ลู่ซินหยาเดินออกจากบ้านพักของซ่งเหยียนเฉิงอย่างเงียบเชียบ เสียงฝีเท้าของเธอเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน
เธอเดินผ่านลานฝึกทหารด้วยท่าทางมั่นคง แผ่นหลังตรงราวกับเคยผ่านการฝึกสอนมาอย่างดี ใบหน้าอ่อนโยนมีรอยยิ้มแตะริมฝีปากบาง ๆ ที่ดูไม่มีพิษภัย เป็รอยยิ้มเดียวกันกับที่เธอใช้ทักทายเหล่าทหาร
นั่นคือภาพของหญิงสาวในอุดมคติที่ทุกคนเชื่อ
แต่ทันทีที่พ้นระยะสายตาของพวกทหาร และแน่ใจว่าไม่มีใครตามหลัง ดวงตาคู่นั้นก็เปลี่ยนไปในทันที จากแววตาใสซื่อบริสุทธิ์กลายเป็คมดุจใบมีด บาง ลึก และนิ่ง เ็าเสียจนดูเหมือนไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง เหมือนมือที่สวมถุงมือแพรซ่อนไว้ด้วยกรงเล็บเหล็กอาบยาพิษ
ริมฝีปากของเธอค่อย ๆ คลี่ยิ้มช้า ๆ เป็รอยยิ้มเย็นเฉียบ ยิ่งกว่าลมหายใจในยามฤดูหนาว
“เริ่มแล้วสินะ...” เสียงแ่เบาราวสายลมกระซิบ แต่มันแฝงด้วยความมั่นใจของคนที่วางแผนมาอย่างยาวนาน
“พี่ซ่งเริ่มหวั่นไหวกับฉันแล้ว”
มือเรียวของเธอยกขึ้นแตะปลายผมเปียเบา ๆ ท่าทางนั้นดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ทุกการเคลื่อนไหวของลู่ซินหยา... ล้วนมีจุดมุ่งหมาย
เธอหันกลับไปมองบ้านพักที่เพิ่งเดินออกมาด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองกระดานหมากตัวหนึ่งที่เพิ่งวางเบี้ยได้ตรงจุด
“พี่ซ่งฉันจะไม่รีบร้อนในการจัดการเื่นี้” เธอกระซิบกับตัวเองเสียงแ่ แต่ถ้อยคำนั้นกลับเย็นเยียบจนแม้แต่เงาต้นไม้ก็เหมือนจะหยุดไหว
“อีกหน่อย... พี่จะค่อย ๆ รู้เอง ว่าฉันคนนี้คือคนเดียวที่เข้าใจพี่จริง ๆ”
แววตาของเธอหม่นลงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลายเป็รอยยิ้มเหยียดเย็นเมื่อนึกถึงภรรยาของซ่งเหยียนเฉิง
“ส่วนภรรยาของพี่น่ะเหรอ?” เธอหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะที่ไม่ได้มีความสนุกอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ผู้หญิงที่ใช้อารมณ์หึงหวงเป็เครื่องมือ ทำตัวเป็คนมีสิทธิ์ แต่ไม่เคยเข้าใจจริง ๆ ว่าสิทธิ์นั้นมาจากอะไร”
“ช่างน่าสงสาร...” เธอพูดราวกับเอ็นดู แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“คนแบบนั้นน่ะ... เหมาะจะเป็หมากของฉันมากที่สุด”
เธอหรี่ตาลงเล็กน้อย ขณะครุ่นคิดถึงข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาเกี่ยวกับหลี่หว่านชิง ข้อมูลเ่าั้ ไม่ใช่สิ่งที่เธอรู้เองโดยบังเอิญ แต่เป็ผลจากการที่เธอจ่ายเงินก้อนหนึ่งให้กับนักสืบที่ฝีมือไม่เลว เพื่อให้หาข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับภรรยาหลวงของซ่งเหยียนเฉิง ั้แ่ประวัติในบ้านเกิด นิสัยส่วนตัว ไปจนถึงพฤติกรรมหลังแต่งงาน
และสิ่งที่เธอได้รับ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
หลี่หว่านชิงเป็ผู้หญิงที่เรียกได้ว่า ‘รักสามีแบบไม่ลืมหูลืมตา’ รักแบบไร้ขอบเขต ไร้เงื่อนไข แต่ในขณะเดียวกัน...ก็‘หึง’ จนขาดสติ
“ยิ่งเธอพลาด ยิ่งตีโพยตีพาย ยิ่งใช้อารมณ์ใส่พี่ซ่งมากเท่าไหร่…” ลู่ซินหยาค่อย ๆ ยิ้มช้า ๆ
“มันก็ยิ่งง่ายสำหรับฉัน ที่จะทำตัวเงียบ... วางตัวดี และเดินเข้ามาแทนที่หล่อนอย่างแเี”
ไม่ต้องพูด ไม่ต้องเถียง ไม่ต้องประกาศความเป็เ้าของ แค่รอให้ภรรยาหลวงคนนั้นล้ม แล้วเธอ... ก็จะ ‘เก็บ’ ทุกอย่างมาเป็ของตัวเองอย่างเงียบงัน
เธอยิ้มให้กับแผนการของตัวเอง ก่อนจะหมุนกายเดินจากไปอย่างแ่เบา ราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลยั้แ่ต้น
แต่ในเงาที่ทอดยาวตามหลังกลับหนาแน่น และเต็มไปด้วยกลิ่นของการล่าอย่างแเี...
