สายลมที่พัดผ่านเชิงเขาหลงเซี่ยงยังคงหอบเอาความแห้งแล้งและกลิ่นอายของความตายมาััิับรรยากาศรอบด้านไร้ซึ่งความสดใสแผ่นดินเบื้องล่างแตกระแหงเป็ร่องลึกดุจแผลเป็บนผิวโลกต้นไม้ใบหญ้าพากันแห้งโกร๋นยืนต้นตายซากกิ่งก้านที่ไร้ใบหักโค้งงอราวกับมือของปีศาจที่พยายามจะตะเกียกตะกายขึ้นมาจากขุมนรก
อวิ่นหนิงเจี่ย หยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในทันที ต้วนผิงอันและ หนิวมู่อี้ ที่ทะยานตามมาติดๆ พลอยหยุดชะงักไปด้วยความสงสัยทั้งสองมองแผ่นหลังของหนิงเจี่ยที่ดูนิ่งสงบผิดปกติ แรงกดดันทางจิตใจที่แผ่ออกมากลับทำให้สหายทั้งสองรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง
หนิงเจี่ยค่อยๆ หันหน้ากลับมาดวงตาของเขาจ้องมองตรงไปยังเพื่อนรักทั้งสองด้วยความลุ่มลึกและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"ที่นี่... บอกข้ามาเถิดพวกเ้าทั้งสองเป็ใครกันแน่?"
คำถามนั้นดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจหนิวมู่อี้ถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ใบหน้าลนลานอย่างเห็นได้ชัดเขาหันไปมองหน้าผิงอันอึกอัก ทำท่าจะอ้าปากกล่าวแก้ตัวด้วยนิสัยกะล่อนตามปกติของเขา
ทว่า...ต้วนผิงอันกลับยื่นมือออกมาขวางมู่อี้ไว้สายตาของเขาจ้องมองหนิงเจี่ยกลับด้วยความนิ่งขรึมเขาเหลียวไปมองมู่อี้พลางกล่าวเสียงต่ำ "เ้าให้ข้าพูด... หากเ้าพูดยิ่งจะเหมือนการแก้ตัว และจะทำให้เื่เลยเถิดไปกันใหญ่"
ผิงอันหันกลับมาประจันหน้ากับหนิงเจี่ย"ก่อนอื่น ข้าขอถามเ้า... เหตุใดเ้าถึงถามคำถามเช่นนี้กับพวกข้าในเวลานี้?"
หนิงเจี่ยยกยิ้มจางๆ ที่มุมปากเป็ยิ้มที่แฝงไปด้วยความขมขื่นและความรอบรู้
"ั้แ่ข้าจำความได้เมื่อหลายปีก่อนข้าถูกขับไล่ไสส่งราวกับสุนัขตัวหนึ่งมายังสถานปศุสัตว์ของตระกูลฉุนอวิ๋นกลายเป็เพียงเด็กเลี้ยงม้าชั้นต่ำที่โรงเลี้ยงม้าเมฆา"หนิงเจี่ยเริ่มรำพึงถึงอดีต "พวกเ้าทั้งสองก็ถูกส่งมาในเวลาไล่เลี่ยกัน...ข้าจำได้แม่นยำ ตอนแรกพวกเ้าหาได้เป็เช่นนี้ไม่ พวกเ้าไม่ชอบหน้าข้าคอยหาเื่กลั่นแกล้งข้าสารพัด เหมือนข้าไปพรากสิ่งสำคัญหรือมีความโกรธแค้นต่อพวกเ้ามาแต่ปางก่อน"
หนิงเจี่ยนิ่งไปครู่หนึ่งภาพความจำในอดีตไหลย้อนกลับมา
"แต่หลังจากนั้น...พวกเรากลับผ่านความเป็ความตายร่วมกันมานับครั้งไม่ถ้วนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันกลางทุ่งหญ้าอันอ้างว้าง แย่งชิงอาหารจากปากสุนัขป่าถูกกลั่นแกล้งโดยหทาร และศิษย์ของตระกูลฉุนอวิ๋น าเ็ก็ทำแผลให้กันหนาวก็ก่อไฟผิงร่วมกัน จนความบาดหมางแปรเปลี่ยนเป็ความผูกพันที่ข้าเรียกว่า 'เพื่อนตาย'..."
