ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 116 ทำลาย

            จุดเฟินเสินคือจุดลมปราณลึกลับบนร่างกายของผู้ฝึกตนมันไม่ได้อยู่ในหนึ่งร้อยแปดจุดของคนทั่วไป แต่เป็นจุดที่สำคัญเชื่อมต่อระหว่างร่างกายและจิตวิญญาณ

            เมื่อโดนพลังภายนอกโจมตีจะส่งผลกระทบต่อร่างวิญญาณในระดับหนึ่งแต่มันมีประโยชน์แค่นี้เท่านั้น นับว่าเป็นจุดที่ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก

            แต่สำหรับเสิ่นเสวียนแล้วเมื่อไม่มีจุดลมปราณก็ไร้ประโยชน์ ต้องดูว่าจะใช้ประโยชน์อะไรจากมันได้หรือไม่

            เขารู้จักอีกฝ่ายมาระยะหนึ่งแล้วสังเกตเห็นเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง

            นั่นคือร่างของอีกฝ่ายไม่ใช่ร่างจริงของเขาแต่เป็นร่างยึดครอง

            ซึ่งไม่เหมือนกับของเสิ่นเสวียนแม้ว่าเสิ่นเสวียนจะยึดครองร่างเช่นกันแต่ร่างของเขาหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ทว่าอีกฝ่ายเหมือนใช้เคล็ดวิชาลึกลับบางอย่างในการหลอมรวมเข้ากับร่างกายอย่างฝืนธรรมชาติ

            การหลอมรวมเช่นนี้จะไม่เกิดปัญหาในช่วงเวลาสั้นๆแต่ถ้าหากยึดครองร่างยาวนานเกินไป ทั้งสองจะต่อต้านกันเองอาจทำให้จิตวิญญาณได้รับความเสียหายรุนแรงได้

            ประโยชน์ของจุดเฟินเสินคือการแยกจิตวิญญาณและร่างกายของอีกฝ่ายออกจากกันหากว่าเป็นร่างจริง จุดนี้จะไม่ส่งผลใดๆ แต่ถ้าเป็นร่างปลอมจุดนี้จะทำให้เกิดผลกระทบใหญ่มาก

            อย่างเช่นในตอนนี้

            “เจ้า...เจ้ารู้ได้อย่างไร”

            คนชุดดำที่ปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งก่อนหน้านี้ตอนนี้เปิดเผยใบหน้าออกมาต่อหน้าเสิ่นเสวียนแล้วดวงตาดำของเขามองเสิ่นเสวียนอย่างไม่อยากเชื่อ

            แพ้แล้วหรือ

            เขาแพ้แล้วจริงๆหรือ

            เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะพ่ายแพ้อย่างนี้กว่าจะมายังสุสานนี้เขาเตรียมตัวมาถึงสามสิบปีหรือกระทั่งสังหารคนรักของตนเองเพื่อยึดครองร่างอย่างไม่เสียดายเพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งของที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดคิดไม่ถึงว่าเขาจะต้องมาพ่ายแพ้อยู่ที่นี่

            เขาไม่ยอม...

            “เจ้าบอกเองนะ”

            เสิ่นเสวียนมองพลางยิ้มมุมปากนิ้วมือของเขายังคงชี้อยู่ที่จุดเฟินเสินของอีกฝ่าย

            “ข้า...ข้าบอกเอง?”

            เห็นได้ชัดว่าคนชุดดำไม่เชื่อตนเองระมัดระวังมากแล้ว แม้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนขั้นต่ำอย่างเสิ่นเสวียน เอามิติของตนเองออกมาสู้แล้วแต่จะกลายเป็นว่าเขาบอกออกไปเองได้อย่างไร

            “ท่านบอกเองว่ารู้จักกับผู้เฒ่าจี๋เล่อแต่ผู้เฒ่าจี๋เล่อมีชีวิตอยู่ตั้งแต่พันปีก่อนแล้ว แสดงว่าท่านเองก็เช่นกันหากข้าเดาไม่ผิดอย่างน้อยท่านต้องอยู่ในขั้นเกียรติยศหรือไม่ก็ขั้นศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหมพลังยุทธ์เช่นนี้มิอาจเข้ามาถึงที่นี่ได้ ดังนั้นท่านต้องยืมร่างคนอื่นเข้ามาใช่หรือไม่”

