ซุปเปอร์สตาร์ระดับท็อปอย่างเจียงอี้หลิน ทะลุมิติมาอยู่ในโลกนี้ได้ร่วมปี เค้าเริ่มปรับตัวชินกับสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตของคนที่นี่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่คนรักความสะอาดเช่นเขารับไม่ได้สุด ๆ นั่นก็คือ การไม่ได้แปลงฟัน สระผมและถูสบู่
แม้ว่าในยุคนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าเ้าเจี่ยว[1] อยู่ก็ตาม แต่ไหนเลยที่คนในศตวรรษที่ 21 อย่างเขาจะรู้สึกพอใจ
แค่สะอาดอย่างเดียวมันใช้ได้ที่ไหนกัน หลังอาบน้ำแล้วก็ต้องมีกลิ่นหอม ๆ ด้วยสิ ไม่รอช้า เด็กหนุ่มจึงเริ่มคิดหาวิธีทำของใช้พวกนี้ขึ้นมาเอง
เื่พวกนี้ไม่เป็ปัญหาสำหรับบัณฑิตที่จบคณะวิทยาศาสตร์ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเช่นเขา เพราะเดิมทีเด็กหนุ่มมีไอคิวสูงถึง 200 ทั้งยังมีความสามารถจดจำเป็เลิศ ไอ้วิธีการทำสบู่หรือแชมพู เขาก็เคยเรียนทำมาั้แ่สมัยมัธยมปลายด้วยซ้ำ อีกทั้งตอนที่เขาเป็นักศึกษา เขายังเคยรวบรวมข้อมูลและค้นคว้าเกี่ยวกับวิธีการทำหมึกและกระดาษของคนในยุคโบราณเพื่อเอามาทำรายงานส่งอาจารย์
เพราะงั้นเพียงแค่เขานั่งนิ่ง ๆ หลับตาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา ข้อมูลต่าง ๆ ที่เคยได้ศึกษามาก็ไหลย้อนเข้ามาในสมองเป็ฉาก ๆ เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจออกมา ดวงตาดอกท้อคู่สวยจ้องมองผืนผ้าดิบเบื้องหน้าก่อนที่เขาจะลงมือขีดเขียน
"เสี่ยวอี้นั่นเ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่หรือ" เจียงซูเถียนถามขึ้นเมื่อเห็นบุตรชายนั่งวาดอะไรยุกยิกอยู่บนผ้าดิบโดยใช้ถ่านไม้ขีดเขียน
อันที่จริงตัวของเจียงอี้หลินก็อยากลองทำกระดาษกับหมึกขึ้นมาเหมือนกัน แต่ดูจากสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ หากทำอะไรที่เกินกว่าศักยภาพของเด็กเจ็ดขวบ คนอื่นอาจสงสัยเอาได้ แต่พวกสบู่ แชมพู และแปรงสีฟันมันเป็อีกเื่ เขาทำของเขาอยู่ในเรือน คงไม่มีใครมาคอยจับผิดหรอกกระมัง
"ท่านพ่อ พอจะหาขนหมูให้ข้าได้หรือไม่" เมื่อเห็นบิดามานั่งใกล้ๆ เด็กน้อยจึงเงยหน้าถาม
"เ้าจะเอาไปทำอันใด"
"ข้าอยากเอามาทำแปรงสีฟัน" เด็กน้อยฉีกยิ้มโชว์ฟันเขี้ยวขาวน่ารักพร้อมทั้งเอานิ้วมาจิ้ม ๆ แม้ว่าเจียงซูเถียนจะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่บุตรชายพูด แต่เค้าก็พอจะแปลความหมายออก เขาพร้อมที่จะตามใจบุตรชายทุกอย่าง เพราะงั้นจึงได้สั่งให้บ่าวรับใช้ไปหาเส้นขนหมูมา
หลังจากที่บุตรชายฟื้นขึ้นมาจากการจมน้ำในครานั้น ดูเหมือนว่าเขาจะเปลี่ยนไปมาก บางครั้งก็ดูเป็เด็กปกติ แต่บางครั้งพฤติกรรมและการกระทำดูราวกับเป็ผู้ใหญ่ สงสัยเพราะบุตรชายคลุกคลีอยู่กับท่านรองแม่ทัพจ้าวมากเกินไป และวันดีคืนดี บุตรชายก็ลุกขึ้นมาทำอาหารเอง ทั้งยังประดิษฐ์สิ่งของประหลาด ๆ ที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนออกมาไม่หยุด แต่ว่าวิธีการใช้งานของมันก็น่าทึ่งมาก
