ครืด... ครืด...
เสียงของโลหะที่ลากผ่านพื้นหินดังก้องสะท้อนขึ้นมาจากปากเหวที่มืดมิด
บริเวณปากทางเข้า 'เหมืองทมิฬ' ในยามนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล ฝุ่นควันจากการถล่มยังคงลอยคละคลุ้ง ทาสนับร้อยคนกำลังถูกบังคับให้ขนย้ายเศษหินอย่างบ้าคลั่ง โดยมีผู้คุมสวมชุดเกราะหนังยืนถือแส้คอยคุมเชิงอยู่
"เร็วเข้า! หัวหน้าหม่าลงไปตรวจงานข้างล่างแล้วเงียบหายไป ถ้าเขาเป็อะไรขึ้นมาพวกแกหัวขาดกันหมดแน่!" ผู้คุมคนหนึ่งะโลั่น
ทันใดนั้น เสียง ครืด... ครืด... ก็หยุดลง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาหนึ่งที่ปีนขึ้นมาจากขอบเหว
ร่างนั้นผอมแห้งจนแทบจะปลิวไปตามลม เสื้อผ้าขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ผิวกายเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเืแห้งกรังและเขม่าดำ แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าผู้คุมต้องขมวดคิ้ว คือสิ่งที่อยู่ในมือขวาของเขา
มันคืออีเต้อสีดำสนิมเขรอะ ที่ดูเหมือนขยะไร้ค่า
"นั่นมัน... ไอ้หมายเลข 947 นี่?" ผู้คุมคนหนึ่งจำเขาได้ "เฮ้ย! เ้าสวะ ลงไปทำอะไรข้างล่าง? แล้วหัวหน้าหม่าล่ะ?"
เซี่ยฟานไม่ตอบ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าขึ้นมายืนบนพื้นราบ ดวงตาที่เคยหลุบต่ำด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับจ้องมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า แต่แฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บ
"ข้าถามไม่ได้ยินรึไง!" ผู้คุมคำรามด้วยความโมโห เดินอาดๆ เข้าไปหาพร้อมง้างแส้ในมือ "เป็แค่ทาสขุดเหมือง ริอาจทำหูทวนลม!"
ขวับ!
แส้หางกระเบนฟาดลงมาที่ไหล่ของเซี่ยฟานอย่างแม่นยำ
แต่ทว่า... เซี่ยฟานไม่แม้แต่จะกระดิกตัว หรือส่งเสียงร้อง ร่างกายที่ผ่านการ 'ผลาญเนื้อสร้างกระดูก' แม้จะดูผอมแห้ง แต่กล้ามเนื้อภายในกลับเหนียวแน่นยิ่งกว่าเชือกเถาวัลย์์ แส้ที่เคยฉีกเนื้อเขาได้ บัดนี้ทำได้เพียงทิ้งรอยแดงจางๆ ไว้เท่านั้น
"อะไรกัน..." ผู้คุมชะงัก
เซี่ยฟานค่อยๆ หันมามองผู้คุมคนนั้นช้าๆ ก่อนจะขยับมือขวา เขาไม่ได้เหวี่ยงอีเต้อเพื่อโจมตี แต่เขาเพียงแค่... ปล่อยมือ ให้หัวอีเต้อตกลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วง
ตึง!
ทันทีที่หัวโลหะสีดำกระทบพื้นดิน แรงสั่นะเืหนักหน่วงก็แผ่ออกไปเป็วงกว้าง พื้นหินที่ผู้คุมยืนอยู่แตกร้าวเป็รอยแยกพุ่งเข้าหาเท้าของมัน
"เฮ้ย!" ผู้คุมะโหลบด้วยความใ "อาวุธบ้าอะไร ทำไมมันหนักขนาดนั้น?"
เซี่ยฟานไม่ได้สนใจเสียงโวยวาย เขาจับด้ามอีเต้อแล้วเริ่มออกเดินลากมันไปกับพื้น สำหรับเขา อีเต้อเล่มนี้ไม่ได้หนักแค่ทางกายภาพ แต่มันแบกรับ 'น้ำหนักของความแค้น' ตลอด 800,000 ปีเอาไว้ ทุกย่างก้าวที่เขาเดิน พื้นหินแข็งๆ ถูกหัวอีเต้อไถจนเป็ร่องลึกราวกับชาวนาไถนา แต่สิ่งที่เขาไถไม่ใช่ดินโคลน... มันคือหินผา!
"ไอ้เด็กเวรนี่มันฆ่าหัวหน้าหม่าแน่ๆ!" ผู้คุมอีกคนะโขึ้น "ฆ่ามัน! อย่าให้มันหนีไปได้!"
ผู้คุมสามคนชักดาบยาวออกมาพร้อมกัน ทั้งสามคนมีพลังระดับ 'รวบรวมปราณ ขั้น 3' ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับทาสทั่วไป พวกมันพุ่งเข้ามาหาเซี่ยฟานจากสามทิศทาง ประสานงานกันอย่างแม่นยำ
"ตายซะ! เพลงดาบสามประสาน!"
