หลังจากวันนั้นที่ผมพาเด็กคนนั้นเข้าบ้านมาและนั่งเฝ้าเด็กแก้มตุ่ยนั่งกินขนมหลังจากนั้นอีกไม่กี่วันผมก็เห็นเด็กนั่นมายืนหน้าบ้านพร้อมกับแม่อีกครั้งผมเห็นแอบฟังแม่คุยกับคุณน้าคนนั้นอยู่ห่าง ๆไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะคิดว่าคงเป็เื่ของผู้ใหญ่ คุยได้สักพักน้าคนนั้นก็กลับไปแต่ที่แปลกไปคือ ทำไมน้าไม่เอาลูกน้ากลับไปด้วย
“เด็กดีไม่ร้องนะครับ” ผมได้ยินแม่ตัวเองนั่งลงคุยกับเด็กตัวเล็ก ๆ ข้าง ๆที่จูงมือเข้าบ้านมา
“ฮึกอึก ม๊า อยากหาม๊า” เด็กนั่นร้องหาแม่ทันทีที่ไม่เห็นแม่ตัวเองอยู่ในสายตา
“คุณแม่ไปทำงานนะครับน้องแบมอยู่รอคุณแม่ที่นี่กับน้านะคนเก่ง”
“อึกฮึก ม๊าจะไม่ทิ้งผมใช่ไหม” แบมแบมที่น้ำตาคลอเบ้ามองหน้าแม่ผมถามย้ำ
“ใช่จ้าไม่มีใครทิ้งน้องแบมหรอกนะ น่ารักขนาดนี้ใครจะกล้าทิ้ง”แม่ผมยิ้มกว้างพยายามปลอบไม่ให้เด็กร้องไห้
“มี...มีสิป๊าทิ้งผมไปแล้วป๊าไม่รักผมแล้ว” พอเจอประโยคนี่เข้าไปเล่นเอาคุณนายอี้หลินถึงกลับไปไม่เป็เหมือนกันเพราะเขาพอรู้เื่เพื่อนของตัวเองกับอดีตสามีอยู่บ้างเหมือนกันอี้หลินพยายามมองซ้ายมองขวาหาตัวช่วยแล้วก็หันมาเจอลูกชายสุดที่รักที่ยืนแอบมองอยู่พอดีมาร์คถึงกับสะดุ้งเมื่อเจอรอยยิ้มและสายตาของแม่ตัวเองที่มองมารู้สึกเหมือนจะงานเข้าแปลก มาร์คเลยเตรียมเผ่นจะหนีขึ้นห้องไปเล่นก็แต่ไม่ทันมารดาบังเกิดเกล้าที่ะโมาคว้าคอเสื้อเขาไว้ก่อน
“จะหนีไปไหนน่ะเ้ามาร์คมาช่วยแม่ดูน้องก่อนสิ”
“แม่ปล่อยนะแม่รับมาเองก็เลี้ยงเองสิผมจะไปเล่นเกม”
“พูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ”แม่ส่งยิ้มหวานมาให้ผมเล่นเอาผมขนลุกซู่เลย
“ไม่ได้อยากน่ารักอยู่แล้วผมหล่อปล่อยนะแม่”
“คุยกันก่อนสิแกลองมองหน้าน้องดูสิไม่สงสารน้องบ้างเหรอพ่อก็ไม่มี แม่ก็ไม่มีเวลาให้”แม่มองไปที่เด็กตัวเล็กนั่นให้ผมหันไปมองตามก็เห็นเด็กที่จะร้องไห้แหล่ไม่ร้องแหล่หน้าตาอมทุกข์ ยืนกอดของเล่นตัวเองเองแน่น
“ผม...ไม่”
“คิดดีๆ ก่อนตอบนะ”
“เฮ้อแม่จะให้ผมทำอะไร”ผมก็อยากจะดื้อเถียงต่ออยู่นะแต่บ้านเรากฎอยู่ว่าห้ามโกหกพอเห็นสายตาและรอยยิ้มของแม่ที่มองมาผมก็ต้องกลืนน้ำคำที่จะพูดลงคอไป
“ต้องอย่างนี่สิลูกแม่รู้ใจแม่ที่สุด”พอผมยอมคุณนายเขาก็ยิ้มกว้างขึ้นมาแทบทันที
“อยู่เล่นเป็เพื่อนน้องเขาหน่อย”
“ฮะแม่จะให้ผมเล่นอะไร”
