แต่ถึงอย่างนั้นนางเพิ่งจะเคลิ้มหลับไปได้ไม่นาน พอรู้สึกตัวเลือนรางก็เหมือนมีอะไรไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนหน้า นางยื่นมือไปปัดดู ก็สัมผัสได้ถึงอะไรนุ่มๆลื่นๆ นางตกใจแทบสิ้นสติ รีบลืมตาขึ้น อาศัยแสงเทียนริบหรี่จึงเห็นว่ามันเป็นหอยทากตัวหนึ่ง!
อูซื่อกลัวสัตว์ตัวนุ่มๆ ลื่นๆ แบบนี้ที่สุดจึงรีบปัดมุ้งออก เหวี่ยงมันลงพื้นอย่างแรง พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเด็กรับใช้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่หน้ามุ้งของนาง
"นี่มันเรื่องอะไรกัน? หอยทากบนหน้าข้า ใครเป็นคนเอามาวาง?" อูซื่อโกรธจนแทบบ้าเมื่อคืนก็นอนไม่เต็มอิ่ม พอจะงีบหลับได้หน่อย ก็ดันมีคนเอาหอยทากมาวางบนหน้า!
เรื่องแบบนี้มันทนไม่ได้จริงๆ!
"เป็นฮูหยินสั่งให้บ่าวเอามาวางไว้เจ้าค่ะ"เด็กรับใช้หญิงตอบเสียงเบา
"นางกล้าดียังไง!" อูซื่อแทบจะกัดฟันกรอด "ไปตามอันซื่อมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
"เจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่า"พอได้ยินคำสั่ง เด็กรับใช้หญิงก็รีบไปตามอันซิ่วเอ๋อร์อูซื่อนั่งอยู่บนเตียง อกกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุดพอนึกว่าไอ้ตัวน่าขยะแขยงนั่นเคยไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนหน้านางก็รู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียน
นางคิดว่าพออันซิ่วเอ๋อร์มาถึงจะต้องลงโทษนางให้หนัก แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นเงาแม้แต่เด็กรับใช้คนนั้นก็หายตัวไปด้วย
จากที่โกรธจัดในตอนแรกก็กลายเป็นโมโหจนแทบทนไม่ไหว สุดท้าย ก็รอจนหมดความอดทน
พอกำลังจะตัดใจเลิกรอ เข้านอนต่ออันซิ่วเอ๋อร์ก็เดินเนิบๆ เข้ามา
"ท่านแม่ เรียกหาข้าหรือเจ้าคะ?"อันซิ่วเอ๋อร์ถือถ้วยยาเข้ามา น้ำเสียงอ่อนโยน มุมปากมีรอยยิ้มจางๆดูเป็นลูกสะใภ้ที่เรียบร้อยกตัญญูยิ่งนัก
"ข้าให้เด็กไปตามเจ้าทำไมเจ้าเพิ่งมา?" อันซิ่วเอ๋อร์ไม่พูดก็ยังดีอยู่พอเอ่ยปากขึ้นมา ความโมโหที่อูซื่อกดไว้ก็พลุ่งขึ้นมาอีก
"อ้อเมื่อครู่ข้ากำลังดูยาให้ท่านแม่อยู่เจ้าค่ะ เรื่องอะไรก็ไม่สำคัญเท่ายาของท่านแม่ข้าเลยปลีกตัวมาไม่ได้ พอยาได้ที่ ข้าก็รีบมาเลยเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์อธิบายเสียงนุ่มนวล
"ข้าถามเจ้าเรื่องหอยทากนี่มันอะไรกัน?" อูซื่อชี้ไปที่หอยทากบนพื้นมือสั่นเทา
"เอ๊ะ หอยทากอะไรกัน? ทำไมมาอยู่บนพื้นได้ล่ะ?" อันซิ่วเอ๋อร์ทำหน้าตกใจไปด้วยหันไปมองเด็กรับใช้ข้างหลัง "ข้าสั่งให้เจ้าช่วยดูหอยทากตัวนี้ไว้ไม่ใช่รึ?ทำไมมันถึงไต่ลงมาที่พื้นได้?"
