เนตรดาวเมื่อรู้ว่าตนเองมีเวลาในโลกนี้อีกเพียงแค่หนึ่งปีก่อนที่จะไปเริ่มต้นใหม่ในอีกโลกหนึ่งที่มีคุณพ่อผู้เป็ที่รักยิ่งรอคอยอยู่ที่นั่น เธอก็คลายความอาลัยเพราะยังมีความหวังที่จะได้เจอกับผู้เป็พ่ออีกครั้งหนึ่ง เนตรดาวกับจูจูต่างตระเวนซื้อสิ่งของที่เห็นว่ามีความจำเป็ต่อการใช้งานข้าวของเครื่องใช้จิปาถะของเด็กอ่อนจนถึงวัยชราถูกเนตรดาวจัดซื้อเตรียมไว้จำนวนมาก เงินประกันชีวิตของภารดารวมทั้งเงินในบัญชีที่ภารดาได้โอนให้หล่อนเป็ผู้ดูแลในบัญชีมีเงินประมาณสิบล้านกว่าบาท เมื่อได้สิ่งของเครื่องใช้ ข้าวปลาอาหาร น้ำดื่ม นม รวมถึงหยูกยาแผนปัจจุบันรวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์และคู่มือต่าง ๆ ก็ถูกเก็บรวบรวมบรรจุไว้ในมิติของจูจูทั้งหมด
“พี่สาวอย่าลืมตัดชุดแบบคนในโลกเซียนด้วยนะจ้ะ ทั้งชุดเด็กไปจนถึงชุดผู้ใหญ่ เพราะที่นั่นผู้คนแต่งกายไม่เหมือนกับโลกใบนี้ อีกอย่างพี่สาวต้องเอาอุปกรณ์เครื่องครัวรวมทั้งสูตรอาหารอร่อย ๆ ไว้ในมิติของจูจินด้วยนะจ้ะ หากพวกเราไปจากที่นี่ไปที่โลกแห่งเซียนก็จะไม่ได้กินหมูกะทะ กุ้งอบวุ้นเส้น ไก่บอนชอน พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ ไหนจะขนมไทยอีก โอ๊ะ! หนูว่าเรายังขาดสิ่งของอีกหลายอย่างเลยจ้ะพี่จ๋า”
“ของที่ว่าขาดนี่คงจะเป็รายการขนมกับอาหารอร่อย ๆ เสียมากกว่าหละมั้งเนี่ย พี่ว่าของที่พวกเราขนไปก็มากแล้ว พอพี่ได้ยินจูจูพูดแบบนี้เราก็ไปตะลุยซื้อเก็บไว้กันให้หมดเลยดีกว่าดีมั๊ย”
“ดีจ้ะ พี่สาวว่าดี หนูก็ว่าดีจ้ะ”
“อืม พี่จะไปที่กรมที่ดินด้วยว่าจะไปทำเื่โอนที่ดินของบ้านหลังนี้กับบ้านสวนเมืองนนท์ให้กับมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้มีที่อยู่และมีชีวิตใหม่ และเพื่อเป็การทำกุศลด้วย แล้วหลังจากนั้นเราก็ไปตะลุยซื้อของกันตามที่จูจูกับจูจินอยากได้ก็แล้วกันนะ”
“จ้ะพี่สาว”
เมื่อทำธุระในการติดต่อทนายเพื่อจัดการมรดกที่ได้รับมาจากผู้เป็พ่อ โดยที่เนตรดาวได้ประสงค์ไว้ว่าหากเธอเสียชีวิตทรัพย์สินทั้งหมดยกให้กับมูลนิธิวันใหม่ที่เธอเคยทำงานด้วย เพราะตอนนี้เนตรดาวได้ลาออกจากมูลนิธิเพื่อเตรียมตัวกักตุนสิ่งของตามข้อมูลที่จูจูได้บอกไว้และยังได้ไปทำเื่บริจาคร่างกับโรงพยาบาลเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาต่อไป