คมดาบทั้งสามพุ่งเข้าใส่จุดตาย คอ, หัวใจ, และท้องน้อย
เซี่ยฟานหยุดเดิน เขาไม่มีวิชาตัวเบา ไม่มีเพลงกระบี่พลิกแพลง เขาทำเพียงแค่... เหวี่ยง
เขาจับด้ามอีเต้อด้วยสองมือ เกร็งกล้ามเนื้อหลัง แล้วเหวี่ยงมันเป็วงกลมในแนวราบอย่างหยาบๆ เหมือนคนกำลังเหวี่ยงจอบเพื่อถางหญ้า
วูบ!
เสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นอย่างน่ากลัว ไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความคม แต่เกิดจาก 'มวล' มหาศาลที่แหวกอากาศ แรงกดดันอากาศกดทับจนผู้คุมทั้งสามหายใจไม่ออก การเคลื่อนไหวช้าลงวูบหนึ่ง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เมื่ออีเต้อปะทะกับดาบ ดาบเหล็กกล้าชั้นดีของพวกผู้คุมไม่ได้หัก... แต่มัน 'ะเิ' ออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีที่ัั แรงปะทะไม่ได้หยุดแค่นั้น อีเต้อเหวี่ยงผ่านร่างของพวกมันไป
ตุบ... ตุบ...
ร่างของผู้คุมสองคนกระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำจนกระอักเื กระดูกซี่โครงแหลกเหลว ส่วนคนที่สามโชคร้ายที่สุด เพราะยืนอยู่ในระยะประชิด... ด้านแบนของหัวอีเต้อกระแทกเข้าที่ข้างลำตัวของมันเต็มๆ
ไม่มีเสียงร้อง ร่างของมันบิดงอในองศาที่ผิดธรรมชาติ ก่อนจะปลิวหายไปในกองเศษหินราวกับตุ๊กตาผ้าที่ถูกเตะ
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ทาสนับร้อยคนหยุดทำงาน มองดูฉากตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน เด็กหนุ่มผอมแห้งคนหนึ่ง ถือจอบสนิมเขรอะ เพียงแค่กวาดมือครั้งเดียว... ผู้คุมระดับสูงสามคนก็พ่ายแพ้ยับเยิน
เซี่ยฟานหอบหายใจหนักหน่วง แขนทั้งสองข้างสั่นระริก การโจมตีเมื่อครู่กินแรงเขาไปมหาศาล อีเต้อเล่มนี้ทรงพลังก็จริง แต่มันก็สูบพลังกายของผู้ใช้เหมือนปีศาจหิวกระหาย
"มีใคร... อยากจะขวางข้าอีกไหม?" เขาถามเสียงเบา แต่ในความเงียบนั้น ทุกคนได้ยินชัดเจน
ไม่มีใครกล้าขยับ แม้แต่ผู้คุมคนอื่นๆ ที่เหลืออยู่ต่างก็ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่กลัวเซี่ยฟาน... แต่กลัวอาวุธในมือเขาที่ดูเหมือนจะดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างเข้าไป
เซี่ยฟานกัดฟันข่มความเ็ป แล้วลากอีเต้อเดินผ่านประตูค่ายออกไป ทิ้งรอยไถลึกเป็ทางยาวไว้เื้ั รอยทางนั้นเปรียบเสมือนเส้นแบ่งเขตแดน... ว่านับจากนี้ เขาไม่ใช่ทาสในเหมืองอีกต่อไป แต่เป็อสูรร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง
ทว่า... ทันทีที่เขาก้าวพ้นเขตเหมือง เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ก็ลอยลงมาจากยอดไม้ ขวางทางเขาไว้
"น่าสนใจ..." ชายหนุ่มรูปงาม ใบหน้าขาวผ่องถือพัดจีบในมือ ยิ้มละไมมองเซี่ยฟาน "ข้าผ่านมาเห็นพอดี... เ้าหนู จอบในมือเ้านั่น ขายให้ข้าได้หรือไม่? ข้า 'ไป๋ลู่' ศิษย์สายนอกแห่งสำนัก 'กระบี่เมฆา' ยินดีจ่ายให้เ้าด้วยยารักษาแผลระดับสูงหนึ่งเม็ด"
ดวงตาของเซี่ยฟานหรี่ลง สำนักกระบี่เมฆา... หนึ่งในสำนักฝ่ายธรรมะที่อ้างตัวว่าผดุงความยุติธรรม แต่กลับทำสัญญาซื้อขายแร่จากเหมืองนรกแห่งนี้อย่างลับๆ
"หลีกไป..." เซี่ยฟานเอ่ยเสียงเย็น
"โอ้? ปฏิเสธข้างั้นรึ?" ไป๋ลู่หุบยิ้ม แววตาเปลี่ยนเป็ดูแคลน "ทาสชั้นต่ำ ยารักษาแผลหนึ่งเม็ดก็มีค่ามากกว่าชีวิตเ้าแล้ว ในเมื่อพูดดีๆ ไม่ชอบ... ข้าคงต้องตัดแขนเ้าแล้วแย่งมันมา!"
รังสีอำมหิตของ 'ระดับรวบรวมปราณ ขั้น 8' แผ่พุ่งออกมาจากร่างไป๋ลู่ กดดันจนเซี่ยฟานแทบทรุดเข่าลงกับพื้น
ศัตรูคนแรกในโลกภายนอก... แข็งแกร่งกว่าผู้คุมหม่าอย่างเทียบไม่ติด!