มารตีครวญครางแผ่วเบา “อื้ม…เยี่ยมมาก”เธอใช้มือโอบไหล่เขาแน่นเพื่อรับแรงกระแทก นัทพงษ์ครางดังขึ้นก่อนจะหยุดนิ่งไปอีกครั้งความอดทนของเขาก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น แต่ก็รู้สึกว่าคงยังไม่เพียงพอสำหรับสาวสวยอย่างมารตี
มารตียิ้มน้อยๆข่มอารมณ์เร่าร้อนไว้ในอก พลางกระซิบเบาๆ ขณะก้มตัวลงจูบที่ใบหูเขา “คืนนี้… พี่อยากให้มันสมบูรณ์แบบที่สุด”
ขณะที่นัทพงษ์กำลังสั่นเทาจากความสับสนในใจมารตีก็โอบกอดเขาอีกครั้ง ก่อนผลักให้เขาเอนนอนลงแล้วขยับขึ้นมาบนตัวเขา ครั้งนี้จังหวะของเธอทะลวงผ่านความระแวงของเขาไปจนหมดสิ้นทั้งสองประสานความรู้สึกในแต่ละจังหวะช้าๆ เธอเป็นผู้ควบคุมจังหวะขึ้นลงราวกับบทเพลงและเขาเป็นผู้ฟังอย่างยอมจำนน
เสียงลมหายใจดังถี่มากขึ้นเขาไม่อาจยั้งชั่งใจได้อีก พลังที่เหลือของนัทพงษ์ถูกปลดปล่อยออกมาอีก เป็นครั้งสุดท้าย
มารตีลดตัวลงจนแนบชิด ฝังริมฝีปากสุดท้ายไว้ที่ริมฝีปากเขาอย่างอ่อนโยน“คืนนี้…ของเรา...ไม่เลวเลย แต่พี่อยากให้ของเธออยู่ในตัวพี่ตลอดทั้งคืนได้ไหม”เธอกระซิบ
เสียงคลื่นทะเลยังคงซัดฝั่งเป็นท่วงทำนองท่ามกลางความมืดมิดแสงเทียนริบหรี่ สองร่างชื้นเหงื่อ ต่างล้มตัวลงบนเตียงด้วยความอ่อนแรงเวลา… ประมาณตีสามของวันใหม่
ขณะที่มารตีและนัทพงษ์ผล็อยหลับไปด้วยกันคืนวันแรกโดยส่วนหนึ่งของร่างกายยังคงฝังอยู่ในตัวของหญิงสาว
ก่อนหน้านั้น พีช… ตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงครางและลมหายใจเธอลืมตาช้าๆ เหลียวมองไปยังโซฟาข้างเตียงนอน สองร่างเปลือยเปล่ากำลังกอดแนบชิดขยับเคลื่อนไหวไปด้วยกัน เธอมองภาพนั้นชั่วครู่ แม้ใจจะปวดหนึบแต่เธอกลับเลือกจะหลับตาต่อ ทำเป็นว่าไม่เห็นอะไร…
เช้าวันต่อมา...พีชตื่นขึ้นก่อนคนแรก...ที่จริงเธอยังไม่หลับเลยนับแต่สองร่างผละจากกันจากโซฟาและกลับขึ้นไปต่อกันบนเตียงนอนกว้าง
แสงสว่างอ่อนๆ จากหน้าต่างกระทบใบหน้าสดใสของเธอเธอนอนลืมตานิ่งไม่ขยับ จนเห็นสองร่างเปลือยก่ายกอดกันแน่นบนเตียง เริ่มขยับตัวจึงหลับตานอนนิ่งต่อไป
มารตีลืมตาตื่น พลางสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปและความเหนอะหนะที่ช่วงล่างของเธอ
ที่ตอนนี้ของนัทพงษ์หลุดออกไปแล้ว ริมฝีปากสวยเผยรอยยิ้มอ่อนหวานให้กับร่างเปลือยแข็งแกร่งที่ยังหลับอยู่ข้างเธอ
“นัทพงษ์…” เธอกระซิบ
นัทพงษ์ครางแผ่วเบาก่อนจะลืมตาขึ้น“อือ… ครับ?”