“อะไรก็ได้อยู่เป็เพื่อนน้องเขาหน่อยแค่มองหน้าก็รู้ว่าเหงาขนาดไหนแล้วน้องก็พึ่งย้ายมาด้วยคงยังไม่มีเพื่อนแกไปเป็เพื่อนเล่นกับน้องหน่อยนะ”
“แต่ผมอยากเล่นเกม”
“เอางี้ถ้าแกช่วยแม่ดูน้อง สเก็ตบอร์ดที่แกอยากได้เดี๋ยวแม่ซื้อให้”พอได้ยินว่าจะได้สิ่งที่อยากได้ ผมก็ทำท่าทีครุ่นคิดทั้งที่จริง ๆในใจตกลงั้แ่ได้ยินว่าจะได้สเก็ตบอร์ดแล้ว
“ไม่เอาก็ไม่เป็ไรแม่ไปหาน้องดีกว่า”
“เดี๋ยวแม่ซื้อให้จริงนะ” ผมถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“คำไหนคำนั้น”แม่ยกนิ้วก้อยเป็เครื่องหมายสัญญา เห็นดังนั้นผมก็ยกนิ้วเกี่ยวก้อยเกี่ยวกับ
“ก็ได้แค่ไปเป็เพื่อนเล่นเด็กนั้นก็พอใช่ไหม”
“ดูน้องดีๆล่ะ เดี๋ยวแม่ไปทำขนมให้กิน”
“คร้าบบบบ”ผมตอบเสียงยานเปลี่ยนทิศทางจากตัวเองไปหาเด็กข้างบ้านขี้แงแทน
“นี่”
“…”
“เฮ้”
“ฮึก”
“ร้องไห้เหรอ”
“อึก...ปะเปล่าสักหน่อย”
“ก็เห็นอยู่ว่าร้องยังจะเถียงอีก”
“ฮึกอึก ไม่ นะไม่ได้ร้อง”
“นี่ไงร้องอยู่ชัดๆ”
“แงงงงงฮึก ก็บอกว่าไม่ได้ร้องไง”
“เฮ้ยๆ เงียบน่าเดี๋ยวแม่ฉันมาได้ยินนายร้องฉันโดนฆ่าตายแน่”
“ฮืออออแงงง ฮึก แบมไม่ได้ร้อง แม่บอกว่า ฮึก คนเก่งจะไม่ร้องไห้”
“มาร์ค!ทำอะไรน้องเป็อะไร” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงแม่ดังมาจากห้องครัว
“เปล่าแม่ ไม่มีอะไร” ผมรีบตะโตอบก่อนที่แม่จะเดินออกมาถ้ามาเห็นว่าผมทำไอ้เด็กนี่ร้องไห้หนักกว่าเดิมมีหวังผมโดนแม่บิดหูหลุดแน่ๆ
“ชูวเงียบๆ”ผมเลยพุ่งเข้าไปตะครุบคนที่ตัวเล็กกว่าจัดการอุดปากด้วยขนมที่ผมถือติดมือมาด้วยตอนจะกลับขึ้นไปเล่นเกม
“อื้ออออ”เด็กนั่นที่แรกก็ใที่จู่ ๆ ผมก็พุ่งเข้าใส่แต่พอได้รสขนมในปากก็สงบปากสงบคำลงเคี้ยวขนมตุ้ยๆ
“ทำหน้าแบบนี้อร่อยน่ะสิ”ผมยกยิ้มมุมปากถึงจะแอบเสียดายขนมแต่ก็คุ้มกับการที่ไม่ต้องโดนแม่บ่นละนะ
“อื้ออร่อย” พูดจบก็แบบมือมาข้างหน้าผม
“อะไร”
“ขออีก”
“ขออะไร”ผมแกล้งถาม
“ไอ้นั่นอ่ะ”ชี้มาที่มือผม
“เขาเรียกว่าอะไร”
“ช็อคโกแลต”
“พูดดีๆ แล้วจะให้”
“แบมขอช็อคโกแลตหน่อย”
“เรียกว่าพี่มาร์คด้วยฉันโตกว่าฉันเป็พี่นาย”
“พี่มาร์คแบมขอช็อคโกแลตหน่อย”
“เก่งมากถ้าเป็เด็กดีไม่งองแงฉันจะให้นายกินตกลงไหม”พอเห็นว่าให้ช็อคโกแลตล่อแล้วได้ผลเลยทำข้อตกลงกันเสียเลย