"เป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่เหวี่ยงมันลงพื้นเองเจ้าค่ะ"เด็กรับใช้ตอบอย่างเสียดาย
"ท่านแม่เหวี่ยงมันลงพื้นเองหรือเจ้าคะ?สงสัยหอยทากตัวนี้คงทำให้ท่านแม่โกรธแน่เลย ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านแม่เดี๋ยวข้าไปจับมาให้อีกหลายๆ ตัว" อันซิ่วเอ๋อร์พูดพลางยกถ้วยยาขึ้น"มาเจ้าค่ะ ดื่มยาก่อนนะเจ้าคะ"
"ข้าไม่ดื่ม!" อูซื่อเบือนหน้าหนี นางโมโหอันซิ่วเอ๋อร์จนแทบคลั่ง
"ท่านแม่ อย่าทำตัวเป็นเด็กสิเจ้าคะยาถ้วยนี้ท่านต้องดื่มนะ" อันซิ่วเอ๋อร์พูดกล่อมเสียงอ่อน"ถ้าไม่ดื่มยา แล้วท่านแม่จะหายป่วยได้อย่างไร?"
"ข้าจะหายได้อย่างไร? มีแต่จะถูกเจ้าทำให้โมโหตายอยู่ทุกวัน!" อูซื่อระเบิดอารมณ์ใส่อันซิ่วเอ๋อร์อย่างไม่ไว้หน้าอันซิ่วเอ๋อร์ทำตัวเป็นกระสอบทราย พยักหน้าหงึกๆ ยอมให้นางด่าแต่โดยดีทำท่ากตัญญูรู้คุณอย่างยิ่ง "ท่านแม่จะด่าข้าอย่างไรก็ได้แต่ยาถ้วยนี้ท่านแม่ต้องดื่มนะเจ้าคะ หากไม่ดื่มจะเสียฤกษ์ยาถึงตอนนั้นอาการป่วยของท่านแม่จะไม่หายนะเจ้าคะ"
"ข้าไม่ดื่ม แล้วเจ้าจะทำอะไรข้าได้?"อูซื่อโมโหขึ้นมาอีก
"ถ้าท่านแม่ไม่ดื่ม ก็ไม่เป็นไรข้าก็แค่ปรนนิบัติท่านแม่ต่อไปอีกสักสองสามวัน แต่ร่างกายของท่านแม่เองที่ไม่ดีคนที่ทรมานก็คือท่านแม่เองไม่ใช่หรือเจ้าคะ?" อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มตาหยี
เมื่อก่อนนางยังทำท่าเหมือนอยากจะไปจากที่นี่เต็มแก่แต่วันนี้นางกลับไม่มีทีท่าอยากจะไปเลยสักนิด อูซื่อเหนื่อยใจจนแทบหมดแรงมองนางอย่างเย็นชา นางกลับทำเหมือนไม่รู้จักอาย เอาแต่ยิ้มให้อูซื่อจึงจำใจต้องดื่มยาถ้วยนั้นลงไป
"ถุย! ทำไมมันขมอย่างนี้?"พอยาแตะริมฝีปาก อูซื่อก็แทบจะพ่นออกมา
"ขมหรือเจ้าคะ? แต่ก่อนก็รสนี้ไม่ใช่หรือ?" อันซิ่วเอ๋อร์ถามอย่างสงสัย
"เป็นไปไม่ได้!" มันเป็นยาบำรุง เดิมทีไม่ได้ขมขนาดนี้
"งั้นข้าลองนึกดูก่อนนะเจ้าคะ"
อันซิ่วเอ๋อร์ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ทำท่าเหมือนเพิ่งนึกออก "อ้อข้านึกออกแล้ว ข้าไปถามท่านหมอมา บอกว่าช่วงนี้ท่านแม่ร้อนในมากเขาเลยเพิ่มยาให้อีกตัวหนึ่งเจ้าค่ะ"
"ยาอะไร?"
"หวงเหลียนเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ตอบหน้าตาเฉย
คิดจะดื่มยาบำรุงสบายๆเหมือนเมื่อก่อนน่ะหรือ ฝันไปเถอะ ชอบดื่มยานักใช่ไหมงั้นก็ดื่มหวงเหลียนไปก็แล้วกัน
"ข้ารู้อยู่แล้ว เจ้าจงใจแกล้งข้า!"อูซื่อโกรธจนปัดถ้วยยาหกกระจาย
"ข้าถามเจ้าอีกครั้งเรื่องหอยทากนี่มันอะไรกัน?" นางตะคอกถามอีก เด็กคนนี้สองสามวันมานี้ทำอะไรไม่เคยถูกใจนางเลยสักอย่าง
"ข้าไม่ทราบเจ้าค่ะ พอข้ามาถึงมันก็ตกอยู่ที่พื้นแล้ว เด็กรับใช้ไม่ได้บอกหรือเจ้าคะว่าเป็นท่านแม่ที่เหวี่ยงมันลงพื้นเอง?" อันซิ่วเอ๋อร์ตอบเสียงเบา
"ข้าหมายถึงทำไมมันถึงไปอยู่บนหน้าข้าได้?" อูซื่อไม่รู้ว่าอันซิ่วเอ๋อร์แกล้งโง่หรือโง่จริงกันแน่แต่ที่แน่ๆ นางโกรธจนตัวสั่นไปหมดแล้ว
"ข้าเป็นคนเอาไปวางเองเจ้าค่ะ"เรื่องนี้อันซิ่วเอ๋อร์กลับยอมรับง่ายๆ "ช่วงนี้ท่านแม่ป่วยกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ ผิวพรรณเลยดูหมองคล้ำไปข้าเลยตั้งใจไปหาตำรับยาบำรุงผิวมาให้ท่านแม่โดยเฉพาะได้ยินว่าเมือกหอยทากช่วยให้ผิวขาวนุ่มได้ข้าเลยอุตส่าห์ไปจับมาให้ท่านแม่แต่เช้าตรู่เลยนะเจ้าคะ!"
พูดจบ นางยังทำท่าเหมือนรอคำชมอีกด้วย
อูซื่อคว้าถ้วยยาข้างๆหมายจะสาดใสหน้าอันซิ่วเอ๋อร์ อันซิ่วเอ๋อร์รีบหลบวูบ"ท่านแม่ ใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะเดี๋ยวข้าไปจับมาให้อีกตัวเดี๋ยวนี้เลย"
"เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!" อูซื่อตวาดลั่น "เจ้าจงใจยั่วโมโหข้าใช่ไหม?"
"ข้ายั่วโมโหท่านแม่ตอนไหนกัน?ข้าอุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามาต้มยาให้ท่าน ไปจับหอยทากมาให้อีกทำถึงขนาดนี้แล้ว ท่านแม่ยังคิดว่าข้าดูแลไม่ดีพอหรือเจ้าคะ? ถ้าอย่างนั้น ต่อไปข้าจะพยายามให้มากขึ้น" อันซิ่วเอ๋อร์พูดอย่างน้อยใจน้ำตาคลอหน่วย
"ไม่ต้องมาร้องไห้น้ำตาของเจ้าใช้กับข้าไม่ได้ผล หยุดพูดได้แล้ว ข้าไม่ชอบหอยทาก!" ในที่สุดอูซื่อก็ยอมพูดออกมา
"ท่านแม่ไม่ชอบทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะเจ้าคะ?ทำไมต้องทำร้ายน้ำใจข้าด้วย? ข้าอุตส่าห์ดูแลท่านแม่ลำบากยากเย็นขนาดนี้ท่านแม่กลับไม่เห็นความดีข้าเลย ท่านแม่รังเกียจที่ข้ามาจากบ้านนอกก็ไม่ควรทำกับข้าอย่างนี้นี่เจ้าคะ" อันซิ่วเอ๋อร์ร้องไห้พลางวิ่งออกไป
อูซื่อนั่งงงอยู่บนเตียงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น? คนที่ควรจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟมันควรจะเป็นนางไม่ใช่หรือ?นั่นมันหอยทากนะ!