มารตียิ้มละมุน “เธอกลับห้องไปก่อนนะ… พีชยังไม่ตื่นเลย”
นัทพงษ์สะดุ้ง ผุดลุกขึ้นนั่งมองไปทางที่พีชหลับอยู่ เขาก้าวลงเตียงและยืนสั่นๆ พลางสวมเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบก่อนก้าวพ้นประตูห้องออกไปอย่างแผ่วเบา
พีชลืมตาขึ้นอีกครั้ง พบว่าตอนนี้มารตีนั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆริมฝีปากเธอเผยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน
“ขอบคุณนะ ที่นายให้พี่เป็นคนแรกของนาย...นัทพงษ์”มารตีคิดในใจ ก่อนจะหยุดความคิดพลางหันไปมองพีชที่ลุกขึ้นนั่งแล้วและกำลังอมยิ้มมองเธออยู่
เสียงคลื่นซัดฝั่งยังคงเป็นจังหวะที่คุ้นหูของเช้าวันใหม่ มารตีเดินลงมายังห้องอาหารของโรงแรมในชุดเดรสผ้าลินินบางเบาสีขาวผมยาวปล่อยลู่แนบไหล่จากการไดร์พอแห้งหมาดดวงตาของเธอสว่างไสวไม่ต่างจากแสงแดดริมทะเล รอยยิ้มที่คลี่บานยามสบตาผู้คนในห้องอาหารแฝงไว้ด้วยประกายบางอย่างที่แม้แต่คนไม่คุ้นเคยก็ยังรับรู้ได้ว่าเธอกำลังมีความสุขมาก
นัทพงษ์ตามลงมาในเวลาถัดจากนั้นเพียงครู่เดียวชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงผ้าลินินสีอ่อนทำให้เขาดูสบายๆ แต่ก็หล่อจัดจนเด็กเสิร์ฟสาวยังแอบเหลียวมองถึงกระนั้น ในดวงตาของเขากลับมีความประหม่าจางๆ ลอยอยู่ ทั้งสุขใจ ทั้งรู้สึกผิด เพราะเขารู้ดีว่าเมื่อคืนเขาเพิ่งก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่ไม่ควรข้าม กับผู้หญิงที่เป็นเหมือนดวงใจของใครหลายคน
พีชนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งของห้องอาหารก่อนใครใส่เสื้อกล้ามคอวีพอดีตัวกับกางเกงผ้าขาสั้น ริมฝีปากแตะกับถ้วยกาแฟร้อนขณะที่สายตาเธอเหลือบมองทั้งมารตีและนัทพงษ์ที่เพิ่งมาถึง รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนหน้าของเธอดูสุภาพแต่ก็มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใน...คล้ายกับการยอมรับคล้ายกับคำถาม คล้ายกับความสับสนที่เธอเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้
“นั่งก่อนสิคะ” พีชเอ่ยเสียงหวาน เมื่อมารตีเดินเข้ามาถึงโต๊ะ หญิงสาวผู้เป็นหัวหน้าแตะเบาๆที่บ่าของพีช “อาหารเช้าน่ากินมากเลยนะคะ”
“ค่ะ...วันนี้ดูพี่รตีสดใสเป็นพิเศษเลยนะคะ”พีชตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ดวงตาเป็นประกายมองท่าทางของหญิงชายทั้งคู่ตรงหน้า
นัทพงษ์ยิ้มน้อยๆ นั่งลงตรงข้ามเธอ “ห้องอาหารที่นี่วิวดีมากเลยนะครับมองออกไปก็เห็นทะเลแล้ว”
บทสนทนาไหลไปตามธรรมชาติทั้งสามคนคุยกันเรื่องการประชุมที่จะเริ่มในช่วงบ่าย สลับกับเรื่องอากาศ แสงแดดและรสชาติของกาแฟ แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารนั้นเหมือนมีแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ แผ่ปกคลุมไปทั่วแม้มองไม่เห็น แต่ทุกคนรับรู้ได้ดีว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
