“ดี แม่นางฉู่ลงมือได้เต็มที่ข้าเชื่อใจเ้า”
วันนี้องค์หญิงใหญ่กลับคืนสู่ความอ่อนโยนและสง่างามดังเดิมนางสวมอาภรณ์สีม่วงลายเถาองุ่น แขนเสื้อแคบแนบกาย ผมเกล้ามวยสูงใบหน้าแต่งแต้มอย่างประณีต แลดูอ่อนเยาว์ลงไปสิบปี
ฉู่จวินหลันยิ้มรับพลางสั่งให้สาวใช้ถอดเสื้อชั้นในของเย่อี่เจี้ยน และเหลือไว้เพียงกางเกงชั้นใน
นางหยิบเข็มเงินออกมาชุบสุราฆ่าเชื้ออย่างคล่องแคล่วจากนั้นปักเข็มลงตามจุดต่างๆ ด้วยท่วงท่าชำนาญ
ความจริงแล้วในชาติก่อนนางใช้วิชาฝังเข็มได้เชี่ยวชาญกว่านี้ทว่าร่างนี้ไร้พลังภายใน หลังจากตื่นขึ้นมาจึงต้องหมั่นฝึกฝนอยู่เสมอแต่พลังภายในไม่อาจสำเร็จได้เพียงชั่วข้ามคืนตอนนี้จึงอาศัยเพียงฝีมือในการฝังเข็มเท่านั้น
ไม่นานเสียงเข็มที่กระทบกันก็ดังกังวานราวกับเสียงวิหคขับขาน
กล้ามเนื้อของเย่อี่เจี้ยนพลันสั่นกระตุกขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม
องค์หญิงใหญ่ขมวดคิ้วด้วยความกังวล
ฉู่จวินหลันที่นั่งอยู่ขอบเตียงจ้องมองดวงตาที่กลอกไปมาภายใต้เปลือกตาบางของเย่อี่เจี้ยน
“ตามที่ข้าน้อยคาดไว้จริงๆ คุณชายเย่ควรจะฟื้นแล้ว” ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉู่จวินหลันก็ค่อยๆ ถอนเข็มออกแล้วอธิบายกับองค์หญิงใหญ่ด้วยรอยยิ้มบาง“เพียงแต่ดูแล้ววันนี้คุณชายเย่ยังไม่ดีขึ้นนักข้าน้อยจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างไปจากเดิมเ้าค่ะ”
องค์หญิงใหญ่ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้“เปลี่ยนวิธีฝังเข็มเช่นนี้จะอันตรายต่อเจี้ยนเอ๋อร์หรือไม่”
“ไม่อันตรายเ้าค่ะ”ฉู่จวินหลันยิ้มพลางส่งเข็มเงินให้สาวใช้ก่อนหยิบผ้ามาเช็ดมือแล้วตรวจดูน้ำสมุนไพรในชาม
“องค์หญิงใหญ่โปรดวางใจวิธีฝังเข็มนี้จะช่วยเร่งให้ผู้ที่นอนสลบไสลตื่นขึ้นมาเท่านั้นจะรู้สึกคันยุบยิบแทบทนไม่ไหว แต่ไม่เป็อันตรายต่อร่างกายผ่านไปเพียงชั่วเวลาจิบชาหนึ่งถ้วย[1]ก็หายแล้วเ้าค่ะ”
องค์หญิงใหญ่ “…”
“การฝังเข็มของวันนี้เสร็จสิ้นแล้วข้าน้อยขอลา” ฉู่จวินหลันคำนับแล้วจากไปอย่างสง่างาม
ทันทีที่ฉู่จวินหลันออกจากห้องเย่อี่เจี้ยนที่ ‘หมดสติ’พลันดีดตัวลุกขึ้น ก่อนจะเกาตรงแขนและหน้าอกอย่างเอาเป็เอาตาย
“นางดูออกว่าเ้าแสร้งหมดสติ”องค์หญิงใหญ่ทำได้เพียงช่วยเขาเกาหลังให้อย่างจนใจ “เ้าจะลำบากทำไมกันวันนั้นนางช่วยเ้า ย่อมแปลว่านางมีฝีมือจริงจะดูไม่ออกได้อย่างไรว่าเ้าหมดสติจริงหรือแกล้งทำ”
เย่อี่เจี้ยนทอดสายตาอ่อนโยนปนขมขื่นออกมาพลางยิ้มเอ่ยอย่างจนใจ “ท่านอย่าล้อข้าเลยขอรับ ข้าล้มป่วยอย่างกะทันหันหมอคนอื่นล้วนจนปัญญา นางไม่เคยศึกษาวิชาแพทย์ แต่กลับมองออกทันทีว่าข้าถูกวางยาซ้ำยังถอนพิษได้อีก ท่านจะให้ข้าไม่คิดมากได้อย่างไร”
