“ท่านหมออู๋ แม้ว่าข้าจะเป็ลูกจ้างของท่าน แต่ข้าก็จะไม่ยอมให้ท่านมารังแกพี่ชายของข้าเด็ดขาดนะเ้าคะ” ม่อเสี่ยวถงเรียกขานอู๋หยางตามคนส่วนใหญ่ แม้อู๋หยางจะไม่ค่อยรับรักษาคนนักแต่เขาก็มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศจนเป็ที่ยอมรับและยังคิดค้นยารักษาโรคออกมาหลายสิบขนาน
อู๋หยางหัวเราะหึๆ มองหน้าหญิงสาวตรงหน้า
“เหตุใดเ้าจึงคิดว่าข้าจะรังแกพี่ชายของเ้า?”
“ท่าน...ท่าน...”
ชายหนุ่มปรายตามองไปทางม่อเหอตี้
“เสี่ยวตี้ เ้าบอกเื่คืนนั้นให้นางรู้แล้วหรือ?”
เด็กชายที่ถือขนมในมือไว้ทั้งซ้ายและขวา ซ้ำในปากยังเคี้ยวขนมหยับๆ รีบกลืนลงคอ พยักหน้าตาเหลือก
“ขอรับ ข้าบอกนางไปหมดแล้ว”
“ที่ข้าให้เงินน้องชายเ้า เป็เพราะข้ารู้มาว่าม่อชิงฉือกับเ้าช่วยกัน ส่งเสียเขาเรียนหนังสือ แต่เขายังขาดแคลนเครื่องเขียนแบบเรียนหลายอย่าง ข้ารู้มาว่าเขาเป็เด็กดีจึงมอบเงินให้เป็ทุนการศึกษา ข้าผิดที่ใดหรือ?”
ม่อเสี่ยวถงฟังแล้วถึงกับผงะ บุรุษผู้นี้รู้จริงเสียด้วย
“ท่านสืบเื่ครอบครัวพวกเราด้วยหรือเ้าคะ?”
“ในเมื่อข้าสนใจในตัวพี่ชายเ้าก็ย่อมต้องอยากรู้เื่ของเขาเป็ธรรมดา” อู๋หยางยิ้มอ่อนๆ มองไปยังม่อเหอตี้ “เ้าได้กระเป๋าใบใหม่มาแล้วสิ?”
“ขอรับ กระเป๋าใบเก่าของข้าเก่าและขาดจนเหลือทน ตำราหลายเล่มก็ยังไม่มี ต้องคอยไปยืมสหายมาอ่านอยู่เรื่อย เงินที่ท่านมอบให้ข้ามา ข้าเอาซื้อของที่จำเป็ต้องใช้ในการเรียนครบหมดแล้วขอรับ”
“ดีมาก นั่นถือว่าตรงกับความประสงค์ของข้า”
ม่อเสี่ยวถงรีบหันไปหาน้องชาย “เงินที่เหลือเ้าก็คืนท่านหมออู๋ไปเสียสิ ในเมื่อเ้าซื้อของที่้าครบแล้ว”
อู๋หยางยิ้มอ่อน “ไม่ต้องหรอกม่อเสี่ยวถง เงินหนึ่งตำลึงสำหรับข้าไม่ได้มีค่ามากนัก แต่สำหรับเสี่ยวตี้จะช่วยให้เขาร่ำเรียนได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องคอยระวังกระเป๋าจะขาดระหว่างทาง ไม่ต้องยืมตำราจากอาจารย์และสหายอยู่บ่อยๆ”
“จริงด้วยพี่เสี่ยวถง ตอนนี้ข้ามีตำราครบถ้วน ต่อไปข้าต้องทำคะแนนได้มากกว่าเดิมแน่ๆ”
ม่อเสี่ยวถงเห็นสีหน้าและแววตาเมตตาของอู๋หยางก็ยอมจำนน จริงอย่างที่คนผู้นี้กล่าว น้องชายของนางช่างเป็นักศึกษาคนขยันที่ยากลำบาก
“ข้าขอบคุณแทนน้องชายข้าด้วยเ้าค่ะ”
“ม่อเสี่ยวถง ข้ารู้ว่าเ้าเป็ห่วงพี่ชาย แต่หากข้ายืนยันว่าจริงใจกับพี่ชายของเ้า เ้าจะช่วยส่งเสริมข้าหรือไม่?”
หญิงสาวถึงกับชะงัก นางมองบุรุษตรงหน้าอย่างชั่งใจ
“ท่านสูงส่งด้วยฐานะ ความรู้ และชาติตระกูล เหตุใดจึงปักใจในตัวพี่ชายของข้า? พี่ชิงฉือเป็แค่มือปราบเล็กๆ รูปร่างหน้าตาก็ใช่ว่าโดดเด่นจนสะดุดตา และฐานะเมื่อเปรียบกับท่านแล้วแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว”
ใบหน้าของท่านหมอผู้ร่ำรวยและลึกลับประดับด้วยรอยยิ้มละไม
“ข้าก็แค่ชอบม่อชิงฉือ ไม่ได้สนใจเื่สกุลหรือฐานะ ตรงกันข้ามข้ากลับมองว่าหากเขากลายเป็คนรักของข้า ข้าจะได้ช่วยครอบครัวของเขาได้”
“ท่านหมายถึง?”