แววตาของหนิงเจี่ยพลันเปลี่ยนเป็คมกริบดุจกระบี่
"ตอนแรกข้ามิได้ติดใจสงสัยแต่ในวันที่ผู้นำตระกูลฉุนอวิ๋นมายังสถานปศุสัตว์ ทุกคนรอบข้างต่างแตกตื่นเมื่อรู้ว่าข้าคือลูกนอกคอกของเขาและเคยมีสถานะเป็ถึงนายน้อยแห่งตระกูลฉุนอวิ๋น...ทว่าพวกเ้าทั้งสองกลับสงบนิ่งเกินไปพวกเ้าปฏิบัติกับข้าราวกับเื่นี้เป็เื่ธรรมดาสามัญเหมือนพวกเ้ารู้อยู่แล้วว่าข้าคือใคร "
หนิงเจี่ยก้าวเดินเข้าไปหาทั้งสองช้าๆพลังกดดันที่ซ่อนอยู่เริ่มสั่นะเืมวลอากาศรอบตัว
"ฉะนั้น...จงตอบข้ามาเสียดีๆ ว่าพวกเ้าเป็ใครกันแน่? และมีจุดประสงค์อะไรถึงได้ติดตามคนไร้ค่าที่ถูกทอดทิ้งเช่นข้าในวันนั้น?"
สายลมกรรโชกหอบเอาฝุ่นดินสีแดงปลิวว่อนผ่านร่างของชายหนุ่มทั้งสามความเงียบงันที่เกิดขึ้นหลังจากคำถามของหนิงเจี่ยนั้นบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออกต้วนผิงอันยืนนิ่ง ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เริ่มแดงระเรื่อคลื่นปราณในกายสั่นะเืตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาขยับหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนก่อนจะตัดสินใจเอ่ยความจริงที่ถูกผนึกไว้หลายปี
"หนิงเจี่ย...เ้าทราบหรือไม่ว่าท่านแม่ของเ้า... ท่านน้า 'ฉิงอวี้'มิได้โดดเดี่ยวอย่างที่เ้าคิด" ผิงอันสูดลมหายใจเข้าลึกน้ำเสียงสั่นพร่า "นางมีพี่น้องร่วมสาบานที่เป็สตรีอยู่สามคน!"
หนิงเจี่ยดุจถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "อะ... อะไรนะ? เ้าว่าอย่างไรนะ? ท่านแม่ข้ามีพี่น้องร่วมสาบาน..."
"ใช่!"ผิงอันตัดบททันที น้ำตาหนึ่งหยดไหลพรากผ่านแก้ม"พี่น้องร่วมสาบานสามคนนั้น... สองคนในกลุ่มคือท่านแม่ของพวกข้าทั้งสองคน!และบัดนี้พวกนาง... รวมถึงท่านพ่อของพวกข้าก็หายสาบสูญไปพร้อมกับท่านน้าฉิงอวี้ในคืนมืดมิดนั้น!"
หนิงเจี่ยตัวสั่นสะท้านเื่ราวลึกลับเกี่ยวกับมารดาของเขาที่เขาพยายามตามหามาตลอดบัดนี้กลับถูกเปิดเผยจากปากเพื่อนรักที่อยู่เคียงข้างมานาน
"ก่อนที่พวกท่านจะหายสาบสูญไป..."ผิงอันกล่าวต่อด้วยความขมขื่น "ท่านแม่ทิ้งจดหมายเืไว้ให้พวกเรากำชับว่าต้องหนีออกจากตระกูลให้เร็วที่สุด ห้ามหันหลังกลับและสั่งให้มุ่งหน้าตามหาเ้า... ใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดเพื่อปกป้องเ้า!หลังจากเราหนีออกมาได้ไม่นาน ตระกูลของพวกเราทั้งสองก็ถูกทำลายล้างจนสิ้นซากไม่เหลือแม้แต่สุนัขสักตัวเดียว! สภาพความพินาศนั้น... พวกเรามิได้เห็นด้วยตาแต่ได้ยินจากคำบอกเล่าของทหารองครักษ์รักษาเมืองที่หนีตายออกมาได้ว่ามันคือกองทัพปีศาจที่ไร้ที่มา!"
