บทที่ 4 การใหญ่ใจนิ่ง
คริสศักราช 1382 รัชศกหงอู่ปีที่สิบห้า
จักรพรรดิิไท่จู่ แห่งราชวงศ์ิ สืบทอดอำนาจด้วยการกวาดล้างโคตรตระกูลเก่า ครองหลายราชธานีนานสิบห้าปี
ชาวเมืองสาปแช่งทั่วทุกหนทุกแห่ง ผืนดินแร้นเค้น พืชพรรณไม่ดกงาม คนส่วนมากเป็เพียงข้าที่ถูกขายเข้าวังเมื่อครบอายุ
ขุนนางชั่วถือโอกาสคดโกงจนพุงฉุ ในรัชสมัยที่ขึ้นชื่อว่า มีาาวิปลาสปกครองเมือง
เพราะใครๆก็หมายหัวจะโค่นล้ม ิไท่จูนั่งบัลลังก์ทองเหมือนนั่งบนหม้อน้ำต้มเดือด อยู่ในวังโอ่อ่ากลับต้องระแวดระวังเหมือนคนเสียสติ จนต้องก่อตั้ง กลุ่มองครักษ์เสื้อแพร ให้ทำหน้าที่อารักขาขบวนเสด็จ ตรวจสอบและจัดการขุนนางรวมถึงกลุ่มอำนาจอื่นที่อาจเป็ภัยต่อราชบัลลังก์ในภายภาคหน้า
ซึ่งกลุ่มองครักษ์เสื้อแพร เป็หน่วยทหารพิเศษขึ้นตรงกับองค์จักรพรรดิ มิจำเป็ต้องผ่านผู้ใด
ถึงจะเป็อย่างนั้นจักรพรรดิไม่อาจวางใจ แอบแต่งตั้งถังม่อเหยียนซ้อนยศ เป็หัวหน้ากลุ่มองครักษ์เสื้อแพรมิเผยแพร่ให้ใครล่วงรู้
บีบบังคับให้สืบราชการลับด้วยวิธีพิสดาร เพราะการกดขี่ครั้งนี้ สกุลถังถูกหยิบขึ้นเป็เดิมพัน ม่อเหยียนยากปฏิเสธ
แสร้งเป็บุรุษเสเพลเคล้านารีหลายสกุลใหญ่ ทั้งที่ขัดกับนิสัยใจคอดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง...
"ม่อเอ่อร์ วันนี้เป็วันมงคลของเ้า จวนถังจัดงานพิธีกันจ้าละหวั่น เหตุใดลูกข้ายังนิ่งเฉยมิวิ่งเต้น เอาแต่ออกนอกจวนนัดพบคุณหนูหลายสกุล"
"เื่งามหน้าพวกนี้ อย่าคิดว่าหญิงชราเช่นข้าจะไม่รู้" มารดากล่าวตำหนิบุตร ทั้งที่ไม่เคยเข้าใจว่าที่เขาทำทั้งหมด มิได้มีเจตนา เพียงแค่้าปกป้องสกุลถังแทนบิดาที่ตายจากไปอย่างไม่ได้รับความเป็ธรรมก็เท่านั้น
"ท่านแม่ ต่อให้ข้าพูดไป ท่านก็ไม่เข้าใจหรอก อีกทั้งความลับราชการ ท่านไม่สมควรรับรู้"
"หากจะบอกว่าวันนี้เป็วันแต่งงานของข้ากับหลานจื่อชิง ข้าเองก็คงปฏิเสธอะไรไม่ได้เลยใช่หรือไม่"
"ในเมื่อเื่พวกนี้ ท่านเป็คนจัดการเองทั้งหมดั้แ่ข้ายังเด็ก โดยไม่ถามความสมัครใจของข้าสักคำ ถึงตอนนี้ท่านจะถามข้าไปเพื่ออะไร " ม่อเหยียนเถียงคำไม่ตกฟากเพราะไม่อยากแต่งกับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก
"กล้าดียังไงถึงพูดคำพวกนี้ออกมา !!"