วันนี้เจียงซูเถียนต้องเข้าไปที่สำนักฝึกยุทธ์ เดิมทีตั้งใจจะพาบุตรชายไปด้วย เพราะจ้าวเยี่ยหยางต้องออกไปปฏิบัติภารกิจปราบโจรป่าที่ออกอาละวาด จึงไม่ได้มารับเจียงอี้หลินไปเที่ยวเล่นที่ค่าย แต่เด็กน้อยก็ปฏิเสธไม่อยากไปสำนักฝึกยุทธ์ โดยอ้างว่าจะทำของใช้ส่วนตัวอยู่ที่เรือน
วันนี้ทั้งวันเจียงอี้หลินจึงขลุกตัวอยู่แต่ในเรือนไม้ด้านหลังกับพวกคนงานในเรือน เขานั่งทดลองทำของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ ขึ้นมามากมาย เหล่าข้ารับใช้ต่างก็ทึ่งกับอัจฉริยภาพของคุณชายน้อยเจียงผู้นี้
อันที่จริงเด็กน้อยแค่อยากหาอะไรทำให้มันดูยุ่ง ๆ จะได้ไม่ต้องนึกถึงใครบางคน
ก่อนหน้าที่จ้าวเยี่ยหยางจะไป เขาได้มาบอกกล่าวกับเด็กน้อยไว้แล้ว เจียงอี้หลินที่ได้ยินก็ซึมลงไปถนัดตา ทำให้รองแม่ทัพจ้าวถึงกับร้อนรนทำอะไรไม่ถูก แต่เจียงอี้หลินก็เข้าใจดีว่านี่คือหน้าที่ ที่จ้าวเยี่ยหยางต้องรับผิดชอบปราบปรามโจรป่าพวกนั้น หากปล่อยเอาไว้รังแต่จะสร้างความเดือดร้อน ดีไม่ดี เ้าพวกนั้นอาจจะบุกมาที่หมู่บ้านนี้ก็ได้ใครจะไปรู้
รถม้าแล่นไปตามทางขรุขระบนูเา ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สองสว่าง เหล่าเด็กน้อยที่อยู่บนรถต่างก็ร้องไห้งอแงด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง แต่ถึงกระนั้นเสียงของพวกเขาก็มิอาจส่งออกมาได้เพราะปากและมือนั้นถูกมัดเอาไว้ มีเพียงเด็กชายคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเงียบ และพยายามคิดหาวิธีทำอะไรบางอย่าง ดวงตาดอกท้อกวาดมองสำรวจอย่างหนักใจ ใบหน้าที่ขาวมาก ๆ กลับยิ่งขาวซีดลงไปอีก
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย
เจียงอี้หลินถูกพวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมาชักชวนให้ออกไปวิ่งเล่น ยิงนกตกปลา เพราะเจียงซูเถียนเห็นว่าบุตรชายขลุกตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ยอมออกไปไหนมาหลายวันแล้ว ั้แ่ที่รองแม่ทัพจ้าวออกไปปฏิบัติภารกิจ เขานึกเป็ห่วงบุตรชาย จึงได้ไปขอร้องพวกเด็ก ๆ ให้ไปชักชวนบุตรชายออกไปเที่ยวเล่นบ้าง แต่ไม่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์โจรป่าบุกเข้ามาลักพาตัวเด็ก ๆ
พวกเขาถูกผลักให้ขึ้นรถม้าและถูกพาตัวมากลางป่า โดยจุดที่พวกมันรวมตัวกันยังมีเด็กอีก 7-8 คน ที่ถูกจับตัวมาจากหมู่บ้านอื่นรวมอยู่ด้วย เหล่าเด็กน้อยต่างหน้าตามอมแมมเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
ก่อนหน้านี้เมื่อหลายวันก่อน มีเหตุการณ์โจรป่าบุกปล้นคาราวานพ่อค้าบนูเา อีกทั้งยังสังหารชาวบ้านที่ขึ้นไปเก็บผักป่าและล่าสัตว์ ฎีกาจึงถูกส่งไปถึงวังหลวง
จักรพรรดิซานตี้จึงมีรับสั่งให้เหล่าทหารที่ประจำการอยู่ตรงพื้นที่ชายแดนออกไปปราปโจรกลุ่มนั้นให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้พวกมันทำเื่เหิมเกริมไปมากกว่านี้
แต่ใครเล่าจะไปคิดว่าการดักปล้นนั้นเป็เพียงแค่การเบี่ยงประเด็นความสนใจของพวกทหาร เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือการจับตัวพวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านไปขาย
