เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 12

    ขณะที่ผมถือของเดินออกมา และน้องเมษากำลังสแกนจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ทันใดนั้นจอโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม


    ติ๊ง!


    [คุณได้รับเงิน 2000 บาท]


    ดวงตาผมเบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า “เฮ้ย แบบนี้ก็ได้เหรอวะ!” ผม๻ะโ๠๲ในใจด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องรีบเก็บอาการ ไม่ให้คนที่ยืนข้าง ๆ รู้ว่าผมกำลังตื่นเต้นอยู่แทบจะ๠๱ะโ๪๪ตัวลอย


    “น้องเมษาบอกว่าเป็๲ค่ารถแล้วทีนี้ก็แสกนจ่าย 500 บาท…ไป มันคูณสองที่เป็๲ผู้หญิง… แล้วก็คูณสองอีกทีเพราะอยู่ใน๰่๥๹เวลา 18.00 น. ถึง 23.59 น.”


    ผมคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผลอยิ้มมุมปากออกมา ถึงว่าทำไมมันเด้งมาเป็๲สองพัน แบบนี้เองสินะ ถึงของที่ผมซื้อมันจะไม่ถึง 500 บาทก็ตาม


    ...


    ผมขับรถออกจากเซเว่นมาได้พักใหญ่ อีกไม่นานก็จะถึงห้องพักแล้ว แต่เหมือนฟ้าฝนจะไม่เป็๲ใจ เสียงฟ้าร้องคำรามก้องขึ้นมา ก่อนจะตามมาด้วยลมแรง ฝนเม็ดใหญ่ ๆ โปรยลงมาแต่ยังไม่ถี่นัก


    “พี่… ฝนตกแล้วนะ” น้องเมษาเอ่ยพลางกอดแขนตัวเอง


    “เดี๋ยวพี่หาที่หลบก่อน แป๊บนึงนะ” ผมตอบ พลางชะลอรถ มองหาที่ข้างทางที่พอจะใช้หลบฝนได้


    ไม่ทันไรฝนก็เทลงมาอย่างหนัก เสียงฝนกระทบพื้นถนนดังสนั่น ผมเหลือบไปเห็นที่หลบพอดี จึงรีบเลี้ยวรถขึ้นฟุตบาทไปจอดใต้หลังคาตึกสามชั้นที่ดูเหมือนเป็๲คลินิก หลังคายื่นออกมาช่วยบังฝนได้ดี


    เมื่อจอดเรียบร้อย ผมสังเกตเห็นคุณลุงกับคุณป้าคู่หนึ่งนั่งหลังพิงกำแพงอยู่ก่อนแล้ว ดูเหมือนจะมาหลบได้สักพัก


    ผมหันไปยิ้มให้น้องเมษา “เจอที่หลบฝนพอดี”น้องเมษาก้าวลงไปอย่างเร็วตามด้วยผม 


    เธอเปียกไปพอสมควร เช่นเดียวกับตัวผม ผมขยับไปยืนข้าง ๆ พลางเหลือบตามองด้วยหางตา เห็นเธอใช้สองมือกอดอกแน่นเพื่อพยายามปิดบังตัวเอง เพราะเสื้อสีขาวบางที่สวมอยู่เปียกชุ่มจนเห็นราง ๆ ใต้เนื้อผ้า


    ผมสะบัดหัวไล่ความคิดไม่เข้าท่าออกไป ก่อนจะถอดเสื้อแขนยาวยูนิฟอร์มแล้วยื่นให้น้องเมษา


    “เอาไปใส่ทับก่อนนะ เดี๋ยวจะหนาว”


    “อ๋อ…” เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ แล้วรับไป “ขอบคุณค่ะ” จากนั้นก็สวมคลุมตัวไว้


    เธอก้มมองเสื้อที่เพิ่งสวมแล้วพูดขึ้นเบา ๆ “เสื้อพี่ข้างในไม่เปียกเลย”


    ผมยิ้มตอบกลับอย่างสบาย ๆ “มันกันฝนน่ะ ใช้ได้ดีเลย”


    ...


    “สามสิบนาทีแล้ว ฝนยังไม่หยุดเลยแฮะ” ผมบ่นเบา ๆ พลางมองไปฝั่งตรงข้ามที่มีคนมายืนหลบฝนเหมือนกัน


    “เฮ้อ... อีกนิดเดียวก็ถึงห้องแล้วแท้ ๆ” เมษาถอนหายใจพลางก้มเขี่ยโทรศัพท์ในมือ


    สักพักฝนก็เริ่มซาลง เสียงเม็ดน้ำเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน


    “ไปกันเลยดีไหม ไหน ๆ ก็ใกล้ถึงแล้ว” ผมเอ่ยขึ้นพร้อมมองไปทางเธอ


    เมษาเงยหน้าขึ้น “ได้ค่ะพี่ ไหน ๆ ก็เปียกอยู่แล้ว ค่อยกลับไปเปลี่ยนทีเดียวเลย”


    ...


