“คุณศร ถ้าคุณอยากจะกินอาหารฝีมือภัณ ภัณทำให้กินที่คอนโดก็ได้ ไม่เห็นจะต้องมาที่บ้านอย่างนี้เลยนี่คะ”
ภัณฑิราเดินลงมาจนถึงชั้นล่าง เธอเดินตรงไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชุติศรณ์ ที่กำลังนั่งในท่าสบายๆ อยู่บนโซฟา เธอมองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่พูดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยขมวดเข้าหากันไปด้วย
“ก็ผมอยากมาเยี่ยมแม่คุณด้วยนี่ ก็เลยมาที่นี่เลยจะได้ไม่เป็นการเสียเวลา”
“อุ๊ย!!... คุณศร ปล่อยค่ะ อย่าทำรุ่มร่ามอย่างนี้ นี่มันบ้านแม่ภัณนะ เดี๋ยวแม่ก็ลงมาเห็นหรอก”
ภัณฑิราฟังที่ชุติศรณ์พูด แต่แล้วก็ต้องอุทานออกมาเสียงหลง เมื่ออยู่ๆ มือใหญ่ยื่นมาจับแขนเรียว ดึงเข้าไปหาตัว จนร่างบางเซถลาลงไปนั่งอยู่บนตักแกร่ง แต่พอเธอพยายามจะลุกออก เขาก็สวมกอดเอาไว้แน่น
“แม่คุณพึ่งขึ้นไปพักผ่อนอยู่บนห้อง ไม่ลงมาเห็นหรอก แต่ถ้าลงมาเห็นก็ดีสิ จะได้รู้ไปเลยว่าเราเป็นอะไรกัน”
“คุณศร... แม่จะรู้เรื่องของเราไม่ได้นะ หากแม่รู้แม่คงจะเสียใจมาก ภัณไม่อยากให้แม่เสียใจที่ทำอะไรแบบนี้”
ภัณฑิราพูดไปก็พยายามดิ้นไป แต่ยิ่งดิ้นแขนแกร่งที่ราวกับปลอกเหล็ก ก็ยิ่งกอดรัดแน่นไม่ยอมปล่อย ภัณฑิราจึงหยุดดิ้น เพราะรู้แล้วว่าเขาจะไม่มีทางปล่อยเธอ หากว่าเขาไม่ยอม เธอมองใบหน้าหล่อเหลาตรงๆ และด้วยสีหน้าจริงจัง เคร่งเครียด
“ทำแบบนี้น่ะคือแบบไหน?”
ชุติศรณ์มองใบหน้าสวยหวานแบบจริงๆ จังๆ เคร่งเครียดเช่นกัน เขาไม่เข้าใจว่าเธอจะปิดบังคนอื่นๆ ในเรื่องระหว่างเธอกับเขาไปทำไม เพราะยังไงเสียเธอกับเขาก็ต้องอยู่ด้วยกัน และจะอยู่ด้วยกันอย่างนี้ตลอดไป หากว่าเธอเกิดป่องกลางขึ้นมา
“ก็แบบเป็นผู้หญิงที่ซื้อได้ด้วยเงิน อย่างนี่ไงคะ หากจะพูดกันตรงๆ ก็คือผู้หญิงขายตัวนั่นแหละ คุณว่าหากแม่ภัณรู้อย่างนี้แล้ว ท่านจะดีใจ ยอมรับได้ง่ายๆ หรือไง”
ปากบางจิ้มลิ้มพูดไป ดวงตากลมโตคู่สวยแสดงแววตาแห่งความเจ็บปวดไปด้วย ถึงภัณฑิรายอมเป็นผู้หญิงของเขา เพื่อแลกกับเงิน แต่ในทุกๆ วันเธอก็อดขมขื่นไม่ได้อยู่ดี และยิ่งเจ็บปวดใจมาก เมื่อสักวันหนึ่งเธอกับเขาจะต้องจบความสัมพันธ์นี้ลง แบบเงียบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันมีอะไรต่อมิอะไรเกิดขึ้นมากมาย
อ๊ะ!!!......
O_O
ปลั๊ก ปลั๊ก ปลั๊ก...... ตุ๊บ......
ชุติศรณ์และภัณฑิราต่างพร้อมใจกัน หันไปมองยังบันไดบ้าน เมื่อได้ยินเสียงร้องดัง และตามมาด้วยเสียงร่วงหล่นกระทบบันไดทีละขั้น ซึ่งสิ่งที่ตกลงมาก็คือร่างของพวงพรนั้นเอง ซึ่งตกลงมานอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นบ้าน มีเลือดไหลออกมาจากศีรษะที่ถูกกระแทกอย่างแรง
“แม่!!!!!!......”
ภัณฑิราเบิกตากว้างอย่างตกใจเป็นอย่างมาก เธอลุกออกจากตักแกร่ง เดินเข้าไปหาร่างอันไร้สติของพวงพรทันที ชุติศรณ์ก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาเดินตามร่างบางมาติดๆ และไม่รอช้า รีบล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรเรียกรถพยาบาล ให้มารับพวงพรไปโรงพยาบาลโดยด่วน
“แม่ แม่อย่าเป็นอะไรนะแม่ แม่อย่าเป็นอะไรนะ”
ภัณฑิราช้อนศีรษะของพวงพรขึ้นมา ปากก็พูดพึมพำ น้ำใสๆ พลันไหลรินออกมาจากดวงตากลมโตคู่สวย ร่างกายสั่นเทา หัวใจดวงน้อยบีบรัดร้อนรนกระวนกระวาย ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเป็นอันดับแรกดี
“ใจเย็นๆนะภัณ ใจเย็นๆเข้าไว้ ตั้งสติเอาไว้นะ ผมเรียกรถพยาบาลแล้ว อีกไม่นานรถพยาบาลก็จะมาถึงแล้ว”
ชุติศรณ์นั่งยองๆ ลงซ้อนหลังบอบบาง ปากพูดปลอบประโลมภัณฑิรา เพื่อให้เธอมีสติและใจเย็นๆ ภัณฑิราหันเหใบหน้าที่เปื้อนด้วยน้ำตา มองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มนิดหนึ่ง ก่อนจะกลับไปมองใบหน้าซีดเซียว ที่ตอนนี้หลับตานิ่ง เธอพยายามตั้งสติ และใจเย็นๆ อย่างที่ชุติศรณ์บอก
วี่หว่อๆๆ วี่หว่อๆๆ วี่หว่อๆๆ.........
ไม่ถึงสิบนาทีเสียงรถพยาบาลก็ดังเข้ามาให้ได้ยิน มาจอดลงที่หน้าบ้าน และก็เป็นชุติศรณ์ที่ลุกเดินไปเปิดประตูให้พยาบาลและบุรุษพยาบาลเข้ามาภายในบ้าน จากนั้นพวงพรก็ถูกย้ายไปขึ้นรถพยาบาล และถูกนำตัวไปยังโรงพยาบาล
๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