"สกุลหลานมิใช่แค่เป็สหายกับบิดาเ้า แต่พวกเขายังมีบุญคุณ"
"ครั้งที่บิดาของเ้าสิ้น หลายยศต่าง้าโค่นล้มพวกเรา สกุลเดียวที่กล้าออกหน้าและยื่นมือเข้ามาปกป้อง เห็นทีจะมีแค่สกุลหลานเท่านั้น มิเช่นนั้นจะมีสกุลถังในทุกวันนี้ได้ยังไง"
มารดาโกรธจนตัวสั่น เพราะบุตรชายเพียงคนเดียวปีกกล้าขาแข็ง กล้าเถียงจนคอเป็เอ็น
"ขออภัยท่านแม่ ลูกผิดไปแล้ว ั้แ่ท่านพ่อตายไป ข้าก็ต้องเรียนรู้ที่จะเป็ผู้ใหญ่ ดูแลท่านแม่และคนในจวน อีกทั้งยังสืบทอดตำแหน่งขุนนางกะทันหัน รับใช้วังหลวง ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยสำหรับข้า"
ถึงจะไม่อยากแต่งกับจื่อชิงขนาดไหน เพื่อให้มารดาสบายใจและคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีของสองสกุล เขาต้องก้มหน้ายอมรับคู่หมั้นวัยเด็ก สู่ตำแหน่งเมียเอกทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ ถ้าต่อจากนี้ต้องพบเจอกับความเ็าก็โทษใครไม่ได้
แต่งเมียเอกเข้าจวนมาก็หลายวัน ไม่มีวี่แววว่า สองสามีภรรยาจะรักใคร่
หลานจื่อชิงวิ่งตอมเอาใจเหมือนผึ้งน้อย รังแต่จะทำให้เขารำคาญ ในขณะเดียวกันม่อเหยียนยังเชิญคุณหนูหลายสกุลเข้าเรือนไม่ซ้ำหน้า สับรางไปมา ให้ดูไร้มารยาท โดยมิได้บอกกล่าวผู้ใดล่วงหน้า
จื่อชิงหมดปัญญา สามีไม่ไยดี ต่อให้ขนทุกสารพัดวิธีเอาใจก็ไม่เป็ผล เข้าทางเขาไม่ได้ ก็คงต้องพึ่งพาแม่สามี
"ท่านแม่... จื่อชิงไม่คู่ควรหรือทำอะไรผิดไป โปรดชี้แนะ "
"หลายวันมานี้ ท่านพี่เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในหอตำรา จะออกเรือนได้ก็ต้องรีบบึ่งหน้า ควบม้าออกไป แม้แต่ชื่อภรรยาเช่นข้า เขายังไม่คิดจะเอ่ยเรียก "
"จื่อชิงเพียงรู้สึกว่า ท่านพี่ม่อเหยียนต่างไปจากเมื่อก่อนมาก "
"บุรุษมากคุณธรรม สุขุมนุ่มลึก พินิจย่างทุกฝ่าเท้า ไปไหนแล้ว เหตุใดถึงมีเพียงบุรุษที่เสเพลมัวเมา คลุกเคล้าสตรี "
"ข้ามิ้าให้สามีเพียงคนเดียวของข้าเป็เช่นนี้หรอกนะ หากปล่อยไว้ เมื่อไหร่จื่อชิงจะมีทายาทสืบสกุลให้ท่านเล่า"
ผู้หญิงอย่างนางก็มีอุบายกล่อมเกลาแม่สามีอยู่ไม่น้อย หลายประโยคที่นางพูดไปล้วนมีเหตุมีผล จนทำให้ฮูหยินใหญ่ต้องเก็บมาฉุกคิด
"จริงสินะ ม่อเอ่อร์แต่งนางมาก็หลายวันหลายคืน ข้ายังไม่เคยเห็นเขาเข้าเรือนของนางเลยแม้แต่ก้าวเดียว "
"กลางคืนเอาแต่ว่างานราชการ กลางวันมุ่งหน้าหาสตรีจวนอื่น"
"แบบนี้มันใช้ได้ซะที่ไหนกัน" ฮูหยินใหญ่เริ่มคิดสงสัย ว่าที่แท้มันเกิดอะไรขึ้นกับนิสัยของบุตรชายกันแน่ เหตุใดคนหนึ่งคนที่เลี้ยงมากับมือถึงเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน เหมือนคนละขั้ว
"หรือว่าการมีเมียเดียวยังไม่เพียงพอ ทำให้ม่อเอ่อร์เบื่อหน่าย เอาแต่ว่างานราชการ แสวงหาคุณหนูมากหน้าหลายตา ไม่เว้นแต่ละวัน จนข้าอับอายขายขี้หน้า ต้องกลายเป็ขี้ปาก ฮูหยินสกุลอื่นเอาไปติฉินนินทากันให้สนุกสนาน"
ฮูหยินใหญ่นอนคิดตลอดทั้งคืน จนได้คำตอบว่า ยังไงก็ต้องแต่งเมียเพิ่มให้บุตรชาย แต่จะหาใครมาแต่งกับเขาได้ล่ะ อย่างที่รู้กันดีว่า ถังม่อเหยียนเป็เพียงขุนนางเล็กๆที่รับราชการในวังหลวงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น อีกทั้งตอนนี้ชื่อเสียงยังไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ ฉาวโฉ่ไปในทางอับชื้น เสเพลเมามาย ไม่เอาการไม่เอางาน แต่หารู้ไม่ว่าทั้งหมดนั้นเป็การแสดงทั้งสิ้น ฉากบังหน้าที่ฝ่าาจงใจสร้าง ช่างแยบยลนัก
