ในขณะที่ทางจวนสกุลหลินกำลังพูดคุยถึงเื่น่ายินดีด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่มีให้กันแต่ทางจวนสกุลหยางกลับเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้หยางเม่าผู้เป็นายท่านใหญ่สกุลหยางได้แต่นั่งปลอบใจอนุคนโปรดของตนเองและบุตรสาวคนที่สามที่ถือกำเนิดจากอนุผู้นี้ด้วยความปวดใจ
“ท่านพ่อ!หลินเหม่ยเหยาไม่เพียงตบใบหน้าข้าแต่ยังพูดจาดูิ่เื่ที่ข้าเป็บุตรสาวของอนุคำพูดของนางไม่เพียงดูถูกข้าและแม่เล็กของข้าแต่นางยังกล้าพาดพิงไปถึงกุ้ยเฟยที่อยู่ในวังด้วย”หยางสุ่ยเซียนเอ่ยพลางร่ำไห้ออกมา ยามนี้นางนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงหน้านายท่านหยางด้านข้างของนางยังก็มีเฉินอี๋เหนียงผู้เป็มารดาแท้ๆนั่งร่ำไห้อยู่เป็เพื่อน
ท่าทีของสองแม่ลูกจากเรือนทิศเหนือทำให้สวีเยียนผู้เป็ภรรยาเอกคนที่สองของนายท่านหยางจำต้องยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มเพื่อปกปิดรอยยิ้มของตนเองส่วนสายตาของนางก็จ้องมองสองแม่ลูกราวกับกำลังจ้องมองตัวตลกอยู่นายท่านหยางยังคงโปรดปรานเฉินอี๋เหนียงอยู่ก็จริง แต่ยามนี้เฉินอี๋เหนียงมีอายุมากแล้วจะสู้นางที่อ่อนวัยกว่าอีกทั้งยังมีสกุลสวีคอยหนุนหลังอยู่ได้อย่างไรจริงอยู่ที่นางยังไม่มีบุตรธิดาแต่ในฐานะภรรยาเอกคนที่สองแม้จะไม่มีบุตรธิดาก็ไม่เป็ไรขอแค่นางมีความสัมพันธ์อันดีกับบุตรชายคนโตและบุตรสาวคนโตของภรรยาเอกคนเก่า นางก็ย่อมจะสามารถอยู่ในจวนสกุลหยางอย่างมีเกียรติได้ตลอดชีวิต
“เ้าจะทะเลาะเบาะแว้งกับคุณหนูใหญ่จวนสกุลหลินก็ทะเลาะไปสิเหตุใดต้องนำพระเกียรติของกุ้ยเฟยมาเอ่ยถึงทำให้พระนางต้องพลอยได้รับความมัวหมองไปกับเ้าด้วย”คำพูดของสวีเยียนทำให้นายท่านหยางที่เมื่อครู่นี้กำลังมีอารมณ์กราดเกรี้ยวพลันชะงักงันไปในทันที
“สุ่ยเซียนเ้าพูดมาเหตุใดคุณหนูใหญ่จวนสกุลหลินจึงได้เอ่ยถึงกุ้ยเฟยที่อยู่ในวังได้”คำถามของสวีเยียนทำให้หยางสุ่ยเซียนนิ่งงันไปส่วนเฉินอี๋เหนียงกลับหัวไวกว่านางรีบซับหยาดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับนายท่านหยางด้วยน้ำเสียงเรียกร้องความเห็นใจ
“นางพูดจาดูิ่เซียนเอ๋อบอกว่าเซียนเอ๋อเป็แค่เพียงบุตรสาวของอนุคนสูงศักดิ์อย่างกุ้ยเฟยมีหรือที่จะมาสนใจนาง นางเอ่ยเช่นนี้มิเท่ากับเป็การเอ่ยวาจาล่วงเกินกุ้ยเฟยว่าพระนางทรงมีน้ำพระทัยคับแคบหรอกหรือเ้าคะ”เมื่อเฉินอี๋เหนียงเอ่ยเช่นนี้นายท่านหยางก็พลันบันดาลโทสะในทันที