องค์หญิงใหญ่ถอนหายใจ“นางเห็นว่าเ้าไม่เชื่อใจจึงลงโทษเล็กน้อย แม่นางผู้นี้เป็คนตรงไปตรงมาพบกันครั้งหน้าเ้าต้องไปขอโทษนางให้จงได้ หากไม่ได้นางยื่นมือช่วยเ้าคงยังนอนสลบอยู่ หรืออาจไม่มีวันฟื้นขึ้นมาเลยก็เป็ได้”
“ขอรับท่านยายข้ารู้แล้วว่าข้าผิด” เย่อี่เจี้ยนเกาหน้าท้องกับต้นขาพลางกล่าวต่อ“ข้าเพียงคิดผิดไปชั่วขณะ แท้จริงแล้วหากนาง้าเพียงปกป้องตนเองนางไม่จำเป็ต้องช่วยข้าเลย การไม่ช่วยข้าเท่ากับวิชาแพทย์ของนางจะไม่ถูกเปิดเผยและย่อมไม่ทำให้ผู้คนสงสัย ทั้งที่นางยอมเสี่ยงช่วยข้าจนถูกครหาวุ่นวายแต่ข้ากลับไม่ไว้วางใจนาง เช่นนั้นหากนางจะลงโทษข้าก็เข้าใจ”
“พอๆ หยุดเกาเถิดอดทนสักหน่อย อีกครู่เดียวก็หายแล้ว” องค์หญิงใหญ่ถอนหายใจแล้วกล่าวต่อ“ครอบครัวนางเป็เช่นนั้น การที่อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ย่อมไม่ง่ายนักแต่จากที่ดูวิธีการฝังเข็มของนางก็รู้แล้วว่านางไม่ธรรมดา”
องค์หญิงใหญ่เปลี่ยนเื่สนทนาเล่าถึงสิ่งที่ผู้ดูแลจวนไปพบเห็นที่ตระกูลฉู่ และข่าวที่ตนได้ยินมาให้เขาฟัง
เย่อี่เจี้ยนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า“ท่านยาย ท่านเชื่อหรือไม่ว่าคนเราจะเปลี่ยนนิสัยไปโดยสิ้นเชิง แล้วอยู่ๆก็รู้วิชาแพทย์ขึ้นมา”
“ทุกสิ่งในใต้หล้าย่อมมีความเป็ไปได้ทั้งนั้นนางช่วยเ้ารอดชีวิตก็เป็หลักฐานที่ดีที่สุด”
ั์ตาขององค์หญิงใหญ่ฉายแววผ่านร้อนหนาวมามากนางกล่าวด้วยความมั่นคง “ทุกคนล้วนมีความลับของตนโดยเฉพาะแม่นางฉู่ซึ่งมีประโยชน์ต่อเ้า ไม่ว่าจะในฐานะสหายหรือหมอเ้าควรเรียนรู้ที่จะเคารพนาง อย่าดูถูกว่านางเป็สตรี และอย่าคิดสืบสาวหาต้นตอต่างฝ่ายต่างเว้นระยะไว้แก่กัน นั่นจึงเป็การวางตนที่ดีที่สุด เข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”เย่อี่เจี้ยนยิ้มบาง ก่อนจะรู้สึกว่าอาการคันตามกายค่อยๆ ทุเลาลง“จริงดังที่นางว่า เพียงชั่วเวลาจิบชาหนึ่งถ้วยก็หายคันแล้ววิชาฝังเข็มของแม่นางฉู่วิเศษนัก ซ้ำเข็มของนางยังมีเสียงดังกังวานข้าไม่เคยพบเจอเช่นนี้มาก่อนเลยขอรับ”
“อย่าว่าแต่เ้าเลยข้าอยู่มาจนอายุปูนนี้ยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน” องค์หญิงใหญ่กล่าวต่อ“ข้ายังหาผู้ที่วางยาพิษเ้าไม่ได้แต่ชาติกำเนิดของแม่นางฉู่กลับถูกผู้คนคาดเดาไปต่างๆ นานาได้ยินว่าเมื่อหัวหน้าสำนักหมอหลวงหลิวได้ฟังรายงานจากเหล่าหมอหลวงก็ให้ความสนใจแม่นางฉู่เป็พิเศษ”
“ท่านยายหมายความว่า…แม่นางฉู่อาจเป็ศิษย์สืบทอดของเซียนวิชาแพทย์ชีสวิน?”
