เกวลินเดินคอตกกลับมาที่บ้านด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
ใช่! เธอผ่านการร้องไห้มาเพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ที่ร้านอาหารตามสั่งไม่จ้างเธอไปส่งอาหารที่ไหนอีกต่อไปแถมเธอยังต้องจ่ายค่าข้าวทั้งหมดและค่าซ่อมมอเตอร์ไซต์อีก
สาวน้อยในชุดนักเรียนล้วงเศษเงินที่เหลือแค่ไม่กี่ร้อยอีกมานับพร้อมกับมองไปที่ร้านขายของชำ
เงินเก็บที่เธออุตส่าห์ทำงานแทบตายเป็เดือนๆเพื่อที่จะได้ซื้ออาหารดีๆกลับบ้านและเก็บสะสมเอาไว้เป็ค่าเทอมของตัวเอง แต่กลับต้องเอาไปชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดในวันนี้
หญิงสาวเดินเข้าไปในร้านแล้วหยิบข้าวสารที่ทางร้านจัดเป็ถุงกิโลไว้พร้อมกับปลากระป๋องแพ็คหนึ่งมาวางไว้หน้าคนขายแล้วจ่ายเงินให้
"เกวขอโทษนะคะพ่อ"
.
.
@ผับKDK
"ทำไมวันนี้มึงดื่มดุจังวะไอ้เคน"
ธีรธรหุ้นส่วนในร้านพี่ใหญ่ของกลุ่มหันไปถามคมกริชที่นั่งดื่มเหล้าอยู่เงียบๆ
ส่วนผับแห่งนี้ธีรธร คมกริชและคทาธรร่วมหุ้นกันเปิดและไปได้สวยเลยทีเดียว
"อารมณ์เสียนิดหน่อย" คมกริชพูดขึ้นแล้วกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมด
"อย่าไปสนใจไอ้เคนมันเลยเฮีย ไอ้นี่มันโดนเด็กทอมต่อยหน้ามาน่ะ"
คทาธรบอกกับธีรธรอย่างนึกขำ ทำเอาธีรธรแทบสำลักเหล้าในมือเช่นกัน
"ไปทำอิท่าไหนมาวะถึงได้ถูกเด็กทอมต่อยเอาได้" ธีรธรหลุดขำเช่นกัน
"หึ! ยัยเด็กนิสัยเสีย"
"ถ้าไม่ติดว่ายังใส่ชุดนักเรียนอยู่ล่ะก็นะ...จะจับทำเมียซะให้กลับไปเจอเพศเดิมเชียว"
คมกริชคาดโทษยัยเด็กแสบที่ทำให้ตนอารมณ์เสีย เขาอุตส่าห์บินไปเจรจากับลูกค้าถึงแม่ฮ่องสอน แต่กลับชวดเพราะความขับรถเห็นแก่ตัวของยัยเด็กนั่นโดยแท้
"เด็กทอมนั่นคงจะสวยมากเลยนะ แกถึงได้คิดมีเมียขึ้นมา" ธีรธรยังคงหยอกล้อสหายต่างวัยอยากนึกขำ
"หึ! แล้วเฮียละเมื่อไหร่จะขอยัยนิดเป็แฟน"
คมกริชเอาคืน ทำเอาธีรธรแทบสำลักเหล้าอีกครั้งเมื่อถูกแซวเื่ณิชกานต์
"พี่น้องเว้ย! " ธีรธรกลบเกลื่อน
"แล้วเฮียก็อย่ากลืนน้ำลายตัวเองแล้วกัน" คมกริชพูดดักคอไว้อย่างรู้ทัน
ชายหนุ่มนึกถึงหน้าของเกวลินที่ทำผิดแล้วยังตั้งหน้าตั้งตาเถียงเขาแทบเป็แทบตายแถมยังฝากรอยแผลไว้บนหน้าหล่อๆของเขาอีก
"ยัยตัวซวย! "
.
.
.
.