“จูจูในโลกแห่งเซียนที่เราจะไปเป็แบบไหน พี่จะได้เตรียมสิ่งของเพิ่มเติมได้อีก”
“ในโลกนั้นไม่มีไฟฟ้า อากาศเย็นมากไม่ร้อนเหมือนโลกนี้ มีสัตว์อสูร มีเซียน มีผู้คนธรรมดา การเดินทางใช้สัตว์เป็พาหนะ หากเป็เซียนจะมีอาวุธเซียนใช้เดินทางแทนจ้ะ”
“อาวุธเซียนที่ใช้เดินทาง อย่างเช่นขี่กระบี่ ขี่เมฆอย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่จ้ะ อาวุธเซียนก็ขึ้นอยู่กับว่าเซียนท่านนั้นจะเป็อะไรจ้ะ”
“อืม..ถ้าอย่างนั้นของจำพวกจักรยาน เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันก็ไม่มีในโลกนั้นสินะ มิน่าหล่ะจูจูถึงคะยั้นคะยอให้พี่ซื้ออุปกรณ์โซลาเซลล์ไว้จำนวนมาก”
"ถ้าพี่สาวมีสื่อบันเทิง แบตเตอรี่สำรองก็เอาไปด้วยได้จ้ะ เครื่องปั่นไฟ หรืออุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมพี่สาวก็เอาไปด้วยนะจ้ะ เพราะเมื่อเราไปที่นั่นไม่รู้ว่าท่านปู่เซียนจะให้เราไปเริ่มต้นที่เมืองมนุษย์หรือไม่ พี่สาวอาจต้องบำเพ็ญเพียรและต้องผ่านด่านเคราะห์์จ้ะถึงจะสามารถขึ้นไปเป็เซียนได้ และในโลกเซียนยังมีหลายชั้นที่ต้องเลื่อนขั้นไป"
“แล้วคุณพ่อหล่ะ ท่านเป็เทพราตรี ถ้าอย่างนั้นท่านอยู่ในโลกเซียนชั้นใด”
“ท่านพ่อเป็เทพ ย่อมอยู่ในโลกแห่งเทพจ้ะ เมื่อพี่สาวสามารถบรรลุเป็เซียน์แล้วต่อไปก็จะบรรลุเข้าสู่โลกเทพจ้ะ”
“หมายความว่าที่นั่นมีโลกมนุษย์ โลกแห่งเซียน และโลกแห่งเทพสินะ”
“ยังมีโลก์อีกนะจ้ะ แต่ส่วนมากในโลก์จะเป็เทพผู้บำเพ็ญตบะมาหลายหมื่นปีจึงสามารถบรรลุขึ้นไปบนชั้น์ได้ ในโลกแห่งนั้นย่อมมีจักรพรรดิ์์เป็ผู้ปกครองสูงสุดจ้ะ”
“เฮ้อ ! แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่พี่จะได้พบคุณพ่อหล่ะเนี่ย! หนทางช่างยาวไกลจริง ๆ ”
“ฮิ ฮิ พี่สาวต้องบำเพ็ญเพียรพร้อมกับทำความดี ย่อมได้พบท่านพ่อจ๋าแน่นอนจ้ะ อีกอย่างเมื่อเราไปยังโลกแห่งเซียนได้ ท่านพ่อจ๋าก็สามารถลงมาหาเราได้นี่จ้ะ เมื่อพี่สาวบำเพ็ญเพียรถึงโลกแห่งเทพได้เราก็ไปอยู่ที่วังเทพของท่านพ่อสิจ้ะ”
“อืม อย่างน้อยมีคุณพ่อเป็เป้าหมายในการบำเพ็ญเพียรก็ทำให้พี่มีแรงใจที่จะฝ่าฟันไปให้ได้”
“จ้ะ พี่สาวมีหนูกับจูจินเป็ผู้ช่วยย่อมสามารถทำสำเร็จได้แน่นอนจ้ะ แต่ว่าพี่สาวนอกจากบำเพ็ญเพียรแล้วพี่สาวก็ต้องทำของอร่อยให้พวกเราด้วยนะจ้ะ”