“บังอาจ!คุณหนูใหญ่สกุลหลินคิดว่าตนเองเองเป็ผู้ใดจึงกล้าพูดจาให้ร้ายกุ้ยเฟยใครก็ได้ส่งคนไปที่สกุลหลินบอกกับคนสกุลหลินว่าหากคุณหนูหลินไม่มาขอขมาที่จวนสกุลหยางก็จงเตรียมตัวรอรับโทสะจากข้าได้เลยเด็กสาวที่ลงมืออย่างป่าเถื่อนแถมมีวาจาชั่วร้ายเช่นนี้หากจวนสกุลหลินอบรมสั่งสอนไม่ได้ข้าผู้เป็หัวหน้าสำนักราชบัณฑิตจะขอออกหน้าลงมือสั่งสอนนางด้วยตนเอง”เมื่อนายท่านหยางเอ่ยเช่นนี้สองแม่ลูกจากเรือนทิศเหนือก็หันมาสบตากันในทันทีสวีเยียนมองท่าทีของพวกนางแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้วในใจก็ได้แต่คิดว่านางควรจะส่งคนไปแจ้งให้กุ้ยเฟยทรงทราบดีหรือไม่ว่าคนจากเรือนทิศเหนือกำลังจะก่อเื่อีกแล้ว
ใช้เวลาเพียงไม่นานหลินเจวี๋ยก็พาบุตรสาวมาที่จวนสกุลหยางด้วยตนเองนายท่านหยางจ้องมองหลินเจวี๋ยด้วยความพึงพอใจการที่หลินเจวี๋ยพาบุตรสาวมาขอโทษที่จวนสกุลหยางด้วยตนเองเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าจวนสกุลหลินไม่กล้ามองข้ามอำนาจและบารมีของจวนสกุลหยาง
“คิดไม่ถึงว่าท่านรองหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงจะพาบุตรสาวมาขอขมาบุตรสาวของข้าที่จวนสกุลหยางด้วยตนเองเช่นนี้”คำพูดของนายท่านหยางทำให้หยางสุ่ยเซียนที่ยามนี้หลบไปยืนอยู่ทางด้านข้างของเก้าอี้ของนายท่านหยางพลันยิ้มออกมาสายตาที่นางใช้จ้องมองหลินเหม่ยเหยาเต็มไปด้วยการเย้ยหยันอย่างเต็มที่
“หามิได้ที่ข้าพาบุตรสาวของข้ามาที่นี่ก็เพื่อจะให้นางได้แก้ต่างให้กับตนเองต่างหากอีกทั้งข้าคิดว่าคนที่ควรจะขอโทษควรจะเป็คุณหนูสามผู้เป็บุตรสาวของท่านมากกว่านะ”คำพูดของหลินเจวี๋ยทำให้นายท่านหยางพลันขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจในทันที
“ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”คำถามของนายท่านหยางทำให้หลินเจวี๋ยยิ้มพลางออกมาในทันที
“บุตรสาวของข้าลงมือตบเข้าไปที่ใบหน้าของคุณหนูสามก็จริงแต่นางทำก็เพื่อป้องกันตัวด้วยเพราะว่าคุณหนูสามเป็คนลงมือกับนางก่อน”เมื่อหลินเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้นายท่านหยางก็หันไปมองหยางสุ่ยเซียนในทันทีนางจึงรีบเอ่ยวาจาแก้ตัวออกมา
“ก็นางพูดจาดูถูกข้าดูถูกแม่เล็กของข้าแถมยังเอ่ยวาจาพาดพิงถึงกุ้ยเฟยที่อยู่ในวังด้วย”คำพูดประโยคนี้ของหยางสุ่ยเซียนทำให้หลินเหม่ยเหยาพลันยิ้มออกมาแล้วเอ่ยวาจาคัดค้านขึ้นมาในทันที
“ต้องขออภัยผู้าุโทุกท่านที่ข้าต้องเอ่ยวาจาสอดแทรกนะเ้าค่ะแต่ในเมื่อคุณหนูสามสามารถพูดได้ ดังนั้นข้าก็ขอออกหน้าปกป้องตนเองได้เช่นกัน”หลินเหม่ยเหยาเอ่ยออกมาพลางจ้องมองหยางสุ่ยเซียนด้วยสายตาเ็า
“รบกวนคุณหนูสามช่วยเอ่ยทวนคำพูดของข้าก่อนที่พวกเราจะลงมือตบตีออกมาอีกครั้งได้ไหมตัวข้าเองก็จะได้เอ่ยทวนคำพูดของท่านออกมาด้วยเช่นกัน”คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้หยางสุ่ยเซียนนิ่งอึ้งไปด้วยคำพูดของหลินเหม่ยเหยาเกี่ยวข้องกับการตายของอดีตฮูหยินคนเก่านางไม่อยากจะรื้อฟื้นขึ้นมาพูดตรงนี้แล้วทำให้มารดาแท้ๆของนางต้องกลายเป็ผู้ต้องสงสัยของผู้อื่นอีกครั้ง
“เช่นนั้นข้าจะพูดทวนประโยคในวันนั้นให้ทุกคนฟังก็ได้นางพูดว่า...”