หนิวมู่อี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ บัดนี้ตัวสั่นระริกคทาพฤกษาอัสนีในมือถูกบีบจนแทบแตกเขาเบือนหน้ามองไปทางอื่นเพื่อปกปิดหยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่มู่อยู่
ผิงอันกล่าวสืบต่อ"ข้าหนีกระเซอะกระเซิงจนมาเจอมู่อี้พวกเราสนิทกันมาั้แ่จำความได้เพราะตระกูลอยู่ติดกันเราได้รับข้อความในจดหมายเหมือนกันเป๊ะ... ในนั้นระบุว่าเ้าที่ตอนนั้นถูกขับไล่จากนายน้อยตระกูลฉุนอวิ๋นกลายเป็เพียงเด็กเลี้ยงม้าพวกเราจึงปลอมตัวติดตามมาจนเจอเ้าที่โรงเลี้ยงม้าเมฆา"
แววตาของผิงอันฉายแววสำนึกผิด "ตอนแรก...ข้ายอมรับว่าพวกเราเครียดแค้นเ้ามาก! พวกเราคิดว่าเ้าเป็ตัวซวยเป็สาเหตุที่ทำให้พวกเราบ้านแตกสาแหรกขาด ต้องกลายเป็เด็กกำพร้าเร่ร่อน...แต่เมื่อได้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ได้เห็นเ้าถูกโขกสับได้เห็นเ้าสู้ยิบตาเพื่อพวกเรา...พวกข้าถึงได้รู้ว่าเ้าเองก็มีชะตากรรมที่น่าเวทนาไม่ต่างจากพวกเราเลยแม้แต่นิดเดียว"
หนิงเจี่ยหัวใจหล่นวูบ "พวกเ้า... พวกเ้าเคยเห็นท่านแม่ข้าจริงๆหรือ?"
มู่อี้ที่เงียบมานานพลันโพล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ"แน่นอน! ท่านน้าฉิงอวี้คือสตรีที่งดงามและมีเมตตาที่สุดที่ข้าเคยพบมา!นางสวยงามปานเทพธิดาหยาดฟ้ามาดิน... ท่านมักจะมาที่บ้านข้าและบ้านผิงอันบ่อยๆคอยเอาขนมมาให้ คอยสอนพวกเราเล่นดนตรีและฝึกปราณเบื้องต้นกลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้จากตัวท่านน้าข้ายังจำได้ติดจมูกจนถึงวันนี้!"
ผิงอันและมู่อี้ค่อยๆ ล้วงเอาห่อผ้าเก่าๆออกมาจากอกเสื้อ ภายในมีจดหมายที่ขอบกระดาษเริ่มเหลืองและเปื่อยยุ่ยยื่นส่งให้หนิงเจี่ย ลายมือบนนั้นอ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว...มันคือลายมือเืจริงๆ!
ผิงอันกลับมองหน้าเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาดเขาลดเสียงลงต่ำจนดูเคร่งขรึมและตัดสินใจกล่าวคำที่ะเืขวัญที่สุดออกมา
“หนิงเจี่ย... ข้าว่าผู้นำฉุนอวิ๋นอะไรนั่นไม่แน่ว่าจะเป็บิดาของเ้า!”
“ว่าไงนะ!”หนิงเจี่ยโพล่งออกมาอย่างลืมตัว “เ้าหมายความว่าอย่างไร!”
ผิงอันกล่าว “ท่านแม่ ท่านพ่อข้า และท่านน้าดูเหมือนจะเคยกล่าวถึงบิดาเ้า แต่ดูเหมือนท่านน้าจะกล่าวว่าบิดาของเ้ามิได้อยู่ยังมณฑลเฟิงเป่าในเวลานั้นประกอบกับในวันเดียวกันข้าเข้าไปในเมืองกับท่านพ่อข้าจำได้ว่ายังเห็นผู้นำตระกูลฉุนอวิ๋นและองค์รักษ์คุ้มกันกำลังจะเดินขึ้นเรือสำราญเมฆาดอกเหม่ยอยู่เลยเื่นี้ต้องมีอไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณมีเพียงเสียงลมหวีดหวิว หนิงเจี่ยกำจดหมายในมือแน่น บัดนี้ไฟแห่งปริศนาได้ใหญ่หลวงกว่าเดิม!
เขาลุกขึ้นยืนช้าๆแววตาสีม่วงทองบัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น "ผิงอัน มู่อี้...ในเมื่อเืของบรรพบุรุษพวกเราหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวภายใต้คำสาบานพี่น้องเช่นนั้นต่อจากนี้ไป ไม่ใช่แค่ข้าที่ต้องล้างแค้น... แต่พวกเราทั้งสามจะต้องสืบหาความจริงในเื่นี้ให้ได้เราต้องหาเบาะแสที่ทำให้พ่อแม่ของพวกเราต้องหายสาบสูญไป ให้มันต้องชดใช้ด้วยชีวิต!และข้าต้องไปสืบความจริงให้ได้ว่าผู้นำตระกูลฉุนอวิ๋นใช้บิดาของข้าหรือไม่? "
มู่อี้และผิงอันเดินเข้ามาขนาบข้างหนิงเจี่ยทั้งสามประสานมือเข้าด้วยกันอย่างหนักแน่นท่ามกลางความแห้งแล้งของเชิงเขาหลงเซี่ยงสายสัมพันธ์ใหม่ที่ถูกถักทอด้วยความจริงได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว...สายสัมพันธ์ที่จะเปลี่ยนโลกให้กลายเป็ทะเลเพลิง!