“เฮ้อ ! จูจูพาวกเข้ามาเื่กินจนได้สินะ เอาหล่ะเรามาแพ็คของกันก่อน เดี๋ยวรถส่งสินค้าจะทยอยเข้ามาส่งอีก ไม่รู้ว่าชาวบ้านแถวนี้จะสงสัยว่าพี่จะเปิดห้างขายสินค้าแล้วหล่ะมั้ง เพราะรถส่งของขยันเข้าออกทุกวันเชียว”
“ใช่จ้ะ เื่นี้หนูรู้ ยายแม้นที่อยู่สวนด้านข้างเอาเื่พี่สาวไปเม้าท์ที่ร้านขายของชำว่าสงสัยพี่สาวจะทำธุรกิจโกดังสินค้าจ้ะ อีกอย่างหนูเห็นยายแม้นเอากล้องส่องทางไกลมาส่องพวกเราด้วยนะจ้ะ หนูก็เลยให้เ้าเจมส์บอนหมาของยายแม้นมันไปแอบคาบกล้องส่องทางไกลของยายแม้นไปซ่อนแลกกับไก่ย่างจ้ะ”
“หือ ไก่ย่างที่ขอพี่ซื้อมาที่หน้าปากซอยหน่ะเหรอ”
“ใช่จ้ะ ตอนนี้ยายแม้นยังหากล้องไม่เจอ เพราะเ้าเจมส์บอนมันขุดดินเอาไปฝังที่ท้ายสวนจ้ะ ตอนนี้ยายแม้นยังหากล้องส่องทางไกลหัวหมุนอยู่เลยจ้ะ ฮิฮิ”
“เฮ้อ ! ป้าข้างบ้านนี่มีทุกที่สินะ” เนตรดาวได้แต่ส่ายหัวกับเื่ที่ได้ยิน
เมื่อสิ่งของที่้าเตรียมครบหมดแล้วเท่าที่จะคิดได้ เนตรดาวจึงใช้เวลาที่เหลือเข้าคอร์สเรียนทำอาหารประเภทต่าง ๆ ทั้งอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารต่างชาติที่ขึ้นชื่อเธอลงเรียนทั้งหมด แน่นอนว่าจูจูต้องคอยติดตามไปด้วยทุกที่ ตอนนี้แสงแห่งบารมีหรือไอเซียนทั้งของจูจูและเนตรดาวมีอย่างเข้มข้น เมื่อไปที่ใดจูจูไม่จำเป็ต้องขออนุญาตท่านเ้าที่องค์ใดอีกต่อไป เมื่อลงเรียนทำอาหารแล้วหนังสือประกอบอาหารนานาชนิดก็ถูกเนตรดาวกว้านซื้อไปหลายเล่ม เพราะจูจูให้เหตุผลว่าพวกตนจะได้เปิดเมนูอาหารเพื่อเลือกให้หล่อนเป็คนทำให้
*********************
วันนี้ครบรอบหนึ่งปีที่ผู้เป็พ่อได้จากไป เนตรดาวกับจูจูตระเวนทำบุญรวมทั้งบริจาคเงินที่มีอยู่ให้กับมูลนิธิต่าง ๆ รวมถึงไปแจกอาหารกลางวันที่โรงเรียนสำหรับเด็กด้อยโอกาส เมื่ออิ่มบุญอิ่มใจแล้วเธอถึงกลับบ้านเพื่อเก็บสิ่งของทุกอย่างภายในบ้านเข้าไว้ในมิติ เหลือเพียงเตียงนอนที่เธอกับจูจูนอนอยู่เพียงหลังเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้เธอติดต่อให้ทนายให้เข้ามาหาที่บ้านก็คงจะพบเพียงแค่ร่างไร้ชีวิตของเธอเท่านั้นเพราะคืนนี้จะเป็คืนสุดท้ายที่เธอจะอยู่ในโลกใบนี้ตามที่ท่านปู่เซียนได้บอกเอาไว้
สองนาฬิกาท่านปู่เซียนกับเทพราตรีก็เดินทางเข้ามายังห้องนอนของเนตรดาวซึ่งตอนนี้ร่างอันไร้ิญญาได้นอนแน่นิ่ง ส่วนิญญาของหญิงสาวกับร่างเซียนของจูจูนั้นนั่งรออยู่ข้างเตียง
“หลิน พ่อมารับลูกแล้ว”
“คุณพ่อ / ท่านพ่อ!”