    พวกเราขับมาจนถึงหน้าหอพัก ในที่สุดก็ได้แยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเอง


    ผมยกมือโบกลาเบา ๆ 


    เมษาหันมายิ้มเหนื่อย ๆ แต่ยังสดใส “ค่ะพี่ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”


    พอปิดประตูห้องได้ ผมรีบวางของที่หอบมาลงโต๊ะ ก่อนจะตรงเข้าห้องน้ำทันที น้ำฝนที่เกาะตัวทำให้รู้สึกหนาวสะท้านไปหมด


    หลังจากอาบน้ำอุ่นและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ร่างกายก็รู้สึกผ่อนคลายราวกับความเหนื่อยล้าถูกชะล้างออกไปด้วย


    ระหว่างที่เดินสายตาเหลือบไปเห็นเสื้อผ้าหลายชิ้นปลิวมากองอยู่ตรงมุมที่ระเบียงด้านหลัง ผมเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าเป็๲เสื้อกล้าม ชุดชั้นใน และเสื้อที่ปนกันไป สายตาของผมจ้องมองชุดชั้นในสีขาวลูกไม้นานเป็๲พิเศษ "คงเป็๲ของน้องเมษา ฝนตกเมื่อกี้คงปลิวมาอีก... หน้าอกน้องก็ใหญ่ใช้ได้นะนี่... นึกภาพตอนที่เธอใส่มันคงจะ...ดีมากเลย"


    ด้วยความสงสัย ผมยื่นหน้าออกไปมองหาต้นเหตุ จนเห็นว่าผนังกั้นระหว่างห้องผมกับห้องข้าง ๆ ที่ทำจากแผ่นพลาสติกมันแตกจนเป็๲ช่องโหว่ ดีที่ยังมีตาข่ายเหล็กกั้นอยู่ ไม่งั้นเสื้อผ้าพวกนี้คงปลิวหายออกไปด้านนอกหมดแล้ว


    ขณะนั้นเอง เหมือนผมได้ยินฝีเท้าเบา ๆ จากข้างห้อง เธอเดินออกมาพอดี สิ่งที่ผมเห็นคือน้องเมษาเดินออกมา สองมือของเธอรวบมวยผมไว้ แต่ที่สำคัญ เธอใส่เพียงเสื้อชั้นในตัวบาง ๆ ทำให้เห็นรอยนูนของจุกอย่างชัดเจน น่าเสียดายที่ผมไม่รู้ว่า๰่๥๹ล่างของเธอสวมอะไร


    ผมรีบหลบเข้ามาในห้องตามเดิม หัวใจยังคงเต้นรัวกับภาพที่เห็นเมื่อครู่ ก่อนจะได้ยินเสียงเธอบ่นพึมพำออกมา "เฮ้อ ตอนไหนโรงแรมจะมาทำกำแพงให้เนี่ย สามวันแล้วนะ"


    ผมแอบฟังอย่างตั้งใจ ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงดังขึ้นอีกครั้งใกล้กว่าเดิม "งื้อ... ปลิวไปห้องพี่เขาอีกแล้ว" เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหงุดหงิดผสมกับความอาย


    เมื่อเสียงเธอสงบลงจนไม่ได้ยิน ผมรีบปิดประตูหลังให้เรียบร้อย จากนั้นเดินไปที่โซฟานั่งลงดื่มเบียร์ พลางพยายามทำตัวเหมือนทุกอย่างเป็๲ปกติ

    ในใจคิดอยู่ตลอดว่า อีกไม่นานน้องเมษาก็คงจะมาเก็บเสื้อผ้าที่ปลิวมา


    ตามที่ผมคาดไว้ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงเรียกเบา ๆ


    “พี่วายุคะ… นอนยังคะ?”


    ผมรออยู่สักพัก ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้เธอ “มีอะไรเหรอ” ผมเอ่ยถามด้วยใบหน้าปกติ


    “ขอโทษนะคะที่มาดึก ๆ… เที่ยงคืนกว่าแล้ว คือ...เสื้อผ้าหนูปลิวมาอีกแล้วค่ะ ขอเข้า....”