เกวลินเปิดประตูรั้วเข้าไปในบ้านเรือนไทยหลังเก่าแก่ที่เป็สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ บ้านหลังนี้เป็บ้านที่คุณยายยกให้แม่ของเธอ ซึ่งท่านก็เสียชีวิตไปนานแล้วั้แ่เกวลินยังเล็กๆ
"กลับมาแล้วค่าาาาา"
เกวลินส่งเสียงสดใสก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องแบบนี้อยู่เสมอ จากนั้นสาวน้อยก็เปิดประตูเข้าไปแล้วได้เห็นพ่อของเธอนอนส่งยิ้มให้อยู่บนเตียงเหมือนทุกๆวัน
"เกวกลับมาแล้วค่ะพ่อ"
เกวลินบอกพ่อของเธอที่นอนกระพริบตาส่งสัญญาณบอกหญิงสาวว่าท่านรับรู้เพราะว่าท่านเป็อัมพาตทั้งตัวแบบนี้มาสามสี่ปีแล้ว
"ไม่เหนื่อยหรอกค่ะพ่อ"
"สนุกจะตาย"
เกวลินบอกพ่อของเธอ ที่จริงก็เหนื่อยมากนั่นแหละ แต่เธอแค่ไม่อยากให้พ่อคิดมากและโทษตัวเองไปมากกว่านี้
"วันนี้คุณพ่อเป็ยังไงบ้างคะน้าเพ็ญ"
เกวลินถามน้าเพ็ญผู้ช่วยดูแลพ่อของเธอในยามที่เกวลินไม่อยู่ น้าเพ็ญเป็น้องสาวแท้ๆของแม่ ท่านเลี้ยงดูเธอมาั้แ่เล็กๆจนเหมือนแม่คนหนึ่ง...ที่สำคัญน้าเพ็ญก็รักพ่อของเธอด้วย
"วันนี้พี่กอบกินข้าวได้เยอะกว่าทุกวันจ้ะ" น้าเพ็ญบอกเธอแล้วสังเกตเสื้อผ้าของเกวลิน
"งั้นเดี๋ยวเกวขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ เหนียวตัวมากเลย" เกวลินบอกพ่อและน้าเพ็ญ
"งั้นเดี๋ยวน้าช่วยเอาของไปเก็บนะ" น้าเพ็ญดินตามหญิงสาวออกมา
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะน้าเพ็ญ เดี๋ยวเกวเอาไปเก็บเองได้" เกวลินปฎิเสธน้าเพ็ญ แต่ว่า...
"นี่ข้อศอกไปโดนอะไรมาน่ะ หัวเข่าด้วย"
"นี่ก็ด้วย"
น้าเพ็ญคาดคั้นเธอเมื่อเห็นรอยถลอกเป็เืซิบๆอยู่ตามเนื้อตัวของหลานสาว
"เกวซุ่มซ่ามไปหน่อยน่ะค่ะ แต่ไม่เป็มากหรอก น้าเพ็ญอย่างห่วงเลย" เกวลินบอกกับน้าเพ็ญอย่างชิวๆ
"รอยแผลเืไหลขนาดนี้ยังบอกไม่เป็ไรอีก"
"ยัยเกว เจ็บมากมั้ยลูก"
น้าเพ็ญถามสาวน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและอบอุ่นเหมือนอย่างเคย ซึ่งนั่นก็ทำให้เกวลินน้ำตาคลอออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
สาวห้าวอารมณ์ดีนั่นคือฉากบังหน้าที่เธอแสดงให้ทุกคนได้เห็น แต่แท้จริงแล้วเกวลินคือลูกสาวของคนเดียวของอดีตเ้าของโรงงานสำนักพิมพ์ถังแตกที่ถูกฟ้องล้มละลายเมื่อไม่กี่ปีก่อน
เื่มันมีอยู่ว่าพ่อของเธอแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนหนึ่ง หล่อนชื่อว่าน้ำเพชรมีอายุมากกว่าเกวลินไม่ถึงสิบปีเลยด้วยซ้ำ