            เสิ่นเสวียนอธิบายให้อีกฝ่ายฟังด้วยความอดทน

            หลังจากฟังจบคนชุดดำที่ไม่เข้าใจในตอนแรกพลันแววตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อมองเสิ่นเสวียนอีกครั้งจึงรู้สึกชื่นชมเล็กน้อยคนที่สามารถคิดเรื่องเหล่านี้ได้อย่างสงบนิ่งภายใต้สถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาจิตใจเช่นนี้ภายหน้าต้องมีความสำเร็จยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

            “เจ้าฉลาดมาก”

            ผ่านไปครู่หนึ่งคนชุดดำก็ถอนหายใจออกมา

            “เจ้าถอนพิษของข้าได้อย่างไร”

            นี่คือคำถามสุดท้ายของเขาแล้วเขาคิดมาตลอดว่าฝีมือการใช้พิษของเขาไร้เทียมทานอีกฝ่ายหลุดจากพิษของเขาไปได้อย่างไรแล้วตอนนี้ยังเหมือนไม่เคยโดนพิษมาก่อนอีกด้วย

            “ท่านอยากรู้มากเกินไปแล้ว”

            เสิ่นเสวียนยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก

            “ข้าจะบอกบางอย่างให้ท่านรู้”

            “เหนือเขายังมียอดเขาเหนือคนย่อมมียอดคน”

            เมื่อกล่าวจบเสิ่นเสวียนจึงออกแรงที่ปลายนิ้วอีกครั้งแทงทะลุตำแหน่งซี่โครงของอีกฝ่าย ทำลายจุดเฟินเสินไปในพริบตาเดียว

            ฉึก!

            คนชุดดำเดิมทีมีแววตาอยากรู้อยากเห็นตอนนี้กลับไร้แวว พลังชีวิตค่อยๆ จางหายไปจากแววตาของเขาเบื้องหน้าหม่นลงอย่างเชื่องช้า แล้วเขาก็หมอบลงตรงหน้าเสิ่นเสวียน

            เสิ่นเสวียนดึงมือที่โจมตีจุดเฟินเสินกลับมาจากนั้นก็ฟาดฝ่ามือลงบนหัวของอีกฝ่ายพลังดูดกลืนที่แข็งแกร่งพุ่งออกไปดูดพลังจากหัวของอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง

            จิตวิญญาณที่หนาแน่นกลุ่มหนึ่งโดนเขาดูดกลับออกมาจิตวิญญาณกลุ่มนี้แข็งแกร่งมากกว่าของเขาในตอนนี้นี่คือร่างจิตวิญญาณของคนชุดดำที่ควบคุมร่างนี้เอาไว้ยังไม่ทันที่จะหนีออกไปก็โดนเสิ่นเสวียนดูดออกมาแล้ว

            หากปล่อยให้หนีไปแล้วหลอมรวมเข้ากับร่างจริงของเขาก็คงไม่ได้รับความเสียหายใดๆแต่ของล้ำค่าเช่นนี้ ในเมื่อเสิ่นเสวียนได้เจอแล้วจะยอมปล่อยมันไปได้อย่างไร

            “เจ้าคิดจะทำอะไร”

            เสียงของคนชุดดำที่ดังออกมาจากกลุ่มจิตวิญญาณแฝงด้วยความโกรธสังหารเขาไปแล้วยังคิดกำจัดร่างจิตวิญญาณของเขาอีกหรือ

            “ท่านยังคิดสังหารข้าเลยท่านคิดว่าข้าจะทำอะไรท่านล่ะ”

            เสิ่นเสวียนยิ้มให้กับความเขลาของอีกฝ่ายแน่นอนว่าเขาต้องการสังหารอยู่แล้ว

            “เจ้าปล่อยข้าไปยังพอมีโอกาสหากเจ้าลงมือเจ้าจะไม่เหลือทางรอดอีกเลย คิดดีแล้วหรือ”

