บทที่ 4 : เริ่มใหม่
ห้าปีผ่านไป
กาลเวลาผ่านพ้น หลายสิ่งไม่เหมือนเดิม เช่นมีการเปิดตลาดมืดเพื่อขายสินค้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้กฎเคร่งครัด ถึงกับจับพวกพ่อค้าไปยิงเป้า ไม่ก็ทรมานจนพิการ ตอนนี้การกวดขันลดน้อยลงกว่าเดิมเยอะ ผู้คนไม่อดอยากเช่นก่อนหน้า แม้ไม่ได้กินจนอิ่มก็ดีกว่าต้องกินแม้กระทั่งเปลือกไม้ ซังข้าวโพด ทุกอย่างที่นำเข้าปากสามารถประทังความหิวได้ทั้งสิ้น แม้แต่เนืุ้์ก็ไม่ละเว้น
ยุวปัญญาชนที่เคยถูกมองว่าเป็ค่านิยมเก่าที่เน่าเฟะเริ่มกลับเข้าเมืองหลวง เพื่อเตรียมตัวเล่าเรียนและแสวงหาโอกาสในชีวิตที่ดี บางคนแสนเสียดายที่เลือกแต่งงานกับชาวบ้านในชนบท มีข่าวออกมาว่ากำลังจะมีการเปิดรับสมัครนักศึกษามหาวิทยาลัยอีกครั้ง ทว่านี่เป็ข่าววงใน จะเกิดขึ้นจริงเมื่อใดไม่มีใครรู้แน่ชัด
ซ่งอี้หรานเองก็เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้
“แม่ ท่านอย่าตายนะ!” เด็กน้อยตัวผอมตาโปนเขย่าร่างอ้วนเผละของมารดา ที่กินตะกละตะกลามจนติดคอตาเหลือกแล้วสลบหน้าทิ่มชามข้าว
เด็กน้อยวัยห้าขวบชื่อว่าเฉินจวิ้นหรืออาเถา เป็บุตรชายของเฉินซานกับซ่งอี้หราน แม้เขาจะกลับบ้านปีละไม่กี่วัน แต่เธอเป็แม่พันธุ์ชั้นดี ผสมไม่กี่ทีก็ติด ได้ผลผลิตเป็บุตรชาย หน้าตาละม้ายคล้ายผู้เป็พ่อหลายส่วน ทั้งยังได้เป็หลานชายคนแรกของตระกูลเฉิน คุณแม่หลินและคุณพ่อเฉินรักและเอ็นดูหลานคนนี้นัก
ทว่ามารดาของอาเถาเป็คนเห็นแก่ตัว แม้แต่กับลูกของตัวเอง เงินและคูปองที่เฉินซานส่งมา ล้วนใช้ไปกับตนเอง ส่วนบุตรชายเลี้ยงตามมีตามเกิด คุณแม่หลินเคยจะมาเอาไปเลี้ยงเองหล่อนก็ไม่ยอม คุณแม่อี้ขนไข่ที่บ้านมาบำรุงหลานชาย ลูกสาวของหล่อนกินเองหมด
คุณแม่อี้เคยสงสารหลานชายจนคิดอยากพูดกับลูกเขยให้หย่ากับลูกสาวเธอสักที!
อาเถาเขย่ามารดาสุดแรง จนสุดท้ายเหนื่อย ตั้งใจจะวิ่งไปตามคุณย่า ตอนนั้นเองมารดาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะผงกหัวขึ้นมามองสิ่งรอบข้างด้วยสายตางุนงงสงสัย
“แม่! ท่านฟื้นแล้ว!” อาเถากอดมารดาแน่น ต่อให้ใครจะว่ามารดาเขาไม่เอาไหน ี้เีตัวเป็ขน เห็นแก่ตัวอย่างไรเขาก็รักแม่ที่สุด
ซ่งอี้หรานฟื้นขึ้นมาก็ถูกเด็กตัวผอมกอดแน่น เธอจำได้ว่าตัวเองกินชาพิษจากสหายแล้วตายไป ความตายนั้นแปลกประหลาดมาก เธอล่องลอยราวกับฝัน ในฝันนั้นเห็นชีวิตแสนยาวนานของสตรีผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งมีใบหน้าเหมือนกับเธอราวกับฝาแฝด ทว่านิสัยห่างกันไกลลิบ เวลาผ่านไปใบหน้างดงามที่เหมือนกับเธอเริ่มบวมตามขนาดตัว ความสวยจางหายไปเรื่อย จนตอนนี้อ้วนฉุผิดกับชาวบ้านคนอื่นที่อยู่กันอย่างอดอยาก
ทั้งเอาแต่ใจเห็นแก่ตัว ขนาดบุตรชายเพียงคนเดียวหล่อนยังซ่อนของกินของใช้เก็บไว้กินคนเดียว เธออยากตื่นจากฝันนี้ ไม่ก็ขอออกจากฝันไปตบสักฉาด จะได้ปลุกจิตสำนึกขึ้นมาบ้าง
มืออวบใหญ่ลูบหลังบุตรชายเบาๆ สงสัยหล่อนจะเข้าร่างมารดาไร้ใจผู้นี้แล้ว “อย่าร้อง แม่ไม่เป็อะไรแล้ว”
ซ่งอี้หรานถอนหายใจ เื่ราวทุกอย่างในชีวิตเ้าของร่างเดินเธอรู้หมด เพราะตามติดราวกับเป็ชีวิตตัวเองไปแล้ว เพียงแค่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถบังคับร่างกายและจิตใจได้ดั่งเช่นตอนนี้
อาเถาเพิ่งเคยถูกมารดากอดตอบเป็ครั้งแรก เด็กน้อยเขย่งขาใช้หลังมือทาบหน้าผากมารดา “แม่ไม่สบายใช่ไหมครับ?”
