อันจื่อเทาหยุดนิ่งไปแล้ว หลัวเจิ้งเหยียนผละออกพลูลมหายใจเฮือกใหญ่ “คอยดูเถิดข้าจะจัดการมันผู้มาขัดจังหวะอย่างไร”
น้ำเสียงกดต่ำบ่งบอกถึงความหงุดหงิด อันจื่อเทาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ คิ้วเรียวเลิกขึ้น“เ้ารู้?”
“สามีเ้าหูดีมากนะ”หลัวเจิ้งเหยียนได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวมาสักพักแล้ว แม้จะแ่เบาแต่สำหรับผู้มีวรยุทธในระดับสูงย่อมได้ยินชัดเจน คราแรกคิดว่าคงเป็ทหารลาดตระเวนจึงพาภรรยาขึ้นมาบนนี้เพื่อหลบไม่ให้เป็เื่ในภายหลัง แต่คนกลุ่มนั้นกลับย้ำเท้าอยู่จุดเดียวจนน่าสงสัย กระทั่งมีเสียงฝีเท้าคล้ายคนวิ่งกลุ่มคนที่เหลือถึงได้เคลื่อนไหว ต่อให้นึกอย่างไรก็ไม่น่าใช่วิสัยของทหารลาดตระเวนแล้ว
“รู้แล้วยังคิดเอาเปรียบข้าอีก”เชื่อเขาเลยสิ เกิดคนพวกนี้ไม่ประสงค์ดีจะทำยังไง อันจื่อเทาไม่ได้ห่วงกองทัพแต่ห่วงขบวนคุ้มภัยของครอบครัว หากกองทัพถูกลอบโจมตีพวกเขาไม่พ้นโดนหางเลขไปด้วย
“เพราะเ้าหอมหวานเกินไปสามีจึงมิอาจห้ามใจตัวเองได้”ไม่ว่าเปล่าจมูกได้รูปยังฝังลงบนแก้มขาวสูดกลิ่นเฉพาะตัวของคนรักฟอดใหญ่
“ยังจะเล่นอีก”นิ้วเรียวจับหมับเข้าที่ใบหูของคนตัวโตแล้วออกแรงดึง “เลิกกินเต้าหู้ข้าแล้วตามคนกลุ่มนั้นไปได้แล้ว หากเป็ศัครูจะได้หาทางรับมือ”
หลัวเจิ้งเหยียนเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจังขึ้น มือใหญ่วางทับมือเรียวที่ดึงใบหูตนเองไว้ “ข้าไปเอง เ้ารออยู่ตรงนี้ห้ามไปไหนนะ”
“อืม เ้าระวังตัวด้วย”อันจื่อเทาตอบรับอย่างเชื่อฟัง หลัวเจิ้งเหยียนเกิดความคิดอยากจับคนตรงหน้ามาฟัดเหลือทน แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้นเพราะเวลานี้สถานการณ์ไม่น่าไว้ใจหากช้าไปเพียงก้าวอาจเกิดเื่ใหญ่ขึ้นได้จึงทำได้แค่กดจูบลงไปบนหน้าผากมนเร็วๆพริบตาต่อมาตรงหน้าของอันจื่อเทาเหลือเพียงความว่างเปล่ากับลมสายหนึ่งพัดผ่านหน้าไปเท่านั้น
คนกลุ่มใหญ่กระจายตัวไปตามกระโจมต่างๆ อาภรณ์สีเข้มกลมกลืนไปกับรัตติกาลเห็นเป็เพียงเงาสลัวลางคล้ายเงาแมกไม้ไหวตามแรงลม หลัวเจิ้งเหยียนตามดูอยู่ห่างๆกระทั่งแน่ใจแล้วว่าคนพวกนี้ไม่ประสงค์ดีจึงเร้นกายออกมาเงียบๆคิดจะไปตีกลองศึกตรงทางเข้าเพื่อปลุกเหล่าทหารกล้าที่กำลังพักผ่อน ทว่ายังไม่ทันไปได้ไกลหนึ่งในกลุ่มคนคล้ายจะจับความเคลื่อนไหวได้เข้ามาดักทางพร้อมอาวุธคมกริบในมือพุ่งแทงเข้าใส่หมายเอาชีวิต หลัวเจิ้งเหยียนพลิ้วกายไปอีกทางหลบได้หวุดหวิด