...
ทางด้านซ่งเหยียนเฉิง หลังจากลู่ซินหยาจากไป ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าที่หล่อคมคายเคร่งขรึมลงไปทันที เขาจับปากกาหมึกซึมข้างหนึ่งไว้แน่น ราวกับคนที่กำลังเก็บกลั้นความรู้สึกบางอย่างไว้ลึกเกินกว่าจะพูดออกมาได้ง่าย ๆ กระดาษจดหมายแผ่นหนึ่งวางอยู่ตรงหน้า เขายังไม่ได้เขียนอะไรลงไปเลยนอกจากพึมพำในใจซ้ำไปซ้ำมา เหมือนกำลังต่อรองกับตัวเองว่าจะใช้คำว่าอะไรดี เพื่อให้ทุกอย่างดูเหมือน ‘ปกติ’
เขารู้ดีว่าหลี่หว่านชิงคงตั้งตารอจดหมายจากเขาเหมือนเคย รอคำถามง่าย ๆ ว่าเขาสบายดีไหม รอคำบอกว่าเขาคิดถึง หรืออาจแค่รอฟังว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับมาหาเธอ เพราะเธออยากมีทายาทกับเขา แต่คืนนี้ชายหนุ่มกลับไม่มีคำไหนสักคำที่กล้าจะเขียนลงไปอย่างซื่อสัตย์
ในหัวเขายังเต็มไปด้วยคำถามที่เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแค่ได้อยู่ใกล้ลู่ซินหยาถึงได้ทำให้ใจของเขาสงบ ทำไมเวลาที่อีกฝ่ายเงียบ และรับฟังเขาอย่างเข้าใจ กลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็ตัวเองอีกครั้ง ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องแสดงอะไรออกมา ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดผิด หรือว่าความเงียบของเขาจะทำให้ใครเสียใจ
บางที... อาจเป็เพราะเขากับหว่านชิง ไม่ได้เริ่มจากความเข้าใจั้แ่วันแรกที่แต่งงานกัน เขาก็รู้ดีว่าความสัมพันธ์นั้นไม่ได้เกิดจากความรัก แต่เป็สิ่งที่ผู้ใหญ่จัดการให้เสร็จสรรพ เขาทำตามหน้าที่ในฐานะสามี ดูแลเธอ ส่งเงินให้สม่ำเสมอ ไม่เคยทำให้เสื่อมเสียเกียรติ แต่ในขณะเดียวกัน... เขาก็ไม่เคยรู้จักเธอในแบบที่สามีควรรู้จักภรรยา ความห่วงใยของเขามีให้แค่ในฐานะคนรู้จัก ไม่ใช่คนรัก และเมื่อเวลาผ่านไป ความเฉยชาก็ค่อย ๆ กัดกินความสัมพันธ์นั้นโดยไม่มีใครรู้ตัว
เมื่อเสียงนาฬิกาแขวนผนังดังติ๊ก ๆ ท่ามกลางความเงียบงัน เขาก้มหน้าลง หลับตา แล้วสูดหายใจลึกครั้งหนึ่ง มือเริ่มขยับ เขียนจดหมายลงไปด้วยลายมือเรียบง่ายเหมือนทุกครั้ง แต่หัวใจเขาไม่ได้เรียบง่ายอย่างนั้นอีกต่อไป
“หว่านชิง ่นี้ผมต้องออกไปปฏิบัติภารกิจนอกค่าย อาจจะไม่กลับมาอีกหลายสัปดาห์ เส้นทางไม่ปลอดภัยนัก คุณไม่ต้องลำบากเดินทางมาหา ผมได้ฝากเงินไว้กับคนส่งสาร 150 หยวน คุณใช้ดูแลตัวเองให้ดี...เหยียนเฉิง”