นางยกมือสั่นๆ ขึ้นแตะหน้าตัวเองพอสัมผัสโดนเมือกลื่นๆ ทั่วหน้า นางก็รู้สึกขยะแขยงจนขนลุก
แต่ว่า เพื่อจะให้อันซิ่วเอ๋อร์มาดูแลนางไล่คนรับใช้ออกไปหมดแล้ว ตอนนี้นางเลยนั่งอยู่ในห้องนอนคนเดียว ตะโกนเรียกคนก็ไม่มีใครเข้ามาสักคน
นางโกรธจนแทบตายทั้งชีวิตไม่เคยอัดอั้นขนาดนี้มาก่อน สุดท้ายนางก็ต้องทนฝืนความขยะแขยงเช็ดเมือกลื่นๆ บนหน้าออกเอง
ลุกออกจากห้องนอนมาทั้งที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงตะโกนเรียกคนรับใช้มาดูแล นางโกรธแทบตาย สะใภ้อันซื่อผู้นี้!เอาของน่ารังเกียจแบบนั้นมาป้ายหน้านาง นางยังไม่ทันได้เอาเรื่อง แค่ว่าไปไม่กี่คำนางกลับร้องไห้วิ่งหนีไปซะแล้ว
น่าโมโหจริงๆ! นางโกรธจนไม่อยากกินข้าวเช้าคิดว่าเดี๋ยวจะต้องเรียกจางเจิ้นอันมา พูดกับเขาให้รู้เรื่องคราวนี้ฝั่งนางมีเหตุผลเต็มที่ ถ้าเขายังไม่ยอมหย่ากับนางอีกนางจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องคนในตระกูล ให้ผู้อาวุโสในตระกูลมาตัดสินว่าผัวเมียคู่นี้มันปฏิบัติต่อผู้ใหญ่กันอย่างไร!
แม้ว่าการเรียกคนในตระกูลมาตัดสินจะทำให้นางเสียหน้าอยู่บ้างแต่นางโมโหจนไม่คิดหน้าคิดหลังแล้ว
แต่ว่า ก่อนที่นางจะได้ทำอะไรอันซิ่วเอ๋อร์ก็วิ่งกลับมาเสียแล้ว อูซื่อมองนางอย่างเย็นชา"ไม่ได้ไปแล้วรึ? กลับมาทำไมอีก?"
"ท่านแม่ พูดอะไรอย่างนั้นเจ้าคะถึงแม้ท่านแม่จะไม่ดีต่อข้า ตำหนิข้า ดูถูกเหยียดหยามข้าแต่ท่านแม่ก็เป็นผู้ใหญ่ของข้า ตอนนี้ท่านแม่ก็ป่วยอยู่ข้าจะทอดทิ้งท่านแม่ไปได้อย่างไร" อันซิ่วเอ๋อร์พูดเนิบๆ
ท่าทางน้อยอกน้อยใจแบบนั้นทำให้อูซื่อยิ่งโมโห ที่ว่านางไม่ดีต่อนางคืออะไร? ตำหนินาง?ดูถูกเหยียดหยามนาง?
เมื่อคืนนางมาปลุกตั้งหลายครั้งทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง นางด่าไปคำสองคำแล้วนางผิดตรงไหน?
"เจ้าจงใจหาเรื่องใช่ไหม?"อูซื่อกล่าวเสียงเย็นชา
"เปล่าเลยเจ้าค่ะท่านแม่เป็นผู้ใหญ่ของข้า ข้าจะหาเรื่องท่านแม่ได้อย่างไร? ทุกอย่างที่ท่านแม่ทำกับข้าข้าไม่เก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ท่านแม่อย่าคิดมากนะเจ้าคะ"
พูดจบ นางก็เดินเข้าไปใกล้อูซื่อ"มาเถอะเจ้าค่ะท่านแม่ แดดข้างนอกกำลังดีข้าจะพาท่านแม่ไปเดินเล่น บางทีออกไปเดินเล่นแล้ว อารมณ์อาจจะดีขึ้น"
"ข้าไม่ไป ข้าจะนอนพักผ่อนอยู่ที่นี่"อูซื่อเมื่อคืนนอนไม่พอ ตอนนี้อยากจะนอนชดเชย
"ไม่ได้นะเจ้าคะท่านแม่ต้องออกไปรับแดดเยอะๆ ร่างกายถึงจะแข็งแรงท่านพี่กำชับให้ข้าดูแลท่านแม่ให้ดี ข้าต้องรับผิดชอบต่อสุขภาพของท่านแม่นะเจ้าคะมาเถอะ ข้าจะพาท่านแม่ไป" พูดจบนางก็ทำท่าจะเข้ามาฉุดอูซื่อ
เรี่ยวแรงอูซื่อหรือจะสู้แรงนางได้คนรับใช้สองสามคนที่อยู่ข้างๆ เห็นว่าอันซิ่วเอ๋อร์พูดมีเหตุผลก็ไม่กล้าเข้ามาช่วยอูซื่อ หากพวกตนขัดขวาง แล้วอูซื่อป่วยไม่หายขึ้นมาพวกตนก็ต้องรับผิดชอบ
อูซื่อได้แต่มองตัวเองถูกอันซิ่วเอ๋อร์ลากออกไปตาปริบๆจากนั้น อันซิ่วเอ๋อร์ก็พานางเดินอยู่เกือบครึ่งชั่วยามแถมยังตากแดดอีกเกือบครึ่งวัน
อูซื่อรัดเท้าไว้เล็กนิดเดียว พอเดินมากเข้าเท้าก็เจ็บปวด นางบอกอันซิ่วเอ๋อร์ว่าเจ็บเท้า เดินไม่ไหวแล้วแต่อันซิ่วเอ๋อร์กลับพูดกล่อมว่า "ท่านแม่เจ็บเท้าเป็นเรื่องเล็กน้อย เดี๋ยวกลับไปข้านวดให้ดีๆ เองร่างกายของท่านแม่สำคัญที่สุดนะเจ้าคะ"
อูซื่อหรือจะกล้าให้นางนวดเท้าให้อีกเมื่อคืนนางนวดเสียจนอูซื่อเจ็บแทบตาย วันนี้นางจะนวดให้อีก แค่คิดก็เจ็บแล้วจะกล้าพูดว่าเจ็บเท้าได้อย่างไร?