เกวลินไม่ถูกชะตากับแม่เลี้ยงเท่าไรนักเพราะหล่อนชอบหลอกเอาเงินของพ่อไปถลุงซื้อนั่นซื้อนั่นนี่อยู่บ่อยครั้งจนล่าสุดพ่อได้ลงทุนเปิดห้องเสื้อให้น้ำเพชรไปหลายล้าน
พ่อของเธอนั้นหลงน้ำเพชรอย่างหัวปักหัวปำ เกวลินและน้าเพ็ญเคยเตือนพ่อไปหลายครั้งแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รักพ่อของเธอจริง หล่อนแต่งงานกับพ่อเพราะเงินเท่านั้นแต่พ่อก็ไม่เคยเชื่อเธอและน้าเพ็ญเลยสักครั้ง
จนกระทั่งมาถึง่ที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีนักและเทคโนโลยีก็ก้าวไกลขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้คนเริ่มไม่ค่อยซื้อหนังสือมาอ่านแล้ว แต่ติดตามเื่ราวข่าวสารในโทรศัพท์มือถือ แท็บเลตและคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคแทน มันเลยส่งผลกระทบต่อหลายสำนักพิมพ์รวมทั้งโรงพิมพ์ของพ่อเธอไปด้วย
รายได้หลักของครอบครัวเริ่มลดน้อยลงทุกปี เงินในบัญชีที่มีอยู่ก็เริ่มร่อยหรอลงด้วยเพราะแม่เลี้ยงยังคงตั้งหน้าตั้งตาสูบเืสูบเนื้อพ่อของเธออยู่ ส่วนพ่อก็เครียดหนักเพราะเริ่มเป็หนี้สินจากการกู้ยืม ธนาคารเริ่มส่งใบแจ้งหนี้เข้ามาเรื่อยๆพร้อมกับดอกเบี้ย
จนกระทั่งวันหนึ่งเกวลินได้เห็นใบแจ้งบุคคลล้มละลายจากศาลส่งถึงพ่อของเธอ ตอนนั้นพ่อจึงต้องขายสมบัติทุกอย่างเพื่อใช้หนี้จนไม่เหลืออะไร มีเพียงบ้านหลังนี้ที่เป็ของแม่เหลืออยู่เท่านั้นทุกคนจึงต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ เกวลินเองก็ต้องย้ายจากโรงเรียนนานาชาติมาอยู่โรงเรียนของรัฐบาลแทน
แต่หลังจากที่ครอบครัวของเกวลินล้มละลาย แม่เลี้ยงของเธอก็มาขอเลิกกับพ่อ หล่อนเก็บข้าวของออกไปจากบ้านพร้อมกับพูดทิ้งท้ายไว้ว่าหล่อนไม่อยากจมปลักอยู่กับคนไร้อนาคต
พ่อของเธอเสียใจเป็อย่างมากกับการจากไปของน้ำเพชร ท่านเอาแต่ดื่มเหล้าเพราะความเสียใจจนกระทั่งได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และกลายเป็อัมพาตทั้งตัวมาั้แ่นั้น
"ไม่เจ็บเท่าไรหรอกค่ะ" เกวลินสวมกอดน้าเพ็ญไว้
"วันนี้เกิดอะไรขึ้น เล่าให้น้าฟังได้มั้ย"
น้าเพ็ญประคองหลานสาวเข้ามานั่งทำแผลในห้อง เธอเลี้ยงเกวลินมาั้แ่เล็กๆ ทำไมจะดูไม่ออกล่ะว่าหลานสาวคนนี้เหนื่อยมากแค่ไหน อีกอย่างแค่ดูแวบเดียวก็รู้แล้วว่าหลานสาวของเธอต้องมีเื่อัดอั้นอยู่ในใจและสุดท้ายเกวลินก็ต้องเล่าทุกอย่างให้น้าเพ็ญฟังอีกเช่นเคย....
................................................