“อื้อแบมไม่งองแง พี่มาร์คต้องให้กินนะ”ตากลมโตมองมาที่ผมตอนแรกก็นึกว่าจะดื้อจนน่ารำคาญกว่านี้แต่เอาเข้าจริง ๆเด็กนี่ก็น่าเอ็นดูอยู่เหมือนกันผมไม่เคยมีน้องเสียเพราะเป็ลูกคนเดียวพอมาลองมีก็ไม่แย่อย่างที่คิดเอาเถอะจัดการง่ายก็ดีไปท่องไว้เพื่อสเก็ตบอร์ด
ปัจจุบัน
“เฮ้พี่มาร์ค”
“…”
“พี่มาร์ค”
“…”
“ไอ้พี่มาร์คคคคค”
“อะไรเสียงดังทำไมเนี่ย” เสียงร้องเรียกของให้เด็กแสบทำให้ผมหลุดออกจากพวังความคิด
“พี่แหละเป็อะไรเห็นนั่งเหม่ออยู่ได้ตั้งนานเรียกตั้งนานก็ไม่ได้ยิน ฮั่นแน่คิดถึงสาวที่ไหนอยู่ล่ะ”
“น้าหลินครับพี่มาร์คมีเขามีสาว แล้วไม่บอกเราครับ” แบมแบมแกล้งะโฟ้องแม่ผมสาวบ้าสาวบออะไรล่ะที่นั่งคิดเมื่อกี้ก็เื่ของตัวเองทั้งนั้นไม่ได้รู้เื่อะไรเลยให้ตายสิ
“หืมแอบมีสาวแล้วไม่บอกแม่เหรอเ้ามาร์ค ไม่ได้นะถ้าไม่น่ารักเหมือนน้องแบมแม่ไม่ให้ผ่านนะบอกเลย” แม่แสร้งทำหน้าขึงขังแต่แอบอมยิ้มให้ตายเถอะแม่เอาอะไรมามองว่าไอ้เด็กนี่น่ารักกันแล้วยังจะเอามันมาเป็บรรทัดฐานในการมีแฟนของผมอีกโอ๊ยจะบ้าผมจะตาย
“ใช่ๆ ไม่น่ารักได้เท่าผม ผมก็ไม่ยกพี่มาร์คให้หรอกนะ”ไอ้นี่ก็ยังเล่นตามน้ำแม่ผมไปอีกคน
“ฉันไปเป็ของนายั้แ่ตอนไหนหาถึงจะยกฉันให้คนอื่นน่ะ” ผมเลยเล่นกลับทำเอาแบมแบมไปไม่ถูกทำหน้าบู้บี้ทันทีที่ผมเอาคืน
“ไม่เล่นด้วยแล้วรีบกินเถอะพี่จะสายแล้ว” เถียงไม่ได้ก็เปลี่ยนเื่ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อถ้าผมมองไม่ผิดรู้สึกผมจะเห็น
ริ้วแดงตรงแก้มมันด้วย
“ทำไมหน้าแดงไม่สบายหรือเปล่า” ผมอดที่จะถามไม่ได้
“ปะเปล่า ใครหน้าแดง พี่ตาฝาดแล้ว” แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาตอบเสียงอึกอัก
“งั้นเหรอดีแล้วี้เีพาไปโรงพยาบาล”ผมไหวไหล่แล้วรีบกินข้าวของตัวเองให้เสร็จเพราะเริ่มจะสายแล้ว
แบมแบมทำปากขมุบขมิบล้อเลียนผมแต่ผมพยายามไม่สนใจมันพอเห็นผมตั้งใจกินมันก็รีบกินบ้างเพราะกลัวจะไม่ทันผมพอกินเสร็จผมก็ลุกขึ้นคว้ากระเป๋านักเรียนแล้วกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เดินออกไปหน้าบ้าน
“พี่มาร์คคคคค”
“อะไร”
จู่ๆ แบมแบมก็เรียกผมเสียงคางยายมาแนวนี่รู้เลยว่า มันต้องจะอ้อนขออะไรผมสักอย่างแน่ๆ พอเห็นมันขึ้นคร่อมรถเท่านั้นแหละผมก็ถึงบ้างอ้อทันที
“ผมขอขับนะ”
“ไม่ได้”ผมรีบปฏิเสธทันที
“ทำไมอะแค่นิดเดียวเอง”
“ไม่ได้มันอันตรายใบขับขี่นายก็ยังไม่มีจะขับได้ยังไง” ผมขมวดคิ้ว