ซ่งอี้หรานสลดใจ มารดาไม่เคยกอดและให้ความรักกับลูกเท่าที่ควร ทำให้เด็กน้อยไม่คุ้นชินและรู้สึกว่ามารดาผิดปกติ
“แม่สบายดี”
‘จ๊อก!’ เสียงท้องโตๆ ของซ่งอี้หรานร้องครวญครางด้วยความหิวโหย ทั้งที่เพิ่งจะกินแป้งข้าวโพดไปสองแผ่นอย่างตะกละตะกลามจนติดคอตาย
อาเถามองแม่ด้วยสายตาเอือมระอา “เพิ่งกินไปแท้ๆ ท่านหิวอีกแล้วหรือ?”
มารดาเป็หลุมั์ที่เอาอาหารใส่ลงไปเท่าไรก็ไม่มีวันเต็ม ตอนนี่ตัวอ้วนฉุหนักกว่าหมูบ้านหัวหน้าหมู่บ้านเสียอีก อาเถาถูกเด็กในหมู่บ้านล้อเลียนทุกวัน
ซ่งอี้หรานรู้สึกอับอาย เธอลูบท้องตัวเอง ก่อนจะรินน้ำใส่ถ้วยดื่มประทังความหิว ก่อนจะหันมาพูดกับบุตรชายด้วยความเป็ห่วง “กลางวันนี้แม่จะทำของอร่อยให้กิน”
อาเถารู้สึกว่ามารดาติดคอจนสมองกลับตาลปัตร แต่เป็เช่นนี้ย่อมดีกว่าเมื่อก่อน ร่างเล็กจ้อยชูสองมือแล้วะโโลดเต้น ปกติมารดาให้เขากินหัวมันต้มวันละหนึ่งหัวเท่านั้น อาเถาต้องแบ่งครึ่งเอาไว้กินเช้าเย็น ส่วนมื้อกลางวันนั้นจะไม่ตกถึงท้อง หากท่านพ่อไม่กลับบ้านหรือท่านย่าไม่นำไข่ต้มมาให้ “ผมอยากกิน!”
“แม่ขอดูของในครัวก่อน” ซ่งอี้หรานเข้าไปดูเสบียงในครัว โดยมีบุตรชายหัวโตเดินตามต้อยๆ สำรวจของกินที่เหลืออยู่ไปพร้อมๆ กับมารดา
ซ่งอี้หรานเห็นในตู้มีไข่เหลืออยู่หนึ่งตะกร้า มีทั้งไข่เป็ดและไข่ไก่รวมกันหลายฟอง เ้าของร่างเดิมกินเยอะมาก จึงแอบใช้อำนาจสามีเลี้ยงไก่และเป็ดเกินจำนวน แม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านและหัวหน้าฝ่ายผลิตยังไม่กล้าพูดเื่นี้ออกไป
ในสายตาของชาวบ้าน แม้ซ่งอี้หรานจะน่ารังเกียจ แต่สามีของเธอเฉินซานเป็ที่พึ่งพิงของชาวบ้านได้ ตอนนี้เขาได้เลื่อนขั้นถึงสองครั้ง มียศเป็ผู้พันคุมกองกำลังหน่วยลับพิเศษ เมื่อสองปีก่อนมีเด็กหนุ่มกำพร้าในหมู่บ้านแอบนำปลาที่จับได้ในแม่น้ำไปขายที่ตลาดมืด ด้วยท่าทางซื่อๆ ดูออกง่ายทำให้ถูกจับกุมตัวไปยังค่ายปฏิรูป ไม่มีใครรู้ว่าเฉินซานใช้วิธีใดช่วยเด็กหนุ่มกำพร้ารายนั้นออกมาได้ และมีหลายคนในหมู่บ้านได้เฉินซานช่วยหางานในตัวอำเภอให้
ยุคนี้อำนาจสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่แปลกที่ระดับผู้พันจะช่วยเหลือพี่น้องในหมู่บ้านได้ เคยมีข่าวแว่วมาว่าบางกองพลถึงกับจับนักโทษมากินเนื้อ!