“พอแล้ว!เ้าอย่าได้พูดอันใดออกมาอีกเลย” หยางสุ่ยเซียนเอ่ยวาจาห้ามปรามออกมาในทันทีหากหลินเหม่ยเหยาพูดถึงเื่ที่นางพูดถึงคุณชายซ่งอย่างไม่สมควรจะเอ่ยถึงแถมยังเอ่ยวาจาล่วงเกินสกุลหลินและหลินเหม่ยเหยาทำให้ทั้งสองทะเลาะเบาะแว้งจนถึงขั้นต้องลงมือลงไม้กันขึ้นมาคนที่จะถูกลงโทษน่าจะกลายเป็ตัวนางเองหยางสุ่ยเซียนจึงได้หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากเฉินอี๋เหนียงผู้เป็มารดาของนางในทันที
“โธ่เอ๋ยเซียนเอ๋อของแม่เ้าถูกรังแกจนหวาดกลัวไปเสียแล้วใช่หรือไม่” เฉินอี๋เหนียงเอ่ยพลางเดินมาจับมือหยางสุ่ยเซียนเอาไว้พลางส่งสัญญาณให้หยางสุ่ยเซียนแสร้งทำตัวให้น่าสงสารให้มากที่สุดแล้วจึงได้หันไปเอ่ยกับนายท่านหยางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร
“นายท่านท่านดูร่องรอยบนใบหน้าของเซียนเอ๋อสิเ้าคะคุณหนูใหญ่สกุลหลินลงมือหนักขนาดนี้แล้วยังจะบอกว่าเพื่อป้องกันตัวอีกหรือ”คำพูดของเฉินอี๋เหนียงทำให้หลินเหม่ยเหยายิ้มออกมาในทันที
“เฉินอี๋เหนียงท่านคงจะไม่รู้ว่าหากข้าไม่ยั้งมือเอาไว้ท่านเชื่อเถิดว่ายามนี้บุตรสาวของท่านคงจะไร้ซึ่งลมหายใจไปแล้ว”หลินเหม่ยเหยาเอ่ยออกมาตามที่ใจของตนเองคิด ที่จริงแล้วนางอยากจะฆ่าหยางสุ่ยเซียนให้ตายในทันทีที่ได้พบหน้ากันเลยด้วยซ้ำแต่เพราะกังวลว่าจะก่อให้เกิดความไม่พอใจจากคนสกุลหยางนางจึงได้พยายามยั้งมือเอาไว้
ในชาติก่อนหยางเจี้ยนกลายเป็ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดเป็ใหญ่เหนือใต้หล้าใต้ฟ้าอยู่ใต้อำนาจของคนผู้เดียวนอกจากองค์ฮ่องเต้เสวียนเทียนหลงแล้วเขาก็ไม่เคยหวั่นเกรงผู้ใดอีกถึงอย่างไรหยางสุ่ยเซียนก็ถือว่าเป็น้องสาวต่างมารดาของเขานางย่อมไม่กล้าสร้างความบาดหมางกับเขาในเร็ววันนี้เพียงเพื่อการกำจัดอสรพิษอย่างหยางสุ่ยเซียนเพียงผู้เดียวหรอก
ยังมีหยางกุ้ยเฟยที่อยู่ในวังผู้นั้นอีกนางแค่เคยได้ยินหยางสุ่ยเซียนเอ่ยถึงความเกลียดชังที่กุ้ยเฟยทรงมีต่อหยางสุ่ยเซียนในชาติก่อนแต่แท้จริงแล้วหยางกุ้ยเฟยจะคิดอย่างไรหากน้องสาวต่างมารดาไปตายที่จวนสกุลหลินนางก็ยากจะคาดเดาดังนั้นจึงมีความจำเป็ต้องเก็บหยางสุ่ยเซียนเอาไว้ก่อนแน่นอนว่านางไม่มีทางปล่อยอสรพิษตนนี้ไปแม้ว่าจะยังกำจัดอสรพิษตนนี้ใน่นี้ไม่ได้แต่นางก็ไม่คิดจะปล่อยให้หยางสุ่ยเซียนได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอย่างแน่นอน