“โรงเรียนอยู่ใกล้แค่นี้เองนะนะ” แบมแบมมองมาตาปริบ ๆถ้าเป็เื่อื่นผมพอจะให้ได้อยู่หรอกแต่เื่นี้ไม่ได้จริง ๆ
“ไม่ได้”
“ขี้งก”
“ไม่ต้องมาทำหน้าบึ้งเลยไม่ได้ก็คือไม่ได้ สอบใบขับขี่ให้ผ่านก่อนค่อยมาคุยกัน” ผมว่าและดันแบมแบมให้ไปนั่งเบาะด้านหลังแบมแบมมีท่าทีฟึดฟัดนิดหน่อยหน้าตานี่ไม่ต้องพูดถึงบูดสนิทเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ใส่หมวกกันน็อกด้วย”
“…”
เจอเด็กดื้อเงียบใส่ผมเลยหยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาแล้วเอี้ยวตัวไปข้างหลังจัดการใส่ให้เองเสียเลยดื้อดีนักพอใส่เสร็จผมก็ยกยิ้มพอใจพอและยิ่งเห็นสีหน้าใของแบมแบมผมยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิมแบบไม่รู้ตัวไม่ได้สังเกตสักนิดว่าหน้าเราสองคนกล้กันมาขนาดไหนเห็นแค่ดวงตาใส ๆที่มองมาอย่างใของคนตรงหน้าเท่านั้น
“กะใกล้ไปแล้ว”
โป้ก
“โอ๊ยเจ็บนะพี่มาร์ค”
“ไม่ต้องมาบ่นใส่เองั้แ่แรกก็สิ้นเื่”ผมดีดหน้าผากไปทีด้วยความหมั่นไส้
“นิสัยไม่ดี”
“หึเกาะดี ๆล่ะล่วงไปแวะเก็บนะ”
บรื้น
“อ้ากพี่มาร์คขับดี ๆ”ผมแกล้งบิดคันเร่งให้เครื่องยนต์พุ่งจนคนซ้อนท้ายทำท่าจะหงายหลังเพราะยังไม่ทันตั้งตัว
“บอกแล้วให้เกาะดีๆ หึ” ผมกลั้นขำจนตัวสั่น จนโดนฟาดเข้ามาที่หลังดังเพียะ
“เลิกแกล้งได้แล้วไปกันสักทีเดี๋ยวก็ได้เข้าโรงเรียนสายจนได้” พูดจบก็เกาะเสื้อผมแน่นสงสัยกลัวโดนผมแกล้งอีก
“เกาะแค่นี้มันจะไปอยู่ได้ไง”พูดจบผมก็จับมือที่กำเสื้อผมอยู่ให้มากอดที่เอวแทนเพราะผมจะซิ่งแล้วจับแค่นี้กลัวจะได้ปลิวไปตามลมเสียมากกว่าเพราะนี่มันรถบิ๊กไบต์ ไม่ใช่แค่มอเตอร์ไซค์ธรรมดา
“เฮ้ยไม่ต้องให้กอดขนาดนี้ก็ได้มั้ง” แบมแบมพยายามขืนตัวออกไม่ยอมกอดดี ๆจนผมต้องบิดคันเร่งอีกครั้ง
บรื้น
“ว้าก”ครั้งนี้ไม่ต้องให้ผมพูดมากเพราะผวาเข้ามากอดผมเองเลยก็ลองไม่กอดดูสิได้ลงไปกลิ้งเล่นบนถนนแน่
“ก็แค่เนี่ย”
ผมยกยิ้มอย่างผู้ชนะไม่รู้เป็อะไรเหมือนกันแต่ชอบจริง ๆ เวลาได้แกล้งไอ้เด็กแสบข้างบ้านคนนี้ได้ยิ่งเห็นหน้าขาว ๆ ของมันแดงก่ำเวลาโกธรหรือทำอะไรผมไม่ได้ผมยิ่งชอบแล้วยิ่งปากเล็ก ๆ ที่ชอบเถียงผมฉอด ๆนั่นต้องเม้มเข้าหากันเวลาหมดเื่จะเถียงผม ผมยิ่งมีความสุขสงสัยผมคงจะบ้าไปแล้วล่ะมั้งที่มีความคิดแบบนี้กับไอ้เด็กข้างบ้านคนนี้