เขามองข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะพับเก็บใส่ซอง แล้วติดตราประทับเรียบร้อย วางมันไว้ข้างพานเงินบนโต๊ะ
ไม่มีคำว่าคิดถึง ไม่มีคำว่าห่วง ไม่มีคำอธิบายที่มากกว่านี้ เขาเลือกใช้เพียงข้อความเรียบ ๆ ที่ฟังดูห่างเหิน เพราะเขารู้ดีว่า ถ้าต้องพูดความจริงทั้งหมด เขาอาจต้องสารภาพว่าใจของเขาเริ่มไหวแล้วจริง ๆ
....
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปนับจากวันที่เธอส่งจดหมายไปที่ค่ายทหาร และเช้านี้... จดหมายตอบกลับจากซ่งเหยียนเฉิงก็มาถึง
หลี่หว่านชิงเปิดมันออกอย่างไม่เร่งรีบ สายตากวาดอ่านตัวอักษรบนกระดาษอย่างผ่าน ๆ ราวกับมันเป็เพียงใบแจ้งยอดค่าน้ำ
ไม่มีคำว่าคิดถึง ไม่มีคำว่าห่วงใย ไม่มีแม้แต่คำถามว่าเธอสบายดีหรือไม่
มีเพียงคำพูดเรียบเย็นประหนึ่งคุยกับคนรู้จัก
พร้อมแนบธนบัตรใบละสิบหยวนที่พับอย่างเรียบร้อยอยู่ด้านใน รวมแล้วหนึ่งร้อยห้าสิบหยวน หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก หญิงสาวไม่คาดหวังอะไรจากคนที่หมดใจ
“แต่อย่างน้อย...เขาก็ยังมีความรับผิดชอบ แม้จะไม่ได้รักฉันก็ตาม”
เธอโยนจดหมายนั้นไว้ข้างพานเงินอย่างไม่แยแส ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แต่ต่อจากนี้...เธอจะไม่ยอมให้ใครเอาเงินจากเธอไปได้อีก
ถ้าโลกใบนี้จะบังคับให้เธอเล่นเป็ภรรยาหลวง เธอก็จะใช้สถานะนี้ “รีดเืจากปู” ให้ได้มากที่สุดก่อนจะโยนสถานะนี้ทิ้งอย่างสมศักดิ์ศรี
หลังจากได้เงิน 150 หยวนจากซ่งเหยียนเฉิง หลี่หว่านชิงนั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเก่าด้วยแววตานิ่งสงบ
เธอหยิบสมุดจดเล่มเล็กออกจากกระเป๋า รวมเงินที่เธอมีอยู่ที่บ้านกับเงินที่ฝากไว้ธนาคารลู่ซินหยามีเงินทั้งหมดถึง 450 หยวน
หญิงสาวยิ้มบาง ๆ พลางคิดในใจ “ไหน ๆ ก็ไม่มีความรักจากอีตาพระเอกแล้ว งั้นก็ไม่ต้องฝืน ถ้าต้องหย่ากันจริงๆ อย่างน้อยฉันก็จะไม่ล้มแบบไม่มีทางรอด”
“สงสัยฉันจะต้องเริ่มทำร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปแล้วล่ะ” เธอพึมพำกับตัวเองเธอไม่มีวันยอมนั่งรอให้อีตาพระเอกนั้นมาหย่ากับเธอก่อนหรอกนะ
หลี่หว่านชิงแต่งตัวเรียบร้อย ด้วยเสื้อผ้าธรรมดาสะอาดสะอ้าน มวยผมเรียบร้อย ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยพอให้ดูไม่หม่นหมอง
เธอเตรียมตัวจะเข้าเมือง วันนี้ตั้งใจจะไปติดต่อหาที่เช่า ดูราคาผ้า และสอบถามร้านค้าวัตถุดิบ ถึงแม้ยังไม่มีทุนมากนัก แต่การเริ่มต้น... ต้องมีสักก้าวหนึ่งก่อนเสมอ
