ทางด้านซูหลีหลี่นางค่อยๆย่อกายลงแล้วดึงเข็มออกมาอีกสี่เล่มแล้วปักลงไปตามจุดต่างๆของร่างกายของชายวัยกลางคนผู้นั้นนางดึงยาลูกกลอนออกมาแล้วยื่นให้เหอจงด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ยาลูกกลอนนี้ช่วยขับไล่พิษของหนอนกู่ได้ท่านจงรีบนำไปป้อนให้เ้านายของท่านกินเสีย”เมื่อซูหลีหลี่ยื่นยาให้เหอจงก็พลันมีสีหน้าลังเลนางจึงทอดถอนใจออกแล้วยื่นมือไปบิยาลูกกลอนออกมาแล้วกินลงไปในทันที
“ท่านคงเห็นแล้วกระมังว่าข้าไม่ได้คิดจะวางยาเ้านายของท่านรีบลงมือเสียหากชักช้าแล้วหนอนกู่แผลงฤทธิ์ขึ้นมาเขาคงจะคลุ้มคลั่งเพราะอาการเ็ปอีกครั้งแล้วครั้งนี้คงยากที่จะกำราบหนอนกู่ได้แล้ว”เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงก็ไม่รอช้ารีบลงมือป้อนยาให้เ้านายของเขาในทันทีส่วนซูหลีหลี่ยามนี้นางกำลังสอดส่ายสายตาหาทารกน้อยเพื่อจะรับเขากลับไปด้วยเพียงครั้งนี้กลับไร้ซึ่งเสียงร้องของเด็กทารกอย่างที่ควรจะเป็
“อึก อ็อก อ็อก...”ชายวัยกลางคนที่นอนอยู่ถูกป้อนยาลูกกลอนได้ไม่นานก็มีท่าทีอึดอัดแล้วก็ขย้อนเืและตัวหนอนเนื้อตัวอวบอ้วนสีแดงสดออกมาในทันที
“รีบฆ่าหนอนกู่นั่นเสียอย่าปล่อยให้มันหนีออกไปทำร้ายผู้คนอีก”เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงก็รีบลงมือใช้ปลายกระบี่แทงลงไปบนตัวหนอนในทันที
“โอย หายปวดได้เสียที”ชายวัยกลางคนเอ่ยพึมพำออกมาพลางยกมือขึ้นไปนวดบริเวณศีรษะของตนเอง
“นายท่านท่านเป็อย่างไรบ้าง”เหอจงรีบเอ่ยถามอาการของเ้านายของเขาพลางกดปลายกระบี่แล้วตวัดตัดหนอนตัวนั้นจนขาดเป็สองท่อนในทันทีหนอนตัวนั้นยังคงขยับเขยื้อนอยู่ซูหลีหลี่เห็นดังนั้นจึงได้รีบหยิบก้อนหินขนาดเหมาะมือมาทุบหนอนสีแดงจนแหลกเหลวไปทั้งสองท่อนแล้วจึงได้หันไปสอดส่ายสายตาหาทารกน้อยอีกครั้ง
“ข้าไม่เป็อันใดแล้วยังมือปวดหน่วงๆ อยู่บ้าง แต่ไม่ได้ปวดจนแทบจะควบคุมสติของตนเองไม่ได้อีกแล้ว”เหอเจวี๋ยเอ่ยพลางจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าแม้ว่านางจะสวมผ้าโปร่งบางปกคลุมศีรษะเอาไว้แต่เขาก็อยากจะทำความรู้จักกับนางเอาไว้เพราะสตรีที่ช่วยเหลือเขาผู้นี้มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา
“ขอบคุณแม่นางที่ช่วยเหลือข้าข้ามีนามว่าเหอเจวี๋ยวันหน้าหากมีโอกาสข้าจะขอเป็วัวเป็ม้ารับใช้ท่านเพื่อตอบแทนบุญคุณ”เหอเจวี๋ยเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาทำท่าค้อมคำนับเพื่อขอบคุณแต่ซูหลีหลี่กลับเบี่ยงกายหลบแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ข้าช่วยเหลือท่านก็เพราะไม่้าให้ทำร้ายตนเองและผู้อื่นส่วนเื่ตอบแทนบุญคุณนั้นท่านไม่ต้องตอบแทนหรอกขอเพียงแค่ยามนี้ท่านช่วยส่งคนของท่านไปตามหาเด็กทารกที่ได้รับาเ็จากการอาละวาดของท่านเมื่อครู่นี้แล้วนำมาให้ข้าได้หรือไม่”เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงที่อยู่ด้านข้างก็รีบหันไปออกคำสั่งกับคนของเขาในทันที