"เด็ก ๆ คราวนี้หน้าตาไม่เลว โดยเฉพาะเด็กคนนั้น ใบหน้างดงามขาวผ่อง แต่งตัวดี คงจะเป็พวกลูกของคนมีฐานะในหมู่บ้าน หากเอาไปขายในหอโคมเขียว รับรองว่าต้องได้ราคาดีแน่ ส่วนเด็กคนอื่น ๆ ก็เอาไปขายในโรงค้าทาส หึหึ คราวนี้พวกเรารวยแน่" ชายแก่หน้าบากหัวเราะดีใจ ที่แผนการครั้งนี้สำเร็จอย่างงดงาม
"เงียบน่า เร่งเดินทางต่อเร็วเข้าเถอะ"
อีกด้านหนึ่ง
เจียงซูเถียนและคนในหมู่บ้านช่วยกันออกตามหาเด็ก ๆ ที่หายตัวไป ชาวบ้านที่ขึ้นไปเก็บผักป่าบนูเาบอกว่า เห็นพวกเด็ก ๆ ถูกชายกลุ่มหนึ่งเอาตัวขึ้นรถม้าไป แล้วมุ่งหน้าขึ้นเขาไปทางทิศเหนือ เจียงซูเถียนร้อนใจอยากจะเร่งรีบไปช่วยบุตรชายและเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน แต่ถึงกระนั้นตัวเขากลับตรงไปที่ค่ายทหารก่อน เพื่อไปขอกำลังเสริมจากพวกทหารอีกแรง
"ท่านรองแม่ทัพจ้าวกลับมาจากปฏิบัติภารกิจหรือยัง"
"ท่านรองแม่ทัพยังไม่กลับมา เ้ามีธุระอันใด ไว้ค่อยมาใหม่" ทหารที่เฝ้าหน้าค่ายโบกมือไล่ด้วยท่าทีลำคาญ เพราะเขาไม่รู้ว่าเจียงซูเถียนคือใคร
"ตอนนี้เกิดเื่แล้ว บุตรชายของข้าและเด็ก ๆ ในหมู่บ้านถูกโจรป่าลักพาตัวไป พวกท่านช่วยส่งกำลังคนออกตามหาให้หน่อยจะได้หรือไม่" เจียงซูเถียนมิได้สนใจท่าทีของอีกฝ่าย เขากระหืดกระหอบพูดรัวเร็วจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
นายทหารอีกคนที่แอบแว่บไปทำธุระส่วนตัวมา เมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังมีปัญหากับชาวบ้านอยู่จึงได้รีบเข้าไปหา แต่เมื่อเห็นว่าเป็เจียงซูเถียน ซึ่งเขาจำได้ว่าชายผู้นี้คือบิดาของคุณชายน้อยเจียงที่ท่านรองแม่ทัพให้ความเอ็นดู
"เกิดอะไรขึ้นเหรอผู้าุโเจียง เหตุใดท่านถึงได้ดูร้อนรนเช่นนั้น"
"นี่เ้ารู้จักชายผู้นี้ด้วยหรือ" นายทหารเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"นี่ก็คือผู้าุโเจียง บิดาของคุณชายน้อยเจียงอี้หลินอย่างไรเล่า"
"แย่แล้ว บุตรชายข้า และเด็กๆ ในหมู่บ้านถูกพวกโจรป่าจับตัวไป ข้าผู้แซ่เจียงอยากจะขอกำลังของพวกท่านช่วยกันออกตามหา" เมื่อเห็นว่ายังมีคนที่พอจะคุยกันได้ เจียงซูเถียนจึงไม่รอช้ารีบขอความช่วยเหลือทันที ตอนนี้บุตรชายและพวกเด็กๆ ถูกจับตัวไปกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว ป่านนี้ไม่รู้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้าง
"เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะไปรายงานเื่นี้ให้กับท่านแม่ทัพใหญ่ได้ทราบก่อน ท่านไม่ต้องเป็กังวล" พูดจบ ชายหนุ่มก็รีบร้อนเข้าไปรายงาน แบบนี้ต้องแย่แน่ ๆ ต้องรีบส่งคนไปแจ้งข่าวเื่นี้ให้กับท่านรองแม่ทัพจ้าวทราบ หากเกิดอะไรขึ้นกับคุณชายน้อยผู้นั้น มีหวังที่นี่ได้กลายเป็ทะเลเืแน่
จ้าวเยี่ยหยางที่ได้ออกมาปฏิบัติภารกิจ เขาจัดการทลายรังของพวกโจรป่าเ่าั้จนสิ้นซากภายในชั่วพริบตา และยกทัพกลับ แต่เนื่องจากระยะทางที่ไกลแถมยังเป็พื้นที่บนูเา ทำให้การเดินทางเป็ไปด้วยความยากลำบาก ตัวเขาอยากจะรีบ ๆ กลับไปยังหมู่บ้านเซิ่งหุนให้เร็วที่สุด จะได้กลับไปหาเด็กน้อยของเขา