เช่นนี้ซ่งอี้หรานจึงเลี้ยงเป็ดและไก่นับสิบตัว โดยมีบุตรชายเป็ผู้เก็บผักป่ามาเลี้ยง เธอมองแป้งข้าวโพด แป้งบดละเอียด น้ำพริกผัด และผักดองอีกเล็กน้อย จำได้ว่ามีผักชีต้นหอมปลูกอยู่หน้าลานบ้านเล็กน้อย “อาเถา ไปเก็บต้นหอมผักชีมาให้แม่อย่างละกำ”
“ได้ แม่ใช้มาเลย!” ขอแค่ได้กิน อาเถาพร้อมเป็วัวเป็ม้าให้มารดาใช้งาน
ลูกชายมือเล็กนิดเดียว อย่างละกำน่าจะพอดีสำหรับทำยำไข่สำหรับสองคนแม่ลูก เธอก่อไฟก่อนจะนำไข่ลงไปต้ม ระหว่างนั้นนวดแป้งเพื่อนึ่งหมั่นโถวสี่ลูก เธอทำเผื่อมื้อเย็นด้วย
ลูกชายกลับมาพร้อมผักเต็มสองมือ ใบหน้าเล็กจ้อยมองมารดาอย่างมีความหวัง เขา้าคำชมเชยเป็ค่าเหนื่อย
“อาเถาเก่งมาก วันนี้แม่ทำหมั่นโถวกับยำไข่ อาเถาต้องชอบแน่”
“ผมชอบ! ผมจะกินให้หมด แม่มีอะไรจะใช้ผมอีกหรือเปล่าครับ?”
“วันนี้อาเถาเก็บไข่แล้วเหรอ?” ซ่งอี้หรานนึ่งหมั่นโถว จากนั้นนำผักที่บุตรชายเก็บไว้ไปล้าง แล้วหั่นซอยเตรียมไว้ใส่ไข่ต้ม
“ผมเก็บไข่แล้ว ได้ไข่ไก่หกฟอง ไข่เป็ดสี่ฟอง” ไข่มากมายขนาดนี้ เมื่อก่อนหากมารดาลดปริมาณอาหารลงสักเล็กน้อย เขาคงกินจนอิ่มแปล้
“เก่งมาก” ซ่งอี้หรานไม่คิดถึงชีวิตเก่า เธออยากใช้ชีวิตอิสระ อยู่กับต้นไม้ใบหญ้า ได้ออกไปท่องโลกกว้าง ไม่ใช่แค่ในกำแพงวังหลวง หลังจากนี้หล่อนจะใช้ชีวิตให้ดี ดูแลเด็กคนนี้และสามีที่เ้าของร่างเดิมละเลย พวกเขาล้วนเป็คนดี เช่นนั้นหล่อนก็จะดีเป็การตอบแทน
“แม่ ผมกินด้วยได้ไหม?” กลิ่นนึ่งหมั่นโถวหอมจนน้ำลายไหล อาเถายังจำรสชาติได้ดี ตอนบิดากลับมาจากปฏิบัติหน้าที่ได้พาเขากับมารดาขี่จักรยานไปเที่ยวในตัวอำเภอ ที่นั่นมีแต่ของน่าอร่อย บิดาซื้อให้เขากินอย่างไม่ตระหนี่ อาเถาจำได้ว่าตนกินหมั่นโถวลูกใหญ่หนึ่งลูกเต็มๆ ทำเอาพุงน้อยป่องจนน่ากลัวว่าจะแตก เด็กน้อยเพียงหวังว่ามารดาจะให้เขาชิมสักคำ
“แน่นอน อาเถากินได้เท่าที่้า” พูดออกไปแล้วเธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้จะทำให้เด็กน้อยสงสัย
ทว่า แววตาหิวโหยของอาเถาไร้ซึ่งความสงสัยใดใด มารดากินแผ่นแป้งติดคอครั้งนี้คงจะไปกระทบกระเทือนสมองในส่วนของจิตใต้สำนึกจนคิดได้ นี่คือความคิดไปเองในหัวน้อยๆ ของอาเถา พอมารดาบอกว่าให้กินได้ ร่างเล็กโถมกายกอดขามารดาจนซ่งอี้หรานแทบล้ม “แม่ดีที่สุด!”
ซ่งอี้หรานได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ เด็กหนอเด็ก ได้ของกินก็ลืมความน้อยเนื้อต่ำใจเก่าก่อนจนสิ้น
……………………………………
อีบุ๊คเล่ม 1
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30