“เป็เพียงการคาดเดาเท่านั้นหาใช่ข้อเท็จจริงไม่”
เย่อี่เจี้ยนก้มมองรอยแดงบนแขนอก และขาที่เกิดจากการเกาของตนพลันหวนคิดถึงน้ำเสียงอันนุ่มนวลแต่แฝงความเย้ยหยันของสตรีเมื่อครู่ก็อดยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้
“ท่านยาย…นางมีรูปโฉมเป็เช่นไรหรือ”
นางเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตแต่เขากลับยังไม่เคยได้เห็นหน้านางเลย
องค์หญิงใหญ่เลิกคิ้วจ้องมองเขาอย่างอบอุ่นจนเย่อี่เจี้ยนรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวจึงตระหนักว่าตนเอ่ยวาจาโง่เขลาออกมา
หากเขาอยากเห็นโฉมหน้านางย่อมมีวันให้พบพานอีกอยู่แล้ว
ยามราตรีมาเยือนฉู่จวินหลันก็ไล่ลวี่ถีกับลวี่หลัวไปพักั้แ่หัวค่ำเหลือเพียงจื่อเยียนอยู่ผลัดเวรยาม
นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงปาปู้พลางครุ่นคำนึงถึงเคล็ดวิชาฝึกพลังภายในของชาติก่อน
แสงตะเกียงค่อยๆ ริบหรี่จื่อเยียนที่อยู่อีกห้องก็ผล็อยหลับไปบนเตียงหลัวฮั่นแล้ว
ฉู่จวินหลันที่กำลังสะลึมสะลือรับรู้ได้ว่ามีผู้ลอบย่างกรายเข้ามาทางหน้าต่างด้านหลังก็ลืมตาทันที
บุรุษร่างสูงเพรียวในความมืดผลักบานพับหน้าต่างะโเข้ามาเขาสวมอาภรณ์สีดำสนิทแขนแคบ เรือนผมที่รวบครึ่งหนึ่งรวบด้วยกวานหยกใบหน้าองอาจเงียบขรึมสง่างามเพียงแรกเห็นก็ััได้ถึงอำนาจอันสูงส่งไม่อาจล่วงเกิน
ฉู่จวินหลันเอียงศีรษะยิ้มพลางเอ่ยเสียงต่ำ“ดูเหมือนท่านจะ ‘เด็ดดอกไม้’[2] ชำนาญขึ้นนะ”
เซียวซวี่เม้มปากแน่นก้าวเข้ามาช้าๆ ก่อนจะหยุดยืนห่างจากฉู่จวินหลันเพียงสามก้าว
“รบกวนแล้ว”
“ไม่รบกวนหรอกไม่รบกวนเลยสักนิด” ฉู่จวินหลันขยับกายหลบไปด้านในเตียงปาปู้ พลางตบที่ข้างกาย“นั่งสิ”
นางสวมเพียงชุดชั้นในสีขาวบริสุทธิ์เรือนผมดำสลวยสยายบนบ่า ใบหน้าเนียนดุจหยกเต็มไปด้วยรอยยิ้มทั้งยังนั่งคุกเข่าอย่างผ่อนคลาย
เซียวซวี่เบือนสายตาหนีพลางกำมือซ้ายที่ซ่อนอยู่ด้านหลังแน่น
“หรือท่านจะยืนให้ข้าฝังเข็ม?ท่านไม่เมื่อย แต่ข้าเมื่อยนะ” ฉู่จวินหลันลุกขึ้นฉับพลันนางคว้าข้อมือเขาก่อนจะดึงให้นั่งลง จากนั้นเอื้อมมือไปถอดเสื้อผ้าเขา
เซียวซวี่รีบยกมือห้ามนางก่อนจะแหวกอกเสื้อออกเองอย่างง่ายดาย
ฉู่จวินหลันหัวเราะแ่เบา“ทำไมไม่ทำั้แ่แรกเล่า”
นางเริ่มฝังเข็มให้เขาแต่ด้วยกลัวว่าจะเผลอทำให้คนที่อยู่ในเรือนข้างสองคนนั้นรู้เข้าจึงเอ่ยถามเสียงเบา “สองวันที่ผ่านมาท่านรู้สึกอย่างไรบ้างยังอาเจียนเป็เืหรือไม่”
เซียวซวี่หลุบสายตาลงไม่สบตานางก่อนเอ่ยตอบเสียงเรียบ “ไม่ค่อย”
“ยังรู้สึกอึดอัดที่หน้าอกหรือไม่”
“มีบ้าง”
“การกินล่ะอยากอาหารขึ้นบ้างหรือไม่”
“นิดหน่อย”
ฉู่จวินหลันถอนหายใจเท้าสะเอวมองเขา “นี่ท่านซื่อจื่อ ท่านกำลังแสดงละคร ‘แกล้งโง่’ อยู่หรืออย่างไร”
[1] ชั่วเวลาจิบชาหนึ่งถ้วย หมายถึงเวลาประมาณ 15 นาที
[2] เด็ดดอกไม้ในที่นี้เปรียบเปรยถึงการลวนลามหรือข่มเหงสตรี