ตอนนี้จ้าวเยี่ยหยางรู้สึกแล้วว่า ตัวเขาไม่สามารถห่างจากเด็กน้อยได้แม้แต่ลี้เดียว และตอนนี้ดูเหมือนว่าจิตใจของเขาเริ่มไม่สงบสุข ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังเกิดขึ้น ในระหว่างทางกลับ พวกเขาก็สวนกับกองคาราวานขบวนหนึ่ง
แม้จะเห็นว่าคนพวกนั้นกำลังเดินทางตอนกลางคืน แต่จ้าวเยี่ยหยางกลับเอะใจเพียงแค่เล็กน้อยแล้วปล่อยไป เพราะใจเขาตอนนี้จดจออยู่ที่หมู่บ้านเซิ่งหุน จนกระทั่งเมื่อมีทหารขี่ม้าเร็วมารายงานว่า เจียงอี้หลินและเด็ก ๆ ในหมู่บ้านถูกลักพาตัวไป
"ไม่ทราบว่าท่านรองแม่ทัพสวนทางกับพวกกลุ่มโจรบ้างหรือไม่ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าพวกนั้นเดินทางขึ้นเหนือมาทางนี้"
เืในกายของจ้าวเยี่ยหยางพลันแข็งค้างเมื่อได้ยินว่าเด็กน้อยของเขาถูกจับตัวไป ชายหนุ่มพยายามนึกว่าตัวเขานั้นได้สวนทางกับพวกโจรบ้างหรือไม่ แต่ก็เปล่าเลย มีเพียงแค่กองคาราวานพ่อค้าเท่านั้นที่สวนทางกับพวกเขาไป
ไม่สิไม่ถูกต้อง หากเป็ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ จะรู้ดีว่าไม่ควรเดินทางตอนกลางคืน เพราะมันอันตรายอีกทั้งเสี่ยงต่อการที่ถูกดักปล้น หนำซ้ำแถบนี้ยังมีข่าวลือว่ามีกลุ่มโจรป่าออกอาละวาดปล้นกลุ่มคาราวานพ่อค้าบ่อย ๆ เหตุใดจึงไม่ยอมเลี่ยงเส้นทางไปใช้ทางอื่นอีก คำตอบมีอย่างเดียวคือ กองคาราวานนั่นก็คือกลุ่มโจรลักพาตัวเด็ก สิ่งที่รบกวนจิตใจของจ้าวเยี่ยหยางเมื่อครู่ก็คือเื่นี้นั่นเอง
"ไป รีบตามไปเร็วเข้า ข้ารู้แล้วว่าพวกมันไปทางไหน" ชิ! ทำไมเขาไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้นะ ตอนนี้จิตสังหารของจ้าวเยี่ยหยางพวยพุ่ง กลิ่นอายรอบตัวของเขาดำเข้มราวกับจอมมารที่ถูกลบหลู่ จนทหารที่ควบม้าตามไปยังลอบกลืนน้ำลาย ความร้อนใจกระจุกอยู่ตรงอกของชายหนุ่มจนแทบะเิ
เขาขอสาบานด้วยคมดาบเล่มนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าบังอาจแตะต้องและทำร้ายเจียงอี้หลิน มันผู้นั้นก็อย่าได้หวังว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป
กองกำลังของจ้าวเยี่ยหยางเร่งควบม้าย้อนกลับไปทางเหนือ ตอนนี้เขาปะติดปะต่อเื่ราวต่าง ๆ ได้แล้ว คดีโจรป่าที่ออกอาละวาดก็เป็เพียงแค่การจัดฉาก แผนการจริง ๆ ของพวกนั้นก็คือจับตัวพวกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านเพื่อเอาไปขาย
"ท่านรองแม่ทัพ เจอของคาราวานแล้วขอรับ" ลู่ผิงรายงาน พวกเขาจึงเร่งควบม้าไปหาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากม้าทุกตัวของพวกเขาใส่เกือกแล้ว ทำให้ฝีเท้าของพวกมันเร็วขึ้นมาก ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ ก็ตามพวกกองคาราวานได้ทัน ชายหนุ่มส่งสายตาหันไปมองทหาร เหล่าผู้ติดตามเข้าใจสัญญาณจึงรีบเร่งไล่ตามรถม้าคันข้างหน้าไป ส่วนตัวของจ้าวเยี่ยหยางและลู่ผิง ก็เบี่ยงไปอีกทางเพื่อดักหน้าพวกนั้นเอาไว้
.
.
จบตอน.
เชิงอรรถ
[1] จ้าวเจี่ยว คือสิ่งที่คนโบราณใช้ทำความสะอาดแทนสบู่