แต่ยังไม่ทันพ้นประตูเรือน เสียงบ่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นเหมือนทุกเช้า เสียงนั้นแหลมสูง ติดห้วน และกระแทกทุกคำราวกับหอกที่จงใจพุ่งเสียบ
“แกจะออกไปข้างนอกอีกแล้วเหรอ? แทนที่แกจะอยู่บ้านช่วยฉันทำงาน ไม่ใช่เดินออกนอกเรือนเหมือนผู้หญิงแพศยาเ่าั้”
คำพูดนั้นทำให้ฝ่าเท้าของหลี่หว่านชิงหยุดนิ่งกลางทางเดิน
เธอไม่ตอบในทันที เพียงหันกลับมาอย่างช้า ๆ สีหน้าสงบ รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ทว่าไม่มีความอ่อนโยนใดในแววตา
“หนูจะไปหางานหาเงินค่ะแม่สามี หนูจะเก็บเงินไว้รักษาตัว... อีกไม่นานเหยียนเฉิงก็จะกลับมาอยู่ที่บ้านแล้วใน่ปีใหม่ หนูจำเป็ต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมการตั้งครรภ์”
เพียงแค่เอ่ยคำว่า “เงิน” กับ “เตรียมการตั้งครรภ์” เสียงบ่นของเจียงซื่อก็สะดุดกึก... หุบปากเหมือนโดนตัดลิ้น
เพราะหญิงชรารู้ดี ว่าที่ผ่านมา เงินที่บุตรชายคนรองส่งมานั้น ไม่ได้มาถึงมือหลี่หว่านชิงเลยแม้แต่หยวนเดียว
ความจริงเพียงหนึ่งประโยคจากปากสะใภ้ กลับรุนแรงพอจะทำให้หญิงชราแปรสภาพเป็คนไร้เสียงในพริบตา
หลี่หว่านชิงยกยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเห็นว่าแม่สามีไม่อาจเถียงเธอกลับได้ หญิงสาวตัดสินใจหมุนกาย เดินผ่านประตูเรือนไปอย่างเงียบงัน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
????แจ้งข่าว E-book มีโปรโมชั่น ลดราคา????
ตอนนี้ไรต์เปิดขาย E-book แล้วนะคะ
ใครอยากอ่านแบบเต็ม ๆ แวะมาอุดหนุนไรท์ได้เลยค่า
ใครที่ซื้ัอแล้ว ขอรีวิวหัวใจ 5 ดวง ด้วยนะคะ
เพื่อให้นิยายของไรท์เพิ่มการมองเห็น
ถ้าหากไรท์พิมพ์ตกหล่นยังไงก็แจ้งมาได้นะค่ะ
????E-book มี 42 ตอน 375 หน้า 80,044 คำ
หากเนื้อหานิยายของไรท์อาจไม่ถูกใจบางคน กรุณาคอมเมนต์อย่างสุภาพค่ะ
ลู่ซินหยานางแอ๊บใสมาก ส่วนพระเอกในนิยายก็ตกหลุมรักนางไปค่ะ ส่งจดหมายหาเมีย
ไม่มีแม้แต่คำรัก แต่ยัยน้องโนสนโนแคร์ค่ะ… หาสู่ทางทำมาหากินก่อนหย่าสามีเก่าแบบชิวชิว
ส่วนแม่สามียัยน้องแค่พูดว่า "เตรียมตั้งครรภ์ตอนผัวกลับมา"แม่ผัวหุบปากทันที กลัวไม่มีหลานชายค่ะ
หารู้ไม่ว่ายัยน้องเตรียมตัวใช้ชีวิตหลังหย่าไว้เรียบร้อยแล้ว ยัยน้องหาใช่เมียหลวงที่ต้องร้องไห้ฟูมิฟาย
แต่เลือกเปิดกิจการก่อนหย่า ถ้าผัวไม่กลับมา…อย่างน้อยก็รวยก่อนค่า 5555