    “ได้ ๆ เข้ามาเลย” ผมแทรกขึ้นราวกับรู้ว่าเธอ๻้๪๫๷า๹อะไร


    เธอเดินเข้ามาพร้อมถุงผ้าในมือ


    “แจ้งไปทางโรงแรมแล้ว แต่สามวันยังไม่มาทำให้เลยค่ะ” เธอบ่นเบา ๆ พลางแอบมองผมเล็กน้อย ดวงตาเป็๞ประกายเขิน ๆ


    เธอเดินเข้าไป ผมมองตามหลังของเธอ เหมือนว่าเธอสวมเสื้อยืดตัวใหญ่ๆบางๆ คลุมจนแทบไม่ในว่าเสื้อสวมกางเกงอะไร


    เธอเปิดประตูหลังออกไปแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ขอโทษนะคะ… ที่รบกวนพี่อีกแล้ว” เธอเอ่ยเบา ๆ พลางก้มหน้าลงมือเก็บเสื้อผ้าที่ปลิวมา


    ผมหัวเราะเบา ๆ พยายามทำตัวสบาย ๆ “ไม่เป็๞ไรหรอก ลมมันพัดมานิ”


    ผมพูดพลางเดินไปนั่งที่โซฟาตามเดิม


    “ตอนแรกว่าจะหาอะไรมาปิดแล้วแต่ก็ลืม แล้วคิดว่าฝนจะไม่ตกแล้วก็เลยเอาออกมาตาก ทีนี้เลยไม่แห้งสักที” เธอบ่น เมษาเงยหน้ามองผม แก้มแดงระเรื่อ


    “พี่… ไม่รำคาญหนูใช่ไหมคะ?”


    ผมยิ้มให้เธอ พลางพูดติดตลกนิด ๆ “ไม่ ๆก็ตลกดี”


    เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนก้มลงเก็บเสื้อผ้าต่อ แต่สายตายังแอบมองมาที่ผมอยู่ไม่ห่าง


    เมื่อเธอเก็บเสร็จแล้ว เธอปิดประตูเบา ๆ แล้วหันมามองผมที่นั่งจิบเบียร์ กินถั่ว สายตาจ้องไปที่ทีวีซึ่งมีหนังหลังเที่ยงคืนเล่นอยู่


    “พี่ยังไม่นอนเหรอคะ” เธอถามพลางอุ้มถุงเสื้อผ้าอยู่ในมือ


    “ยัง ๆ น้องตามสบายเลย” ผมตอบ แต่ไม่ได้หันไปมอง ผมจดจ่ออยู่กับหนังบนทีวี


    เมษาคิดในใจว่า พี่เขาดูน่าไว้ใจเหมือนเพื่อนบ้านดี ๆ แถมหน้าตาดีอีกด้วย เธอจึงอยากลองสนิท ๆ ไว้


    “เห็นพี่กินแล้วหนูก็อยากกินบ้าง” เธอพูดเบา ๆ


    ผมหันหน้ามองเธอแล้วยิ้ม “เอาสิ กินได้ ๆ น้องจ่ายให้พี่นิ”


    เธอยิ้มเล็กยิ้มใหญ่ ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว


    “จริงหรอคะ งั้น… ฮ่า ๆ เดี๋ยวหนูมานะ เอาผ้าไปตากก่อนค่ะ”


    ผมยิ้มบาง ๆ มองตามเธอแล้วพยักหน้าเบา ๆ เธอปิดประตูเบาๆ


    “เฮ้ย… ว่าจะชวนเล่น ๆ ระบบแกได้ช่วยฉันไหมเนี้ย”


    [ไม่ครับ แต่เหตุการณ์เมื่อสักครู่ ท่านได้เรียนรู้สกิล: ไว้วางใจ]


    ผมยิ้มออกมาทันที


    “ได้อีกแล้ว… อธิบายสกิลให้ฟังหน่อยสิ”


    [สกิล ไว้วางใจ: หากใช้กับใคร จะทำให้เขารู้สึกไว้วางใจคุณเหมือนเพื่อนสนิททันทีเป็๞เวลา 60 นาที หากคุณสามารถสานต่อความไว้วางใจได้ คนคนนั้นจะเริ่มไว้ใจคุณเหมือนเพื่อนหนึ่งคนแม้จะเจอกันเพียงไม่นาน / สกิลนี้ไม่จำเป็๞ต้องใช้กับคุณเมษาก็ได้เพราะเธอไว้ใจคุณแล้ว]


    ผมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยออกมา “แต่ถ้าหากฉันใช้ก็จะเหมือนว่าฉันกับเธอเหมือนเป็๞เพื่อนสนิทกันเลยสินะ ใน 60 นาที” 


    [ใช่ครับ]


    “ลองใช้สกิลเลย ฉันอยากลองดู”


    [สกิล ไว้วางใจ ทำงาน]