มารตีบอกกับตัวเองว่า เธอไม่ได้รู้สึกผิดเลย เธอเลือกแล้วเธอเข้าใจหัวใจตัวเอง และคืนที่ผ่านมา...ก็เป็นคืนที่เธอพอใจที่สุดในรอบหลายเดือนร่างกายของเธอยังอบอุ่นจากสัมผัสของนัทพงษ์และความร้อนระอุที่เขาเติมเต็ม เข้ามาในร่างเธอจนแทบนับครั้งไม่ถ้วนยังซึมออกมาทุกขณะยามก้าวเดิน...ดวงตาเธอของเปล่งประกายและหัวใจก็เต้นเป็นจังหวะของความสุข
หลังอาหารเช้า ทั้งสามเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปเดินเล่นบนชายหาดก่อนจะลงเล่นน้ำทะเลด้วยกันแดดยามสายเริ่มแรง แต่ก็ยังไม่แสบผิว ลมทะเลโชยเอื่อยๆ และกลิ่นเกลืออ่อนๆลอยอยู่รอบตัว
มารตีสวมบิกินีทูพีช สีครีมเนื้อบางเปิดเผยร่างกายทุกสัดส่วน พร้อมผ้าคลุมซีทรูบางเบาเดินเท้าเปล่าบนทราย นัทพงษ์ในกางเกงว่ายน้ำตัวเดียวเดินเคียงข้างเธอขณะที่พีชเลือกนั่งบนเก้าอี้ผ้าใบพร้อมแว่นกันแดดดูเหมือนอ่านหนังสือ...แต่ความจริงแล้ว เธอกำลังแอบมองพวกเขาอย่างอิจฉา
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังจากมารตีเมื่อนัทพงษ์แกล้งเอาน้ำสาดใส่เธอหญิงสาววิ่งหนีลงทะเล ทรายเปียกชุ่มไหลลงตามเรียวขาเนียนระยับแสง นัทพงษ์วิ่งตามไปแล้วโอบรัดเธอไว้กลางน้ำทะเล มารตีหัวเราะ ขยับหน้าหลบ แต่ก็ไม่ทัน ริมฝีปากของเขาจูบลงบนแก้มเธอแล้วลากต่ำมาที่มุมปาก เบาๆ และแนบสนิทเหมือนจังหวะหัวใจหนึ่งเดียว มารตีรู้สึกได้ถึงความแข็งขืนที่เสียดสีตรงหน้าขาของเธออย่างชัดเจน
พีชกลืนน้ำลาย ความร้อนวูบหนึ่งแล่นขึ้นแก้มเธอหันหน้ากลับไปที่หนังสือในมือ แต่ตัวอักษรในหน้านั้นลอยไหลไปหมดเธอเห็นทุกอย่างและไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า...มันทำให้เธอรู้สึกอะไรบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เวลาผ่านไปในอ้อมกอดของแสงแดดและเสียงคลื่นทั้งสามกลับขึ้นจากทะเลในยามใกล้เที่ยง เปลี่ยนเสื้อผ้ารับประทานอาหารกลางวัน แล้วตรงไปยังห้องประชุมของโรงแรมการทำงานยังต้องดำเนินต่อไป แต่ในใจของแต่ละคนกลับไม่ได้อยู่แค่ในงานตรงหน้า
พีชพยายามโฟกัสกับสไลด์บนจอและเสียงพูดของวิทยากรแต่หางตากลับเลื่อนไปหามารตีที่นั่งอยู่ข้างๆ ตลอดบ่อยครั้งและในจังหวะที่หญิงสาวหันมายิ้มให้เธออย่างไม่มีเจตนาอะไรเลย หัวใจของพีชกลับเต้นผิดจังหวะไปโดยไม่รู้ตัว
หลังการประชุมจบลงทั้งสามก็กลับลงทะเลอีกครั้ง...แสงแดดยามเย็น ทาบทอลงผืนน้ำทะเลจนเกิดประกายระยิบระยับคลื่นสีฟ้าใสซัดเข้าหาฝั่งเบาๆ อย่างอ่อนโยนเหมือนเสียงกระซิบของธรรมชาติ
ขณะที่ไกลลงไปในสายน้ำลึก มารตีกำลังยืนอยู่ในอ้อมแขนของนัทพงษ์ที่ยืนประกบอยู่ด้านหลัง ร่างเกือบเปลือยท่อนล่างของทั้งสองแนบชิดกันท่ามกลางสายตาใครต่อใครที่อาจไม่รู้เลยว่าพวกเขาไม่ได้แค่เล่นน้ำ
นัทพงษ์โอบรัดเธอจากด้านหลังใบหน้าของเขาซุกแนบลงกับขมับเธอแผ่นอกเปลือยเปียกชื้นสัมผัสกับแผ่นหลังนุ่มนวลของหญิงสาวอย่างแนบแน่นกลิ่นทะเลเจือกลิ่นผิวของเธอ กลิ่นที่เขาเริ่มจดจำและติดอยู่ในใจตั้งแต่ค่ำคืนก่อน
“แบบนี้จะดีเหรอคะ...” เสียงของมารตีแผ่วเบาราวกับลมหายใจเธอเอียงคอพิงกับไหล่เขาอย่างเชื่องช้า
นัทพงษ์ก้มลงจูบเบาๆ ที่ขมับ “ครับ...ดี รู้สึกดีมาก ผมจะขยับเบาๆนะครับ”