กว่าจะทนผ่านช่วงเช้าไปได้อย่างยากลำบากตอนเที่ยงกินข้าว ก็มีแต่ผักกับน้ำแกงอีกแล้ว อูซื่อไม่ชอบกินอะไรอันซิ่วเอ๋อร์ก็จงใจคีบสิ่งนั้นให้ แถมยังยกเหตุผลวิบัติมาอ้างได้สารพัด อูซื่อด่านางก็ไม่สะทกสะท้าน เมื่อก่อนนางยังรู้จักอายอยู่บ้าง แต่สองสามวันมานี้ พอด่านางกลับยิ้ม
ด่าก็ไม่ได้ผล จะตีก็ไม่ได้อูซื่อไม่มีเหตุผลพอ หากนางตีไปโดยไม่มีเหตุผล ลูกชายตัวดีคงได้คิดอะไรอีกแน่แต่การปล่อยให้สตรีผู้นี้อยู่ข้างๆ เดิมทีคิดจะทรมานนางสุดท้ายกลับกลายเป็นทรมานตัวเอง
ทนกัดฟันจนผ่านช่วงเช้าไปได้ช่วงบ่ายอูซื่อคิดจะนอนพัก อันซิ่วเอ๋อร์มาช่วยห่มผ้าให้เรียบร้อยกลับยิ้มแล้วพูดว่า "ท่านแม่บ่ายนี้ท่านพักผ่อนให้ดีนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะไปหาหอยทากมาให้ พอท่านแม่หลับแล้วจะได้ไม่ต้องกลัวว่ามีหอยทากมาไต่บนหน้าอีก"
"ข้าไม่เอา!"
อันซิ่วเอ๋อร์กลับเอาแต่ยิ้มดังนั้นบ่ายวันนั้น อูซื่อจึงไม่กล้าหลับเลย พอเผลอหลับไปก็ฝันร้ายว่ามีหอยทากมากมายไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนหน้า พอไม่ฝันแล้วอันซิ่วเอ๋อร์ก็มาลากนางไปเดินเล่นอีก
ตกกลางคืนอันซิ่วเอ๋อร์ก็ยังคงดูแลนางไม่ห่าง ยังคงปลุกนางตื่นกลางดึกหลายครั้งอูซื่อคิดว่าตัวเองนอนไม่พอ อันซิ่วเอ๋อร์ก็คงนอนไม่พอเหมือนกัน แต่ผิดคาดอันซิ่วเอ๋อร์กลับดูกระปรี้กระเปร่าตลอดเวลา พอทนทรมานอยู่เช่นนี้หลายวันอูซื่อก็ไม่อยากเห็นหน้าอันซิ่วเอ๋อร์อีกต่อไปแล้ว วันหนึ่งพอท่านหมอมาตรวจอาการอูซื่อก็รีบประกาศว่าตนหายป่วยแล้วในที่สุด
อันซิ่วเอ๋อร์จึงไม่ต้องคอยปรนนิบัติอีกต่อไปคาดว่าหลังจากครั้งนี้ อูซื่อคงไม่กล้าเรียกนางมาปรนนิบัติเวลาป่วยอีกแล้วแน่ๆ