“ได้ยินที่แม่นางน้อยพูดหรือไม่รีบส่งคนออกไปตามหาเร็ว”คำสั่งของเหอจงทำให้คนของเขารีบออกตามหาในทันทีส่วนเผิงซีผู้เป็สาวใช้ของนางรีบยื่นมือมาดึงแขนเสื้อของนางในทันที
“ท่านกำลังคิดจะทำอะไรเ้าคะ”แม้ว่าคำถามของเผิงซีจะแ่เบาเป็อย่างมากแต่เหอจงที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ย่อมจะได้ยินเขาเองก็รู้สึกข้องใจเช่นเดียวกัน
“ข้าได้ยินเสียงทารกร้องน่ะก็เลยอยากจะยื่นมือช่วยเหลือ”คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ทุกคนต่างก็หันไปสบตากันก็ต่างพึมพำออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ไม่เห็นได้ยินเลย”คำพูดของคนรอบกายทำให้ซูหลีหลี่เม้มปากแน่น นางรีบลุกขึ้นแล้วเหลียวมองรอบๆกายเพื่อมองหาซูฉางเยว่ผู้เป็บุตรชายบุญธรรมของตนเองในชาติก่อนด้วยจิตใจที่ไม่ค่อยจะมั่นคงนัก
‘เ้าไปอยู่ที่ใดเกิดอะไรขึ้นกับเ้าเหตุใดเ้าจึงไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้’ ซูหลีหลี่คิดด้วยความว้าวุ่นใจยิ่งเมื่อบรรดาลูกน้องของเหอจงเข้ามารายการว่าไม่มีเด็กทารกที่ได้รับาเ็จิตใจของซูหลีหลี่ก็พลันแตกสลายไปในทันที
“เขาอยู่ที่ไหนกันนะ”นางพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทำให้ทั้งเหอจงและเหอเจวี๋ยต่างก็รีบสั่งให้คนของตนไปตามหาทารกน้อยที่ได้รับาเ็มาให้นางอีกครั้ง
“ไม่มีขอรับ”เมื่อคนของเหอเจวี๋ยและเหอจงกลับมารายงานเช่นนี้ซูหลีหลี่จึงได้พยักหน้า
“เช่นนั้นคงเป็ข้าที่หูแว่วไปเองขอบคุณพวกท่านมากที่ตั้งใจตามหาทารกน้อยให้ข้า”ซูหลีหลี่เอ่ยพลางคารวะขอบคุณแต่ทั้งเหอเจวี๋ยและเหอจงก็ต่างบ่ายเบี่ยงและเอ่ยว่าเป็พวกเขาต่างหากที่ต้องตอบแทนนาง
“ไม่ทราบว่าข้าขอทราบนามของแม่นางได้หรือไม่วันหน้าพวกข้าจะได้สามารถตอบแทนแม่นางได้อย่างเต็มที่”เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า
“เดิมทีข้าไม่ได้้าการตอบแทนจากพวกท่านแต่ในเมื่อพวกท่าน้าตอบแทนข้าก็ย่อมจะไม่ปฏิเสธวันนี้ข้าอาจจะยังไม่มีเื่ขอร้องพวกท่านแต่ก็ไม่แน่ว่าวันหน้าข้าจะไม่มี”ซูหลีหลี่เอ่ยออกมาแล้วจึงได้ลดเสียงลง
“ข้าคือคุณหนูใหญ่สกุลซูซูหลีหลี่วันนี้ข้าลักลอบหนีออกจากจวนมาโดยที่ไม่มีผู้ใดภายในจวนรู้เห็นหวังว่าพวกท่านจะเข้าใจข้าและปล่อยให้ข้ากลับจวนอย่างเงียบๆโดยไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของข้าได้หรือไม่”เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอเจวี๋ยก็เอ่ยถามออกมาในทันที
“มารดาของเ้าคงจะไม่ใช่หลี่เซียนโหรวบุตรสาวของท่านอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงหลี่รุ่ยกระมัง”เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยถามเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้าพลางเอ่ยตอบเขาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ใช่เ้าค่ะท่านแม่ของข้าคือหลี่เซียนโหรว”