“หนูคิดถึงคุณพ่อค่ะ ในที่สุดวันนี้เราก็จะได้เจอกันอีกครั้งแล้ว”เนตรดาวโผเข้าสู่อ้อมกอดของผู้เป็พ่อดุจเดียวกับจูจูที่วิ่งเข้าไปกอดขาของเทพราตรี
“แง๊! ท่านพ่อ หนูคิดถึงท่านพ่อมากเลยจ้ะ”
“ว่าอย่างไรจูจู ไม่เจอกันหนึ่งปีลูกดูอ้วนขึ้นนะ”
“ฮิ ฮิ ก็พี่สาวทำอาหารอร่อยนี่จ้ะ หนูกับจูจินน้ำหนักขึ้นตั้งหลายกิโลเลยจ้ะ”
“เอาหล่ะ ! ถึงเวลาที่เราต้องไปจากมิตินี้แล้ว แม่หนูเ้าพร้อมที่จะเดินทางไปที่แห่งนั้นแล้วหรือไม่” เทพชะตาลูบเคราไปมาก่อนที่จะเอ่ยตัดบท
“หนูพร้อมแล้วค่ะท่านปู่เซียน ที่นี่ไม่มีอะไรให้ห่วงแล้วค่ะ” เนตรดาวหันมายิ้มตอบให้กับเทพชะตา หล่อนพร้อมที่จะไปผจญภัยกับโลกใบใหม่แล้ว
“อืมดี ถ้าเช่นนั้นเ้าจงหลับตากำหนดจิตให้ว่าง แล้วข้าจะพาพวกเ้าไปเริ่มต้นใหม่ในที่แห่งนั้น”
เนตรดาวหันไปมองร่างกายของตนเองที่นอนแน่นิ่งอีกครั้งก่อนที่จะยืนหลับตามืออีกข้างก็จับจูงจูจูไว้ เซียนชะตาพาทุกคนข้ามมิติไปยังโลกแห่งเซียน เมื่อเนตรดาวลืมตาขึ้นมาทุกคนก็ได้มาปรากฏตัวที่สวน์ เนตรดาวมองดูความสวยงามของสวน์ด้วยความตะลึง
“ที่นี่คือที่ใดกันคะ ทำไมดูงดงามเช่นนี้”
“ที่นี่คือสวน์ของข้าเอง เอาหล่ะแม่หนูก่อนที่ข้าจะส่งดวงจิตของเ้าลงไปเกิดยังแดนมนุษย์เพื่อบำเพ็ญเพียร ข้าจะให้เ้าเข้าไปเลือกลูกแก้ว์เพื่อเป็ตัวช่วยของเ้า ซึ่งกำไลสรรพสิ่งของเ้าจำต้องมีลูกแก้ว์ปลดผนึกมิติในกำไล เ้าต้องรวบรวมลูกแก้ว์ให้ครบทั้งเจ็ดดวงจึงจะสามารถใช้มิติได้อย่างสมบูรณ์ แต่ในตอนนี้เ้าสามารถเลือกได้เพียงหนึ่งดวงเท่านั้น และลูกแก้ว์ที่เหลืออีกหกดวงจะกระจายไปยังโลกมนุษย์ โลกแห่งเซียน และโลกแห่งเทพ โลกละสองดวงขอให้เ้าบำเพ็ญเพียรและค้นหาดวงแก้ว์เ่าั้ให้เจอ”
“ท่านปู่เซียนคะ โลกช่างกว้างใหญ่ แล้วหนูจะรู้ได้อย่างไรคะว่าลูกแก้ว์นั้นอยู่ที่ใดบ้าง”
“นี่คือเข็มทิศ์ หากลูกแก้ว์ปรากฏที่ใด เข็มทิศ์จะเป็ผู้บอกเ้าเอง เอาหล่ะตอนนี้เ้าก็เลือกลูกแก้ว์ออกมาเพียงหนึ่งดวงเท่านั้น”
เซียนชะตาเสกลูกแก้ว์หลากสีเช่นเดียวกับกำไลสีรุ้ง ลูกแก้ว์ทั้งเจ็ดลอยมาอยู่ด้านหน้าของเนตรดาวเพื่อให้เธอเป็คนเลือก เนตรดาวตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบลูกแก้ว์สีเหลืองที่คล้ายกับจะส่งเสียงเรียกให้เธอเลือกหยิบมัน เมื่อเนตรดาวเอื้อมมือเลือกลูกแก้ว์สีเหลืองลูกแก้วดวงนี้ก็พุ่งหายเข้าสู่กำไลสรรพสิ่ง ส่วนลูกแก้ว์ที่เหลือก็ล่องลอยออกไปในทิศทางต่าง ๆ จนลับหายไปจากสายตา
