นั่นเป็จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์แบบS-x Friend ระหว่างเรา หลังจากวันนั้น เราก็นัดเจอเพื่อทำกิจกรรมแบบนี้กันอีกหลายต่อหลายครั้งทั้งคอนโดเขา คอนโดฉัน โรงแรม ในห้องน้ำผับ มุมอับในมหา’ลัย แม้กระทั้งในรถ ลานจอดตามสถานที่ต่างๆ ขอแค่เรามีความ้าตรงกัน
ต่อหน้าคนอื่นฉันกับเขาก็คือ “เพื่อน” แต่เมื่อเข้าสู่โลกของพวกเรา เราต่างเป็ยาบำรุงให้ความสุขทางกายของกันและกัน
‘โลกอันเน่าเฟะ บนความลุ่มหลงที่เราสร้างขึ้น’
ความสัมพันธ์ลับๆนี้มันดูจะน่าสนุกและตื่นเต้น ห้ามหึง ห้ามหวง ห้าม นั่นคือเงื่อนไขหลักที่ทำให้เราเอวติดกันนับครั้งไม่ถ้วน
แต่ต่อให้เราใช้ร่างกายปลดปล่อยกันและกันเกือบทุกวันเขาก็เป็ภามม์คนเดิม เสือหนุ่มที่เพรียบพร้อมไปทั้งหน้าตา ความสามารถ ทรัพย์สินชื่อเสียงและคารมณ์ ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็อยากถวายตัวเป็ของเล่นให้เขาทั้งนั้น
‘แล้วมันยังไงล่ะ’
ในเมื่อฉันกับเขาไม่ได้คบกัน สถานะเราก็ต่างคนต่างโสดและเงื่อนไขก็ชัดเจนว่าเราทำแบบนั้นเพียงเพราะบรรเทาความ้าของกันและกันเท่านั้น
…แต่ยิ่งนานวัน เหมือนจะเป็ฉันคนเดียวที่ถลำลึกในหลุมดำนี้อย่างช้าๆ
จากวันนั้นจนวันนี้ ก็เกือบ 4 ปีแล้ว
4 ปี ที่ฉันปล่อยกายให้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อน
4 ปีที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับชายไหนนอกจากเขา
4 ปี ที่เอาหัวใจไปผูกไว้อย่างไม่รู้ตัว
ทุกครั้งที่เขาเดินเข้ามาในกลุ่มด้วยสีหน้าอารมณ์ดีพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมผู้หญิง มันทำให้ฉันหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยจนเกือบเผลอหลุดอาการต่อหน้าเพื่อนคนอื่น
ความรู้สึกนั้นยิ่งนานวันมันยิ่งชัดเจนจากที่แค่หงุดหงิด ก็กลายเป็น้ำตาไหลอย่างห้ามไม่ได้ สุดท้ายฉันก็แอบร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อยครั้งเพราะฉันเป็คนแหกกฎบ้าๆ นั่นเอง
ถึงแม้จะเ็ปอย่างนั้น ฉันก็เอ่ยปากบอกเขาไม่ได้ เพราะฉันไม่กล้าพอที่จะยอมเสียทั้งโลกของเราและ ‘เขา’ ไป
“...ปิ่น ปิ่นมุก ยัยปิ่นมุก!”
เฮือกกกกก
“อะ อะไรหรอ” ฉันสะดุ้งจากเสียงเรียกลั่นห้องของเมี่ยง
“เดี๋ยวนี้เหม่อบ่อยนะยะเป็อะไรอีก ทะเลาะกับพ่อรึไง”
“ปะ เปล่า ทำวิทยานิพนธ์น่ะ” ฉันแก้ตัว พลางดึงหนังสือขึ้นมาเปิดอ่าน
“สวัสดีครับคุณเพื่อนทั้งหลาย”
เสียงคุ้นๆ ดังมาแต่ไกล พร้อมการปรากฏตัวในสภาพที่เพื่อนเห็นก็ชินตา
….วันนี้กลิ่นเดิมเหมือนเมื่อวาน
“ยิ้มกริ่มมาอีกแล้วรอบนี้สาวคณะไหนวะ” ภวินเอ่ยถามด้วยเสียงขำๆ
“หมอว่ะ”
“เฮ้ย อย่าบอกนะดาวคณะแพทย์ที่นายเล็งไว้อ่ะ”
“เออ” เขาตอบด้วยท่าทางภูมิใจพลางนั่งลงข้างๆฉัน
“ถึงไหนแล้ว ลีลาเป็ไง”
“ไอ้บ้าฉันแค่ไปรับเขาที่คอนโดแล้วมาส่งหน้าคณะโว้ย”
“จะบอกว่ายังไม่ได้กันว่างั้น”เมี่ยงถามเสริม
“ปล่อยให้เล่นตัวไปก่อนแต่คนอย่างไอ้ภามม์ ถ้าอยากได้ วันนี้ก็ต้องได้ว่ะ”