“ฮ่า ฮ่าที่แท้ก็เป็บุตรสาวของคนงามสกุลหลี่นี่เองเ้าเรียกข้าว่าท่านลุงได้เลยข้ากับมารดาของเ้าเคยเป็สหายเก่ากันไม่นึกไม่ฝันว่าคนงามเช่นนางจะมีชะตาอาภัพเช่นนั้นแต่อย่างน้อยการที่นางมีบุตรสาวเช่นเ้าถือว่าเป็เื่ดี และดีมากๆ อีกด้วย”เหอเจวี๋ยเอ่ยพลางหัวเราะออกมา
“ท่านลุงเหอช่วยลดเสียงลงหน่อยเ้าค่ะ”เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เขาจึงรีบพยักหน้า
“ไม่ใช่เพราะข้ากังวลว่าผู้อื่นจะล่วงรู้ว่าข้าหนีออกจากจวนมาอย่างเดียวแต่ด้วยสุขภาพของท่านในยามนี้ควรค่อยๆ ถนอมร่างกายเอาไว้น่าจะดีกว่าอีกอย่างคนที่วางหนอนกู่ตัวนี้ให้ท่านน่าจะเป็คนใกล้ชิดที่สามารถป้อนหนอนกู่ให้ท่านได้ดังนั้นเมื่อกลับจวนสกุลเหอไปข้าแนะนำให้ท่านลงมือสอบสวนให้ดีท่านเป็ถึงผู้บัญชาการกองกำลังรักษาเมืองแต่กลับถือดาบไล่เข่นฆ่าผู้คนเช่นนี้ก็เท่ากับว่าคนที่ลงมือวางหนอนกู่ให้ท่านนอกจากตั้งใจจะทำให้ท่านถูกหนอนกู่กัดกินจนตายแล้วยังตั้งใจจะให้สกุลเหอและกองกำลังของสกุลเหอได้รับโทษสถานหนักเพราะการกระทำของท่านไปด้วย”เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอเจวี๋ยจึงได้พลันมีสีหน้าตึงเครียดในทันที
“ดังนั้นคนที่วางแผนการร้ายกาจกับท่านจะต้องลงมือกับท่านอีกครั้งแน่เมื่อรู้ว่าท่านหายดีแล้วทางที่ดีท่านจึงควรจะแสร้งทำเป็ว่าพิษของหนอนกู่ยังขับออกไม่หมดและท่านเองก็ยังคงครองสติเอาไว้ไม่อยู่น่าจะเป็การดีกว่า”เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยแนะนำออกมาเช่นนี้เหอเจวี๋ยก็พลันพยักหน้าในทันที
“สมแล้วที่เป็บุตรสาวของเซียนโหรวเ้าทั้งเฉลียวฉลาดและงดงาม เฮ้อน่าเสียดายที่ข้าไม่มีบุตรหลานที่ใช้การได้เลยสักคนมิเช่นนั้นคงจะต้องคิดอาจเอื้อมส่งคนไปสู่ขอเ้าให้มาเป็คู่ครองของบุตรหลานของข้าเป็แน่”คำพูดของเหอเจวี๋ยทำให้เหอจงพลันกระแอมออกมา
“นายท่านคนอย่างคุณหนูใหญ่สกุลซูยามนี้คงจะมีคู่หมายแล้วท่านจะพูดจะจาอันใดรบกวนคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนพูดด้วย”เมื่อเหอจงเอ่ยเช่นนี้เหอเจวี๋ยก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“นั่นสินะยามนั้นท่านอดีตหัวหน้าแพทย์หลวงหลี่เสียใจแทบตายที่เซียนโหรวเลือกแต่งกับไอ้งั่งสกุลซูนั่นดังนั้นเมื่อมีหลานสาวที่แสนดีเช่นเ้าเขาจะต้องรีบหาคู่ครองที่ดีเอาไว้ให้เ้าแล้วแน่ๆ”เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้เหอจงก็กระแอมออกมาอีกครั้งแล้วกัดฟันเอ่ยเตือนเ้านายของตนด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“นายท่านไอ้งั่งที่ท่านเอ่ยถึงคือบิดาของนางนะ”คำพูดของเหอจงไม่เพียงทำให้เหอเจวี๋ยหัวเราะ แหะแหะออกมาอย่างเก้อกระดากแต่ยังทำให้สองสาวใช้อย่างเผิงซีและตงชิงต่างก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจส่วนซูหลีหลี่ไม่เพียงไม่โกรธแต่นางยังร่วมวงหัวเราะกับสาวใช้ไปด้วย