????
หลังลงเวร ว่านยาอาบน้ำและเขียนหนังสือเสร็จถึงเข้านอน พระพายจากหน้าต่างพัดอ่อน มุ้งปลิวตามแรงลม กลิ่นดอกมณฑาหอมเย็นชื่นใจชวนให้ดิ่งลึกสู่ห้วงนิทรา
ยามดวงจันทร์ลอยคว้างกลางนภากาศ เสียงเคาะตึงตังหน้าบ้านก็ปลุกให้นายแพทย์สะดุ้งตื่น ขายาวก้าวลงจากเตียงไม้ มือคว้าเสือคลุมตัวยาวเดินลงจากชั้นสอง
“คุณหมอครับ คุณหมอ คุณหมอ” เสียงคุ้นหูของผู้ช่วยเวรดึกเรียกอยู่หน้าประตู
หมอว่านเดาว่าคงมีคนไข้ด่วนเข้ามา
“คนไข้หนักหรือครับ คุณศร” ไม่สนใจแต่งตัวให้เรียบร้อย สวมรองเท้า ในมือมีเพียงกุญแจบ้าน
“ครับ พวกญี่ปุ่น ถูกปล้นอีกแล้ว คราวนี้ที่ช่องแค”
โจรพวกนี้นอกจากปล้นเสบียงก็ยังตัดกำลังขนส่งไม้สำหรับสร้างหมอนรองรางรถไฟจากภาคเหนือ
“คนเจ็บถูกส่งมากับรถไฟ เห็นว่าทางโน้นหมอไม่พอน่ะครับ” ผู้ช่วยเอ่ยพร้อมสับเท้าตามคนขายาวกว่า
“แล้วตอนนี้อยู่ไหน ถึงโรง’บาลแล้วหรือยัง”
“กำลังทยอยขนย้ายกันไปแผนกฉุกเฉินอยู่ครับ”
รู้สถานที่แล้วก็มุ่งหน้าไปทิศที่คนเจ็บอยู่ เป็หมอเลือกคนไข้ตัวเองไม่ได้ มิตรหรือศัตรู ด้วยจรรยาบรรณก็ต้องช่วยทั้งนั้น
เมื่อถึงที่หมายว่านยาเห็นหมอใหญ่ใส่ชุดนอนผ้าแพรกำลังตรวจดูคนไข้อยู่เตียงหนึ่ง หมอทหารของญี่ปุ่นเองก็ช่วยกันรักษา
คนไข้ส่วนใหญ่ถูกปฐมพยาบาลมาเบื้องต้น หมอเ้าของเวรคัดแยกอาการหนักเบา คนโดนหนักที่้ารักษาด่วนให้อยู่ในตึก ส่วนคนที่แผลเบาหน่อยจะจัดเข้าเต็นท์พยาบาลของค่าย
“คนนี้น่าจะโดนเส้นเืใหญ่ที่ขา เข้าผ่าตัดห้ามเืด่วน” ห้ามได้ ขาก็รักษาไว้ได้ แต่หากยืดเยื้อเพื่อรักษาชีวิตก็ต้องตัดขาทิ้ง
“หมอว่าน เตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดด้วยครับ” อาจารย์หมอแผนกศัลยกรรมเอ่ย
“ครับ”
ทั้งคืนนั้นกระทั่งเช้าไม่มีใครได้นอน เื่ด่วนจบลง หมอว่านทำได้เพียงกลับบ้านอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมาทำงานต่อเวรเช้า ตรวจผู้ป่วยในจนถึงยามสาย ก่อนจะลงมาประจำอยู่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก ขอบตาคุณหมอช้ำเล็กน้อยด้วยอดนอนจากเหตุการณ์เมื่อคืน
“นายแม้น แสงสว่าง เข้าห้องตรวจเบอร์หนึ่ง”
“นายแม้น แสงสว่าง เข้าห้องตรวจเบอร์หนึ่ง” พยาบาลประกาศเรียกชื่ออยู่หน้าห้อง
ชื่อไม่คุ้นนัก คล้ายจะเป็คนไข้ใหม่ ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาขณะคุณหมออ่านประวัติที่พยาบาลซักก่อนหน้านี้ หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน อาการอ่อนแรงซีกเดียวเป็ไปได้สูงว่าจะเกี่ยวกับระบบประสาท หมอว่านไม่ถนัดเื่นี้เสียด้วย
“คนไข้ชื่ออะไรนะครับ”
“แม้น แสงสว่าง” น้ำเสียงทำให้คุณหมอต้องเงยหน้าจากแฟ้ม ดวงตาคมเบิกกว้างเล็กน้อย
‘ไอ้มืด!!’ หนึ่งในโจรลักพาตัวตนเมื่อสองเดือนก่อน
มันแสร้งเป็คนไข้เดินเข้าห้องตรวจโรงพยาบาลทหาร มันบ้าหรืออย่างไร
“คุณหมอไม่ถามข้าต่อหรือ”
“เป็อะไรมา”
“รู้สึกว่าแขนขวาจู่ๆ ก็ไม่มีแรงขึ้นมา หยิบจับอะไรไม่ได้เหมือนเดิม ฝืนขยับมากเข้าก็ปวดจนทนไม่ไหว”
หมอว่านกวาดสายตาไปยังแขนขวาตามคำบอก หยิบจับอะไรไม่ไหว แต่ในมือคล้ายกำอะไรไว้สักอย่าง เห็นดังนั้นจึงสบตากับคนไข้กำมะลอ อีกฝ่ายแสดงท่าทางให้รับของในมือไป คุณหมอเลยแสร้งทำเป็ตรวจดูแขนข้างนั้น
“ไหนลองยกแขนซิ”
กระดาษแผ่นน้อยม้วนเท่าเม็ดข้าวถูกกดใส่ฝ่ามือ คุณหมอรับมาและทำเป็ตรวจต่ออีกสองสามท่า เสร็จแล้วหยิบกระดาษมาจรดปากกา ขณะเดียวกันก็คลี่ม้วนกระดาษนั้นออก ข้อความสั้นๆ ปรากฏแก่สายตา
‘เจ็บ ไป รักษา’
คุณหมอขมวดคิ้วมุ่น หมายถึงเพื่อนเก่าของเขาน่ะหรือ มือที่กำปากกาสั่นน้อยๆ หมอว่านใช่คนมุทะลุ จะทำอะไรต้องคิดสามตลบเป็อย่างน้อย นี่อาจเป็การตัดสินใจที่ไวที่สุดแล้วก็ได้ มือจรดปากกา เขียนเลขที่บ้านพักแพทย์หลังจดหมายน้อย ก่อนใช้นิ้วโป้งม้วนทีเดียวส่งกลับ
“ฉันจะเขียนใบสั่งยาให้ ลองกินก่อนสักเดือน เจ็ดวันแรกอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวมาก เจ็ดวันแล้วถ้าไม่หายให้กลับมา”
“ครับคุณหมอ”
????