            อีกฝ่ายยังไม่อยากเสียร่างจิตวิญญาณเหล่านี้ไปมันเทียบได้กับร่างจิตวิญญาณหนึ่งในสิบส่วนของเขา หากได้รับความเสียหายไปคิดจะทำให้กลับมาแข็งแกร่งได้เหมือนอย่างทุกวันนี้คงต้องใช้เวลานานมาก

            “พล่ามอะไร”

            เสิ่นเสวียนไม่ใส่ใจคลื่นพลังรุนแรงพวยพุ่งออกไปจากฝ่ามือส่งเข้าไปในจิตวิญญาณของอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่งทำลายความทรงจำทั้งหมดในจิตวิญญาณนั้นไป

            เขาสงสัยว่าอีกฝ่ายฝึกฝนถึงขั้นนี้ได้อย่างไรแม้กลายเป็นเนื้อปลาบนเขียงไปแล้ว แต่ยังดิ้นพราดๆ อยู่ตรงนั้น

            อีกฝ่ายที่เดิมทียังอยากกล่าวบางอย่างออกมากลับสงบนิ่งลงแล้วในที่สุดไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย

            เสิ่นเสวียนไม่ได้หลอมรวมจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งนี้เข้าไปทันทีเขาควบคุมร่างจิตวิญญาณอย่างเข้มงวดแม้จะถูกลบความทรงจำไปแล้วแต่ยังคงเหลือความโกรธแค้นอยู่มีเพียงต้องทำลายความโกรธแค้นเหล่านั้นไปให้กลายเป็นจิตวิญญาณบริสุทธิ์เขาจึงจะดูดซับมันเข้าไปได้

            จากนั้นเสิ่นเสวียนก็อ้าปากกว้างกลืนจิตวิญญาณกลุ่มนั้นลงท้องเพื่อเก็บซ่อนไว้ในตันเถียนไปก่อน

            และเบื้องหน้าของเขายังมีร่างที่ล้มลงเมื่อครู่นี้อยู่อีก

            ร่างจิตวิญญาณถูกกลืนกินเข้าไปแล้วทำให้ร่างนี้สูญสิ้นเจ้าของไป

            หากเสิ่นเสวียนทิ้งร่างนี้ไปแล้วเข้าไปอยู่ในร่างตรงหน้าแทนพลังยุทธ์ของเขาจะถึงขั้นจักรพรรดิได้ในพริบตาเดียว ช่วยย่นระยะเวลาไปได้มาก

            แต่เขากลับไม่ได้ทำอย่างนั้นแม้จะเป็นของดีแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ของเขา และยังอาจมีอันตรายยิ่งใหญ่รออยู่ซึ่งไม่มีความจำเป็นต่อเขาเลย

            “ร่างนี้ไม่เลวเลยทีเดียวข้าเก็บไว้ก่อนแล้วกัน”

            เสิ่นเสวียนแตะร่างนั้นแล้วเขาก็สะบัดแขนส่งเข้าไปเก็บไว้ในมิติ

            ภายในมิติตอนนี้กลายเป็นคลังของสะสมส่วนตัวของเสิ่นเสวียนไปอย่างสมบูรณ์แล้วมีทั้งหุ่นเชิดสองคน รวมกับร่างไร้วิญญาณอีกสองร่างก่อนหน้านี้หากนับดูแล้วตอนนี้มีร่างไร้วิญญาณอยู่ห้าร่าง หากนำไปสร้างหุ่นเชิดได้สำเร็จก็เพียงพอที่จะแสดงค่ายกลขนาดย่อมขึ้นมาได้

            และภายในมิตินั้นยังมีโลงศพวางอยู่โลงหนึ่งด้วยเสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยกำลังนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

             

            ภายในถ้ำชายชราผู้นั้นนั่งอยู่บนโลงศพด้วยท่าทีผ่อนคลายพลางมองเสิ่นเสวียนในภาพวาดสิ่งที่เสิ่นเสวียนทำทั้งหมดก่อนหน้านี้เขาได้ประจักษ์แจ้งแล้ว ช่างน่าพอใจยิ่งนัก