“ยุ่งไม่เข้าเื่”คนมาใหม่สบถหัวเสียดาบในมือฟาดฟันใส่ไม่ยั้ง หลัวเจิ้งเหยียนไม่ได้พกอาวุธประจำกายมาด้วยทำได้แค่ปัดป้องไม่ให้าเ็ ทว่าฝีมือเท่านี้ไม่คณามือเลยสักนิดไม่กี่กระบวนท่าก็สามารถล้มคู่ต่อสู้ได้ง่ายดาย ดาบที่ถูกปัดทิ้งเปลี่ยนมาอยู่ในมือของหลัวเจิ้งเหยียนพาดทับลำคอคนผู้นั้นไว้รวดเร็วมองตามแทบไม่ทัน
“จุดประสงค์ของพวกเ้าคือสิ่งใด”
“ไม่ใช่เื่ของเ้า ส่งของแล้วก็กลับไปเสีย”คนฟังขมวดคิ้วยังไม่ทันกล่าวสิ่งใดต่อฉับพลันหลัวเจิ้งเหยียนพลิ้วกายไปอีกด้านเสียงลมรุนแรงปัดผ่านกาย พริบตาก็ฟันร่างบุรุษชุดดำคนแรกเืสาดกระเซ็น
บุรุษชุดดำผู้มาใหม่ร่างกายสูงใหญ่พอๆกับคนแรก ทว่ากลิ่นอายฆ่าฟันหนักหน่วงกว่า คนผู้นั้นชักดาบกลับมองร่างพวกเดียวกันล้มลงไปด้วยสายตาว่างเปล่า
“ทะ อึก ท่าน -”ดาบเล่มคมสะบั้นหลอดลมคนผู้นั้นทันทีที่เปิดปาก หลัวเจิ้งเหยียนตั้งกระบี่รับการโจมตี แค่ยกได้เท่านั้นก็ปะทะเข้ากับดาบอีกเล่มที่พุ่งแทงเข้ามายังจุดตายกลางลำคอป้องกันได้ฉิวเฉียด การเคลื่อนไหวของคนผู้นี้ว่องไวเน้นย้ำยังจุดตายซ้ำยังพลิ้วไหวตึงมือไม่น้อยเลยทีเดียว
เสียงกระบี่กระทบกันนานสองนานแต่ไม่มีผู้ใดตื่นมาดูทั้งที่การต่อสู้ดำเนินอยู่กลางค่าย หลัวเจิ้งเหยียนรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลแต่เหมือนจะช้าไป
ฟิ้วว
เสียงของมีคมแหวกอากาศเฉียดแก้มสากไปนิดเดียว ดวงตาคมตวัดมองไปยังที่มาพร้อมกันนั้นยังต้องรับมือดาบของชายชุดดำคนเดิมด้วย ทำให้ต้องแยกสมาธิเป็สองทาง กระนั้นหลัวเจิ้งเหยียนก็ไม่ยอมเพรี้ยงพร้ำสักทีจนผู้ประมือกันเริ่มหมดความอดทนสั่งเสียงเหี้ยม
“ฆ่ามัน”
จบคำรอบกายพลันถูกล้อมรอบไปด้วยคนชุดดำ หลัวเจิ้งเหยียนแม้จะเก่งแค่ไหนแต่รับมือพร้อมกันหลายด้านก็ไม่อาจปัดป้องได้หมดซ้ำยังได้แผลเพิ่มมาอีกหลายจุดแม้จะไม่ถึงขั้นร้ายแรงแต่ก็มากพอให้ความเร็วตก เผยช่องโหว่ให้ชายร่างใหญ่คนเดิมซัดฝ่ามือเข้ากลางอก หลัวเจิ้งเหยียนไหวตัวทันทว่าไม่อาจหลบพ้นทำได้เพียงเบี่ยงกาย ฝ่ามือนั้นจึงปะทะเข้ากับไหปลาร้าทั้งร่างกระเด็นไปหลายจั้ง
“อึ่ก”หลัวเจิ้งเหยียนสบถในใจ รับรู้ได้ถึงความรวดร้าวลำตัวซีกดังกล่าวไม่อาจขยับได้ชั่วขณะ ฝ่ามือเมื่อครู่หากโดนเต็มๆคงยากจะเอาชีวิตรอดได้
เห็นศัตรูเสียท่าบุรุษร่างใหญ่ไม่พูดพร่ำพุ่งดาบเข้าซ้ำด้วยความรวดเร็ว
ฉึก!!