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮูหยินใหญ่ตื่นนอนั้แ่ไก่โห่
แต่งองค์ทรงตัวประโคมเครื่องประดับหลายชิ้น ราวกับว่ามีงานรื่นเริงจวนไหนเอ่ยชวน
ฮูหยินใหญ่จงใจเข้าหาหลายสกุลในนามแม่สื่อให้บุตรชาย สู่ขอคุณหนูผู้คู่ควร แต่งเป็ภรรยารองเข้าจวนถัง
แต่ทว่ายุคนี้สตรียังไม่ออกเรือนมีน้อยนัก ส่วนใหญ่แต่งเข้าจวนอื่นไปเสียหมด บ้างก็แต่งเข้าวังเป็นางสนมรับใช้ฝ่าาชั่วนิจนิรันดร์ มิหลงเหลือให้เลือกมากนักหรอก
"นี่เป็สกุลสุดท้ายที่ข้าจะจอดเทียบ หากไม่ได้บุตรสาวสกุลนี้ ข้าก็จะกลับจวนถัง ทำใจยอมรับชะตา"
ฮูหยินใหญ่สกุลถังบากหน้าลงจากรถม้า พร้อมของกำนัลเล็กน้อย เคาะประตูจวนจ้าวสองสามครั้ง แต่ไม่มีคนเปิดรับ
นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หันหลังกลับ ทว่าเพียงแค่เสี้ยววินาที ประตูบานใหญ่กลับแง้มเปิดออกเพียงเพราะลมพัดผ่าน ราวกับว่าโชคชะตาชี้นิ้วสั่ง
ฮูหยินใหญ่เงอะงะครุ่นคิดในใจ ว่าจะกลับจวน หรือจะลองเข้าไปเจรจาเสี่ยงดวงดูก่อน แต่แล้วขาข้างซ้ายก็ก้าวข้ามขื่อขอบประตูเข้ามาเป็ที่เรียบร้อย
"มีใครอยู่หรือไม่..." เสียงะโเรียกหาคนดังลั่น จากที่กวาดสายตามองจนทั่ว ไม่คิดเลยว่าจวนจ้าวที่เคยมั่งคั่งในอดีต ตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสุสานหลวงที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง
"ผู้ใดส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ในจวนข้า" เสียงบิดี้เีพร้อมขานรับแบบไม่ได้ตั้งใจ ชวนให้ฮูหยินถังสะดุ้งโหยง ขนหัวลุกขนหัวพอง
"นั่นผู้ใดน่ะ " น้ำเสียงสั่นเครือของฮูหยินใหญ่สวนกลับทันควัน เพราะจวนจ้าวมันวังเวงซะเหลือเกิน
"ท่านมาที่นี่มาหาผู้ใดกันล่ะ เหตุใดต้องถามคำถามโง่ๆ" อดีตขุนนางเฒ่าเ้าเล่ห์ที่ถูกสั่งพักราชการ โดยไม่มีกำหนดเรียกตัวกลับ เอ่ยคำพูดที่ไม่ค่อยเป็มิตรสักเท่าไหร่
"ท่านผู้าุโ อย่าได้ถือสาท่านพ่อเลย "
"ั้แ่ถูกพักราชการ ท่านพ่อเครียดมาก ป่วยหนักจนมีสภาพจิตใจที่บกพร่องไปเสียหน่อย จีเหอขออภัยแทนท่านพ่อ"
"จวนจ้าวของเรา ขัดสน แม้แต่ชาดีไว้ต้อนรับคน ยังไม่มี จีเหอเสียมารยาท มิต้อนรับแขกให้ดีกว่านี้"
โชคดีที่จ้าวจีเหอ บุตรสาวคนเดียวที่ขายไม่ออกของตาเฒ่า ออกหน้ามาต้อนรับแขกไว้ได้ทันเวลา จึงทำให้ฮูหยินถังสงบใจลงชั่วขณะ
"แม่นางผู้นี้ ดูไม่เลวเลย "
"ใบหน้างดงาม ทรวดทรงดี เหมาะที่จะเป็แม่พันธุ์ให้ลูกข้า "
"อีกทั้งมารยาน้อย พูดจาสุภาพ รู้ธรรมเนียมเป็ที่สุด แต่ข้าดันไม่อยากเลือกนางมาเกี่ยวดอง เพราะบิดาโง่เง้าของนาง จะทำให้ข้าเสียเื่เข้าสักวัน !!"
"ข้าจะเอาอย่างไรดีล่ะ..." ดูเหมือนว่าฮูหยินใหญ่จะไร้ทางเลือก ครุ่นคิดอยู่นาน กว่าจะยอมเจรจาแลกเปลี่ยนของกำนัล
มุมเม้ามอย
แม่ผัวเข้าข้างแล้วหนึ่ง แต่จะรอดไหมเนี่ย ถ้าได้แต่งเข้าจวนถังจริงๆ น้องจะสู้กับยัยจื่อชิงได้ไหม รายนั้นร้ายไม่เบา
แล้วจีเหอต้องถูกรังแกไปถึงเมื่อไหร่ โอ๊ย ลุ้น เพื่อนๆนักอ่านมีวิธีรับมือกับตัวอิจฉา มาแนะนำน้องจีเหอไหมคะ เผื่อว่าน้องจะได้ใช้ประโยชน์ อิอิ
ปล.เม้ามอยกันต่อในเม้นนะคะ