“หากว่าข้าทำให้พี่ชายเ้าชอบข้าด้วยความเต็มใจ เ้ายินดีจะรับข้าเป็พี่เขยหรือไม่ม่อเสี่ยวถง?”
“หา! นี่ท่าน...ท่านจริงจังหรือเ้าคะ?” ดวงตาของหญิงสาวตื่นตระหนก นางไม่คิดว่าคุณชายร่ำรวยอย่างอู๋หยางจะหลงใหลในตัวพี่ชายตนถึงขนาดอยากจะได้เป็ภรรยา
“อืม...หากว่าเ้าช่วยข้า วันใดพี่ชายเ้าแต่งงานกับข้า ข้าจะซื้อเรือนใหม่ที่กว้างขวางน่าอยู่ให้เป็สินสอด พวกเ้าจะได้อยู่สบายขึ้น เ้าเห็นเป็เช่นไร?”
ม่อเสี่ยวถงถึงกับยิ้มกว้างออกมา นางใฝ่ฝันมาตลอดว่าสักวันหนึ่งนางกับพี่ชายจะสามารถเก็บเงินซื้อบ้านหลังใหม่ที่มีหลายเรือนไม่ต้องนอนเบียดกันเช่นทุกวันนี้ ม่อเสี่ยวถงต้องนอนร่วมห้องกับมารดาบนเตียงใหญ่ ส่วนอีกห้องก็ให้ม่อชิงฉือนอนร่วมกับน้องชาย
อู๋หยางเห็นแววตาของหญิงสาวกำลังไตร่ตรองบางอย่างก็รีบสำทับ
“ไม่ต้องห่วงน่า ขอเพียงพี่ชายเ้าชอบข้าก็ย่อมไม่ถือว่าเ้าขายพี่กินหรอก ทุกอย่างล้วนเป็ข้าที่เต็มใจจะมอบให้”
ม่อเสี่ยวถงคิดถึงเงินหนึ่งตำลึงที่อู๋หยางมอบให้น้องชาย หากว่านางช่วยเปิดทางให้ว่าที่พี่เขยผู้นี้ อนาคตครอบครัวของนางต้องสุขสบายแน่ เพราะนางได้ยินมาว่าอู๋หยางเป็บุตรชายคนโปรดของคหบดีอู๋
สกุลอู๋ยินยอมให้คุณชายรองสามารถแต่งงานกับบุรุษได้ อีกอย่างด้วยความสามารถในการปรุงยาของท่านหมออู๋หยางทำให้เขาคิดค้นยาใหม่ๆ ออกมาวางจำหน่ายในร้านสาขาในทั่วแคว้นสร้างรายได้จำนวนมากแก่สกุลอู๋ เช่นนั้น อู๋หยางก็นับว่าเป็ผู้มีความสามารถอย่างหาตัวจับได้ยาก
พี่เขยที่หล่อเหลาและฐานะร่ำรวยเช่นนี้ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ใดได้อีก?
‘พี่ชิงฉือ ในเมื่อมีบุรุษที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้มาชอบท่าน เช่นนั้นท่านก็ยอมเป็ภรรยาเขาไปเถิด ข้าว่าชีวิตนี้ของท่านคุ้มค่ายิ่งแล้ว’
“ได้! ข้ายินดีช่วยเหลือท่านเ้าค่ะ ขอเพียงท่านรับปากจะไม่บังคับ ข่มเหงพี่ชายข้า”
“ดี! เช่นนั้นเ้าต้องช่วยให้เขามาใกล้ชิดกับข้าเสียก่อน”
“ทำอย่างไรหรือเ้าคะ?”
สองพี่น้องสกุลม่อกลับจากคฤหาสน์สกุลอู๋พร้อมด้วยข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือ หญิงสาวยิ้มหวานนางหวังให้คุณชายรองอู๋พิชิตใจพี่ชายให้สำเร็จ
“พี่เสี่ยวถง เราขายพี่ชิงฉือกินเช่นนี้จะดีหรือขอรับ?”
“เสี่ยวตี้ เ้ารับเงินปิดปากมาแล้วหนึ่งตำลึง แล้วข้าวของพวกนี้ล้วนเป็คุณชายรองอู๋ที่ยินดีมอบให้ เ้าว่าหากเราซื้อเองต้องใช้เงินสักเท่าใดกัน?”