“ครับๆ พ่อคนหล่อ พ่อเสือสาวพ่อขุนแผนแสนสะท้าน มัวแต่ติดหญิง ทำวิทยานิพนธ์ถึงไหนแล้ว” ภวินถามเขา
“ไม่รู้ ฉันจ้างเขาทำ มีหน้าที่รอตรวจอย่างเดียว”
ภามม์ตอบอย่างไม่เดือดร้อนพลางหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมส์โปรด ภามม์เป็คนฉลาด หัวธุรกิจได้เชื้อพ่อมาเต็มๆแถมเ้าเล่ห์ไม่เคยยอมเสียเปรียบใคร ทุกปัญหาของเขาแก้ได้ด้วยเงินเสมอ
‘ไม่น่าเชื่อว่าคนบ้าๆ แบบนี้จะฉลาดที่สุดในกลุ่ม’
วิทยานิพนธ์ที่ฉันทำมาเป็เดือนเป็ปี เขามองแว๊บเดียวก็รู้แล้วว่ามันบกพร่องตรงไหน ต้องแก้ส่วนไหนต้องเติมส่วนไหน เวลาเขาจ้างคนอื่นทำเขาก็รอตรวจอย่างกับตัวเองเป็อาจารย์ที่ปรึกษา
“เอ้า ไอ้ชั่วนี่จะจบเองยังจ้างคนอื่นทำอีก” ภวินเอาแผ่นชีทเคาะหัวเขา
“คนมันไม่มีเวลานี่หว่า เงินแก้ปัญหาได้ทุกอย่างจะกลัวอะไร”
“ไม่มีเวลาทำวิทยานิพนธ์แต่มีเวลาไปไล่ปี้สาว” หลินด่าเสริม
“รุมด่ากันหรอวะ เป็ผู้หญิงฉันก็ต่อยได้นะไม่ใช่เมีย”
“เจฟ จัดการดิ” หลินส่งไม้ตายไปที่เจฟ
“ฉันไม่คุยกับเห็บหมัด เสียเวลาไร้ประโยชน์”
“อูยยยย ไอ้เห็บหมัด” ภวินทำเสียงสองเสริมคำเจฟ
“เออๆ รุมด่าฉันเข้าไปมีคนเดียวแหละที่ไม่ด่า ...คุณหนูปิ่นมุกครับบบบ”
เขาหันทิศทางมาหาพวกที่เงียบปากอย่างฉันพลางเดินมาลูบหัว ซบใบหน้าหล่อลงที่ไหล่ ยิ่งมาใกล้กลิ่นของผู้หญิงคนอื่นยิ่งชัดเจน จนฉันต้องกัดฟัน จิกมือตัวเองเพื่อดึงอารมณ์ให้เป็ปกติ
“ไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” ฉันเอนตัวหลบเขา พลางลุกขึ้นยืน
“เอ้า ไม่อยู่ช่วยกันก่อนหรอ” เขาถาม
“ก็นายเป็อย่างคนอื่นว่าจริงนิ”ฉันตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ปิ่นใจร้ายอีกคนแล้วอ่ะ”
เขาพูดด้วยท่าทางเหมือนเด็กงอแงพลางส่งซิกขยิบตาข้างนึงให้
ฉันกรอกตามองบนให้กับความไม่สำนึกความดีความชั่วของเ้าตัวแล้วเดินหนีไปเข้าห้องน้ำใต้ตึก
ติ้ง
1 ข้อความใหม่จาก Pham
< คืนนี้ไปเล่นเกมส์ที่ห้องฉันไหม>
< จะเล่นเกมส์ รึ เล่นฉัน>
<เบื่อจริงคนรู้ใจ>
<หึ>
<สรุป Yes orNo>
<สองทุ่ม คอนโดนาย>
<จัดไปครับ>
สิ้นสุดแผนนัดสั้นๆฉันวางโทรศัพท์และจัดการทำธุระส่วนตัวก่อนแยกย้ายกันไปเข้าเรียนตามคณะตัวเอง
แม้ความรู้สึกจะขุ่นมัวลงทุกวันแต่มันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า่เวลาที่อยู่กับเขา ในโลกของเรามันดีแค่ไหนฉันลืมทุกปัญหาที่เผชิญอยู่ ได้เป็ตัวของตัวเอง ได้ปลดล็อคความรู้สึกต่างๆแค่ได้มองหน้าเขา ได้เห็นแผ่นหลังที่เปลือยเปล่านั้นตอนหลับฉันก็ยิ้มและคิดว่าถ้านี่เป็ภาพที่ได้เห็นทุกวันทั้งก่อนนอนและตื่นเช้ามันจะเป็ยังไง
ถึงเขาจะดูเหลวแหลกในสายตาคนอื่นแต่กับฉัน เขาคือเสาหลักในชีวิต เขารับฟังปัญหาฉันทุกเื่ ปรึกษาได้ทุกอย่างระบายได้ทุกความรู้สึก หลายๆ ครั้งเขาเป็คนแนะนำแนวทางแก้ปัญหาให้และมักออกผลลัพธ์มาดีเสมอเพราะแบบนี้ความสัมพันธ์ที่แค่ชั่วคราวจึงกลายเป็ความผูกพันธ์
‘เตียงที่มีเพียงกลิ่นฉันและเขา’
แม้เพียงแค่ชั่วข้ามคืน … ที่ได้อยู่กับเขา ฉันก็มีความสุขมากแล้ว