            เขารู้ว่าเสิ่นเสวียนต้องชนะแต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะชนะได้อย่างง่ายดายเพียงนี้

            ส่วนบุรุษกับสตรีสองคนนั้นกำลังต่อสู้กับหุ่นเชิดทั้งสองต่อไปแม้จะได้เปรียบ แต่ยังยากที่จะเอาชนะหุ่นเชิดได้

            “เอาล่ะออกมาได้แล้ว”

            ชายชราสะบัดมือก่อให้เกิดแรงกระชากทำให้เสิ่นเสวียนในโลกสีเขียวนั้นถูกดึงออกมาอย่างรุนแรง

            เสิ่นเสวียนยืนอย่างมั่นคงแล้วหันมองชายชราที่นั่งอยู่บนโลงศพสีดำกล่าวถาม “ท่านก็คือผู้เฒ่าจี๋เล่อ?”

            “ทำไมเห็นอาจารย์แล้วยังไม่คุกเข่าลงอีกหรือ”

            ชายชรามองเสิ่นเสวียนพลางหัวเราะ

            “ท่าน? ข้ายอมรับท่านเมื่อไรกัน”

            เสิ่นเสวียนอดยิ้มออกมาไม่ได้ที่ได้ยินอีกฝ่ายกล่าวเช่นนี้

            “ข้ามอบเกราะเกล็ดทองให้เจ้าไปแล้วเจ้าคิดอย่างไรล่ะ” ชายชราเห็นเสิ่นเสวียนไม่ยอมรับ เคราของเขากระตุกเล็กน้อยพลางจ้องมองไปดูเหมือนเกราะขั้นปฐพีของตนจะไร้ประโยชน์เสียแล้ว

            “ข้าไม่ได้บอกให้ท่านมอบให้สักหน่อยท่านเอากลับคืนไปสิ”

            เสิ่นเสวียนกางแขนออกเพื่อให้อีกฝ่ายถอดชุดเกราะไป

            “ช่างเป็นเด็กที่ปากกล้ายิ่งนักช่างเถอะ ข้าให้เจ้าไปแล้ว ไม่คารวะข้าเป็นอาจารย์ก็ช่าง สองคนนั้นจะจัดการอย่างไร”

            ชายชรากล่าวขณะหันไปมองการต่อสู้อีกฝั่งหนึ่ง

            “สังหารไปเลย”

            เสิ่นเสวียนไม่หันกลับไปมองด้วยซ้ำผู้ช่วยของศัตรูแน่นอนว่าต้องเป็นศัตรูเช่นกันยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้พวกเขายังคิดสังหารตนอีกด้วย

            “มอบให้ข้าแล้วกันข้าอยู่ที่นี่น่าเบื่อมาก มีสองคนนั้นอยู่ด้วยคงดีไม่น้อย”

            ชายชรากล่าว

            “แล้วแต่ท่านเลยในเมื่อท่านอยากได้ก็เป็นของท่าน!”

            เสิ่นเสวียนไม่ได้ขัดขวางใดๆ

            จากนั้นชายชราจึงสะบัดมือออกไปทำให้บุรุษกับสตรีคู่นั้นหายตัวไปจากการต่อสู้ทันทีหุ่นเชิดสองคนนั้นจึงไม่มีเป้าหมาย

            เมื่อเห็นฝีมือของผู้เฒ่าจี๋เล่อแล้วเสิ่นเสวียนจึงพยักหน้าน้อยๆ

            บุรุษผู้นี้ไม่ธรรมดาฝีมือเช่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาๆ แล้วดูจากไอพลังที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของอีกฝ่ายแล้วเทียบได้กับเซียนเทพทั่วไปเลยทีเดียว

            “มีคนมาเจ้าหนุ่มตามข้ามา”

            ชายชราสัมผัสได้ว่ามีคนเข้ามาจึงแสดงพลังบางอย่างกับเสิ่นเสวียนและหุ่นเชิดทั้งสองคน

            แล้วทุกอย่างก็เลือนหายไป

            รวมไปถึงโลงศพสีดำโลงนั้นที่ตอนนี้เลือนหายตามไปด้วย

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390