เย็นย่ำหลังเลิกงานหมอว่านเคาะประตูบ้านพักหลังถัดจากตัวเอง หมอใหญ่กำลังนั่งวาดรูปสีน้ำอยู่ในโถง มือเรียววางพู่กัน ลุกเปิดประตู
“อ้าว หมอว่าน มีอะไรหรือ”
“มีเื่ด่วนที่บ้านน่ะครับ เลยจะขอแลกเวรสักสามวัน”
แพทย์หนุ่มไม่ได้กลับบ้านสองเดือน จู่ๆ มาหาถึงหน้าบ้านคงด่วนมากจริงๆ หน้าตาหม่นแสงด้วยกังวล จนสังเกตได้ แลกเวรสามวันซึ่งเดิมทีต้องสลับกัน นั่นหมายถึงหมอใหญ่ต้องขึ้นเวรเช้าทั้งสัปดาห์ ซ้ำยังมีสองคืนที่ต้องอยู่เวรดึก
“สามวันหนา แลกกับวันหยุดสี่วัน”
“ได้ครับ ขอบพระคุณมาก”
“ไม่เป็ไร อย่างไรผมก็ได้เปรียบหมอว่าน” หมอใหญ่ว่า
แลกเวรได้แล้ว ว่านยาก็ย้อนกลับเข้าบ้านพักตัวเอง เก็บข้าวของจำเป็ใส่กระเป๋า ไอ้มืดบอกว่าเ้านายมันาเ็สาหัส
สำหรับว่านยา ไฉจะยืนอยู่คนละฝั่ง จะเป็โจรชั่วช้าสามานย์ รับโทษติดคุก เข้าตาราง เขายอมรับได้ทั้งนั้น แค่อย่าเจ็บอย่าตาย ได้ยินว่าประตูนรกเปิดอ้ารออีกฝ่ายอยู่ เขาจะไม่ร้อนใจได้หรือ อยู่ด้วยกันมาเกือบทั้งชีวิต ไม่ใช่สายเืเดียวกันก็ไม่ต่างจากครอบครัวแล้ว
หมอว่านตีหน้าตายออกจากเขตทหารพลุกพล่าน ทักทายคนรู้จักบ้าง หลวงเวชวินิจเป็ที่รู้จัก พอบอกกลับบ้าน ดั่งมีน้ำหนักสนับสนุนคำพูดให้น่าเชื่อถือขึ้นไปอีก
คุณหมอนั่งรถม้าไปลงสถานีลพบุรีเพื่อซื้อตั๋วตบตา ก่อนจะตรงไปยังสถานที่ซึ่งนัดกันไว้ เรือมาดลำหนึ่งจอดลอยซ่อนอยู่ในกอหญ้าริมน้ำ ไอ้มืดพอเห็นคุณหมอมาตามนัดจริง ก็ประหลาดใจอยู่บ้าง ไอ้เชียนไอ้เจ็ดเดาว่าคุณหมอเป็เพื่อนเก่านาย ท่าจะจริง
“นานไหมกว่าจะถึง” คุณหมอเอ่ยถาม
“คุณหมอนอนสักตื่น ขี่ม้าต่ออีกชั่วโมง ย่ำรุ่งก็ถึงพอดี”
“ขี่ม้าหรือ?” ฉิบหาย กว่าจะฝึกขี่จักรยานได้ใช้เวลาอยู่หลายเดือน อย่าว่าแต่ม้า วัวควายก็ไม่เคยขี่ นั่งเกวียนน่ะพอได้
“ข้าขี่นำ คุณหมอไม่ต้องกังวล ไอ้เชิดมันฉลาด”
ไอ้เชิดนี่น่าจะชื่อม้า ขี่นำ? หมายความว่าเขาต้องขี่ม้าเอง คุณหมออยากหันหลังกลับ หากไม่ติดว่าอยู่บนเรือแล้วน่ะนะ
????