ดาบเล่มคมปักลงพื้นดิน หลัวเจิ้งเหยียนใช้แรงจากแขนขาอีกฝั่งดันตัวออกจากวิถีการโจมตี โชคดีหลบพ้นรวบรวมแรงกายดีดกายไปด้านหลังทิ้งระยะห่างได้ราวหนึ่งจั้ง ทว่าโชคร้ายคือเมื่อครู่เป็แรงเฮือกสุดท้ายแล้ว บุรุษร่างใหญ่ดึงดาบขึ้นอย่างใจเย็นแววตาเหี้ยมโหดเด็ดขาดมองคู่ต่อสู้รู้สึกเสียดายฝีมือไม่น้อย
ฉึก!! ฉึก!! ฉึก!!
วัตถุแหลมคมปักลงจุดตายอย่างแม่นยำ ร่างไร้ิญญาล้มดึงลงพื้นทีละร่าง คนที่เหลือหันรีหันขวางยกอาวุธขึ้นเตรียมปัดป้องและสวนกลับ
เคร้ง!
ในเวลาเดียวกันมีดเล่มเล็กถูกปัดไปอีกทางด้วยฝีมือบุรุษร่างใหญ่คนเดิม ขณะคิดหันตามทิศทางของมีดบินลำคอพลันถูกวัตถุเย็นเยียบวางทับรับรู้ได้ถึงคมที่กดลงมาอย่างรวดเร็ว คนผู้นั้นเบิกตากว้างสลัดกายออกได้ทันท่วงทีปลายแหลมคมเฉียดหลอดลมไปนิดเดียว
“หึ น่าเสียดาย”
ร่างบางระหงยืนตระหงาน ฝ่ามืออาบไปด้วยโลหิตสีแดงฉานหยิบมีดที่ถูกปัดหลุดมือเมื่อครู่ขึ้นมาสายตายังไม่ละไปจากศัตรู
“…เสี่ยวจื่อ”หลัวเจิ้งเหยียนคล้ายรำพันลองเอ่ยนามอย่างไม่แน่ใจ บรรยากาศรอบตัวคนผู้นี้ต่างจากเสี่ยวจื่อของเขาโดยสิ้นเชิง ไอสังหารเข้มข้นกว่าเมื่อคราวนั้นเสียอีก..
เ้าของนามปรายตามองคล้ายมองผ่านๆก่อนเคลื่อนสายตาไปยังศัตรูที่เหลือ เขาไม่อยากเห็นสายตาที่ต่างออกไปของคนรัก ไม่อยากคิดไปถึงหากหลัวเจิ้งเหยียนรับไม่ได้ในตัวตนนี้แล้วมองตนต่างออกไปจะทำอย่างไรต่อ
อันจื่อเทามาถึงตอนหลัวเจิ้งเหยียนถูกฝ่ามือเ้าตัวบัดซบผู้นั้นซัดใส่จนตัวปลิว โทสะในอกคับแน่นแต่ยังไม่กล้าแสดงตัว ในขณะกำลังคิดจะไปตามคนมาช่วยอีกครั้งเขาสังเกตได้ถึงความเคลื่อนไหวที่ติดขัด จนกระทั่งคนรักเสือกกายหลบวิถีดาบครั้งสุดท้ายอันจื่อเทาก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้เพียงเสี้ยววินาที หยิบมีดเล่มเล็กที่มักซ่อนไว้ในรองเท้าซัดเข้าใส่กลุ่มคนตรงหน้าพร้อมกันสามเล่มอย่างแม่นยำ
ด้วยจำนวนคนกับอาวุธในมีจำกัด ทางเดียวคือต้องกำจัดหัวหน้าเสียก่อน อันจื่อเทาไม่ลังเลอีกแล้วพุ่งเข้าใส่ทันใด
“บัดซบ! อึก”เสียงขาดๆหายๆเรียกให้หันกลับไปสนใจอีกครั้ง ชายร่างใหญ่กุมแผลยังลำคอแต่ละคำเค้นออกมาได้อย่างยากลำบาก เืสดๆหยดลงพื้นเป็วงกว้าง
น่าเสียดายคนผู้นี้ฝีมือร้ายกาจมีดจ่อคอแท้ๆยังสามารถรอดไปได้
มุมปากอดีตมาเฟียยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ดวงตาคู่งามเ็าประดุจน้ำแข็งพันปีจับจ้องคนไม่วางตา คนถูกมองตกตะลึงรู้สึกปวดตุบๆที่แผลขึ้นมาราวกับว่าถูกทาบด้วยน้ำแข็งก้อนใหญ่ ส่วนลูกล้อที่ยังมีชีวิตต่างขาสั่นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดวงตาที่โผล่พ้นผ้าของผู้เป็หัวหน้าพลันแดงกล่ำด้วยความคับแค้นเค้นเสียงสั่งลูกน้องที่เหลือ
“ฆ่า!”ลูกน้องผู้ซื่อสัตย์บอกฆ่าก็กดข่มความหวาดหวั่นพุ่งเข้าจู่โจมทันที อันจื่อเทาเหลือมีดในมือเพียงเล่มเดียว ก้าวถอยหลบวิถีดาบให้ห่างจากหลัวเจิ้งเหยียนเพื่อไม่ให้อีกคนโดนลูกหลงไปด้วยสายตาก็เหลือบมองทางนั้นเป็ระยะด้วยความห่วงใย
อันจื่อเทาไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิดทีเดียวหลายคน ครั้งก่อนลูกน้องเ้าชั่วช้ากระจอกจึงจัดการได้ง่ายดายต่างจากยามนี้ที่คู่ต่อสู้ฝีมือไม่ธรรมดาซ้ำอาวุธยังครบมือเขาที่มีแค่มีดเล่มเดียวจะสู้ได้ยังไง ประมือกันไปซักพักเหล่าคนชุดดำคล้ายจับจุดบางอย่างได้ คนหนึ่งพุ่งไปทิศทางตรงข้ามอันจื่อเทาหันมองตามรูม่านตาหดลงเล็กน้อยซัดอาวุธเพียงชิ้นเดียวในมือไปยังคนชุดดำที่พุ่งเข้าหาเจิ้งเหยียน ขณะเดียวกันคนชุดดำที่รอโอกาสเห็นช่องว่างก็รีบเข้าจู่โจมทันที ดาบในมือง้างสูงเหนือศีรษะอันจื่อเทา
“เสี่ยวจื่อระวัง!”หลัวเจิ้งเหยียนคว้ากระบี่ข้างกายซัดเข้าใส่คนชุดดำที่หันอาวุธเข้าใส่ภรรยาตนจากด้านหลัง กระบี่เล่มคมเสียบทะลุร่าง อันจื่อเทายกแขนเสื้อกันเืไม่ให้กระเด็นใส่หน้าฉวยดาบที่หมายสังหารตนมาไว้ในมือสวนแทงชายชุดดำอีกคนที่พุ่งเข้ามาหมายซ้ำอีกรอบ
ร่างไร้ิญญาสองร่างล้มลงพื้นเหลือเพียงหนึ่งลูกน้องกับหนึ่งเ้านาย
“ไม่ได้เื่!”บุรุษร่างใหญ่สบถอย่างหัวเสียดึงพลุในอกเสื้อออกมา
อันจื่อเทาขว้างดาบในมือออกไปขัดขวางก่อนเบี่ยงหลบดาบลูกล้อคนสุดท้ายที่ยังสู้ติดพัน หูแว่วได้ยินเสียงสบถใจที่เต้นรัวสงบลงได้ชั่วคราว ฝ่ามือฟาดเข้ากลางอกคู่ต่อสู้กระเด็นไปไกลหลายจััง
ด้านบุรุษร่างใหญ่คนดังกล่าวบรรดาลโทสะจนสองตาแดงกล่ำ มือใหญ่คว้าดาบบนพื้นจิตสังหารพวยพุ่งกดข่มคู่ต่อสู้
ชั่วพริบตารูม่านตาพลันหดเล็กลงสะท้อนวัตถุคมกล้า อันจื่อเทารีบยกดาบขึ้นฉับพลันรับแรงที่ฟาดฟันลงมา ได้ยินเสียงกระดูกลั่นข้างหูตามมาด้วยเ็ปบริเวณข้อมือไปจนถึงแขนข้างนั้น อันจื่อเทากัดฟันสะกดกลั้นความเจ็บชั่วอึดใจพลันเบี่ยงกายหลบไปด้านข้างพร้อมกับยกเข้ากระทุ้งหลังชายร่างใหญ่ไปเต็มแรงจากนั้นสะกิดปลายเท้าตีลังกากลับหลังกลางอากาศอยู่หลายตลบจนทิ้งระยะจากคู่ต่อสู้พอสมควรก่อนลงมายืนบนพื้นอย่างซวนเซเล็กน้อย