“อืม…์ได้ลิขิตไว้แล้ว แม่หนูเ้าเลือกลูกแก้ว์สีเหลืองเป็ลูกแก้วแห่งสรรพสัตว์ เ้าจะมีความสามารถสื่อสารพูดคุยกับสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงสัตว์อสูร และสามารถออกคำสั่งกับพวกมันได้เพราะถือว่าเ้าเป็ผู้ปกครองสูงสุดของพวกมัน เอาหล่ะได้เวลาแล้วท่านเทพราตรีท่านคงจะมีเื่คุยกับบุตรสาวท่านใช่หรือไม่”
“ขอรับท่านเซียนชะตา”
ภารดาหรือเทพราตรีได้เดินเข้ามาโอบกอดยอดดวงใจผู้เป็ที่รัก เนตรดาวก็ย่อมรู้ว่าตนต้องจากผู้เป็พ่ออีกครั้งเธอจึงโผเข้าไปกอดผู้เป็พ่อแน่นเพื่อสร้างกำลังใจเช่นเดียวกับจูจูที่วิ่งเข้ามากอดต้นขาของเทพราตรี
“หลินลูก ในโลกแห่งเซียนนี้นามของเ้าคือม่านชิงหลิน พ่อขอให้ลูกรักของพ่อมีความสุขกับการใช้ชีวิต ขอให้เ้าตั้งสติยั้งคิดทุกอย่างให้รอบคอบก่อนที่จะทำสิ่งใด และจงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเมื่อถึงเวลาเราสองคนพ่อลูกก็จะได้พบกันอีกครั้ง จูจูพ่อฝากเ้าอยู่ดูแลพี่สาวของเ้าด้วยหล่ะ แล้วอย่าซุกซนให้มากนักเข้าใจหรือไม่”
“ค่ะคุณพ่อ / หนูเข้าใจจ้ะท่านพ่อ”
“พ่อขอให้ลูกทั้งสองรวมถึงจูจินนั้นโชคดี”
“เอาหล่ะ ถึงเวลาแล้ว เ้าจูจูบอกเ้าจูจินด้วยว่าสามารถออกมาซุกซนนอกมิติได้เช่นเดียวกับเ้าแล้ว แต่เมื่อแม่หนูหลินอยู่ที่แดนมนุษย์ มนุษย์เ่าั้จะไม่เห็นพวกเ้า แต่เมื่อก้าวผ่านมายังโลกแห่งเซียนตัวตนของพวกเ้าก็จะปรากฏให้เซียนหรือเทพได้เห็น เข้าใจหรือไม่”
“หนูเข้าใจจ้ะท่านปู่เซียน”
“เอาหล่ะ ข้าจะส่งพวกเ้าลงไปเกิดเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ในโลกแห่งนี้ เส้นทางชะตาชีวิตของเ้าให้เ้านั้นเป็ผู้กำหนด ข้าขออวยพรให้โชคดี”
ดวงจิตของจูจูได้หายเข้าไปอยู่ในมิติของกำไลสรรพสิ่ง ส่วนดวงจิตของเนตรดาวได้ถูกส่งลงไปยังแดนมนุษย์เพื่อเริ่มต้นใหม่ เทพราตรีมองส่งดวงจิตของบุตรสาวด้วยความรักเปี่ยมล้น
“อีกไม่นานเราก็จะได้พบกันใหม่ลูกรักของพ่อ”
“ท่านอย่ากังวลไปเลย เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็เทพแห่งสรรพสิ่งย่อมต้องก้าวขึ้นมายังที่ที่เป็ของนางเช่นเดิม ท่านเองก็มิได้บำเพ็ญตบะมานานถึงเวลาที่ท่านต้องเก็บตัวบำเพ็ญเพียรเช่นกัน”
“ขอรับท่านเซียนชะตา”
ร่างของเทพราตรีและเซียนชะตาได้หายไปจากสวน์เพื่อไปทำหน้าที่ของตน ทุกคนย่อมมีหนทางของตนเอง แต่สักวันหนึ่งหนทางเ่าั้ย่อมกลับมากัน ดังเช่นชะตาที่์ได้กำหนดไว้
*********************