั้นพวกเขาคนเดียวก็ยกไหวเพียงแค่ 10 กิโลเท่านั้นเองหนักกว่านี้ยังเคยยกมากันแล้วด้วย
“เอ่อ…..”พวกผู้ใหญ่
“อย่าลืมเอาไปแจกให้กับทุกๆคนด้วยนะคะ”เสาร์น้อย ส่งแต่ยิ้มหวานให้กับทุกๆคน
“พวกเราจะเอาแค่เนื้อสัตว์กับน้ำมันไปให้พวกเขาก่อนนะครับ เพราะถ้าให้หลายอย่างไปจะเป็ที่แปลกใจได้ เอาไว้วันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ตกลงไหมครับลูกสาว”พ่อ
“ได้ค่ะพ่อ”เสาร์น้อย
“ข้าวสารจัดการเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นก็ต่อด้วยเกลือเลยนะ”ปู่ กับตาบอกเพียงเท่านี้ก็พากันเดินหนีไปแยกเนื้อไก่ต่อ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพ่อ น้าชาย และอาเล็กกันต่อ
“ได้ครับพ่อ”น้าชาย อาเล็ก พ่อ
“เดี๋ยวเสาร์น้อยหยุดก่อนนะลูก ให้พ่อกับอาเล็ก น้าชายได้จัดการทุบเกลือ 5 ก้อนนี้เสร็จแล้วค่อยทำเพิ่มต่อนะครับ”พ่อ
“ค่ะพ่อ”เสาร์น้อย
“น้องสาวพวกพี่ไปช่วยแยกเนื้อไก่ก่อนนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“อ่าฮะ…”เสาร์น้อย
“เสาร์น้อย…”พวกพี่ชาย
เสาร์น้อยหันมาหาพวกพี่ชายอีกรอบหนึ่งทั้งๆที่พึ่งหันกลับไปเพียงครู่เดียวแต่สิ่งที่เห็นก็คือว่า….
“ปี้ว…ปี้ว……”พวกพี่ชาย ส่งสัญลักษณ์มือที่เลียนแบบพี่สาวโจวหวู่ส่งมาให้น้องเสาร์น้อยด้วยรอยยิ้ม และก็พากันเดินกลับไป
“...........!!!!”เสาร์น้อย
เมื่อพวกพี่ชายไปแล้ว พี่สาวโจวหวู่กับเสาร์น้อยก็ยังคงนั่งมองพวกพ่อทุบก้อนเกลือ และเอานำไปตำลงในครกต่อจากที่พึ่งตำเมล็ดข้าวสารเสร็จ ที่ได้มาอยู่หลายกระสอบเลยทีเดียวเพียงเท่านี้ก็มีข้าวสารตุนไว้ได้อีกเป็เดือน
จริงๆแล้วได้หลายเดือนเชียวล่ะ แต่ว่าส่วนหนึ่งที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับคนในหมู่บ้านด้วย และจะช่วยให้พวกเขาได้มีข้าวกินสักครึ่งเดือนหรือเดือนหนึ่งเป็อย่างน้อยเช่นเดียวกัน ยามนี้มีข้าวหุงกินทุกวันย่อมดีกว่าถึงแม้ว่าจะไม่มีอาหารอย่างอื่นเลยก็ตามที ได้กินข้าวเปล่าก็อิ่มท้องมากแล้วและดีกว่ากินเพียงแค่ผักป่าเท่านั้น
จากสภาพข้าวที่หักๆไม่ได้ดูเป็เม็ดๆแบบนี้ก็ถือว่า ไม่เป็ที่น่าแปลกใจมากเกินไปนักเพราะอย่างที่รู้ๆกันว่าข้าวหักราคาจะถูกที่สุดเลย แต่ถึงจะราคาถูกก็ยังคงแพงอยู่ดีสำหรับพวกชาวบ้านทั่วไปในยามนี้
แล้วถ้าเกิดไม่พอเดี๋ยวค่อยทำการเพิ่มจำนวนขึ้นมาใหม่อีกเพราะเมล็ดข้าวสารที่เหลืออยู่ยังพอมีเช่นกัน และพวกท่านได้แยกออกไว้ต่างหากแล้ว เรียกได้ว่าเก็บเอาไว้ให้เสาร์น้อยทำการขยายมันให้ใหญ่ขึ้นนั่นแหละ และไหนจะได้ก้อนเกลือเท่าก้อนหินพวกนี้มาเพิ่มเติมอีกด้วย
จากที่มองผลผลิตใน่กลางวันที่ทำให้ใจห่อเหี่ยวกัน และสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ดีขึ้นฝนฟ้าก็ยังไม่ตก พอมาได้เจอสิ่งวิเศษที่เสาร์น้อยได้รับจากท่านตาเทพแบบนี้ก็ทำให้ทุกๆคนในครอบครัวมีความหวังขึ้นมาใหม่อีกครั้งสำหรับการดำเนินชีวิตในวันต่อๆไป
************
เสาร์น้อย ได้ทำการขยายขนาดเกลือที่เหลือติดก้นไหในครัวเพิ่มให้กับครอบครัวอีกหนึ่งอย่างซึ่งเป็วัตถุดิบที่สำคัญอย่างหนึ่งในการทำอาหาร ซึ่งแน่นอนว่ามีเกลือแล้วกับข้าวก็จะไม่มีรสชาติจืดชืดอย่างแน่นอนอย่างน้อยๆก็มีรสเค็มหนึ่งอย่างล่ะนะ