หลัวเจิ้งเหยียนกำหมัดแน่น แขนขาข้างที่ยังขยับได้ดันกายลุกยืน ทว่าในตอนนั้นเองก็มีวัตถุเย็นเฉียบมาจ่อลำคอไว้ก่อน
“หากไม่อยากตายบอกสหายของเ้าหยุดมือเสีย”เสียงนั้นดังพอให้อีกสองชีวิตที่คุมเชิงกันอยู่ได้ยินด้วย
ด้วยระยะที่อยู่ไม่ห่างกันมากอันจื่อเทาขว้างดาบในมือออกไปหยุดการเคลื่อนไหวผู้เป็หัวหน้า เสี้ยววินาทีต่อจากนั้นพลังปราณที่อัดแน่นใต้ฝ่าเท้าส่งเ้าของมันพุ่งไปราวกับหัวหอก ฝ่ามือกางเป็กรงเล็บทิ้มเข้าดวงตาลิ้วล้อคนสุดท้ายเต็มแรง
ขณะเดียวกันหลัวเจิ้งเหยียนกระทุ้งศอกเบี่ยงลำคอออกจากวิถีคมดาบกลิ้งออกห่างอย่างทุลักทุเล
อันจื่อเทาจับคนทุ่มลงพื้น สะกิดดาบข้างฝ่าเท้าขึ้นมาไว้ในมือ ย่างสามขุมเข้าหาร่างที่ดิ้นพล่านด้วยความเ็ปจากการถูกทะลวงดวงตา ดาบในมือถูกเงื้อขึ้นสูงก่อนแทงทะลุอกปักตรึงไว้กับพื้นอย่างแ่า ฝ่าเท้าเหยียบกน้าท้องคนไว้มองลงไปด้วยสายตามองคนที่ตายไปแล้ว
“ชีวิตสุนัขของเ้าใช้จนเบื่อแล้วกระมัง"น้ำเสียงไม่หนักไม่เบาคลอดังตามจังหวะการขยับดาบ เสียงร้องโหยหวนจากดังระงม ร่างบนพื้นกระเสือกกระสนด้วยความเ็ปยากจะพรรณนาทว่ายิ่งขยับดาบที่ปักคาอกยิ่งบาดกว้างไปทุกขณะ
ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!ตึง!
ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ เสียงกลองกระหน่ำตีทำคนที่กำลังตกตะลึงสะดุ้ง เสียงความเคลื่อนไหวภายในค่ายทหารดังฮือตามมาด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงฟาดฟันกระบี่ ชายชุดดำร่างใหญ่สบถทิ้งท้ายก่อนสะกิดปลายเท้าหายไปในความมืด
อันจื่อเทาสองตายังไม่ละไปจากร่างใต้ฝ่าเท้า มือขยับดาบยกขึ้นเล็กน้อยก่อนออกแรงลากลงเรื่อยๆจนถึงส่วนลำตัว เืมากมายไหลทะลักเสียงปริขาดของเนื้อหนังดังคลอกับเสียงกรีดร้องลั่น ร่างนั้นกนะตุกถี่ๆก่อนแน่นิ่งไปพร้อมกับเครื่องในไหลทะลักออกมาร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง
ปึ่ก!
อันจื่อเทาสะดุ้งโหย่งหันไปตามเสียง ใบหน้างามซีดเผือดร่างกายแข็งค้างลืมกระทั่งวิธีออกเสียง หลัวเจิ้งเหยียนทรุดนั่งลงกับพื้นมองมาด้วยสายตาตกตะลึง มือใหญ่ปิดปากไม่ให้ของเหลวที่จุกถึงลำคอออกมา คราก่อนเขายังไม่กล้าเชื่อว่าคนตัวเล็กจะสังหารคนได้จริง มายามนี้เห็นกับตาทุกขั้นตอนหลัวเจิ้งเหยียนอดตื่นตะลึงไม่ได้เผลอขยับกายถอยหลังเมื่ออันจื่อเทาก้าวเข้าหา
*************