“อืม...ถ้าอย่างนั้นพวกเราสองคนก็เท่ากับเป็คนทรยศแล้วนะขอรับ”
“เ้าไม่ได้ยินหรือ? คุณชายรองอู๋บอกว่าขอเพียงพวกเราช่วยเหลือ หากว่าพี่ชิงฉือไม่มีใจเขาก็จะไม่บังคับ ในทางตรงข้ามหากว่าพวกเขาสองคนรักใคร่ชอบพอกัน พวกเราก็จะได้บ้านหลังใหม่ เ้ากับข้าก็จะมีห้องนอนส่วนตัวกันเสียที ไม่ดีหรือไร?”
ม่อเหอตี้รีบพยักหน้า “ดีสิๆ ข้าอยากมีห้องนอนส่วนตัวเหมือนสหายของข้าบ้าง”
“ถ้าอย่างนั้น เ้าก็ต้องเชื่อข้า เราสองคนร่วมมือกัน เปิดทางให้คุณชายรองอู๋ เขาจะทำสำเร็จหรือไม่? พวกเราก็ต้องไม่รับผิดชอบส่วนที่เหลือ”
“พี่เสี่ยวถง ข้าไม่เคยเห็นพี่ชิงฉือสนใจในตัวบุรุษมาก่อน ท่านว่าเขาจะยอมรับคุณชายรองอู๋ได้หรือ?”
ม่อเสี่ยวถงนิ่งไปเล็กน้อย “เื่พวกนี้ให้พี่ชิงฉือตัดสินใจเองก็แล้วกัน”
สองพี่น้องหารือกันจนถึงบ้าน พอม่อฮูหยินเห็นสองพี่น้องหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาก็ทำหน้าฉงน ม่อเสี่ยวถงจึงได้รีบบอกกล่าว
“ท่านแม่เ้าคะ ของพวกนี้ท่านหมออู๋ฝากมาให้เ้าค่ะ”
“ดีจริง คุณชายรองอู๋ผู้นี้ช่างมีน้ำใจ”
“เรียกว่าท่านหมออู๋จะเหมาะกว่านะเ้าคะท่านแม่เพราะคนส่วนใหญ่ก็เรียกขานเช่นนี้”
“ได้ๆ ต่อไปแม่จะเรียกเขาว่าท่านหมออู๋ตามเ้าก็แล้วกัน ไหนดูสิ? สหายคนดีของพี่ชายเ้าฝากสิ่งใดมาบ้าง?”
สามแม่ลูกตื่นเต้นกับของฝากที่ได้มาจากคฤหาสน์สกุลอู๋ ทั้งหมดล้วนเป็ของกินที่พวกเขาไม่กล้าเจียดเงินไปซื้อ ม่อเหอตี้เอากล่องขนมเปี๊ยะร้าน หลัวหลัวออกมาเปิดแล้วชี้ชวนให้มารดาชิม
“ท่านแม่ขนมเปี๊ยะนี้อร่อยมาก ข้ากินไปหกชิ้นแล้ว”
“เ้าก็เหลือเอาไว้กินวันหน้าบ้างเถิด เดี๋ยวแบ่งออกมาให้แม่กับพี่ชายเ้าชิมสักสักหน่อยก็พอ”
ม่อชิงฉือกลับมาถึงบ้านก็เห็นอาหารเลิศรสหลายอย่างวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ เขาหันไปยิ้มอย่างอารมณ์ดีกับมารดาและน้องสาว
“วันนี้เสี่ยวถงได้ค่าจ้างพิเศษหรือขอรับ? อาหารดูน่ากินทุกอย่างเชียว”
ม่อเสี่ยวถงกำชับมิให้มารดาพูดถึงอู๋หยางเพราะกลัวว่าพี่ชายจะปฏิเสธอาหารการกินที่คนผู้นั้นฝากมา
“ใช่เ้าค่ะ ลงมือกันเถิดท่านพี่ พวกเราไม่ได้กินมื้อพิเศษเช่นนี้ด้วยกันมานานแล้ว”
ม่อชิงฉือยิ้มกว้างมองดูอาหารจานโปรดของตนแล้วลงมือคีบขึ้นมาชิม
“เนื้อผัดน้ำมันหอย อร่อยจริงๆ ดูเหมือนเป็เนื้อคุณภาพดีเสียด้วย เสี่ยวถงเ้าหมดเงินไปไม่น้อยเลยสิ”
“ถ้าท่านพี่ชอบก็กินให้หมดนะเ้าคะ”
“แน่นอน ข้าจะกินให้เกลี้ยงจานเลยล่ะ”
ม่อเหอตี้นั่งแทะเป็ดพะโล้ตัวใหญ่กับม่อเสี่ยวถงอย่างมีความสุข อาหารพวกนี้เป็ฝีมือของพ่อครัวสกุลอู๋ซึ่งเคยเป็พ่อครัวในภัตตาคารใหญ่ ม่อฮูหยินอุ่นเตรียมไว้รอรับบุตรชาย
“ชิงฉือ เ้ากินเข้าไปเยอะๆ จะได้ตัวหนากว่านี้หน่อย เป็ถึงมือปราบแต่ผอมแห้งแรงน้อยเช่นนี้ หากเจอคนร้ายจะต่อสู้ไม่ไหวเอา”
********************

